ทะลุมิติไปเป็นภรรยาชาวสวนของท่านบัณฑิต - เล่มที่ 15 บทที่ 505 จู่ๆ ก็นอนฝันจนถึงเช้า
บทที่ 505 จู่ๆ ก็นอนฝันจนถึงเช้า
เนื่องจากเซี่ยยวี่หลัวต้องมีห้องเก็บสิ่งของเหล่านั้นของนาง เซียวยวี่จึงสบโอกาสหลอกให้เซี่ยยวี่หลัวไปอยู่ที่ห้องของตัวเองอย่างสมเหตุสมผล
ยังดีที่ระยะนี้เซี่ยยวี่หลัวอยู่ในตัวเมืองคนเดียว มีเพียงเซียวยวี่ที่จะไปอยู่กับนางเป็นประจำ เซียวจื่อเมิ่งเองก็คุ้นชินกับการนอนกับพี่รองแล้ว หลังจากได้ฟังวาจาของเซียวยวี่ นางจึงไม่โต้แย้ง เพียงขนย้ายข้าวของของตัวเองเข้าไปในห้องของเซียวจื่อเซวียนอย่างว่าง่าย
หลังปีใหม่เซียวจื่อเมิ่งก็จะอายุเจ็ดขวบ เซี่ยยวี่หลัวจึงคิดจะให้เด็กสองคนแยกเตียงนอน ห้องของเซียวจื่อเซวียนถือว่ากว้างพอควร เซี่ยยวี่หลัวจึงจัดการย้ายเตียงเข้าไปในห้องของเขา ระหว่างเตียงสองหลังมีผ้าม่านกั้นไว้ เซียวจื่อเมิ่งนอนด้านใน เซียวจื่อเซวียนนอนด้านนอก เช่นนี้ต่างไม่รบกวนกัน
นางง่วนอยู่กับการจัดการปัญหาด้านการนอนของเด็กสองคน ส่วนเซียวยวี่ก็ง่วนกับการจัดการปัญหาด้านการนอนของเซี่ยยวี่หลัวอย่างเบิกบานใจ
หมอนต้องย้ายไป เสื้อผ้าในตู้ก็ต้องย้ายไปทั้งหมด ยังมีเครื่องประทินโฉมบนโต๊ะ ขอเพียงเป็นของของอาหลัว ต้องขนย้ายไปยังห้องของเขาทั้งหมด
เซียวยวี่ง่วนกับงานอย่างมีความสุข ขนย้ายเสร็จแล้ว ทางนี้ยังต้องจัดวางอย่างเป็นระเบียบ
ข้าวของทุกอย่างต้องจัดวางไว้ข้างข้าวของของเขา จัดเรียงอย่างเรียบร้อย
เซี่ยยวี่หลัวตระเตรียมห้องให้เด็กสองคนเสร็จ จึงกลับไป คิดจะเก็บเสื้อผ้าและข้าวของอื่นๆ แต่กลับพบว่าภายในห้อง นอกจากโต๊ะและเก้าอี้ ข้าวของอื่นๆ ก็ถูกย้ายไปหมดแล้ว
ทั้งเสื้อผ้า เครื่องนอนและหมอน รวมถึงเครื่องประทินโฉม ขอเพียงเป็นของที่นางเคยใช้ ล้วนถูกขนย้ายไปจนหมด
เซียวยวี่ผู้นี้ ใจร้อนเกินไปแล้วกระมัง!
หันกลับไปมองเซียวจื่อเมิ่ง เมื่อเห็นห้องแสนอบอุ่นที่เมื่อก่อนเคยอาศัยอยู่ร่วมกับพี่สะใภ้ใหญ่ เหลือเพียงเก้าอี้ไม่กี่ตัว กับโต๊ะหนึ่งตัว ก็รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจจนเบะปาก
ชั่วชีวิตนี้ เกรงว่าคงไม่มีโอกาสจะได้นอนบนเตียงหลังเดียวกับพี่สะใภ้ใหญ่อีกแล้ว!
“โฮ… พี่สะใภ้ใหญ่ ต่อไปข้าจะไม่มีโอกาสได้นอนกับท่านอีกแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ? ฮือฮือ…” เซียวจื่อเมิ่งยิ่งคิดยิ่งน้อยใจ ยิ่งคิดยิ่งเศร้าใจ จึงส่งเสียงร้องไห้โฮออกมา
เสียงร้องไห้ของเด็กดังขึ้นอย่างกะทันหัน เซี่ยยวี่หลัวกำลังนึกขันที่เซียวยวี่ใจร้อนเกินไป อีกด้านหนึ่งก็มีเสียงเด็กร่ำไห้แทบขาดใจดังขึ้น เซี่ยยวี่หลัวได้ยินแล้วรู้สึกปวดหัวนัก!
