ทะลุมิติไปเป็นภรรยาชาวสวนของท่านบัณฑิต - เล่มที่ 18 บทที่ 518 ชั่วชีวิตนี้ ข้าเชื่อเจ้าเพียงคนเดียว
- Home
- ทะลุมิติไปเป็นภรรยาชาวสวนของท่านบัณฑิต
- เล่มที่ 18 บทที่ 518 ชั่วชีวิตนี้ ข้าเชื่อเจ้าเพียงคนเดียว
เหลียนเซิ่งขมวดคิ้วมุ่น “คุณชาย คุณชายผู้นี้ช่างไร้มารยาทนัก ท่านบอกกล่าวชื่อแซ่แล้ว เขาไม่บอกแม้แต่แซ่ด้วยซ้ำ! ช่างเสียมารยาทจริงๆ”
เวินจวิ้นจงแย้มรอยยิ้ม เขารู้สึกว่าไม่ได้แย่นัก
หากเป็นคนที่เพียงเห็นเขายื่นไมตรีให้ก็รีบรับไว้ทันที เวินจวิ้นจงคงต้องพิจารณาให้มาก แต่เมื่อเผชิญกับสิ่งล่อลวงที่เข้าหา เขายังไม่หวั่นไหวไปกับมัน ดูท่าอุปนิสัยของคนผู นี้ นับว่าไม่เลว!
สายตาของน้องสาวไม่เลวเลย
เซียวยวี่ขึ้นรถม้า เซี่ยยวี่หลัวกล่าวอย่างเห็นใจ “เหตุใดถึงนานเพียงนี้?”
“ไม่มีอะไร คนเยอะไปหน่อย จึงรออยู่ครู่หนึ่ง!” เซียวยวี่มองข้ามเรื่องเมื่อครู่ไป เพียงคิดว่ามันเป็นเหตุไม่คาดคิด
เวินจวิ้นจงกล่าวได้ไม่ผิด พลาดโรงเตี๊ยมแห่งนี้ไป กว่ารถม้าจะไปถึงโรงเตี๊ยมอีกแห่งหนึ่ง ต้องใช้เวลากว่ากึ่งถ้วยชา
ยังดีที่ยังเหลือห้องพักจำนวนหนึ่ง เซี่ยยวี่หลัวจองห้องทันที ทุกคนเข้าพัก เตรียมตัวเสร็จ จึงไปกินข้าว ก่อนจะแยกย้ายกันกลับห้องไปพักผ่อน
ยังเหลือเวลาอีกหลายวันกว่าจะถึงวันสอบ เซียวยวี่เก็บตัวอยู่ในห้องพักทั้งวัน ไม่ใช่อ่านตำราก็เขียนบทความ พยายามครั้งสุดท้าย
เซี่ยยวี่หลัวไม่ไปกวนเขา ทุกวันให้ห้องครัวของโรงเตี๊ยมทำอาหารอร่อยเพิ่มขึ้น
ส่วนนางเอง หากไม่ใช่ออกไปซื้ออุปกรณ์เครื่องเขียนและอาหารที่จะกินระหว่างที่เซียวยวี่อยู่ในสนามสอบ ก็จะอยู่ในห้องพัก อ่านตำราเขียนหนังสือกับเซียวจื่อเซวียน เซียวจื่อเมิ่ง แล ละเก๋อเหลียงหยวน นอกจากระหว่างเดินทางที่จะทำให้เด็กสามคนเสียเวลาอ่านตำราเขียนหนังสือ ช่วงเวลาอื่นๆ นางไม่ปล่อยให้เสียเปล่าเลย
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วพริบตาเดียวก็ถึงเวลาที่ต้องเข้าสนามสอบอีกครั้ง
เนื่องจากต้องอาศัยอยู่ในนั้นเป็นเวลานาน ระหว่างนี้ เซี่ยยวี่หลัวเตรียมอาหารและข้าวของเครื่องใช้ไว้หมดแล้ว เตรียมไว้สองตะกร้า พร้อมจะเข้าสนามสอบแล้ว
เซี่ยยวี่หลัวส่งเซียวยวี่ไปยังสนามสอบด้วยตัวเอง
เก๋อเหลียงหยวนนั่งรถม้านำของไปยังสนามสอบก่อน ส่วนเซี่ยยวี่หลัวกับเซียวยวี่ก็เดินไป
ระหว่างทาง นิ้วมือทั้งสิบของทั้งคู่เกี่ยวประสานกัน ต่างไม่ได้กล่าวอะไร เดินไปทางสนามสอบทีละก้าวอย่างเงียบสงบ
นี่เป็นครั้งแรกที่เซี่ยยวี่หลัวได้เห็นการสอบระดับท้องถิ่นของต้าเยว่
ผู้เข้าสอบที่เดินผ่านไปมา บ้างก็นั่งรถม้าเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง บ้างก็พาผู้ติดตามมา บ้างก็สะพายหีบไม้ไผ่เดินเพียงลำพัง มุ่งหน้าไปยังสนามสอบอย่างเร่งรีบ
แต่ละคนสีหน้าดูเคร่งเครียด
เซี่ยยวี่หลัวหันมองเซียวยวี่
เซียวยวี่สีหน้าเรียบสงบ ใบหน้าไร้อารมณ์ แต่มือของเขาที่จับมือนางไว้บีบค่อนข้างแน่น ฝ่ามือมีเหงื่อซึมเล็กน้อย เขา… ก็น่าจะตื่นเต้นเหมือนกันกระมัง!
