ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 119 พี่จื้อหย่วน
บทที่ 119 พี่จื้อหย่วน ~~~
เมื่อเห็นเมิ่งฉีฮ่วนปรากฏตัว หลี่เยว่หานก็รู้สึกประหลาดใจ เธอคิดว่าวันนี้เขาจะขึ้นไปบนภูเขา แต่ไม่คาดเลยว่าเขาจะไปที่อำเภอเพื่อพาตัวหลิ่วจื้อหยวนมา
“พี่จื้อหย่วน…” ในตอนที่หลี่หรงหรงเห็นหลิ่วจื้อหย่วน ดวงตาของนางเต็มไปด้วยน้ำตา และก็อดที่จะเรียก ‘พี่ชาย’ ด้วยความรักใคร่ไม่ได้
หลิ่วจื้อหย่วนไม่ได้เดินหลบเลี่ยงความสงสัยของผู้คนมากมายที่มีต่อตัวเขา ชายหนุ่มก้าวไปข้างหน้าแล้วโอบกอดหลี่หรงหรงมาไว้ในอ้อมแขน “เจ้าตัวน้อยผู้น่าสงสารของข้า ทำไมเจ้าถึงถูกทำร้ายอีกแล้ว? เมื่อเห็นว่าดวงตาของเจ้าบวมแดงหลังจากการหลั่งน้ำตา ข้าก็รู้สึกเสียใจต่อเจ้านัก!”
ขณะที่หลี่เยว่หานขนลุกกับคำพูดนั้น เมิ่งฉีฮ่วนก็เดินไปหาหญิงสาว และพูดกับบ้านหลี่ว่า “ข้าไม่รู้ว่าเจ้าสอนลูกสาวของเจ้ายังไง ในขณะที่เยว่หานบริสุทธิ์ไร้เดียงสา ทว่าหลี่หรงหรงของครอบครัวเจ้าอายุสิบสามปีกลับรู้จักวิธีปีนเตียงบุรุษแล้ว”
“เจ้า!… เจ้ากำลังพูดถึงเรื่องไร้สาระอะไร! หรงเอ๋อร์ของเราไร้เดียงสา…” หวังเฟิ่งโกรธมาก
“พวกเรากำลังจะเป็นครอบครัวเดียวกันเร็ว ๆ นี้ อีกทั้งเรื่องนี้ไม่ใช่ความลับอะไร” สิ่งที่หลิ่วจื้อหย่วนเกลียดที่สุดคือมารดาที่ปากร้ายของหลี่หรงหรง จึงขัดนางทันที “หรงเอ๋อร์เป็นของข้าตั้งแต่อายุสิบสาม เป็นข้าที่ผิดต่อเยว่หาน ตั้งแต่แรกข้าไม่เคยชอบเยว่หานเลย!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ฝูงชนที่กินแตงโมอยู่รอบ ๆ ก็อ้าปากค้างด้วยความตกใจ
ปีนี้หลี่เยว่หานอายุสิบหกปี และในปีนี้หลี่หรงหรงก็อายุสิบห้าปี พี่้น้องทั้งสองคนอายุห่างกันหนึ่งปี ทำไมชีวิตของพวกเขาถึงแตกต่างกันเช่นนี้?
“นายน้อยหลิ่ว ท่านบอกว่าหลี่หรงหรงเป็นของท่านตอนอายุสิบสาม หมายความว่าอย่างไร?” สะใภ้ชิวเป็นผู้ชอบนินทา ทั้งยังกล้าหาญยิ่ง นางจึงถามทันที
“เจ้ากำลังพูดเรื่องอะไร? แน่นอนว่ามันหมายความตามนั้น!” หลิ่วจื้อหย่วนกอดหลี่หรงหรงพลางเผชิญหน้ากับทุกคน “พรุ่งนี้เกี้ยวของตระกูลหลิ่วจะมารับหรงเอ๋อร์และเหอฮวา ถ้าข้ารู้ว่ามีคนกล้ารังแกผู้หญิงของข้า ข้าจะทำให้แน่ใจว่ามันผู้นั้นไม่สามารถอยู่อย่างสงบได้!”
หลังจากพูดจบ หลิ่วจื้อหย่วนก็ลดศีรษะลงและบีบคางของหลี่หรงหรง แล้วพูดว่า “ที่รัก ไปกันเถอะ”
จากนั้น หลิ่วจื้อหย่วนก็เดินจากไปพร้อมกับหลี่หรงหรงในอ้อมแขนของเขา
การตบหน้าระลอกนี้ มาและไปเร็วเกินไป หวังเฟิ่งยังคงนั่งอยู่บนพื้น ทั้งยังไม่ทันจะได้ตอบสนองอะไร ลูกสาวของนางก็ถูกหลิ่่วจื้อหย่วนพาตัวไปแล้ว
หลี่ต้าเฉิงเองก็ขาดทุนเช่นกัน นี่ไม่ใช่จุดประสงค์ที่เขามาหาหลี่เยว่หานในวันนี้…
หลิ่วจื้อหย่วนปรากฏตัวขึ้นได้อย่างไร?