“จื่อเมิ่ง ไม่หรอก ไม่หรอก ต่อไปพี่สะใภ้ใหญ่ยังจะเล่านิทานให้เจ้าฟังทุกวัน กล่อมเจ้านอนหลับ! ” เซี่ยยวี่หลัวไม่อาจทนเห็นเด็กร้องไห้ได้ จึงพูดโพล่งออกมา
เซียวจื่อเมิ่งกะพริบตาปริบๆ “พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านจะรอให้ข้านอนหลับก่อน แล้วค่อยไปหรือไม่เจ้าคะ? ”
“แน่นอน ข้าต้องรอให้เจ้านอนหลับก่อนแล้วค่อยไป! ” เซี่ยยวี่หลัวไม่ได้คิดอะไรมาก จึงตกปากรับคำทันที
เซียวจื่อเมิ่งไม่ร้องไห้แล้ว แย้มรอยยิ้มทันที “ได้เจ้าค่ะ พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านต้องอยู่กับข้า รอให้ข้านอนหลับแล้วค่อยไปนะเจ้าคะ”
เมื่อเด็กไม่ร้องไห้แล้ว เซี่ยยวี่หลัวจึงผ่อนลมหายใจยาวด้วยความโล่งอก นางย่อมทำตามคำพูด “จื่อเมิ่งเด็กโง่ พี่สะใภ้ใหญ่อยู่กับเจ้าแน่! ”
ในเมื่อข้าวของของนางถูกย้ายไปแล้ว เซี่ยยวี่หลัวก็ไม่ได้สนใจอีก นางจัดวางของที่ตนเองนำกลับมาด้วย จวบจนพระอาทิตย์ใกล้ตกดิน นางจึงมองห้องทำงานใหม่ของตัวเองด้วยความพึงพอใจ พร้อมพยักหน้าไม่หยุด
เช่นนี้ก็เหมือนกับโรงผลิตในตัวเมืองโยวหลันแล้ว
ท้องส่งเสียงร้องดัง “โครก” จมูกก็ได้กลิ่นหอมของอาหารที่ลอยมาพอดี พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกอย่างอ่อนโยนของเซียวยวี่ที่ดังขึ้นจากด้านนอก “อาหลัว รีบล้างมือกินข้าวได้แล้ว”
“พี่สะใภ้ใหญ่ พี่สะใภ้ใหญ่ กินข้าวได้แล้วเจ้าค่ะ! ” ยังมีเสียงเรียกเจื้อยแจ้วของเซียวจื่อเมิ่งด้วย
เซี่ยยวี่หลัวรู้สึกมีความสุขเสียยิ่งกว่าอะไร รู้สึกอยากทะนุถนอมวันคืนอันสงบสุขเช่นนี้ยิ่งนัก
หลังอาหารเย็น ยังคงเป็นเซียวจื่อเซวียนที่ไปล้างชาม เซี่ยยวี่หลัวเตรียมน้ำร้อน ล้างหน้าแปรงฟันให้เซียวจื่อเมิ่ง ฤดูหนาวอากาศเย็นเกินไป ด้านนอกสายลมพัดโชยทำให้รู้สึกหนาวถึงกระดูก เซี่ยยวี่หลัวไม่กล้าออกไป รีบอาบน้ำนอนดีกว่า!
นางเตรียมโถน้ำร้อนไว้สองโถ วางตรงเท้าเด็กคนละหนึ่งโถ ภายในผ้านวมอบอุ่นยิ่งนัก
หลังจากจัดการให้เซียวจื่อเมิ่งเสร็จ เซียวจื่อเซวียนก็มาแล้ว ภายหลังอาบน้ำแปรงฟันเสร็จ ทั้งสองคนจึงคลานขึ้นเตียง เซี่ยยวี่หลัวก็เริ่มเล่านิทานให้พวกเขาฟัง
คุยกันไว้แล้ว ทุกคืนจะเล่านิทานหนึ่งเรื่อง หลังจากเล่าจบหนึ่งเรื่อง ผ่านไปครู่เดียวเซียวจื่อเซวียนก็นอนหลับแล้ว
เซี่ยยวี่หลัวกะพริบตาปริบๆ มองเซียวจื่อเมิ่งที่ยังลืมตาคู่กลมโตอยู่ “เป็นอะไรไป จื่อเมิ่ง นอนไม่หลับหรือ? ”
เซียวจื่อเมิ่งส่ายหน้า จับผ้านวมไว้ กล่าวด้วยท่าทางน่าสงสาร “พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านไม่อยู่ข้างๆ ข้านอนไม่หลับเจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นเจ้านอนเถิด พี่สะใภ้ใหญ่รอให้เจ้านอนหลับแล้วค่อยไป” เซี่ยยวี่หลัวยิ้มพร้อมกล่าว
นางดับไฟ ภายในห้องมืดสนิท ภายนอกหน้าต่างที่ปิดมิดชิดมีเสียงลมเหนือพัดจนเกิดเสียงดังฟู่ๆ ภายในห้องอบอุ่นมาก อบอุ่นจนเซี่ยยวี่หลัวรู้สึกง่วงนอนเล็กน้อย
เซียวจื่อเมิ่งยังลืมตาคู่โตอยู่ คอยพูดคุยกับเซี่ยยวี่หลัวเป็นครั้งคราว ช่วงแรกเซี่ยยวี่หลัวยังกล่าวตอบบ้าง เมื่อถึงตอนหลังก็ไม่ไหวแล้ว นางหมอบอยู่ตรงขอบเตียงเซียวจื่อเมิ่งนอนหลับไปทั้งอย่างนั้น
เซียวจื่อเมิ่งขานเรียก “พี่สะใภ้ใหญ่…”
ภายในห้องเงียบสนิทและมืดมิด เซียวจื่อเมิ่งได้ยินเสียงกรนเบาหวิวของพี่สะใภ้ใหญ่ที่อยู่ข้างๆ
พี่สะใภ้ใหญ่นอนหลับไปแล้ว!
