ทะลุมิติไปเป็นภรรยาชาวสวนของท่านบัณฑิต - เล่มที่ 15 บทที่ 504 ชั่วชีวิตนี้ นางต้องอยู่อย่างเดียวดาย
- Home
- ทะลุมิติไปเป็นภรรยาชาวสวนของท่านบัณฑิต
- เล่มที่ 15 บทที่ 504 ชั่วชีวิตนี้ นางต้องอยู่อย่างเดียวดาย
บทที่ 504 ชั่วชีวิตนี้ นางต้องอยู่อย่างเดียวดาย
วันที่สามฟ้ายังไม่สว่าง เซี่ยจู่ฟาและหลู่เจินก็พาเด็กสองคนมาแล้ว
เซียวยวี่ร่างหนังสือขอออกจากตระกูลเพื่อตัดความสัมพันธ์ระหว่างบิดาและบุตรสาว ให้เซี่ยจู่ฟาลงนาม
ทั้งสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งมอบเงิน อีกฝ่ายลงนาม และเซี่ยจู่ฟายังประทับรอยนิ้วมือของตัวเองลงไปด้วย ก่อนจะถือตั๋วเงินไว้ด้วยแววตาเป็นประกาย
เซี่ยยวี่หลัวเคยพบเขาสองหนแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่นางเห็นแววตาบิดาผู้นี้สว่างสดใสถึงเพียงนี้!
เมื่อเห็นตั๋วเงิน ก็ดูจะมีความสนิทสนมกว่าเห็นบุตรสาวของตนเองเสียอีก!
หลู่เจินตื่นเต้นดีใจจนพูดจาติดขัด “พ่อ พ่อของลูก ข้า… ข้าไม่ได้ดูผิดกระมัง นี่เป็นเงินห้าร้อยตำลึงจริงหรือ? ”
เซี่ยจู่ฟาถือตั๋วเงินไว้แน่น ราวกับเกรงว่าจะมีคนแย่งตั๋วเงินของเขาอย่างไรอย่างนั้น “จริงแท้แน่นอน บนนี้เขียนไว้อย่างชัดเจนว่าห้าร้อยตำลึง ยังมีตราประทับสีแดงของร้านแลกตั๋วเงินด้วย! ไม่ผิดแน่”
เซี่ยเมี่ยวกล่าวด้วยท่าทางตื่นเต้น “ท่านแม่ ข้าจะซื้อเสื้อตัวใหม่ และจะซื้อเครื่องประดับทองหนึ่งชุดด้วยเจ้าค่ะ! ”
หลู่เจินรับคำ “ซื้อ ต้องซื้อแน่”
เซี่ยคุนเองก็เอ่ยขึ้นเช่นกัน “ท่านพ่อ ข้าก็จะกินของอร่อยขอรับ! ”
เซี่ยจู่ฟากล่าวตอบบุตรชาย “กิน ต้องกินแน่! ”
ครอบครัวสี่คนปรึกษาหารือกันเรื่องการใช้เงินห้าร้อยตำลึงด้วยท่าทางตื่นเต้นดีใจ เซี่ยยวี่หลัวยืนพิงตรงวงกบประตู มองดูครอบครัวนี้ด้วยแววตาเย็นเยียบ
พวกเขาช่างเป็นครอบครัวที่กลมเกลียวมีความสุขเสียจริง!
เซี่ยยวี่หลัวนะเซี่ยยวี่หลัว เจ้าถือเป็นตัวอะไร?
