ทะลุมิติไปเป็นภรรยาชาวสวนของท่านบัณฑิต - เล่มที่ 15 บทที่ 512 พร้อมหน้าอีกครั้งในอำเภอกว่างชาง
- Home
- ทะลุมิติไปเป็นภรรยาชาวสวนของท่านบัณฑิต
- เล่มที่ 15 บทที่ 512 พร้อมหน้าอีกครั้งในอำเภอกว่างชาง
บทที่ 512 พร้อมหน้าอีกครั้งในอำเภอกว่างชาง
ส่วนทางเซียวยวี่ ไปถึงอำเภอกว่างชาง ในที่สุดก็เข้าสู่สนามสอบ
ก่อนจะเข้าไป เขาหันมองไปทางทิศเมืองโยวหลันอยู่นาน
เก๋อเหลียงหยวนกำลังหิ้วหีบไม้ไผ่และอาหารจำนวนหนึ่งที่เก็บรักษาได้ง่าย ซึ่งอาจารย์หญิงได้ให้เขาจัดเตรียมไว้ก่อนหน้านี้ เขารู้ว่าอาจารย์กำลังมองอะไร!
เซียวยวี่มองอยู่นาน จวบจนเสียงตะคอกตำหนิดังมาจากด้านใน เซียวยวี่จึงหันตัวเดินเข้าไปในสนามสอบ
ไม่มีผู้ใดเห็น ว่ามือที่ลู่อยู่สองข้างลำตัวของเขากำหมัดไว้แน่น
คราวนี้ เขาต้องทุ่มเทสุดความสามารถ!
เมื่อเข้าเดือนสาม บุปผานานาชนิดเบ่งบาน สอบติดต่อกันนานหลายวัน ในที่สุดก็ออกจากสนามสอบ
เซียวยวี่ตัดสินใจจะกลับบ้านสักหนหนึ่ง
ต่อให้มีเวลาเพียงครึ่งวัน เขาก็ต้องกลับบ้านไปดู
เขาเคร่งเครียดตลอดเวลา ย่อมไม่เห็นว่ามีคนกำลังเดินสวนมา จึงชนเข้าใส่ทีหนึ่ง
คนผู้นี้ร่างกายบอบบาง ถูกเซียวยวี่ชนจนเซถอยหลัง เซียวยวี่รีบเดินขึ้นหน้า คว้าจับแขนของคนผู้นั้นไว้ ก่อนดึงกลับมา
“ขอบคุณ ขอบคุณคุณชาย! ” คนที่ถูกชนเอ่ยปากก่อน ข้างๆ มีผู้ติดตาม บ่นพึมพำอย่างไม่เข้าใจ “คุณชาย เขาเป็นคนชนท่านชัดๆ เหตุใดท่านถึงต้องขอขมาเขาด้วย! ”
เก๋อเหลียงหยวนกำลังจะกล่าวว่าพวกเจ้าเดินผิดทางชัดๆ พวกเจ้าเป็นฝ่ายขวางทางพวกเรา กลับได้ยินคุณชายน้อยผู้นั้นกล่าวตำหนิด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เจ้าไม่เห็นหรือว่าพวกเราเดินผิดทาง? เช่นนี้ไม่เรียกว่าเขาชนเรา แต่เป็นเราต่างหากที่ขวางทางเขา”
คุณชายน้อยผู้นั้นประสานมือพลางขอขมาอีกหลายหน
เซียวยวี่มีเรื่องกลัดกลุ้มใจ เพียงกล่าวว่าไม่เป็นอะไรด้วยสีหน้าเรียบสงบ ก่อนเบี่ยงตัวเดินจากไป
ผู้ที่แต่งกายเป็นบุรุษผู้นั้น เพียงเงยหน้ามองเซียวยวี่แวบหนึ่ง ก็ถึงกับผงะไป
ใบหน้าด้านข้างที่หล่อเหลาประหนึ่งงานแกะสลักที่ละเอียดประณีต แค่เห็นก็ทำให้ตกอยู่ในภวังค์เคลิบเคลิ้ม จมดิ่งอยู่ในนั้น ไม่อาจถอนตัวได้อีก
บุรุษผู้สวมใส่ชุดหรูหรามองเซียวยวี่จนหายลับไปด้วยอาการเหม่อลอย อีกฝ่ายเดินไปจนมองไม่เห็นแล้ว แต่คุณชายผู้นั้นก็ยังคงยืนเหม่อ ก่อนจะพึมพำประโยคหนึ่งออกมา
“คุณชายสง่าอ่อนโยนดุจหยกงาม ห่มอาภรณ์ขาวหล่อเหลามิอาจหาใดเทียม”