เซียวจื่อเมิ่งเอ่ยเรียกพี่สะใภ้ใหญ่เสียงเบาสองครั้ง พี่สะใภ้ใหญ่ไม่ตอบกลับแม้แต่น้อย
ช่วยไม่ได้ ทำได้เพียงแอบลงจากเตียง
เซี่ยยวี่หลัวหลับฝันดีเป็นอย่างมาก
ฝันว่าในค่ำคืนที่หนาวเหน็บคืนหนึ่ง นางมองดูหิมะสีขาวโพลงด้านนอก ส่วนตัวนางหลบอยู่ภายในเรือนที่แสนอบอุ่น กำลังชงชาผิงไฟอยู่
ร่างกายของนางรู้สึกอบอุ่นยิ่งนัก พิงอยู่ข้างเตาผิง ทั้งนุ่มทั้งยังมีกลิ่นหอมของสบู่ ช่างหอมเหลือเกิน!
เซี่ยยวี่หลัวขดตัวเข้าไปในเตาผิงอีก กอดเตาผิงไว้แน่น เตาผิงเองก็โอบกอดนางไว้แน่นเช่นกัน!
ช่างเป็นความฝันที่แสนหอมหวาน!
เซี่ยยวี่หลัวนอนหลับอย่างอบอุ่นตลอดคืน กว่านางจะตื่นขึ้นมา ยามเงยหน้าก็เห็นใบหน้าหล่อเหลาของเซียวยวี่แล้ว นางรู้สึกสติเลื่อนลอยไปชั่วขณะ นึกว่ายังอยู่ที่โรงผลิต เมื่อลองหันมองข้าวของภายในห้อง นางถึงเพิ่งนึกขึ้นได้
ที่นี่ไม่ใช่โรงผลิตในเมืองโยวหลัน นี่คือบ้านในหมู่บ้านสกุลเซียว!
เตียงหลังนี้ ก็ไม่ใช่เตียงที่นางนอนในยามปกติ แต่เป็นเตียงที่เซียวยวี่นอน
นางเคยนอนบนเตียงนี้ครั้งนั้นครั้งเดียว แต่ในคราวนั้น นางนอนคนเดียว ไม่เหมือนตอนนี้ ที่มีเซียวยวี่อยู่ด้วย
เซียวยวี่ตื่นแล้ว เมื่อเห็นดวงตาคู่โตสดใสของคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมอก เซียวยวี่อดไม่ได้ จึงก้มหน้าลง ประทับจุมพิตลงบนนั้น “ตื่นแล้วหรือ? ”
ในยามปกติ เขาไม่เคยมีโอกาสได้อิ่มเอมกับช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง แต่ตอนนี้พวกเขาล้วนอยู่ที่บ้าน พวกเขามีเวลาอีกมาก!
“อืม เมื่อวานข้า…” เซี่ยยวี่หลัวกล่าวด้วยความมึนงง
นางจำได้ว่าเมื่อคืนนี้ นางนอนหลับไประหว่างที่ดูแลเซียวจื่อเมิ่ง เหตุใดนางถึงจำไม่ได้ว่า นางมาที่ห้องของเซียวยวี่ตั้งแต่เมื่อใดกัน?
“เจ้านอนหลับไป จื่อเมิ่งปลุกเจ้าก็ไม่ตื่น ข้าจึงไปอุ้มเจ้ากลับมา! ” ยังจำท่าทางของเจ้าแมวน้อยจอมขี้เกียจตัวนี้ที่นอนหลับไปเมื่อคืนได้ เดิมทีเขาไม่ได้นอนเร็วถึงเพียงนั้น แต่อากาศหนาวยิ่งนัก เขาเกรงว่าอาหลัวนอนคนเดียวจะหนาว จึงมานอนด้วย
เดิมทีนึกว่าเขาต้องลืมตารออีกนาน ที่ไหนได้ เพียงเขาหลับตา ได้กลิ่นหอมตรงปลายจมูก กอดร่างอ่อนนุ่มไว้ในอ้อมอก ตัวเขาเองก็นอนหลับไปเช่นกัน