ปีนี้เขาต้องสอบผ่านแน่นอน!
ความจริงเซี่ยยวี่หลัวไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นมากนัก เพียงแต่ยังรู้สึกกังวลเล็กน้อย
นางทะลุมิติเข้ามาในนิยายเรื่องนี้ เรื่องราวหลายอย่างที่ควรเกิดขึ้นกลับไม่เกิด แต่เรื่องราวส่วนหนึ่งที่เดิมทีจะเกิดขึ้นช้ากว่านี้กลับเกิดขึ้นแล้ว เรื่องนี้ทำให้เซี่ยยวี่หลัว วรู้สึกวิตกกังวลเล็กน้อย
การปรากฏตัวของนาง จะเปลี่ยนแปลงอนาคตของเซียวยวี่ด้วยหรือไม่?
ในนิยาย เซียวยวี่ได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจเพราะเซี่ยยวี่หลัว น้องชายน้องสาวโดนเซี่ยยวี่หลัวทำร้ายจนสิ้นใจตาย ในภายหลังจึงหมายมั่นจะแข็งแกร่งขึ้นด้วยความโกรธแค้น สอบได้อ อันดับหนึ่ง นางเอกมีใจให้ จากนั้นจึงก้าวกระโดดขึ้นสู่ตำแหน่งสูง
แต่เซียวยวี่ในยามนี้ ไม่ได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจนี่นา!
อาจเพราะนางมองเซียวยวี่จนเหม่อลอย เซียวยวี่สัมผัสได้ว่าดวงตาคู่นั้นที่กลอกตาไปมา จับจ้องมาที่ตนเองตลอด ราวกับแนบติดบนกายอย่างไรอย่างนั้น
เซียวยวี่รู้สึกยินดีอยู่ในใจ
ภรรยาของเขามองเขาเช่นนี้ ควรรู้สึกมีความสุขอย่างแท้จริง!
เพียงแต่น่าเสียดาย ตอนนี้อยู่ข้างนอก มิเช่นนั้น เขาคงโอบกอดนางไว้ คลอเคลียสักพักหนึ่ง
“เหตุใดถึงมองข้าเช่นนี้?” สุดท้ายเซียวยวี่ก็ส่งเสียงหัวเราะออกมาดังพรืด
เซี่ยยวี่หลัว “อายวี่ เจ้ากังวลหรือไม่? แต่เจ้าไม่ต้องกังวล ปีนี้เจ้าสอบผ่านแน่!” คิดมามากถึงเพียงนี้ จนตัวนางเองเริ่มกังวลเสียแล้ว
สตรีตัวน้อยเชื่อในตัวเขาถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
เซียวยวี่รู้สึกอิ่มเอมใจนัก กล่าวตามจริง ครั้งนี้เขาก็มีความเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมเช่นกัน
“เด็กโง่ ข้าไม่กังวล กลับเป็นเจ้า เจ้ากังวลมากใช่หรือไม่?” เซียวยวี่ใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดฝ่ามือของเซี่ยยวี่หลัว
ฝ่ามือของเซี่ยยวี่หลัวเต็มไปด้วยเหงื่อ
อากาศไม่ร้อนเสียหน่อย ไม่ใช่เพราะร้อน เช่นนั้นก็เป็นเพราะตื่นเต้นกังวลไม่ใช่หรือ!
“อายวี่ เจ้าตั้งใจสอบดีๆ ไม่ว่าจะสอบผ่านหรือไม่ผ่าน ก็ไม่เป็นอะไร!” เซี่ยยวี่หลัวเกรงว่าประโยคเมื่อครู่ที่นางบอกว่าเจ้าต้องสอบผ่านแน่จะสร้างแรงกดดันให้เซียวยวี่มากเกินไป จึ งรีบปลอบโยนเขา
เซียวยวี่จับปอยผมของเซี่ยยวี่หลัวที่ถูกลมพัดจนยุ่งไปพาดไว้หลังใบหู ก่อนกล่าวเสียงเบา “ข้ารู้ อาหลัว ข้าจะพยายามเต็มที่! เจ้าเชื่อข้า!”
“ข้าเชื่อ ข้าจะไม่เชื่อเจ้าได้อย่างไร!” เซี่ยยวี่หลัวจับแขนเซียวยวี่ไว้ แหงนหน้าขึ้น ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มประหนึ่งแสงตะวันเจิดจ้าในฤดูใบไม้ผลิ “ในสายตาข้า เจ้าเป็นคนที่เก่ งกาจที่สุด ชั่วชีวิตนี้ ข้าเชื่อเจ้าเพียงคนเดียว!”
