ทะลุมิติไปเป็นภรรยาชาวสวนของท่านบัณฑิต - เล่มที่ 15 บทที่ 510 ได้ผู้ช่วยมือดีมาหนึ่งคน
บทที่ 510 ได้ผู้ช่วยมือดีมาหนึ่งคน
เดิมทีเซี่ยยวี่หลัวคิดจะพักอยู่ในจังหวัดจิ้นชางอีกหนึ่งคืน วันที่สี่ค่อยพาเด็กๆ ไปเที่ยวเล่นในจังหวัดจิ้นชางหนึ่งวัน แต่นางไม่ได้เที่ยวเล่นอย่างที่ตั้งใจไว้ นางเช่ารถม้าหนึ่งคัน กลับเมืองโยวหลันไป
เมื่อถึงเมืองโยวหลันฟ้าก็มืดแล้ว แต่เซี่ยยวี่หลัวยังคงสงบใจ
วันรุ่งขึ้น พาเด็กๆ เที่ยวเล่นในตัวเมือง ก็ได้เหมือนกัน
นางต้องไปหาฮวาเหนียง
ฮวาเหนียงพักอาศัยอยู่ที่ฮวาหม่านยี เซี่ยยวี่หลัวและเซียวยวี่จึงนำของฝากไปที่นั่น
ฮวาเหนียงคิดไม่ถึงว่าเซี่ยยวี่หลัวจะมาคารวะวันปีใหม่ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง
นางเงียบเหงายิ่งนัก ช่วงปีใหม่เหลือนางเพียงคนเดียว การมาเยือนของเซี่ยยวี่หลัวทำให้ฮวาเหนียงมีความสุขไม่น้อย คุยไปคุยมาจึงคุยถึงเรื่องกิจการในปีหน้า
ผลกำไรของฮวาหม่านยีในปีนี้สูงกว่าปีที่ผ่านมากว่าสองส่วน ฮวาเหนียงรู้สึกดีใจเสียยิ่งกว่าอะไร “หากกำไรเพิ่มด้วยความเร็วเท่านี้ต่อไป ฮวาหม่านยีของข้า คาดว่าอีกสักสองปีก็สามารถไปเปิดสาขาที่เมืองหลวงได้แล้ว”
เซี่ยยวี่หลัวยิ้ม “เหตุใดถึงไม่ไปเล่า? ข้าเปิดหยิงเซียงเก๋อที่เมืองหลวง ส่วนฮวาหม่านยีของท่านก็เปิดอยู่ข้างๆ ข้า พวกเราจะได้ดูแลช่วยเหลือซึ่งกัน ดีหรือไม่? ”
ฮวาเหนียงหัวเราะ “เช่นนั้นก็ดี พวกเราบุกไปให้ถึงเมืองหลวง ไปเจริญรุ่งเรืองที่เมืองหลวงต่อ! ”
ราวกับได้เห็นฮวาหม่านยีไปเปิดที่เมืองหลวงอย่างแท้จริงแล้วอย่างไรอย่างนั้น ฮวาเหนียงรู้สึกตื่นเต้นยิ่งนัก “เช่นนั้นข้าก็ถือว่าทำความฝันในชีวิตนี้ของพวกเราสำเร็จแล้ว”
พวกเรา?
เซี่ยยวี่หลัวรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แต่ไม่นานก็ตระหนักแล้ว จึงไม่ได้ถามอีก
นางรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “ถงเต๋อกลับมาหรือยัง? เขาช่วยงานไว้มากถึงเพียงนี้ ข้าต้องให้ซองแดงอย่างดีกับเขา! ”
“กลับมาแล้ว วันนี้เขาจะมาคารวะวันปีใหม่เช่นกัน คาดว่าใกล้มาถึงแล้ว” เมื่อกล่าวถึงถงเต๋อ น้ำเสียงของฮวาเหนียงแฝงเร้นด้วยความเสียดายเล็กน้อย
ทว่า เซี่ยยวี่หลัวไม่ทันสังเกต
กล่าวถึงผู้ใด ผู้นั้นก็มาถึง ถงเต๋อมาแล้ว
เซี่ยยวี่หลัวหยิบซองแดงขนาดใหญ่ยื่นส่งให้ “ถงเต่อ ช่วงที่ผ่านมา ลำบากเจ้าแล้ว! ”
เซี่ยยวี่หลัวมอบเงินค่าแรงแต่ละเดือนให้ถงเต๋อตามอัตราค่าแรงของเมืองหลวง
ถงเต๋อไม่รับ “ฮูหยินมอบเงินค่าแรงให้ข้าน้อยแล้ว ข้าน้อยรับไม่ได้ขอรับ! ”
