ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 117 เจ้าทำลายชื่อเสียงของหรงเอ๋อร์!
- Home
- ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน
- บทที่ 117 เจ้าทำลายชื่อเสียงของหรงเอ๋อร์!
บทที่ 117 เจ้าทำลายชื่อเสียงของหรงเอ๋อร์!
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่เยว่หานกลับยิ้มออกมา “ข้าเป็นคนช่วยหวังเหอฮวา เช่นนั้นหวังเหอฮวาก็ควรจะมาขอบคุณข้า เหตุใดจึงเป็นท่านพ่อที่มากันล่ะเจ้าคะ?” พูดพลางมองไปด้านหลัง รอบ ๆ ประตูทางเข้าเต็มไปด้วยผู้คนที่ต่างก็มาดูเรื่องสนุกกัน
หลี่เยว่หานโบกมือ “ทุกท่านอย่ามัวรออยู่หน้าประตู เข้ามาเถิด ข้าผู้นี้ใจกว้างมากพอ ทั้งไม่ชอบทำเรื่องชั่วร้าย หากเรื่องนี้มีคนสงสัยข้า พวกเราก็มาคุยกันตรง ๆ เถิด!”
พูดจบหลี่เยว่หานก็หันไปเรียกโจวต้าเป่าให้ย้ายม้านั่งมาบางส่วน
สะใภ้หลิวมีความสัมพันธ์ที่ดีกับหลี่เยว่หาน จึงเป็นคนแรกที่เข้ามานั่งบนเก้าอี้ พร้อมยกขาขึ้นมาไขว้ไว้ “เยว่หาน ไม่ว่าท่านพ่อและท่านแม่ของเจ้าจะทำเรื่องใด ก็จะพาดพิงถึงเจ้าตลอดเลยเช่นนั้นหรือ?”
“ข้าเองก็ไม่รู้” หลี่เยว่หานยักไหล่ มองท่าทีโกรธเคืองของหลี่ต้าเฉิงคล้ายเป็นเพียงอากาศ ธาตุ
เมื่อมีสะใภ้ตระกูลหลิวเป็นผู้นำ สะใภ้ตระกูลชิว สะใภ้ตระกูลหม่า และบรรดาชายหญิงที่เฝ้ามองอยู่ด้านนอก ต่างก็เดินเข้ามาในลานบ้านตระกูลเมิ่ง จนม้านั่งที่โจวต้าเป่าย้ายออกมานั้นแทบจะนั่งไม่พอ
“พี่ต้าเป่า ไปเชิญคนตระกูลหวังมาด้วยเถิด ใช่แล้ว!… เชิญแม่ของหลี่หรงหรงมาด้วย” เมื่อหลี่เยว่หานห็นว่าทุกคนนั่งได้พอสมควรแล้ว จึงหันไปพูดกับโจวต้าเป่า
“เจ้า…เหตุใดเจ้าจึงหน้าไม่อายเช่นนี้!” หลี่ต้าเฉิงกระทืบเท้า พลางชี้ไปที่หลี่เยว่หาน “ในบ้านของสามีตัวเอง ยังกล้ายักคิ้วหลิ่วตากับชายอื่น!”
“หยุด!” หลี่เยว่หานยกมือขึ้น “โจวต้าเป่าเป็นคนงานชั่วคราวในจวนของข้า ทุกคนก็เห็นว่าในจวนข้าตากไหถั่วเหลืองไว้มากมาย ข้าเป็นสตรีคนเดียวยกไม่ไหว และเพราะสามีรักข้ายิ่งนัก เขาจึงออกจากบ้านไปทำงานตั้งแต่เช้า อีกอย่างพี่ต้าเป่าเองก็ว่างงานพอดี ดังนั้นจึงให้เขามาช่วยโดยหนึ่งวันจ่ายเพียงห้าสิบเหวินเท่านั้น ท่านอย่ามาใส่หมวกเขียวให้ข้า”
หลี่เยว่หานรู้อยู่แล้วว่าตระกูลหวังหรือตระกูลหลี่จะต้องพูดถึงเรื่องที่โจวต้าเป่าอยู่ในบ้านของเธอ ดังนั้นจึงรีบพูดให้เข้าใจชัดเจนเสียก่อน และถือโอกาสนำสัญญาการทำงานระยะสั้นที่ทำไว้กับโจวต้าเป่าก่อนที่พวกเขาจะไปยังเมืองหลิวชิงออกมาจากแขนเสื้อ
“หมึกสีดำเขียนไว้บนกระดาษสีขาวอย่างชัดเจน” หลี่เยว่หานกางสัญญาตรงหน้าหลี่ต้าเฉิง จากนั้นก็เก็บเข้ามาทันที “ให้ท่านดูก็เปล่าประโยชน์ เพราะท่านไม่รู้หนังสือ”
หลี่ต้าเฉิงโมโหแต่กลับพูดไม่ออก
ไม่นานนักก็เห็นหวังเฟิ่งที่เดินร้องไห้มาตลอดทางมาถึงบ้านตระกูลเมิ่ง เมื่อพบกับหลี่ต้าเฉิง นางก็โผเข้ากอดด้วยใบหน้าอาบน้ำตา “ต้าเฉิง ลูกของเรา หากหรงหรงของเราแต่งงานไม่ได้ จะทำเช่นไรดี!”