คนที่อยู่ข้างๆ ตะโกน “คุณชาย ท่านกำลังดูอะไรอยู่หรือ? ”
คุณชายผู้นั้นไม่ได้กล่าวอะไร สายตายังคงจับจ้องไปทางทิศที่คุณชายชุดขาวเดินจากไปอย่างสง่างาม
“จิ้งอัน…”
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง คุณชายผู้นั้นเพิ่งเรียกสติกลับคืน เขาหันกลับมา ตื่นจากภวังค์เหม่อลอยเมื่อครู่นี้ ดวงหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “พี่ชาย…”
เก๋อวั่งรู้ว่าเซียวยวี่จะสอบเสร็จวันนี้ คุยกันไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ว่าวันนี้เขาจะรอพวกเขาในตำแหน่งที่นัดหมายกันไว้
เซียวยวี่เดินไปหาด้วยท่าทางเร่งรีบ เมื่อเห็นเก๋อวั่ง ประโยคแรกที่กล่าวคือ “ท่านลุงเก๋อ ส่งข้ากลับบ้าน! ”
เก๋อวั่งผงะไป “อาจารย์ ประเดี๋ยวก็ต้องสอบอีกครั้ง พวกเรายังต้องรีบเดินทางไปจังหวัดจิ้นชาง หากกลับบ้าน ทั้งไปทั้งกลับ ข้าเกรงว่าจะไม่ทันเวลา! ”
“ไม่เป็นอะไร ท่านพาข้ากลับไปก่อน! ” หลายวันมานี้เซียวยวี่ต้องสอบ ขอเพียงหยุดพัก ในห้วงความคิดก็คิดถึงแต่อาหลัว
ทั้งเป็นห่วง ทั้งหวาดกลัว วิตกกังวลประหนึ่งมีคลื่นน้ำถาโถมเข้ากลางใจ
เก๋อวั่งปิดปากหัวเราะ
เก๋อเหลียงหยวนร้อนใจนัก “ท่านพ่อ เวลานี้แล้วยังจะหัวเราะอีกหรือขอรับ…”
ท่านอาจารย์เป็นห่วงความปลอดภัยของอาจารย์หญิง!
เก๋อวั่งยังคงหัวเราะร่า
“พี่ใหญ่! ” เวลานี้เอง เสียงเด็กผู้ชายดังขึ้นจากภายในรถม้า เซียวยวี่ได้ยินก็รู้สึกยินดียิ่ง “อาเซวียน! ”
ม่านรถถูกเลิกขึ้น เซียวจื่อเซวียนพุ่งพรวดออกมาจากด้านใน “พี่ใหญ่…”
เซียวยวี่มองเขาจากศีรษะจรดปลายเท้า เมื่อเห็นว่าเขาไม่เป็นอะไร ในที่สุดความรู้สึกวิตกกังวลก็ผ่อนคลายลง เขาไม่ได้ถามอะไรแม้แต่คำเดียว เพียงกล่าว “พี่สะใภ้ใหญ่ของเจ้าเล่า? ”
เซียวจื่อเซวียนได้ฟังดังนั้น ก็บุ้ยปากทันที
พี่ใหญ่ อย่างไรเสียข้าก็เพิ่งรอดพ้นจากเงื้อมมือยมราชไม่ใช่หรือขอรับ? เหตุใดท่านถึงไม่ถามว่าข้าเป็นอย่างไรบ้าง!
ทว่า เซียวจื่อเซวียนเห็นพี่ใหญ่มีท่าทางเป็นห่วงพี่สะใภ้ใหญ่ถึงเพียงนี้ ย่อมรู้สึกดีใจเสียยิ่งกว่าอะไร!
“อายวี่! ” น้ำเสียงอ่อนโยนดังขึ้นจากภายในตัวรถ เซียวยวี่ไหวตัวทีหนึ่ง ก่อนเปิดม่านรถออก
เซี่ยยวี่หลัวกำลังจะลุกไปหา เซียวยวี่รีบสาวเท้าก้าวใหญ่ขึ้นรถม้าไป ย่อตัวมุดเข้าไปด้านใน โผเข้าไปกอดนางไว้ในอ้อมอกทันที
เซียวจื่อเมิ่งที่กำลังนอนหลับอยู่ในอ้อมแขนของนางสะดุ้งตื่น!
พอลืมตาดู ก็เห็นพี่ใหญ่กำลังกอดพี่สะใภ้ใหญ่ไว้แน่น!
