ทะลุมิติไปเป็นภรรยาชาวสวนของท่านบัณฑิต - เล่มที่ 18 บทที่ 517 เซียวยวี่ที่ไม่รู้จักสำนึกบุญคุณ
- Home
- ทะลุมิติไปเป็นภรรยาชาวสวนของท่านบัณฑิต
- เล่มที่ 18 บทที่ 517 เซียวยวี่ที่ไม่รู้จักสำนึกบุญคุณ
เมื่อเห็นสตรีตัวน้อยที่อยู่ห่างจากตัวเองมีสีหน้าผ่อนคลายลงไม่น้อย ในที่สุดจิตใจของเซียวยวี่ที่วิตกกังวลก็รู้สึกโล่งใจ เขาดึงตัวเซี่ยยวี่หลัวมา กดคนตัวเล็กที่พยายามดิ้นรน นไว้ในอ้อมอกตัวเอง “เด็กโง่ ชั่วชีวิตของข้าเซียวยวี่ เจ้าเป็นสตรีเพียงคนเดียวของข้า!”
“ใครเป็นสตรีของเจ้ากัน?” เซี่ยยวี่หลัวกล่าวเป็นเชิงตำหนิ หน้าแดงถึงใบหู เพราะเมื่อครู่นี้เพิ่งร้องไห้ ดวงตาที่มีหยาดน้ำตาคลอดูน่าสงสารจับใจ
เซียวยวี่เห็นแล้วหัวใจแทบละลาย
เซียวยวี่ยิ้ม “หากไม่ใช่เจ้าแล้วจะเป็นผู้ใด?”
เซี่ยยวี่หลัวกล่าวพึมพำ “ตอนนี้ยังไม่ใช่!”
จริงด้วย ตอนนี้ยังไม่ใช่สตรี ยังเป็นเพียงเด็กผู้หญิง
เซียวยวี่กอดคนในอ้อมอกไว้ ยิ้มพร้อมกล่าว “เด็กโง่ สักวันก็ต้องได้เป็น เจ้าเป็นของข้าคนเดียว คนอื่นอย่าแม้แต่จะคิด!”
เขารู้สึกหัวใจสั่นไหว กล่าวไปพลางก็ก้มลงประทับจุมพิตชุ่มชื้นลงบนหน้าผากเซี่ยยวี่หลัว
เซี่ยยวี่หลัวส่งเสียงเบา โอบกอดเซียวยวี่ไว้แน่น ราวกับกำลังประกาศก้องอย่างไรอย่างนั้น “เจ้าก็เช่นกัน คนอื่นอย่าแม้แต่จะคิด”
เซียวยวี่รู้สึกว่าน่าขัน เจ้าเด็กโง่คนนี้ ในสมองคิดฟุ้งซ่านเรื่องเพ้อเจ้ออะไรกัน
เขาไม่มีทางทำผิดต่ออาหลัว ชั่วชีวิตนี้ไม่มีทาง ต่อให้เป็นชาติหน้า ก็ไม่มีทางเป็นอันขาด
ทั้งสองคนพูดคุยกระซิบกระซาบกันอีกพักใหญ่ เมื่อเห็นว่าในที่สุดเซี่ยยวี่หลัวก็สบายใจ จิตใจของเซียวยวี่ที่วิตกกังวลจึงเบาใจลง
เมื่อเห็นสตรีตัวน้อยนอนอยู่ในอ้อมแขน พร้อมจับคอเสื้อของเขาไว้ขณะนอนหลับสนิท สุดท้ายเซียวยวี่ก็ประทับจุมพิตเบาหวิว
อาจเพราะไม่ได้อยู่กับเขานานเกินไป เด็กโง่คนนี้จึงคิดฟุ้งซ่าน ต่อไป เขาจะไม่ปล่อยให้นางอยู่ตามลำพังเป็นอันขาด
หลายปีให้หลัง เซียวยวี่เป็นขุนนางในราชสำนัก เริ่มจากขุนนางขั้นเก้าเล็กๆคนหนึ่ง จนสุดท้ายได้เป็นขุนนางใหญ่ นอกจากเวลาที่ต้องทำงานในที่ว่าการอำเภอหรือออกไปทำงานข้างนอก จน จำต้องค้างคืนนอกบ้าน เวลาอื่นๆ เขาไม่เคยเตรดเตร่ข้างนอก ไม่กินข้าวนอกบ้าน ไม่เที่ยวสถานเริงรมย์ เมื่อเสร็จกิจในราชสำนักก็จะกลับบ้าน ทำให้ผู้คนไม่น้อยรู้สึกชื่นชม แต่ก็ทำให้ คนไม่น้อยคาดเดาว่าเซียวยวี่ผู้นี้เกรงว่าคงเป็นคนกลัวภรรยา!