“เป็นไปไม่ได้! ข้าต้องให้หลี่หรงหรงแต่งเข้าตระกูลหลิ่วให้ได้!” หลี่ต้าเฉิงไม่เคยเห็นหวังเฟิ่งร้องไห้เช่นนี้มาก่อน จึงรู้สึกปวดใจ พลันยกฝ่ามือขึ้นมาทำทีจะตบหลี่เยว่หาน
โชคดีที่หลี่เยว่หานหลบออกไปไกลก่อนตั้งแต่แรก ทำให้ฝ่ามือที่หลี่ต้าเฉิงวาดออกไปนั้นตบได้เพียงอากาศ
“ใช่ แม่เลี้ยงท่านวางใจเถิด อย่างไรเสียหรงหรงก็ต้องได้เข้าไปอยู่ในตระกูลหลิ่ว” หลี่เยว่หานที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักพูดขึ้น “ยังดีที่ข้าเป็นคนตระกูลหลิ่วแล้วครึ่งหนึ่ง เรื่องนี้ข้ายังสามารถช่วยปูทางให้หรงหรงได้”
“เจ้า! เจ้า!…” หวังเฟิ่งคิดไม่ถึงว่าหลี่เยว่หานจะพูดเช่นนี้ จึงรู้สึกโกรธจนพูดไม่ออกอยู่ขณะหนึ่ง
หลี่หรงหรงยืนอยู่ด้านหลังหวังเฟิ่งและหลี่ต้าเฉิงด้วยท่าทางสำนึกผิด ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้น เห็นแล้วดูน่าสงสารยิ่งนัก
ไม่นานนักครอบครัวของหวังเหอฮวาก็มาถึง
แม้จะไม่รู้ว่าโจวต้าเป่าใช้วิธีใดจึงเรียกพวกเขามาได้ ทว่าครอบครัวของหวังเหอฮวานั้นมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก โดยเฉพาะหวังฉิน
ผู้คนในลานบ้านตระกูลเมิ่งต่างก็รอพวกเขาอยู่ ดังนั้นทันทีที่สายตามองไปเห็นครอบครัวหวังที่พึ่งเดินเข้ามา จึงอดรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาไม่ได้
“แม่นางเหอฮวา” หลี่เยว่หานเอ่ยถามอย่างสุภาพ “เรื่องเมื่อวานนี้ เจ้าช่วยอธิบายออกมาอีกครั้งได้หรือไม่?”
“…” หวังเหอฮวาจ้องมองหลี่เยว่หานโดยไม่พูดใด ๆ
การเจอเรื่องเช่นนั้นก็นับเป็นความอัปยศมากพอแล้ว ยังจะให้นางพูดต่อหน้าคนมากมายเช่นนี้อีกได้อย่างไรกัน!
“เจ้าไม่พูด เช่นนั้นข้าพูดเอง” หลี่เยว่หานฉีกยิ้ม ก่อนจะพยักหน้า “เพื่อนบ้านทุกท่าน เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานเป็นเช่นนี้ แม่นางเหอฮวาไม่อยากเป็นอนุ จึงไปหาอู๋จ้วงจ้วงและอันธพาลในหมู่บ้าน เพื่อให้พวกเขาไปบังคับสามีของข้าให้ยอมแต่งนาง แต่สามีของข้าไม่สนใจ พอข้าไปถึงสามีของข้าก็จัดการอู๋จ้วงจ้วงและคนพวกนั้นเรียบร้อยแล้ว”
“ขณะที่ข้าและสามีเดินกลับมาที่จวน ข้าก็รู้สึกว่าฟ้ามืดเช่นนี้แล้ว จะทิ้งเหอฮวาไว้กับอู๋จ้วงจ้วงและชายเหล่านั้นก็คงจะไม่ดีนัก จึงอยากย้อนกลับไปดู แต่สามีข้าไม่ยอม บอกว่าข้าเป็นสตรีไม่ควรไปยุ่งกับเรื่องเช่นนั้น”
“ดังนั้นเมื่อวานนี้ สามีของข้าจึงพาโจวต้าเป่าไป และเมื่อไปถึงที่นั่นก็เห็นว่าอู๋จ้วงจ้วงและพวกกำลังจะรังแกเหอฮวาจริง ๆ สามีของข้าจึงให้โจวต้าเป่าไปตามคนมาช่วย เรื่องก็เป็นเช่นนี้ ส่วนเหตุใดที่ท่านพ่อและแม่เลี้ยงต้องวิ่งมาถามข้าเช่นนี้ ข้าเองก็ไม่เข้าใจนัก”
“เจ้าโกหก!” หลี่หรงหรงพูดขึ้นมา “อู๋จ้วงจ้วงบอกข้าแล้ว เป็นเพราะเจ้ายอมจ่ายถึงสองเท่าเพื่อความปลอดภัยของหวังเหอฮวา!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ รอบ ๆ จึงเงียบลงทันที ทันใดนั้นหลี่หรงหรงค่อยรู้ตัวว่าตนพูดสิ่งใดออกไป
หลี่เยว่หานผายมือทั้งสองข้างออก “เฮ้อ เรื่องก็เป็นเช่นนี้ ไม่ทราบว่าเจ้ายังมีสิ่งใดไม่พอใจอีกหรือไม่ หรือเป็นเพราะบนรถม้าของคุณชายใหญ่หลิ่วเมื่อคืนนั้นไม่สะดวกสะบายกัน หรือคิดว่าตนจะตั้งครรภ์ลูกของคุณชายใหญ่หลิ่วก่อนเหอฮวา?”
