ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 116 ความหมายของความเมตตา
บทที่ 116 ความหมายของความเมตตา
“ไม่ใช่เพราะนิยามคำว่าจิตใจดีของข้านั้นต่ำเกินไป แต่เพราะความจิตใจดีนั่นไม่เกี่ยวกับข้า” หลี่เยว่หานพูดไปพลางทานอาหารไปพลาง “ข้าจะเกลียดหวังเหอฮวา ทั้งยังทำให้นางไม่สามารถเงยหน้าและแต่งงานออกไปได้ก็ได้ ทว่าในเมื่อนางจะแต่งงานแล้ว ข้าก็ไม่จำเป็นต้องคิดเล็กคิดน้อย แม้กระทั่งทำลายความบริสุทธิ์ของนาง”
“แม้นางจะชอบท่าน แต่เรื่องนี้เดิมทีก็ไม่ใช่ความผิด แต่ที่ผิดก็คือหลังจากที่ท่านแต่งงานแล้วก็ยังมาแสดงความรู้สึกต่อหน้าท่านเช่นนี้ นางมีปากและจิตใจที่ชั่วร้าย ทว่าหากไม่กล่าวถึงเรื่องนั้น ข้าก็ไม่จำเป็นต้องดูใครทำลายความบริสุทธิ์ของนาง”
“และข้าก็ไม่สงสัยแม้แต่น้อย หากหวังเหอฮวาแต่งเข้าตระกูลหลิ่วโดยมีมลทิน เช่นนั้นนางคงจะไม่สามารถสู้กับหลี่หรงหรงได้แน่ เมื่อถึงเวลานั้นนางจะโกรธแค้นท่าน โกรธแค้นข้า และไม่แน่ว่าหากนางต้องการระบายความโกรธแค้น อาจจะใช้สถานะอนุของตระกูลหลิ่ว ทำเรื่องชั่วร้ายกับพวกเราคนหาเช้ากินค่ำก็ได้”
“ดังนั้นเรื่องที่ข้าทำในวันนี้ ถือเป็นการป้องกันล่วงหน้าที่ดีที่สุด หากจะเพิ่มขึ้นไปอีกก็คือเมื่อข้าเห็นเรื่องอยุติธรรม ก็จำเป็นต้องชักดาบออกไปช่วย และทำให้หวังเหอฮวารู้ว่าหลี่หรงหรงไม่ได้จิตใจดีเช่นที่เห็น สำหรับข้าก็ไม่ได้นับว่าเป็นเรื่องแย่” หลี่เยว่หานพูดพลางหันไปมองเมิ่งฉีฮ่วน “อธิบายเช่นนี้ชัดเจนดีหรือไม่?”
ได้ฟังคำอธิบายยาวเหยียดของนาง เมิ่งฉีฮ่วนก็เข้าใจในที่สุด
ว่ากันว่าใจหญิงสาวนั้นดั่งงมเข็มในมหาสมุทร เขาคิดว่าตนนั้นเชี่ยวชาญเรื่องกลยุทธ์ต่าง ๆ แล้ว แต่เมื่อได้ยินหลี่เยว่หานอธิบายเช่นนี้ เขากลับรู้สึกว่า ความคิดของตนนั้นยังไม่รอบคอบมากพอ
“เจ้าพูดถูก” เมิ่งฉีฮ่วนพยักหน้ารับ “พรุ่งนี้ ตระกูลหลี่และตระกูลหวังน่าจะมีเรื่องสนุกให้ชมแล้ว”
“เช่นนั้นพรุ่งนี้ท่านก็ไม่ต้องขึ้นภูเขา แล้วรอชมความสนุกดีกว่าหรือไม่?” หลี่เยว่หานชำเลืองมองเมิ่งฉีฮ่วน “จากนั้นค่อยลากพวกเขาทั้งสองตระกูลลงบ่อโคลนไปด้วยกัน?”
