ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 118 ข้านับเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลหลิ่วแล้ว
- Home
- ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน
- บทที่ 118 ข้านับเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลหลิ่วแล้ว
บทที่ 118 ข้านับเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลหลิ่วแล้ว
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่เยว่หานจึงยิ้มออกมา “ถึงแม้วันนี้ข้าจะไม่ใช่ฮูหยินน้อยตระกูลหลิ่ว แต่ก็ได้เป็นส่วนหนึ่งของตระกูลหลิ่วแล้ว เรื่องนี้ท่านก็น่าจะรู้มิใช่หรือ?”
“การเป็นฮูหยินน้อยกับการเป็นลูกบุญธรรมนั้นไม่เหมือนกัน เจ้าดูตัวเองเสียก่อน เจ้าอยู่ในหมู่บ้านไป๋อวิ๋นที่ยากจนเช่นนี้ ทั้งยังไม่ได้สวมเสื้อผ้าหรือกินอาหารดี ๆ อีกด้วย อย่างไรเจ้าก็ต้องไม่รู้สึกยินดีเป็นแน่!” หวังเฟิ่งพูดด้วยความมั่นใจ
หลี่เยว่หานพยักหน้า “พูดเช่นนี้ก็ไม่ผิด แต่ท่านคิดว่าที่หลี่หรงหรงได้เป็นอนุเป็นเพราะข้าไปขอร้องต่อหน้าท่านปูตระกูลหลิ่วเพื่อมอบสถานะนี้ให้นางอย่างนั้นหรือ? ไม่ใช่หรอก! ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะหลี่หรงหรงมีมลทินทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้แต่งงานมิใช่หรือ?”
ไม่มีใครคาดว่าเรื่องจะเป็นเช่นนี้ แม้แต่หลี่หรงหรงเองก็คิดมาโดยตลอดว่าที่หลิ่วจื้อหย่วนกลับมาหาตนก็เพราะสำนึกได้
ใครจะคิดว่าเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะหลี่เยว่หานกัน?
“จุ๊! จุ๊! คนตระกูลหลี่ช่างมีจิตใจโหดร้ายราวกับหมาป่ายิ่งนัก!” สะใภ้ตระกูลหลิวที่นั่งแทะเมล็ดแตงโมอยู่บนม้านั่งพูดขึ้นมาเป็นคนแรก “เฒ่าหลี่ ท่านกำลังคิดเห็นอย่างไร? ถ้าหากข้ามีลูกสาวที่ดีเช่นเยว่หาน ข้าก็อยากจะหัวเราะออกมานัก ทว่าท่านกลับยังมาต่อว่าสาปแช่งนางเช่นนี้ ท่านไม่ปวดใจบ้างหรือ?”
“ใช่ หากลูกสาวของข้ากล้ายั่วยวนพี่เขยของนางในอนาคต ข้าคงจะหักขานางและขับไล่นางออกจากบ้านไปซะ แต่คนตระกูลหลี่ช่างแปลกเสียจริง ลูกสาวคนเล็กแย่งคู่หมั้นของลูกสาวคนโต ไม่เพียงแต่จะไม่ต่อว่าลูกสาวคนเล็ก แต่กลับขายลูกสาวคนโตออกไป ช่างจิตใจตกต่ำยิ่งนัก!”
“…”
เสียงผู้คนเริ่มถกเถียงกันขึ้นมา หลี่เยว่หานรู้สึกพอใจต่อผลลัพธ์ที่ออกมาเป็นเช่นนี้
หญิงสาวเองก็คิดไม่ถึงว่า หลี่ต้าเฉิงจะมาต่อว่าเธอถึงจวนเช่นนี้ และคิดไม่ถึงว่าโจวต้าเป่าจะ ‘เชิญ’ ครอบครัวของหวังเหอฮวามาได้ เมื่อทั้งสามฝ่ายมารวมตัวกันในลานของจวนตระกูลเมิ่ง เรื่องทุกอย่างจึงชัดเจนยิ่งขึ้น
หลี่หรงหรงและหลิ่วจื้อหย่วนมีเพียงแค่สัมพันธ์ฉาบฉวยระหว่างกัน และเพราะนางไม่ได้บริสุทธิ์แล้ว จึงกลัวว่าหากหวังเหอฮวาที่บริสุทธิ์ผุดผ่องเข้ามา ก็อาจจะแย่งความรักไปจากตนได้ ดังนั้นเมื่อรู้ว่าหวังเหอฮวาให้อู๋จ้วงจ้วงและคนอื่น ๆ มาขวางเมิ่งฉีฮ่วนไว้ จึงคิดให้อู๋จ้วงจ้วงและพวกทำลายความบริสุทธิ์ของหวังเหอฮวาแทน
แต่หลี่เยว่หานกลับรู้ทันเสียก่อน จึงให้สามีของตนและโจวต้าเป่ากลับไปดูอีกครั้ง ทำให้ช่วยหวังเหอฮวาไว้ได้ทัน