“รับไม่ได้อะไรกัน ข้ามอบซองแดงให้ฮวาเหนียงเช่นกัน! ระหว่างช่วงที่เจ้าไม่อยู่ ฮวาเหนียงเหนื่อยแทบแย่” ถงเต๋อติดตามฮวาเหนียงมานานหลายปี งานหลายอย่างไม่จำเป็นต้องให้ฮวาเหนียงออกคำสั่ง ถงเต๋อก็รู้แล้วว่าควรทำเช่นไร
ระหว่างที่ถงเต๋ออยู่ ฮวาเหนียงสบายมาก เมื่อถงเต๋อไป ฮวาเหนียงกลับงานยุ่งจนแทบไม่ได้พักอยู่ระยะหนึ่ง
ถงเต๋อมองฮวาเหนียงแวบหนึ่ง แววตาฉายประกายแสงเล็กน้อย แฝงเร้นด้วยความรู้สึกเห็นใจ
ฮวาเหนียงเองก็เห็นถึงความเสียดายและสับสนของถงเต๋อ จึงทอดถอนใจก่อนกล่าว “มาถึงขั้นนี้แล้ว เจ้ามีอะไรก็บอกกับยวี่หลัวเถิด”
เซี่ยยวี่หลัวหันมองฮวาเหนียง เอ่ยถามด้วยความสงสัย “เรื่องอะไรหรือ? ”
ถงเต๋อคุกเข่าดังตุบต่อหน้าเซี่ยยวี่หลัว เซี่ยยวี่หลัวตกใจสะดุ้ง “นี่เจ้าจะทำอะไร? ”
“ฮูหยินเซียว ข้า… ข้าอยากไปเมืองหลวง ช่วยดูแลร้านให้ท่านขอรับ” ถงเต๋อตัดสินใจอย่างยากลำบาก ในที่สุดก็บอกกล่าวสิ่งที่ตัวเองคิดออกมา
ช่วงที่เขาอยู่ในเมืองหลวง ได้ผ่านเหตุการณ์มากมาย มีทั้งดีและร้าย จากตอนแรกที่สับสนมึนงงจนถึงตอนท้ายที่รับมือได้อย่างช่ำชอง ทำให้เขาคุ้นชินกับสถานการณ์ผกผันยากจะคาดเดาและความเจริญรุ่งเรืองของเมืองหลวงแล้ว
เซี่ยยวี่หลัวมองฮวาเหนียงด้วยอาการงุนงง
ถงเต๋อเป็นคนที่ดีเยี่ยมมาก หากได้ถงเต๋อมาช่วยดูแลกิจการที่เมืองหลวง ย่อมเป็นเรื่องดีที่สุด ก่อนหน้านี้นางยังกังวลว่าหากถงเต๋อกลับเมืองโยวหลัน จะให้ผู้ใดไปช่วยดูแลกิจการที่เมืองหลวง!
บัดนี้ถงเต๋อบอกว่าจะไปเมืองหลวง ทำให้เซี่ยยวี่หลัวทั้งตื่นเต้นยินดี ทั้งรู้สึกไม่สบายใจ
ถงเต๋อเป็นคนที่ฮวาเหนียงอบรมบ่มเพาะมากับมือ ถึงแม้นางอยากได้ แต่จะชิงของรักของผู้อื่นไม่ได้
ฮวาเหนียงยิ้ม “เดิมทีก็รู้สึกเสียดาย แต่ตอนนี้ลองคิดดู ก็ต้องยอมปล่อยไป! อย่างไรเสียฮวาหม่านยีของข้าก็ต้องไปเปิดที่เมืองหลวง หากให้ถงเต๋อไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่เมืองหลวงก่อน ต่อไปช่วยพวกเราดูแลร้าน ก็ไม่เลวกระมัง? ”
เซี่ยยวี่หลัว “ฮวาเหนียง ถงเต๋อเป็นผู้ดูแลที่โดดเด่น…”
“ถูกต้อง เพราะเด็กคนนี้โดดเด่น ดังนั้นจึงต้องให้เขาไปเมืองหลวง! ถึงแม้ข้าจะเสียดาย แต่เด็กคนนี้มองการณ์ไกล มีอุดมการณ์ ข้าจะรั้งตัวกีดกันเขาไม่ได้ เขาอยากโบยบิน ข้าคงผูกมัดปีกของเขาไว้ไม่ได้! ”
ฮวาเหนียงเดินขึ้นหน้าไปพยุงถงเต๋อให้ลุกขึ้น “ข้ารู้ว่าเจ้ารู้สึกผิดต่อข้า ตอนแรกข้ารู้สึกโมโหและเสียดายอยู่บ้างก็จริง แต่ตอนนี้คิดตกแล้ว เจ้าไปเถิด เมืองหลวงกว้างใหญ่ถึงเพียงนั้น ยวี่หลัวเองไม่อยู่เมืองหลวง กิจการของนางต้องหาคนที่ไว้ใจได้ช่วยดูแล เจ้าติดตามอยู่ข้างกายข้ามานานปี เจ้าเป็นคนอย่างไร ภายในใจข้าย่อมรู้ดี ได้เจ้าช่วยยวี่หลัวดูแลกิจการ ข้าก็รู้สึกวางใจเป็นพิเศษ”