ขณะนั้นเอง ไม่ว่าจะเป็นหลี่หรงหรงหรือหวังเหอฮวา ทั้งสองต่างก็หน้าแดงฉานขึ้นมา
ทว่าหลี่เยว่หานกลับมีสีหน้าเรียบเฉย
อย่างไรในสายตาของทุกคน เธอก็คือสตรีที่แต่งงานแล้ว เรื่องความสัมพันธ์ลึกซึ้งเช่นนี้ จึงไม่นับว่าเป็นเรื่องน่าอาย
“หลี่เยว่หาน! เหตุใดเจ้าจึงช่วยคนนอกรังแกน้องสาวของเจ้ากัน!” หลี่ต้าเฉิงพูดด้วยอารมณ์คุกรุ่น “เจ้ายังเป็นลูกสาวของข้าหลี่ต้าเฉิงอยู่หรือไม่!”
“พูดถึงเรื่องนี้ข้าก็ยิ่งอยากถามท่าน ในตอนแรกท่านแต่งงานกับท่านแม่ของข้าอย่างไร?” จู่ ๆ หลี่เยว่หานก็ถามขึ้นมา
“แม่ของเจ้าเป็นคนอพยพเข้ามา! จะให้ข้าแต่งงานได้อย่างไร!” หลี่ต้าเฉิงที่ในขณะนั้นถูกอารมณโมโหครอบงำอยู่ จึงพูดออกมาอย่างไม่คิดอะไรมากนัก “ทำเฉย ๆ ก็ได้มิใช่หรือ!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่เยว่หานจึงมีสีหน้าเย็นชาขึ้นมาทันที
“ทุกคนได้ยินชัดแล้ว” หลี่เยว่หานพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เมื่อวานนี้ อีกเพียงนิดเดียวเหอฮวาก็คงถูกรังแกไปแล้ว หลี่หรงหรงยอมรับเองว่าสมรู้ร่วมคิดกับอู๋จ้วงจ้วง แต่ยังโชคดีที่สามีของข้าและโจวต้าเป่าไปช่วยไว้ได้ทันเวลา เรื่องทั้งหมดนี้ไม่เกี่ยวกับข้าเลยแม้แต่น้อย”
ขณะนั้นเอง ใบหน้าของหลี่ต้าเฉิงก็หมองคล้ำขึ้นมา หันไปต่อว่าหวังเฟิ่งเสียงเบา “เจ้าบอกว่าเยว่หานทำให้หรงหรงเสียชื่อเสียงมิใช่หรือ! เหตุใดเรื่องจึงเป็นเช่นนี้!”
“ยัยหนูเยว่หานมีฝีปากลื่นไหลนัก” หวังเฟิ่งพูดด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ “อีกทั้งตอนนี้นางก็นับว่าเป็นคนของตระกูลหลิ่วครึ่งหนึ่งแล้ว นางพูดสิ่งใดก็คือสิ่งนั้น น่าสงสารก็แต่หรงเอ๋อร์ของเรา ฮือ!”
“ข้ารู้สึกแปลกใจนัก” หลี่เยว่หานมองใบหน้าของพวกเขาแล้วก็รู้สึกคลื่นไส้ “ข้าเป็นคนของตระกูลเมิ่งแล้ว เหตุใดจึงต้องไปทำให้ลูกสาวของพวกท่านเสียชื่อเสียงกัน?”
“เจ้าอย่าคิดว่าพวกเราไม่รู้ เจ้าอยากจะเป็นฮูหยินน้อยของตระกูลหลิ่วมาโดยตลอด ตอนนี้เจ้าทำไม่สำเร็จย่อมต้องรู้สึกโกรธแค้น!” หวังเฟิ่งพูดด้วยความน้อยใจ ร่ำไห้น้ำตาไหลพราก “ก็มีแต่หรงเอ๋อร์ของเราที่น่าสงสารยิ่งนัก…”