ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 112 ท่านอาเมิ่งเหม็นจริง ๆ!!!
บทที่ 112 ท่านอาเมิ่งเหม็นจริง ๆ!!!
“ถูกต้อง ข้าต้องกลั่นเกลือหยาบให้เป็นเกลือละเอียดเสียก่อน มิเช่นนั้นจะต้มซอสถั่วเหลืองไม่ได้” หลี่เยว่หานพูดพร้อมกับยืดแขนที่ปวดเมื่อยออก “ข้าแค่ไม่คิดมาก่อนว่าจะต้องใช้น้ำมากขนาดนี้ในการละลายเกลือยี่สิบชั่ง ช่างเหนื่อยยิ่งนัก”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่เยว่หาน ในใจของเมิ่งฉีฮ่วนก็รู้สึกเป็นทุกข์เล็กน้อย “ข้าจะกวนมันเอง ส่วนเจ้าไปดูไฟแทนแล้วกัน ส่วนมูลม้าข้านำกลับมาแล้ว มันอยู่ในลาน”
“ได้!” หลี่เยว่หานส่งไม้กวนในมือให้เมิ่งฉีฮ่วนอย่างไม่ลังเล หลังจากล้างมือแล้ว เธอก็เดินไปนั่งหน้าเตาอย่างเชื่อฟัง
หากพวกมู่ชวนรู้เรื่องที่พวกนางกลับมาแล้ว พวกเขาจะต้องกลับมาทานอาหารกลางวันแน่ ดังนั้นหลี่เยว่หานจึงต้องกลั่นเกลือให้เสร็จโดยเร็ว แล้วเริ่มทำอาหารให้สองพี่น้อง
ด้วยความร่วมมืออย่างแข็งขันของทั้งคู่ เกลือของหลี่เยว่หานจึงได้รับการกลั่นอย่างรวดเร็ว
เกลือที่ผ่านการกลั่นเป็นครั้งแรกจะไม่ละเอียดเท่าเกลือบริสุทธิ์ แต่โดยปกติแล้วความขมจะหายไป
หลี่เยว่หานโกยผลึกเกลือออกจากหม้อ และใส่ลงในขวดโหลขนาดเล็ก จากนั้นก็เริ่มอุ่นหม้อเพื่อปรุงอาหาร ขณะที่เมิ่งฉีฮ่วนจุดไฟและเก็บผัก
ทั้งสองร่วมมือกัน แม้หญิงสาวจะไม่พูดอะไร แต่เมิ่งฉีฮ่วนก็รู้ว่าตนควรจะต้องทำอะไรต่อ
สองเค่อต่อมา มู่ชวนก็กลับมาจากสำนักศึกษาพร้อมกับหลิงซี ทันทีที่เขาเข้าไปในครัว เขาก็เห็นหลี่เยว่หานกำลังตักน้ำแกง ขณะที่เมิ่งฉีฮ่วนยกอาหารมาตั้งทีละจาน ก่อนจะจัดวางชามและตะเกียบ
“อาเมิ่ง! อาหญิง!” มู่ชวนตะโกนอย่างมีความสุข และทันใดนั้นเอง หลิงซีที่ถูกอุ้มอยู่ในอ้อมแขนของเขาก็พุ่งออกมากอดหลี่เยว่หาน นางเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวน้อย ๆ พลางพูดว่า “อาหญิง อาหญิง หลิงซีคิดถึงท่านมาก”
หลี่เยว่หานที่กำลังถอดผ้ากันเปื้อนได้ยินเช่นนี้ก็หยิกแก้มของหลิงซีอย่างมีความสุข “อาหญิงก็คิดถึงหลิงซีเหมือนกัน!”
เมิ่งฉีฮ่วนเดินไปหามู่ชวน พลางรับย่ามที่ใส่ตำราออกมาจากมือของเขา ก่อนส่งสัญญาณให้เด็กชายไปล้างมือเพื่อมาทานอาหาร
แต่จู่ ๆ มู่ชวนกลับถอยหลังไปสองสามก้าวอย่างไม่คาดคิด เด็กชายปิดจมูกพลางขมวดคิ้ว “อาเมิ่ง! ทำไมท่านมีกลิ่นตัวแรงนัก!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลิงซีก็หันกลับมา สูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพูดว่า “ใช่ มันช่างเหม็น อ๊ะ… ท่านอาเหม็นยิ่งนัก!”
“อาของเจ้าเพิ่งช่วยข้าถือถุงมูลม้า จากนั้นเขาก็ยุ่งกับการทำอาหารให้เจ้าทั้งสองคน ดังนั้นเขาจึงไม่มีเวลาอาบน้ำ” หลี่เยว่หานอธิบายเหตุผลให้ฟัง ก่อนกล่าว “พวกเราจะไม่คิดว่าเขาตัวเหม็น ดีหรือไม่?”