นางคั่นอยู่ตรงกลางระหว่างทั้งสองคนราวกับเป็นส่วนเกินอย่างไรอย่างนั้น เซียวจื่อเมิ่งรีบปิดตาไว้ ตะโกนเสียงดังด้วยความตื่นเต้นดีใจ “ข้าไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ไม่เห็นอะไรทั้งนั้นเจ้าค่ะ”
เซี่ยยวี่หลัวผลักเซียวยวี่ออกทันที “ยังมีเด็กอยู่! ”
เซียวยวี่ “…” เขาไม่คิดก่อนด้วยซ้ำ มือยาวคว้าจับเซียวจื่อเมิ่งดันออกจากตัวรถไปทันที
เซียวจื่อเมิ่งขยี้ตาด้วยอาการงัวเงีย เมื่อครู่นี้นางยังอยู่ในรถม้า บัดนี้กลับออกมาอยู่นอกตัวรถเสียแล้ว
คนที่อยู่ภายนอกรถม้าเห็นดังนั้น ต่างก็ปิดปากกลั้นหัวเราะ จากนั้นจึงเดินออกห่างเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ
เซี่ยยวี่หลัว “…” ปฏิบัติต่อเด็กอย่างหยาบกระด้างเช่นนี้ จะดีจริงหรือ?
“อาหลัว ทำให้เจ้าลำบากแล้ว! ” ในที่สุดคนที่ขวางหูขวางตาก็ไปแล้ว เซียวยวี่โอบกอดเซี่ยยวี่หลัวไว้แน่น บอกกล่าวความคิดถึงในใจ “อาหลัว เจ้าคิดถึงข้าหรือไม่? ”
เซี่ยยวี่หลัวก็กอดเซียวยวี่ไว้แน่น บอกกล่าวความคิดถึงที่ไม่ได้พบกันยี่สิบกว่าวัน “คิดถึง ข้าคิดถึงทุกวัน…อือ…”
นางยังกล่าวไม่ทันจบ ก็ถูกเซียวยวี่ปิดปากไว้เสียแล้ว
ไม่ได้ลิ้มรสหอมหวานเช่นนี้มานาน เซียวยวี่ตกอยู่ในภวังค์เคลิบเคลิ้ม แทบอยากกินคนตัวเล็กเข้าไปทั้งตัว เช่นนี้ ไม่ว่าเขาจะไปที่ใด ก็สามารถพานางไปด้วยได้แล้ว นอกจากนั้น นับแต่นี้ไป นางจะเป็นของเขาเพียงผู้เดียว เป็นของเขาคนเดียวตลอดไป!
เซียวยวี่กอดนางไว้แน่นมาก แน่นจนราวกับกลัวว่าเซี่ยยวี่หลัวจะบินหนีไปอย่างไรอย่างนั้น เขาจุมพิตอย่างรุนแรง ความคิดถึงตลอดยี่สิบกว่าวันที่ผ่านมา เขาอยากบอกกล่าวให้นางฟังทั้งหมด
“อาหลัว ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน ไม่มีเวลาใดที่ไม่คิดถึงเจ้า! ” เซียวยวี่กล่าวพึมพำ
เซี่ยยวี่หลัวกลับผลักเขาออกทันที หายใจติดขัด แสร้งทำเป็นกล่าวตำหนิ “เจ้ากำลังสอบก็ยังคิดถึงข้าหรือ? ”
เซียวยวี่กะพริบตาปริบๆ “ใช่! ”
“บอกให้เจ้าตั้งใจสอบอย่างไรเล่า! ” เซี่ยยวี่หลัวกล่าวตำหนิ
“ข้าตั้งใจสอบ ตอนสอบข้าใจจดใจจ่อ แต่ตอนที่ไม่ได้สอบ ก็คิดถึงเจ้าตลอด! ” เซียวยวี่โอบกอดคนร่างบางไว้ในอ้อมอก ยิ้มจนหน้าชื่นตาบาน
เซี่ยยวี่หลัวเองก็ยิ้มตาม ไม่กล่าวเรื่องอื่นอีก “หลายวันที่ผ่านมาอยู่ด้านในคงอึดอัดแย่แล้วกระมัง? ข้าจัดเตรียมอาหารไว้ที่โรงเตี๊ยม พวกเราฉลองกันก่อน พรุ่งนี้ข้าจะส่งเจ้าไปจังหวัดจิ้นชาง! ”
“เจ้าจะไปจังหวัดจิ้นชางด้วยหรือ? ” เซียวยวี่รู้สึกตื่นเต้นดีใจยิ่งนัก
“แน่นอน ข้าจัดการธุระเสร็จหมดแล้ว จึงพาเด็กสองคนไปจังหวัดจิ้นชางพร้อมเจ้า เจ้าสอบอยู่ด้านใน พวกเราจะรอเจ้าอยู่ด้านนอก” เซี่ยยวี่หลัวอยากเป็นประจักษ์พยานในทุกย่างก้าวของเซียวยวี่
เซียวยวี่รู้สึกยินดียิ่ง “ได้ ไปด้วยกัน จริงสิ อาการป่วยของอาเซวียนหายดีตั้งแต่เมื่อใด? ”
ในที่สุดก็นึกขึ้นได้ว่ายังมีน้องชายอีกหนึ่งคน
เซี่ยยวี่หลัวบอกเล่าเรื่องราวของเซียวจื่อเซวียนอย่างเรียบง่าย นางไม่อยากให้อายวี่เป็นห่วง