เซียวยวี่รู้สึกอิ่มเอมใจจนหัวใจพองโต เขายื่นนิ้วชี้ออกไป ตวัดตรงสันจมูกโด่งของนางเบาๆ พร้อมกล่าวด้วยความเอ็นดู “เด็กโง่”
ริมฝีปากสีแดงชุ่มฉ่ำ แฝงเร้นด้วยกลิ่นหอมหวน ทำให้อยากคลอเคลียชิดใกล้
เขาเหลียวซ้ายแลขวา ไม่ห่างนักมีตรอกเล็กเงียบสงบไร้ผู้คน
ปากทางมีคนตั้งแผงขายของ ยิ่งไปกว่านั้น ยามนี้ยังเช้ามากนัก ภายในตรอกเล็กไม่มีผู้คน คนบนถนนเส้นใหญ่ก็สัญจรไปมาด้วยความเร่งรีบ ต่างไม่หันมองไปทางตรอกเล็ก
หากไม่ใช่เพราะเซียวยวี่จงใจมองหา เขาเองก็ไม่มีทางพบสถานที่นั้นเช่นกัน
เซียวยวี่โอบเซี่ยยวี่หลัวไว้ พานางไปยังตรอกเล็ก
ทั้งสองคนเดินไปด้วยท่าทางเร่งรีบ บุรุษหล่อเหลาสตรีงดงาม คนหนึ่งสวมใส่เสื้อผ้าดูดีสีม่วง อีกคนสวมใส่เสื้อผ้าสีแดงดุจโลหิต เซี่ยยวี่หลัวตั้งใจทำเสื้อสีม่วงไว้ให้เซียวยวี่ นางเองก็ตั้งใจสวมใส่ชุดสีแดง แฝงเร้นด้วยความหมายเจริญรุ่งเรือง
ถือเป็นสีมงคล
เมื่อเห็นว่าสถานที่นี้ผู้คนน้อยลงเรื่อยๆ ทั้งยังไม่ใช่ทางไปสนามสอบ
เซี่ยยวี่หลัวหันมองเซียวยวี่ที่ตัวสูงกว่านางหนึ่งศีรษะ แววตาแฝงเร้นด้วยประกายสงสัย “อายวี่ พวกเรากำลังจะไปที่ไหนหรือ?”
เซียวยวี่จูงมือเล็กของเซี่ยยวี่หลัวไว้ ก้าวเท้าไม่หยุด เหลียวซ้ายแลขวา ตรงนี้ไม่ได้ ตรงนั้นก็ไม่ได้ จึงจูงมือนางเดินไปด้านหน้าต่อ เขาหันหน้ามอง ริมฝีปากสีแดงเม้มปากเบาๆ กำ ำลังเย้ายวนเขา เขากล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ประเดี๋ยวเจ้าก็รู้แล้ว”
นางสวมใส่ชุดสีแดงฉูดฉาด วันนี้ไม่ได้ถักเปียปล่อยลู่ลงด้านหลังเหมือนปกติ
ทรงผมก่อนหน้านี้ ไม่อาจปักปิ่นหยกที่เซียวยวี่มอบให้นางได้
วันนี้นางอยากปักปิ่นหยกที่เซียวยวี่มอบให้นางเป็นพิเศษ
เซี่ยยวี่หลัวมือไม่ค่อยคล่องนัก ทำทรงผมอื่นไม่เป็น ได้แต่ใช้ปิ่นหยกรวบผมสีดำขลับทั้งศีรษะขึ้น ม้วนเป็นมวยไว้ด้านหลัง เหลือเพียงปอยผมลู่ลงสองข้างหู โบกพลิ้วตามสายลม
ใบหน้างดงามไร้ที่ติ บวกกับชุดสีแดง ประกอบกับทรงผมเช่นนี้ ทั้งดูเรียบร้อย และงามสง่า
ในที่สุดก็มาถึงปากทางเข้าตรอกเล็กแห่งหนึ่ง ตรงนี้มีร่องสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก สามารถยืนได้สองคนพอดี
เซียวยวี่รีบปลดเสื้อคลุมของตัวเองออก สบัดเบาๆ เสื้อคลุมขนาดใหญ่ห่อหุ้มตัวเซี่ยยวี่หลัวไว้
เขาดึงตัวเซี่ยยวี่หลัวเบาๆ ดันนางไปติดกำแพง เซี่ยยวี่หลัวหลังติดกำแพง ด้านหน้าติดกับเซียวยวี่ นางไม่มีช่องว่างให้ขยับตัวได้ “อายวี่…”
เซียวยวี่ก้มหน้า จุมพิตริมฝีปากสีแดงของเซี่ยยวี่หลัวอย่างรุนแรง