“ทุกคนแยกย้ายกันเถอะ” เมิ่งฉีฮ่วนขับไล่พวกเขาให้ออกไป เมื่อเห็นว่าการแสดงจบลง ทุกคนก็รู้ว่าควรจะต้องทำอะไร ดังนั้นพวกเขาทั้งหมดจึงพากันแยกย้ายกันออกไป
ทว่าหลี่ต้าเฉิงและหวังเฟิ่งยังคงไม่จากไป เมื่อเห็นดังนั้นโจวต้าเป่าก็พลันมีสีหน้ามืดครึ้มลงทันที “เจ้าต้องการให้ข้าไล่พวกเจ้าสองคนออกไปไหม?”
หลังได้ยินเช่นนี้ หลี่ต้าเฉิงก็รีบคว้าตัวหวังเฟิ่งและออกจากบ้านเมิ่งไป
โจวต้าเป่าปิดประตู ฮัมเพลงและย้ายเก้าอี้ทั้งหมดที่เขาเพิ่งย้ายมากลับไปที่ครัว หลี่เยว่หานหันหน้าไปมองเมิ่งฉีฮ่วน “เมื่อเช้าท่านไปอำเภอหย่งอันมาหรือ?”
“ใช่ ข้าบังเอิญเจอหลี่หรงหรงกำลังลงจากรถม้าของหลิ่วจื้อหย่วน ดังนั้นข้าจึงกระจายข่าวออกไป” เมิ่งฉีฮ่วนบีบใบหน้าของหลี่เยว่หานด้วยรอยยิ้ม “ข้าฉลาด”
“ท่านฉลาดอะไร” หลี่เยว่หานตีมือของเมิ่งฉีฮ่วนทิ้ง “ในเมื่อท่านพบกับหลิ่วจื้อหย่วนตอนจากไป ทำไมท่านไม่พาเขากลับมาให้เร็วกว่านี้ล่ะ? ท่านต้องไปที่อำเภอหย่งอันเพื่ออะไรอีก ท่านไป ๆ กลับ ๆ ไม่รู้จักเหนื่อยบ้างรึ!”
“แน่นอนว่าข้าต้องไปตระกูลหลิ่ว มิฉะนั้น หลิ่วจื้อหย่วนจะไม่ยอมรับ และตระกูลหลิ่วก็จะไม่รู้ว่าหลี่หรงหรงทำสิ่งที่น่ารังเกียจเหล่านั้น” เมิ่งฉีฮ่วนกล่าวอย่างจนใจ “ข้าทำเพื่อเจ้า!”
“ท่านทำอะไรเพื่อข้าอีก!” หลี่เยว่หานพูดอย่างโกรธเคือง
“ลองคิดดูสิ ถ้าข้าไม่ไปที่จวนสกุลหลิ่วและบอกเรื่องยุ่ง ๆ พวกนี้กับนายท่านผู้เฒ่าหลิ่วและนายท่านหลิ่ว หลังจากที่หลี่หรงหรงเข้าประตูไป นางก็ต้องขยันโผล่หน้าไปประจบประแจงและกระพือไฟต่อหน้าพวกเขาเป็นครั้งคราวเพื่อพูดจาแย่ ๆ เกี่ยวกับเจ้าแน่ เช่นนั้นแล้วสถานะในฐานะลูกสาวบุญธรรมจะเป็นประโยชน์อะไรกับเจ้าอีกเล่า?”
เมิ่งฉีฮ่วนบีบหน้าของหลี่เยว่หานอีกครั้ง “อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้ากำลังคิดอะไร แม้ว่าเจ้าจะมีความคิดมากมายอยู่ในหัว แต่อย่างน้อยข้าก็พอมองออกบางส่วน”
หลังจากได้ยินคำพูดของเขา หลี่เยว่หานก็อดไม่ได้ที่จะเหล่ตามอง “ถ้าอย่างนั้นบอกข้าสิ ข้ามีแผนจะทำอะไรกับตำแหน่งลูกสาวบุญธรรมนี้!”
“นี่ไง” เมิ่งฉีฮ่วนพยักพเยิดคางไปทางถังซีอิ๊วที่ยังไม่ได้กลั่นหลายถังในลาน แล้วพูดว่า “ตระกูลหลิ่วมีร้านขายซีอิ๊วและน้ำส้มสายชูข้าวที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอหย่งอัน เจ้าต้องการนำซีอิ๊วและน้ำส้มสายชูข้าวของเจ้าไปขายในร้านของพวกเขา”
“จิ๊!…” หลี่เยว่หานอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว ชายคนนี้เดาได้ค่อนข้างแม่นยำ “ทำไมท่านถึงคิดว่าข้าจะไม่ขายให้กับเวินเทียนเหล่ยเล่า?”