“เจ้าเป็นสตรีพูดจาให้รื่นหูกว่าหน่อยมิได้หรือ?” เมิ่งฉีฮ่วนยิ้ม “หากเป็นห่วง ไม่เห็นจำเป็นต้องพูดประชดประชันเช่นนี้”
“ข้าเพียงแค่เตือนท่าน เรื่องของสตรีท่านอย่าเข้าไปยุ่งนัก พรุ่งนี้ท่านควรทำสิ่งใดก็ทำไป ข้าต้องทำสิ่งใดข้าก็ทำไป อย่างไรทุกคนก็รู้ว่าข้าเป็นคุณหนูของตระกูลหลิ่วอยู่ครึ่งหนึ่งแล้ว ทั้งสองตระกูลคงไม่กล้ากล่าวโทษข้าง่าย ๆ” หลี่เยว่หานพูดพลางตักข้าวคำสุดท้ายเข้าปากไป และวางถ้วยเปล่าลงบนโต๊ะ
“เจ้าไม่ล้างถ้วยหรือ!” เมิ่งฉีฮ่วนมองนางที่หมุนตัวจะเดินออกไป จึงอดถามขึ้นมาไม่ได้
“คนล้างไม่ใช่ท่านหรือ!” หลี่เยว่หานพูดอย่างตรงไปตรงมา จากนั้นก็เดินหายลับประตูครัวออกไป
เมิ่งฉีฮ่วนจึงทำได้เพียงฝืนยิ้ม พลางส่ายศีรษะ แล้วล้างถ้วยอาหารให้หลี่เยว่หาน จากนั้นจึงปิดประตูลานบ้านและห้องครัว เดินกลับเข้าไปด้านใน
ในช่วงกลางดึกไร้ผู้คน เมิ่งฉีฮ่วนมาที่หน้าประตูห้องของหลี่เยว่หานอย่างเงียบ ๆ พร้อมทั้งมองทะลุผ่านรอยแตกร้าวประตูเข้าไป เห็นหลี่เยว่หานจุดตะเกียงน้ำมัน ในมือกำลังถือหนังสือเล่มใหญ่ที่เวินเทียนเหล่ยมอบให้ พลางตั้งใจอ่าน บางครั้งริมฝีปากก็พึมพำอะไรบางอย่างออกมา
เมื่อเห็นท่าทางเช่นนี้ เมิ่งฉีฮ่วนจึงอดรู้สึกอ่อนใจไม่ได้ เขาย่องกลับไปอาบน้ำ ก่อนจะกลับเข้าห้องและนอนหลับไป
เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อหลี่เยว่หานตื่นนอน ก็พบว่าเมิ่งฉีฮ่วนไม่อยู่แล้ว หลังเตรียมอาหารเช้าเรียบร้อย หญิงสาวจึงอุ้มหลิงซี และพามู่ชวนไปส่งยังสำนักศึกษา จากนั้นพาเด็กหญิงไปซักเสื้อผ้าข้าง ๆ ลำธาร
ขณะที่หลี่เยว่หานกำลังสงสัยว่าเหตุใดตระกูลหวังจึงไม่ไปโวยวายกับตระกูลหลี่ ในที่สุดตอนนั้นเองก็มีเรื่องสนุกเกิดขึ้น
ได้ยินว่าตอนรุ่งสางมีคนเห็นหลี่หรงหรงปรากฏตัวหน้าบ้านของตัวเองในสภาพเสื้อผ้ายับยุ่งเหยิง เมื่อหวังเฟิ่งแม่ของนางออกมาเปิดประตูให้ ก็มองซ้ายทีขวาที ท่าทีราวกับกลัวว่าจะถูกผู้ใดพบเห็นเข้า
หลี่เยว่หานจึงอดสงสัยขึ้นมาไมได้
หรือว่าเมื่อคืนนี้ หลิ่วจื้อหยวนจะได้ใช้เวลาร่วมกับหลี่หรงหรงแล้ว?
เมื่อคิดดี ๆ แล้ว เรื่องนี้ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
ในตอนที่ตัวเธออยู่ในบ้านตระกูลหลี่นั้น หวังเฟิ่งยังหวังให้หลี่หรงหรงตั้งครรภ์ลูกของหลิวจื้อหย่วน ตอนนี้ตระกูลหลิ่วต้องการรับหญิงสองคนพร้อม ๆ กัน หลี่หรงหรงที่เป็นผู้หญิงของหลิ่วจื้อหย่วนอยู่แล้ว ก็ย่อมต้องคิดที่จะตั้งครรภ์ก่อนหวังเหอฮวาให้ได้
อย่างไร แม่จะมีค่าได้ก็เพราะมีลูก
“เฮ้อ แม่หนูเยว่หาน ข้าได้ยินมาว่า หลี่หรงหรงน้องสาวของเจ้า ก่อนหน้านี้นางก็มีสัมพันธ์กับคุณชายใหญ่หลิ่วไปแล้ว?” สะใภ้บ้านชิวเป็นคนชอบซุบซิบนินทา จึงถือโอกาสตอนซักผ้ากระซิบถามหลี่เยว่หาน
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่เยว่หานจึงทำสีหน้านิ่งเฉยไม่ตอบใด ๆ
“เจ้าเห็นข้าเป็นคนนอกหรือ!” สะใภ้ตระกูลชิวเห็นหลี่เยว่หานไม่อยากพูด จึงแสร้งจริงจังขึ้นมา “เจ้ารู้หรือไม่ เมื่อคืนนี้หน้าทางเข้าหมู่บ้าน หลี่หรงหรงอยู่ในรถม้ากับคุณชายใหญ่หลิ่วทั้งคืน! เหอฮวาจะแต่งเข้าตระกูลหลิ่วพร้อมกับหลี่หรงหรง เช่นนั้นจะไม่ถูกให้หลี่หรงหรงรังแกจนตายหรือ!”