เมิ่งฉีฮ่วนยังคงยืนอยู่ที่ประตูห้องครัวอย่างตกตะลึง ไม่ขยับเขยื้อนเลยสักก้าว
“ไม่ ท่านอาเหม็นเกินไป หลิงซีกินไม่ได้” หลิงซีเกี่ยวคอของหลี่เยว่หานอย่างน่าสงสาร และพูดว่า “ให้ท่านอาไปกินที่ลานได้หรือไม่เจ้าคะ? ที่ลานก็มีกลิ่นไม่ดีเช่นกัน ท่านอาไม่เป็นไรแน่นอนเจ้าค่ะ!”
หลังได้ยินคำพูดของหลิงซี เมิ่งฉีฮ่วนก็ทำหน้าหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก หมายความว่าอย่างไร? ที่ลานก็มีกลิ่นไม่ดี อาจึงไม่เป็นไรอย่างแน่นอน?
ในท้ายที่สุดชายหนุ่มก็ถูกไล่ออกจากครัว พร้อมกับชามข้าวในมือ และกินได้เฉพาะในลานบ้านเท่านั้น
เมิ่งฉีฮ่วนถอนหายใจ เด็กสองคนของเขาถูกซื้อตัวไปโดยหลี่เยว่หานแล้ว ตอนนี้กล่าวได้ว่าสถานะของเขากำลังจะลดลง…
หลังทานอาหารเสร็จ มู่ชวนพาหลิงซีไปนอน ในขณะที่หลี่เยว่หานผลักอ่างที่เธอเจอออกมาข้างหน้า และส่งสัญญาณให้เมิ่งฉีฮ่วนเทปุ๋ยมูลม้าลงในถัง จากนั้นก็ตัดเถาองุ่นที่ถูกแช่มาทั้งเช้าลงในอ่างดินเผา และปักลงทีละอัน
จากนั้นก็รดน้ำเล็กน้อย แล้วทั้งสองก็ย้ายอ่างดินเผานั้นไปที่สวนหลังบ้านด้วยกัน
“มูลม้าสามารถปลูกผลไม้รสเปรี้ยวได้จริงหรือ?” เมิ่งฉีฮ่วนอดสงสัยไม่ได้ “ช่างเหม็นนัก…”
“ท่านบอกเองไม่ใช่หรือว่าจะช่วยข้ารดน้ำใส่มูลสัตว์? ทำไมถึงมาบอกว่าเหม็นหลังจากย้ายมูลม้าเล่า?” หลี่เยว่หานกลอกตาใส่เขา ก่อนจะหมุนตัวกลับไปล้างมือ
เมื่อมองไปที่ด้านหลังของหญิงสาว เมิ่งฉีฮ่วนก็ยกยิ้ม หยิบลัญจกรหยกออกมา หลับตาและยืนอยู่ที่นั่นครู่หนึ่ง หลังจากลืมตาขึ้น น้ำพุใสก็ไหลออกมาจากลัญจกรหยก รดใส่เถาองุ่นที่หลี่เยว่หานเพิ่งปลูกจนทั่ว
แต่เพราะเขามีมูลม้าจำนวนมากอยู่ในมือ มันจึงทำให้ลัญจกรหยกเปื้อนไปด้วย หลังจากรดน้ำแล้ว เมิ่งฉีฮ่วนก็รีบไปหาที่ล้างมือและลัญจกรหยก
ที่ลานบ้าน หลี่เยว่หานซึ่งกำลังถือน้ำอยู่ได้ชนเข้ากับเมิ่งฉีฮ่วนที่กำลังรีบมาล้างมือ เธอทำถังน้ำหก ชายหนุ่มจึงถือโอกาสล้างมือและลัญจกรหยกไปพร้อมกัน
“ไยท่านไม่มองทางยามเดินเลยเล่า…” หลี่เยว่หานถูกเมิ่งฉีฮ่วนชนจนล้มลง แม้ว่าเธอจะไม่มีบาดแผล แต่ล้มกระแทกพื้น ทำให้รู้สึกเจ็บแทบตายแล้ว
“ข้าขอโทษ ข้าไม่ทันเห็น” เมิ่งฉีฮ่วนรีบอธิบาย จากนั้นช่วยพยุงหญิงสาวขึ้นจากพื้น “เจ้าเป็นอะไรหรือไม่?”