“ซีอิ๊วและน้ำส้มสายชูข้าวนั้นขนส่งไม่สะดวก หากเจ้าใช้เวลาหนึ่งวันเพื่อส่งของไปยังเมืองหลิวชิง เจ้าก็คงเสียสติไปแล้วกระมัง”
ขณะที่พูด เมิ่งฉีฮ่วนก็เคาะหน้าผากของหลี่เยว่หาน “ดังนั้นเจ้าจึงเริ่มไปเยี่ยมตระกูลหลิ่ว เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์กับพวกเขา”
หลังจากได้ยินสิ่งนี้ หลี่เยว่หานก็พึมพำรับเบา ๆ “ท่านฉลาด”
ครั้นพูดจบ หลี่เยว่หานก็หันหลังกลับไป ก่อนผลักประตูลานด้านในให้เปิดออก ตอนนั้นเองเธอก็เห็นว่าหลิงซีขยับม้านั่งตัวเล็กออกมา และกำลังนั่งตัวตรงอย่างมีชีวิตชีวา ทั้งสองคนจ้องหน้ากัน แต่หลิงซีมีปฏิกิริยาตอบสนองก่อน “อาหญิง! คนเลวออกไปแล้ว!”
“ไปกันเถอะ” หลี่เยว่หานอุ้มหลิงซีไว้ในอ้อมแขนอย่างอึ้ง ๆ “เจ้านั่งอยู่ที่นี่มาตลอดเลยหรือ?”
“ใช่แล้ว!” หลิงซีพยักหน้าอย่างแรง “อาหญิงเยี่ยมมาก พวกคนเลวทั้งหมดถูกอาหญิงด่าจนวิ่งหนีไปเลย!”
“แล้วอาไม่น่าทึ่งเหรอ! อาพาคนที่สามารถจัดการกับคนเลวมาด้วยนะ!” เมิ่งฉีฮ่วนรีบอ้างความดีความชอบ
หลิงซีตัวน้อยขมวดคิ้วและคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ส่ายหัว “ท่านอาไม่ได้ทำอะไรเลย อาหญิงของข้าเกือบจะด่าไล่คนเลวจนออกไปได้แล้ว ตอนนั้นท่านอาเพิ่งมาถึงที่นี่ ทั้งท่านอายังไม่ได้พูดอะไรเลย พวกคนเลวต่างถูกไล่ออกไปโดยอาหญิงของข้า!”
“…” เมื่อเมิ่งฉีฮ่วนมองหลี่เยว่หานที่แสดงอาการภาคภูมิใจ และหลิงซีตัวน้อยผู้มีใบหน้าจริงจังจนเขาพูดไม่ออก ก่อนจะรู้สึกว่าสถานะของเขาในครอบครัวนี้ดูเหมือนจะลดต่ำลงไปอย่างเงียบ ๆ…
ดังที่หลิ่วจื้อหย่วนกล่าว เช้าวันรุ่งขึ้น เกี้ยวอันงดงามสองหลังของตระกูลหลิ่วก็ปรากฏขึ้นในหมู่บ้านไป๋อวิ๋น ก่อนจะมาหยุดที่ประตูบ้านหวัง และบ้านหลี่ตามลำดับ
เนื่องจากเป็นการรับอนุ จึงใช้สีแดงไม่ได้ ดังนั้นเด็กสาวของทั้งสองบ้านจึงคลุมด้วยผ้าคลุมสีชมพู นั่งบนเกี้ยว และถูกพาไปยังอำเภอหย่งอันเช่นนั้น
จนกระทั่งทั้งสองคนถูกพาตัวไปในที่สุด หลี่เยว่หานจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“อาหญิง อาหญิง” มู่ชวนวิ่งกลับมาหลังเลิกเรียนตอนเที่ยง “ข้างนอกนั่นแม่เลี้ยงของอาหญิงกำลังแจกขนมงานแต่ง แถมยังยัดใส่มือข้าด้วย!”
ขณะที่เขาพูด มู่ชวนก็ผายมือออก ในมือนั้นมีลูกอมราคาถูกสองสามห่อวางอยู่
เดิมทีเธอต้องการให้มู่ชวนทิ้งมัน แต่จู่ ๆ หลี่เยว่หานก็จำที่ตนสัญญาไว้ว่าจะทำขนมหวานให้หลิงซีกิน ดังนั้นจึงก้มลงมองมู่ชวน “เจ้าอยากกินอะไรอร่อย ๆ หรือไม่?”
“ห๊ะ?” มู่ชวนตะลึง “อาหญิงจะให้ข้าไปขอเพิ่มหรือ?”
“ใช่ ข้าจะทำอาหารอร่อย ๆ ให้เจ้า หลังจากที่เจ้าได้รับมันมา!” ขณะที่พูด หลี่เยว่หานก็คว้าขนมออกมาจากมือของมู่ชวน
เมื่อมองไปยังฝ่ามือที่ว่างเปล่า มู่ชวนก็เม้มริมฝีปาก วางย่ามใส่หนังสือลงอย่างยอมแพ้ และหันหลังกลับออกไป