หัวใจกระตุกอย่างฉับพลัน เซี่ยยวี่หลัวรู้ว่า เจ้าของร่างเดิมกำลังเศร้าโศกเสียใจ
นางคงเป็นเด็กที่ขาดความรักกระมัง ดังนั้นจึงใช้ความยโสโอหังและหยิ่งผยองเพื่อปิดบัง ไม่เคยมีผู้ใดสอนนางว่าควรรักผู้อื่นหรือถูกรักอย่างไร ชั่วชีวิตนี้ นางถูกกำหนดแล้วว่าต้องอยู่อย่างเดียวดาย
เซี่ยยวี่หลัวน้ำตาซึม โดยมีเซียวยวี่เฝ้ามองด้วยความเป็นห่วงอยู่ข้างๆ นึกว่านางร่ำไห้เพราะความเย็นชาของคนในครอบครัว เขาโอบกอดนางไว้ในอ้อมอก ปลอบโยนเสียงเบา “อาหลัว เจ้ายังมีข้า”
“อืม! ” เซี่ยยวี่หลัวขานตอบพลางพยักหน้า เช็ดคราบน้ำตาจนแห้ง
ชั่วชีวิตนี้ นางไม่ต้องการผู้ใด ขอเพียงอายวี่ผู้เดียว
เซี่ยจู่ฟาได้เงินมา ก็รีบเก็บเข้าไปในอกเสื้อ ซ่อนไว้อย่างดี
เซียวยวี่เดินขึ้นหน้า “ในเมื่อท่านได้เงินแล้ว ทั้งยังลงนามในหนังสือตัดความสัมพันธ์ นับแต่นี้ไป อาหลัวกับตระกูลเซี่ย ก็ไม่มีความเกี่ยวข้องกันอีก! ”
เซี่ยจู่ฟาโบกมือ “ไม่มีก็ไม่มี ข้าจะคิดเสียว่าไม่เคยมีลูกสาวคนนี้! ”
ลูกสาวคนนี้ มีค่าห้าร้อยตำลึง
กล่าวจบ จึงสาวเท้าก้าวใหญ่เดินจากไป เขามีธุระมากมายที่ยังไม่ได้ทำ เมื่อมีเงินห้าร้อยตำลึง พวกเขาก็จะได้มีชีวิตที่ดีแล้ว
เด็กสองคนรีบตามไป
หลู่เจินไปเป็นคนสุดท้าย หันกลับมามองเซี่ยยวี่หลัวด้วยแววตาแฝงเจตนาร้าย จากนั้นจึงแสยะยิ้ม “นี่ยวี่หลัว มิน่าล่ะบิดาของเจ้าถึงไม่ชอบเจ้า ดูเจ้าสิหน้าตาเช่นนี้ บิดาเจ้าจะคิดอย่างไร? ”
ไม่รอให้เซี่ยยวี่หลัวถามอะไร หลู่เจินก็หนีไปแล้ว
เดินไปไกลถึงเพียงนั้น ยังได้ยินเสียงโวยวายของพวกเขา กำลังหารือกันว่าจะใช้เงินอย่างไร
เซียวยวี่หันกลับมา เห็นเซี่ยยวี่หลัวกำลังค่อยๆ เดินมาหาเขา
นางเดินมาตรงหน้าเซียวยวี่ ยื่นมือทั้งคู่ออกมา โอบเอวผอมแข็งแรงของเซียวยวี่ไว้ ก่อนจะพิงศีรษะตรงอกของเซียวยวี่ ได้ยินเสียงหัวใจของเขาที่เต้นอย่างทรงพลัง “อายวี่ ตอนนี้เจ้าควรบอกข้าแล้วหรือยังว่าได้เงินมาจากที่ใด? ”
เซียวยวี่ขานตอบทีหนึ่ง “ข้าขายเรือนในอำเภอกว่างชางไปแล้ว”
ถึงแม้จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่เมื่อเซี่ยยวี่หลัวได้ฟังดังนั้น ภายในใจยังคงรู้สึกเสียใจอยู่ดี “นั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่ท่านพ่อท่านแม่เหลือไว้ให้เจ้าหรือ? ”
“อืม” เซียวยวี่พยักหน้า เอื้อมมือไปลูบปอยผมที่ลู่ลงมาตรงหน้าผากเซี่ยยวี่หลัว “เป็นเพียงเรือนว่างเปล่าหลังหนึ่ง”
เซี่ยยวี่หลัวรู้สึกผิดยิ่งนัก “แต่นั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่ท่านพ่อท่านแม่ทิ้งไว้ให้เจ้า อายวี่ ข้าขอโทษ! ”
“เด็กโง่! ” เด็กสองคนกลับห้องไปนานแล้ว ภายในลานจึงเหลือเพียงเซียวยวี่และเซี่ยยวี่หลัว เขาโอบกอดนางไว้แน่น กล่าวด้วยความสงสาร “พวกเราเป็นสามีภรรยา เจ้าจะขอโทษทำไม? เด็กโง่ เหตุใดเจ้าถึงโง่นัก? เรื่องที่พวกเขาเคยทำกับเจ้าในอดีต เหตุใดถึงไม่บอกข้า? ”
เซี่ยยวี่หลัวส่ายหน้า “ไม่มีอะไรน่าพูดถึง ล้วนแต่เป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้ว ข้าลืมไปหมดแล้ว! ”
ในนิยายไม่เคยกล่าวถึง เซี่ยยวี่หลัวเองไม่มีความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม นางเองก็ไม่เคยรู้ ว่าตอนอยู่บ้านตระกูลเซี่ย เจ้าของร่างเดิมต้องใช้ชีวิตเยี่ยงสัตว์เลี้ยง!
เซียวยวี่เพียงคิดว่าเซี่ยยวี่หลัวไม่อยากเอ่ยถึงเรื่องที่ผ่านไปแล้ว เขายิ่งรู้สึกปวดใจ “อาหลัว เจ้ายังมีข้า! ”
“ใช่ ข้ายังมีเจ้า! ” เซี่ยยวี่หลัวก็โอบกอดเซียวยวี่ไว้แน่น ในห้วงภวังค์หวนคิดถึงคำพูดประโยคสุดท้ายของหลู่เจิน
มิน่าล่ะบิดาของเจ้าจึงไม่ชอบเจ้า เจ้าหน้าตาเช่นนี้ จะให้บิดาของเจ้าคิดอย่างไร?