“ไม่หรอก” หลี่เยว่หานพูดพลางบิดผ้าชิ้นสุดท้าย ฉีกยิ้มพลางมองไปยังสะใภ้ตระกูลชิว “ข้าก็ไม่เข้าใจเรื่องระหว่างหลี่หรงหรงและหลิ่วจื้อหย่วนชัดเจนมากนัก แต่อย่างไรข้าก็ถือว่าเป็นคนของตระกูลหลิ่วครึ่งหนึ่ง เรื่องเช่นนี้ต่อไปท่านอย่าพูดกับข้าเลย ข้ากลัวว่าจะอดพูดออกมาไม่ได้”
พูดจบหลี่เยว่หานก็แบกหลิงซีเดินออกไป ทิ้งสะใภ้ตระกูลชิวอึ้งอยู่ที่เดิม
ใช่ แม้ว่าหลี่เยว่หานจะเป็นลูกบุญธรรมของตระกูลหลิ่ว แต่ก็ยังถูกบันทึกไว้ในลำดับญาติ! หากตนไปซุบซิบเรื่องเหล่านี้ต่อหน้านาง กลัวว่าตระกูลหลิ่วจะคิดว่าตนเป็นคนพูดเรื่อยเปื่อยเอาได้!
ต้องรู้ไว้ว่าตระกูลใหญ่มักจะให้ความสำคัญเรื่องชื่อเสียง ถ้าหากพวกเขารู้ว่ามีคนนอกว่าร้ายทำลายชื่อเสียงของพวกเขา ไม่แน่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น!
อย่างไร ชาวนาในหมู่บ้านไป๋อวิ๋นเกือบครึ่งต่างก็เช่าที่ดินของตระกูลหลิ่ว!
หลังจากหลี่เยว่หานกลับไปถึงจวนและตากเสื้อผ้ากับหลิงซีเรียบร้อยแล้ว เธอกับโจวต้าเป่าที่รออยู่หน้าประตูก่อนแล้ว ก็ช่วยกันนำกระปุกซีอิ๊วออกมาจากห้องเก็บผัก เมื่อเติมเกลือละเอียดและคนผสมให้เข้ากันแล้ว หญิงสาวก็ให้โจวต้าเป่าคอยเฝ้าอยู่ที่ลานด้านหน้าสวน ส่วนตนพาหลิงซีไปลานด้านหลังสวน
คิดไม่ถึงว่าเมื่อเธอก้าวเข้าประตูสวนไป ประตูใหญ่จวนตระกูลเมิ่งก็ถูกเปิดออก
โจวต้าเป่าที่กำลังจะนั่งพักในร่ม เมื่อได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวก็รีบลุกขึ้นทันที
หลี่เยว่หานมองไปด้านนอกเห็นว่าเป็นหลี่ต้าเฉิง ทันใดนั้นเองก็เกิดความคิดบางอย่างขึ้นมาได้ จึงให้หลิงซีกลับเข้าไปในห้องก่อน จากนั้นค่อยเดินออกไป
“หลี่เยว่หาน เหตุใดข้าจึงไม่รู้ว่าเจ้าจะเป็นสตรีที่มีจิตใจเลวทรามเช่นนี้!” หลี่ต้าเฉิงชี้นิ้วสั่นเทามาที่หลี่เยว่หาน “คราวตนไม่ได้แต่งงานกับตระกูลหลิ่วนั้นไม่เป็นไร แต่ตอนนี้กลับไปซุบซิบนินทาให้น้องสาวเสียชื่อเสียง เจ้าเป็นพี่สาวประสาอะไร!”
“ท่านพูดเรื่องใด ข้าไม่เข้าใจ” หลี่เย่หานยืนอยู่หน้าประตูในสวนด้วยใบหน้านิ่งเฉย “แล้วก็ ชื่อเสียงของหลี่หรงหรงจำเป็นต้องให้ผู้ใดซุบซิบนินทาด้วยหรือ? ไม่ใช่ตัวนางที่ทำลายเองหรือ?”
“ถุย!” หลี่ต้าเฉิงถ่มน้ำลายออกมา “หรงหรงเป็นเด็กดี! หากไม่เป็นเพราะเจ้าเสี้ยมให้ขัดแย้งกัน แล้วเหตุใดเหอฮวาจึงบอกว่าเมื่อวานหรงหรงสั่งให้คนไปรังแกนาง ทั้งเจ้าก็ยังเป็นคนช่วยนางออกมา! เจ้าเอาสิ่งใดไปช่วยนางกัน!”
“เหล่าเหยียจื่อ*[1]” โจวต้าเป่าที่ยืนอยู่ด้านข้างเปิดปากพูดขึ้นมา “พี่สะใภ้ไม่ได้เป็นคนช่วยเหอฮวา ข้าเป็นคนช่วยเอง ท่านจำผิดคนแล้ว ก่อนหน้านี้เหอฮวารังแกพี่สะใภ้ขนาดนั้น พี่สะใภ้จะไปช่วยนางได้อย่างไรกัน”
“เจ้าหุบปากไปซะ! พ่อแม่ของเหอฮวาต่างก็บอกข้าแล้วว่าเจ้าเป็นคนส่งเหอฮวากลับไป!” หลี่ต้าเฉิงโมโหจนหน้าแดง ชี้นิ้วไปที่หลี่เยว่หานด้วยอารมณ์พลุ่งพล่าน
[1] เหล่าเหยียจื่อ 老爷子 ใช้เรียกผู้ที่มีอายุมาก, พ่อสามี เป็นต้น