ทำได้เพียงคาดเดา ก่อนหน้านี้เป็นขุนนางขั้นเก้าเล็กๆ แต่ก็เป็นขุนนางท้องถิ่น ไม่มีใครกล้ากล่าวอะไร ในภายหลังเข้าไปในเมืองหลวง ก้าวหน้าขึ้นทีละขั้น สุดท้ายเป็นขุนนางใหญ่ ตำแห หน่งราชบัณฑิต อยู่ใต้ผู้เดียวอยู่เหนือคนนับหมื่น ยิ่งไม่มีใครกล้ากล่าวอะไรแม้แต่คำเดียว
ส่วนเซียวยวี่ นับแต่นี้เป็นต้นไป ก็ปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาที่เขาให้ไว้
ชั่วชีวิตนี้ เขาไม่มีทางมีสตรีอื่นที่ไม่ใช่เซี่ยยวี่หลัว และจะไม่ปล่อยให้สตรีอื่นเข้าใกล้ ทั้งยังไม่มีทางเกิดความคิดมิบังควรต่อสตรีอื่นแม้เพียงน้อยนิด
เซียวยวี่กระชับท่อนแขน โอบกอดคนในอ้อมอกแน่นยิ่งขึ้น หลับตาก่อนนอนหลับสนิท
ภายในวัดร้างแห่งหนึ่งในอำเภอกว่างชาง ขอทานกลุ่มหนึ่งเบียดเสียดกันอยู่ภายในวัดร้างคับแคบ กำลังนอนหลับฝันหวาน จู่ๆขอทานคนหนึ่งก็ลืมตาขึ้น ก่อนตะโกนเสียงดัง “อ้อ ในที่สุดข้า าก็รู้แล้วว่าบัณฑิตผู้นั้นคือใคร!”
เขาเขย่าตัวคนข้างๆ “เจ้ายังจำได้หรือไม่ ปีที่แล้ว เขาพักอาศัยอยู่ที่นี่ กินหมั่นโถวพลางอ่านตำรา ตอนนั้นพวกเรายังเคยหัวเราะเยาะเขา บัณฑิตไม่เหมือนบัณฑิต ขอทานไม่เหมือนขอทาน เ เจ้ายังจำได้หรือไม่?”
คนผู้นั้นพลิกตัวทีหนึ่ง เพียงด่าว่านี่มันดึกดื่นเที่ยงคืนแล้ว เจ้าเสียสติหรืออย่างไร ก่อนจะหลับสนิทต่อ
ขอทานผู้นั้นคลำจมูก เหมือนว่าตนเองจะเสียสติจริงด้วย คนเขาเป็นบัณฑิต เกี่ยวอะไรกับเขาที่เป็นขอทานด้วย!
แต่บัณฑิตผู้นี้ ก่อนหน้านี้เคยเบียดเสียดอยู่ในวัดร้างร่วมกับขอทาน ก็ถือเป็นเรื่องใหญ่นี่นา!