วาจานี้ หมายความว่าอย่างไร?
เซี่ยยวี่หลัวขมวดคิ้วมุ่น คิดถึงรูปลักษณ์หน้าตาของเซี่ยจู่ฟา นางกับเซี่ยจู่ฟา ระหว่างสองคนไม่มีจุดที่เหมือนกันแม้แต่อย่างเดียว กลับเป็นเซี่ยเมี่ยวและเซี่ยคุน ที่รูปลักษณ์หน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับเซี่ยจู่ฟาอยู่บ้าง
วาจาประโยคสุดท้ายของหลู่เจินที่แฝงความนัยลึกซึ้งนั่น นางสามารถเข้าใจได้ว่า มารดาของนางสวมเขาให้เซี่ยจู่ฟาได้หรือไม่?
เมื่อความคิดนี้ผุดขึ้นมา เซี่ยยวี่หลัวก็รีบส่ายหน้า ดูหมิ่นเหยียดหยามมารดาของตนเองเช่นนี้ได้อย่างไร ไม่มีทาง ไม่มีทางแน่!
แต่เมื่อมีความคิดเช่นนี้ เซี่ยยวี่หลัวก็อยากไปยืนยัน เพียงแต่นางไม่รู้จักคนตระกูลฟ่านแม้แต่คนเดียว นอกจากนั้น นางก็ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับเซี่ยจู่ฟาแล้ว จึงได้แต่ปล่อยไป
เรื่องที่คนตระกูลเซี่ยว่าร้ายเซี่ยยวี่หลัว ไม่ได้แพร่สะพัดไปในหมู่บ้าน ตรงกันข้าม ทุกคนกลับเป็นมิตรกับเซี่ยยวี่หลัวมากขึ้นเพราะเรื่องนี้ ทั้งยังลดอคติที่มีต่อเซี่ยยวี่หลัวลง
อีกทั้งยังมีคนบางกลุ่ม ที่รู้สึกเลื่อมใสเซี่ยยวี่หลัวเสียยิ่งกว่าอะไร บุรุษที่ยังไม่แต่งงาน ก็เห็นเซี่ยยวี่หลัวเป็นแบบอย่างสตรีที่พวกเขาจะแต่งงานด้วย
ภาพเหตุการณ์ที่นางปกป้องสามีอย่างอาจหาญนั่น ทำให้คนจำนวนไม่น้อยกล่าวถึงไม่หยุด
สตรีจำนวนหนึ่งก็รู้สึกนับถือเซี่ยยวี่หลัวเป็นอย่างมาก ขอเพียงอยู่ด้วยกัน หญิงชาวบ้านเหล่านั้นก็เป็นมิตรกับเซี่ยยวี่หลัวมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากนั้น เซี่ยยวี่หลัวยังช่วยให้พวกเขาหาเงินได้ไม่น้อย คนทั้งหมู่บ้านจึงสนิทสนมเป็นมิตรกับเซี่ยยวี่หลัวมากขึ้น
เซี่ยยวี่หลัวครุ่นคิดเกี่ยวกับวาจาของหลู่เจินมาตลอด แต่นางไม่ได้คิดนานนัก เซี่ยงซิงปังก็ส่งข่าวคราวมา
อีกไม่กี่วันน้ำดอกไม้จะมาถึงเมืองโยวหลันแล้ว
เซี่ยยวี่หลัวรู้สึกดีใจยิ่งนัก จึงไปหาคน จัดเตรียมโรงผลิต เมื่อตระเตรียมทุกสิ่งเรียบร้อย จึงเริ่มทำงาน
ฤดูใบไม้ผลิผ่านไป ก็เข้าสู่ฤดูหนาว
เลี่ยวซื่อสามารถแบกรับหน้าที่เพียงลำพังได้แล้ว หญิงชาวบ้านสองคนที่นางจ้างมาก็คล่องแคล่วว่องไว เซี่ยยวี่หลัวเฝ้าดูอยู่ระยะหนึ่ง สองคนนี้ค่อนข้างเชื่อฟัง ขยันขันแข็ง เป็นคนซื่อสัตย์ บัดนี้งานเกี่ยวกับการทำสบู่ล้วนแต่เป็นเลี่ยวซื่อที่รับผิดชอบ ส่วนเซี่ยยวี่หลัวก็ทำสิ่งอื่นอย่างตั้งอกตั้งใจ
เซี่ยยวี่หลัวมอบหมายงานสำคัญต่างๆ ในโรงผลิดให้เลี่ยวซื่อรับผิดชอบ ส่วนนางก็นำน้ำดอกไม้และขวดเครื่องแก้วที่สั่งทำไว้จำนวนหนึ่งกลับหมู่บ้านสกุลเซียว