ถงเต๋อรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง หากไม่ใช่เพราะคำนึงถึงเรื่องที่ตอนนี้ยังอยู่ระหว่างช่วงเทศกาลปีใหม่ น้ำตาก็แทบไหลรินแล้ว “เถ้าแก่เนี้ย…”
“เจ้าห้ามร้องไห้ นี่ยังปีใหม่อยู่เลย! หากเจ้าร้องไห้ แล้วทำให้โชคดีตลอดปีของข้าหายไป ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าไปแน่! ” ถึงแม้ฮวาเหนียงจะเสียดาย แต่ก็จำต้องปล่อยไป
เซี่ยยวี่หลัวได้ผู้ช่วยมือดีอย่างถงเต๋อมา ยามต้องจัดการธุระย่อมปล่อยให้ถงเต๋อลงมือเต็มที่
วันรุ่งขึ้นถงเต๋อก็จะเดินทางเข้าเมืองหลวง หลังจากเขาไปรายงานเซี่ยยวี่หลัวถึงสิ่งที่ควรทำในปีนี้ เซี่ยยวี่หลัวเพียงบอกเขาสองเรื่อง
เรื่องแรกคือต้องยิ้มรับลูกค้า แต่อย่าได้ทำตัวต้อยต่ำ ต้องคงศักดิ์ศรีของมนุษย์ไว้
เรื่องที่สองคือเมื่อใดที่มีเงิน ให้รีบไปหาหน้าร้านสองห้องที่อยู่ติดกัน ห้องหนึ่งเป็นของหยิงเซียงเก๋อ อีกห้องหนึ่งเป็นของฮวาหม่านยี
ฮวาเหนียงมอบผู้ช่วยมือดีถึงเพียงนี้ให้นาง เซี่ยยวี่หลัวก็คิดจะมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้ฮวาเหนียงเช่นกัน
ถงเต๋อเดินทางพร้อมภารกิจที่เซี่ยยวี่หลัวมอบให้
เทศกาลปีใหม่ในปีจิ่งเซวียนที่หก ในที่สุดก็ผ่านไปท่ามกลางบรรยากาศครื้นเครง
เซียวยวี่ไม่ได้ไปสอนหนังสืออีก แต่อยู่บ้านอ่านตำราอย่างใจจดใจจ่อ เตรียมตัวสำหรับการสอบระดับท้องถิ่นในเดือนสอง
นโยบายด้านการสอบของต้าเยว่ถือว่าไม่เข้มงวดนัก การสอบระดับท้องถิ่นจะจัดขึ้นทุกปี แต่การสอบระดับภูมิภาคของจวี่เหรินจะจัดสามปีต่อหนึ่งครั้ง
หากฤดูใบไม้ผลิปีนี้สามารถสอบผ่านในระดับท้องถิ่น ฤดูใบไม้ร่วงก็สามารถร่วมสอบระดับภูมิภาคได้แล้ว
เนื่องจากเป็นห่วงว่าเซียวยวี่ไปสอบตามลำพังจะไม่มีคนดูแล เซี่ยยวี่หลัวจึงอยากหาคนที่ไว้ใจได้สักหนึ่งคน ทั้งยังต้องเป็นคนที่ขยันขันแข็งทำงานว่องไวติดตามเซียวยวี่ไปด้วย จะได้ดูแลเซียวยวี่
นางคิดถึงคนคนหนึ่งทันที
เซี่ยยวี่หลัวไปหาเก๋อวั่ง เริ่มจากถามความคิดเห็นเก๋อวั่งก่อน เมื่อเก๋อวั่งได้ยินว่าจะให้เหลียงหยวนตามอาจารย์ไปสอบ ก็ตอบตกลงทันที ทางเก๋อเหลียงหยวนเองย่อมเห็นด้วย บอกว่าจะดูแลท่านอาจารย์ให้ดี เรื่องนี้จึงตกลงตามนี้
หลังจากผ่านช่วงปีใหม่ เด็กสองคนโตขึ้นอีกหนึ่งปี ต่างก็ว่าง่ายรู้ความขึ้นไม่น้อย ทั้งยังรู้ว่าพี่ใหญ่และพี่สะใภ้ใหญ่ลำบาก งานภายในบ้าน เด็กสองคนจึงแย่งกันทำ ส่วนเซี่ยยวี่หลัวก็ทำสบู่รอของอยู่ทุกวัน พร้อมกับไปดูผลการผลิตของพวกเลี่ยวซื่อที่โรงผลิตเป็นครั้งคราว แต่ละวันผ่านไปอย่างราบรื่น เพียงไม่นานก็เข้าสู่เดือนสองแล้ว