ขอทานผู้นั้นหาวทีหนึ่ง เอนตัวลงนอนหลับทันที
นั่นสิ เกี่ยวอะไรกับเขาด้วย!
วันต่อมาทุกคนตื่นเช้ามาก กินอาหารเช้าที่โรงเตี๊ยมเสร็จ ก็ขึ้นรถม้า เก๋อวั่งและเก๋อเหลียงหยวนขับรถม้าอยู่ด้านนอก รถม้าเคลื่อนตัวไปยังจังหวัดจิ้นชางอย่างรวดเร็ว
รถม้าไม่ได้หยุดตลอดทาง ในที่สุดในช่วงค่ำ ก็ไปถึงจังหวัดจิ้นชาง
เซี่ยยวี่หลัวย่อมต้องไปหาโรงเตี๊ยมที่อยู่ใกล้สนามสอบที่สุด
“ขออภัยจริงๆ โรงเตี๊ยมของเราเต็มแล้ว คุณชายไปที่อื่นเถอะ?” เถ้าแก่ยืนอยู่หลังโต๊ะคิดเงิน หยิบป้ายที่บ่งบอกว่าที่พักเต็มแล้วออกมา
เซียวยวี่ยังต่อแถวอยู่ด้านหลัง เมื่อได้ยินว่าไม่มีห้องพักแล้ว จึงหันขวับเดินไปทันที
เวลานี้เอง มีคนผู้หนึ่งเดินเข้ามาจากด้านนอก เดินสวนกับเซียวยวี่
เวินจวิ้นจงเหลือบมองดู รูปร่างหน้าตาของคนผู้นี้ เหมือนกับที่จิ้งอันเคยกล่าวไว้ไม่มีผิดเพี้ยน
เป็นเช่นนั้นจริง บุรุษที่มีรูปลักษณ์หน้าตาเช่นนี้ เหมือนเทพเซียนมาจุติก็มิปาน ยังไม่กล่าวถึงความสามารถของคนผู้นี้ แค่รูปลักษณ์ภายนอก ก็ทำให้สตรีรู้สึกถูกตาต้องใจตั้งแต่แรกพ พบ สามารถทำให้สตรีหัวใจหวั่นไหวได้เลย
“คุณชายท่านนี้ โปรดรอก่อน!” เวินจวิ้นจงเอ่ยเรียกเซียวยวี่ที่ใกล้จะถึงประตู
เซียวยวี่เดินขึ้นหน้าต่อ บ่าวรับใช้ที่อยู่ข้างๆรีบวิ่งไปขวางเซียวยวี่ไว้ “คุณชายท่านนี้ คุณชายของข้ามีธุระจะคุยกับท่าน”
เซียวยวี่หันกลับไป ก็เห็นชายหนุ่มผู้หนึ่งกำลังมองเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เซียวยวี่เอ่ยถามด้วยความสงสัย “มีธุระกับข้า? ข้าไม่รู้จักคุณชายของเจ้า!”
เวินจวิ้นจงเดินมาหา “ข้าแซ่เวิน มีนามว่าจวิ้นจง แบบนี้ก็รู้จักกับคุณชายแล้วไม่ใช่หรือ?”
เซียวยวี่จ้องมองบุรุษตรงหน้าที่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มอย่างระแวดระวัง “คุณชายมีธุระอันใดหรือ?”
เวินจวิ้นจงยิ้มพร้อมกล่าว “คุณชายจะพักโรงเตี๊ยมไม่ใช่หรือ? เหตุใดถึงไม่พักเล่า?”
เซียวยวี่กล่าว “โรงเตี๊ยมเต็มแล้ว”
เวินจวิ้นจงยิ้ม “ใครว่าเต็มแล้ว” เขาโบกมือทีหนึ่ง เถ้าแก่รีบเดินมาหา “คุณชาย…”
“ห้องพิเศษอย่างดีที่เมื่อวานข้าให้ท่านเก็บไว้ ยังมีอยู่ใช่หรือไม่?”