“ข้าสบายดี แต่น้ำหกหมดแล้ว ข้าเลยต้องไปนำมาใหม่” หลังจากพูดแบบนั้น หลี่เยว่หานก็หยิบถังเปล่าขึ้นมาและกำลังจะไปเอาน้ำ เมื่อเห็นเช่นนี้เมิ่งฉีฮ่วนก็รีบหยุดนาง
“ตรงนี้มีน้ำขังมาก กวาดมันออกไปก่อนเถอะ ไม่อย่างนั้นเด็ก ๆ จะเดินมาแล้วลื่นล้มเอาง่าย ๆ ข้าจะไปเอาน้ำมาเอง” พูดจบ ชายหนุ่มก็วิ่งหนีไปพร้อมกับถังน้ำโดยไม่พูดอะไรสักคำ เมื่อมองไปที่ด้านหลังของเขา หลี่เยว่หานก็อดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้ ทำไมถึงทำตัวแปลกนัก
หลังจากไปตักน้ำมาอีกครั้ง เมิ่งฉีฮ่วนก็เทน้ำในถังที่เพิ่งเอามาใหม่ทิ้งลงในลานหลังบ้าน
เขารดน้ำต้นไม้เหล่านั้นด้วยน้ำพุวิญญาณแล้ว ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องรดน้ำอีก โชคดีที่หลี่เยว่หานกำลังกวาดน้ำอยู่ที่ลานด้านใน และนางไม่รู้ว่าเขาเทน้ำทิ้งไปแล้ว
หลังจากมู่ชวนไปสำนักศึกษาในตอนบ่าย หลี่เยว่หานก็ยังคงกลั่นเกลือต่อไป
เธอเห็นข้าวเก่าในห้องเก็บผัก มันเริ่มที่จะตกตะกอนเป็นน้ำส้มสายชูข้าวแล้ว สีนั้นใส และไม่มีอะไรเจือปนมากนัก ซึ่งทำให้หลี่เยว่หานประหลาดใจมาก
เธอมีน้ำส้มสายชูข้าวแล้ว ดังนั้นต้องรีบทำซอสถั่วเหลืองเป็นอย่างต่อไป
ด้วยเหตุนั้นหลี่เยว่หานจึงไม่ได้ทำอย่างอื่นนอกจากกลั่นเกลือในตอนบ่ายเลย
หลังจากต้มน้ำเพื่อกลั่นเกลือให้ละเอียดขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว หลี่เยว่หานก็ได้เกลือกลั่นขวดเล็ก ๆ มาอันหนึ่ง เธอไม่ลังเลยที่จะเทครึ่งหนึ่งในขวดลงไปยังถั่วเหลือง และใส่ที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งไว้ในขวดเครื่องปรุงรสบนโต๊ะ
ในตอนบ่ายเมิ่งฉีฮ่วนมีธุระต้องออกไปข้างนอก ดังนั้นหลี่เยว่หานและหลิงซีจึงอยู่ที่บ้านเพียงสองคน เด็กหญิงกินแอปเปิ้ลอย่างเชื่อฟัง ส่วนแกนที่เหลืออยู่หญิงสาวฝังมันลงในมูลม้าบริเวณลานหลังบ้าน
หลิงซีรู้สึกขยะแขยงในตอนแรก แต่เมื่อนางได้ยินหลี่เยว่หานบอกว่ามันสามารถทำให้ปลูกผลเทียนเหรินได้ ความเร็วในการกินแอปเปิ้ลจึงมากขึ้น
เมื่อฟ้าเริ่มมืด หลี่เยว่หานก็เตรียมที่จะเริ่มทำอาหารเย็น
แต่จู่ ๆ โจวต้าเป่าก็บุกเข้ามาในบ้านอย่างกะทันหัน เขารีบมาพบหลี่เยว่หาน “พี่สะใภ้ พี่เมิ่งกำลังทะเลาะกับใครบางคนในหมู่บ้าน ท่านรีบไปดูเร็ว!”
หลังจากได้ยิน หญิงสาวก็ไม่ได้สนใจอะไรอีก เธอรีบดับไฟในเตา และวิ่งออกไปพร้อมกับหลิงซีในอ้อมกอด
“เกิดอะไรขึ้น เมิ่งหลางไม่ใช่คนที่จะไปมีเรื่องกับคนอื่น!” ระหว่างทางหลี่เยว่หานก็สอบถามสถานการณ์กับโจวต้าเป่า
“ไม่ทราบเช่นกันขอรับ ดูเหมือนว่าหวังเหอฮวาจะเรียกคนมาแล้วบอกว่าพี่เมิ่งรังแกนาง และขอให้รับผิดชอบ พี่เมิ่งจึงมีปากเสียงหลังจากตกลงกันไม่ได้!” โจวต้าเป่ากล่าว น้ำเสียงของเขาร้อนรนมากขึ้น “ข้าไม่รู้ว่าสมองของหวังเหอฮวาส่วนไหนที่ผิดปกติ! คนทั้งหมู่บ้านต่างรู้กันว่าเป็นนางที่รักพี่เมิ่งข้างเดียว!”