เถ้าแก่รีบพยักหน้า “ยังมี ยังมีขอรับ คุณชายจะใช้ ข้าน้อยจะปล่อยให้คนอื่นเข้าพักได้อย่างไร!”
“เช่นนั้นก็พอดีเลย ข้ารู้สึกถูกชะตากับคุณชายท่านนี้มาก ท่านให้คนพาคุณชายท่านนี้ไปเข้าพัก!” เวินจวิ้นจงยิ้มพร้อมกล่าว
เซียวยวี่ขมวดคิ้ว “ข้าขอขอบคุณในความหวังดีของคุณชาย เพียงแต่ ข้ากับคุณชายไม่เคยรู้จักกันมาก่อน คุณชายมอบให้ผู้อื่นเถอะ!”
กล่าวจบ เซียวยวี่ก็จะเดินจากไป
เวินจวิ้นจงยิ้มพร้อมกล่าว “คุณชายอย่าเพิ่งรีบไป โรงเตี๊ยมแห่งนี้เป็นโรงเตี๊ยมที่ดีและอยู่ใกล้สนามสอบมากที่สุด สภาพแวดล้อมดีและปลอดภัย นอกจากโรงเตี๊ยมแห่งนี้ หากท่านจะหาสถ ถานที่อื่น เกรงว่าต้องเดินทางเป็นเวลานานทีเดียว”
โรงเตี๊ยมแห่งนี้เป็นโรงเตี๊ยมของตระกูลเวิน
หลังจากโรงเตี๊ยมแห่งนี้เปิดตัว ก็ไม่มีผู้ใดในรัศมีหลายร้อยหมี่กล้าแย่งลูกค้ากับตระกูลเวิน คนเหล่านั้นก็แย่งไม่ไหว
เพราะไม่ว่าจะเป็นราคาที่ดินหรือสิ่งของตกแต่งรวมถึงบริการของโรงเตี๊ยม ไม่มีผู้ใดจะเทียบเคียงตระกูลเวินที่มั่งมีเงินทองได้เลย
ดังนั้น ขอเพียงเป็นช่วงสอบระดับท้องถิ่นในแต่ละปี แทบจะมีแต่โรงเตี๊ยมของตระกูลเวินที่เป็นโรงเตี๊ยมรายใหญ่แห่งเดียว
ไม่ว่าจะแพงเพียงใดก็มีคนเข้าพัก ถึงอย่างไรที่นี่ก็อยู่ใกล้สนามสอบ นอกจากนั้น ทั้งสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกก็ดีกว่าโรงเตี๊ยมอื่นๆ บวกกับราคาที่พักของโรงเตี๊ยมแห่งนี้ค ความจริงก็ไม่ได้แพงเท่าไหร่ นอกจากห้องพักพิเศษจำนวนหนึ่งที่จะค่อนข้างแพง ห้องอื่นๆล้วนแต่มีราคาเป็นกันเอง ทำให้บัณฑิตจำนวนไม่น้อยมาเข้าพัก หากมีการจัดสอบ ย่อมต้องพักโรงเตี๊ ยมตระกูลเวิน
เซียวยวี่ไม่มีความคุ้นเคยกับคนตรงหน้า เพียงประสานมือคำนับ “ขอบคุณในความหวังดีของคุณชาย! เพียงแต่ ไร้ความชอบไม่อาจรับผลตอบแทน ข้ารับไว้ไม่ได้!”
กล่าวจบ ก็ไม่สนใจอีกว่าเวินจวิ้นจงจะรั้งอย่างไร เซียวยวี่เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองด้วยซ้ำ
รอยยิ้มบนใบหน้าเวินจวิ้นจงพลันแข็งทื่อ “…”
ตนเองยื่นไมตรีถึงเพียงนี้แล้ว เขากลับไม่ยอมรับไว้!
คนผู้นี้ ช่างไม่รู้จักสำนึกบุญคุณ!