“เช่นนั้นหมายความว่า ท่าน…ในตอนที่พี่เขยช่วยหวังเหอฮวาจากน้ำมือของอู๋จ้วงจ้วงและพวก จะต้องเห็นเรือนร่างของหวังเหอฮวาแล้ว เช่นนั้นสามีของท่านก็ต้องรับผิดชอบเหอฮวา!” หลี่หรงหรงพูดอย่างไม่เต็มใจ
เมื่อได้ยินเช่นนั้นสายตาของหลี่เยว่หานก็สว่างวาบขึ้น ก่อนจะหรี่ตาลงทันที
เธอคาดเดาไว้ก่อนแล้ว ลำพังหวังเหอฮวานั้น ไม่มีทางคิดที่จะไปหาอู๋จ้วงจ้วงและพวกเพื่อขัดขวางเมิ่งฉีฮ่วนไว้กลางทางแน่ ดังนั้นนางน่าจะได้ฟังคำแนะนำของหลี่หรงหรง แล้วจึงยอมจ่ายเงินเพื่อจ้างอู๋จ้วงจ้วงและพวก
ส่วนเรื่องที่อู๋จ้วงจ้วงคิดจะทำลายหวังเหอฮวานั้น หลี่เยว่หานเดาว่า หลี่หรงหรงน่าจะพูดกับหวังเหอฮวาว่า หลังจากที่อู๋จ้วงจ้วงและพวกพาตัวหวังเหอฮวาไปแล้ว นางจะรีบมาตามเมิ่งฉีฮ่วนไปช่วย
เพียงแต่หลี่หรงหรงพลาดตรงที่ไม่คิดว่าหลี่เยว่หานจะสามารถเดาทางออก และพลาดที่ไม่คิดว่าเธอจะพาโจวต้าเป่าไปช่วยหวังเหอฮวาด้วยตัวเอง
ดังนั้น…
“ขออภัย ความจริงแล้วเมื่อวานข้าพาโจวต้าเป่าไปช่วยแม่นางเหอฮวา เมื่อพบแล้ว ข้าก็ได้เอาเสื้อคลุมของข้าปกปิดร่างกายของนางไว้ ทำให้โจวต้าเป่าไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น” หลี่เยว่หานยิ้ม พลางหรี่ตามองไปยังหลี่หรงหรง “หลังจากนั้น เมื่อข้ากลับมา จึงถามสามีว่ามีผู้ใดมาหาหรือไม่ สามีของข้าดูแลมู่ชวนและหลิงซีอยู่ตลอด จึงไม่ได้พบผู้ใด ทำให้เจ้าต้องผิดหวังเสียแล้ว ขออภัยด้วยจริง ๆ”
หลี่หรงหรงชะงักไป มองหลี่เยว่หานอย่างเหลือเชื่อ พลางมองไปยังหวังเหอฮวา
ขณะนั้นเอง หวังเหอฮวาก็จ้องมองหลี่หรงหรงด้วยความเกลียดชัง
“ใช่!” ในที่สุดหวังเหอฮวาจึงอดพูดออกมาไม่ได้ “เพราะหลี่หรงหรง! หลี่หรงหรงพูดกับข้าว่า ให้ข้าใช้เงินจ้างอู๋จ้วงจ้วงและพวก ให้พวกเขาคอยดักเมิ่งฉีฮ่วนไว้หน้าทางเข้าหมู่บ้าน และบังคับเขาให้แต่งงานกับข้า! และก็เป็นหลี่หรงหรง นางบอกว่าเมื่อพี่เมิ่งเดินออกไปแล้ว ให้อู๋จ้วงจ้วงแสร้งพาตัวข้าไป! จากนั้นนางจะมายังจวนตระกูลเมิ่งเพื่อเชิญพี่เมิ่งออกไปช่วยข้า เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ข้าก็จะใช้ความบริสุทธิ์รั้งพี่เมิ่งไว้ได้แล้ว!”
“แต่ข้าคิดไม่ถึงว่าหลี่หรงหรงจะให้อู๋จ้วงจ้วงและพวกมาทำลายจริง ๆ ถ้าหากหลี่เยว่หานมาไม่ทันเวลา และลากตัวอู๋จ้วงจ้วงที่กำลังดึงเสื้อผ้าของข้าออกไป พร้อมทั้งถอดเสื้อคลุมของนางมาปิดบังร่างกายให้ข้าล่ะก็ เมื่อคืนข้าอาจจะโยนตัวเองลงไปในแม่น้ำแล้วก็ได้!”
หวังเหอฮวาพูดด้วยท่าทางที่ดูสิ้นหวัง พลางชี้ไปยังหลี่หรงหรงด้วยดวงตาที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำตา “ข้านับถือเจ้าเป็นพี่น้องด้วยใจจริง ข้ารู้มาตลอดว่าเจ้าชอบคุณชายใหญ่หลิ่ว ดังนั้นข้าจึงคิดหาวิธีเพื่อไม่ให้ตนต้องเข้าไปยังตระกูลหลิ่ว แต่สุดท้ายเจ้ากลับผลักข้าเข้าไปในกองไฟ หลี่หรงหรง ข้าดูเจ้าผิดไปจริง ๆ!”
หลี่หรงหรงและหวังเฟิ่งทั้งสองต่างก็ตกตะลึงไป คิดไม่ถึงว่าหวังเหอฮวาจะพูดทุกอย่างออกมาเช่นนี้
หลี่ต้าเฉิงที่ยืนอยู่ด้านข้างตกตะลึงไปเช่นกัน
นี่…สาเหตุที่เขามาหาหลี่เยว่หานก็เพาะนางปล่อยข่าวลือเรื่องชู้สาวระหว่างหลี่หรงหรงและหลิ่วจื้อหย่วนที่เกิดขึ้นบนรถม้าหน้าทางเข้าหมู่บ้านเมื่อคืนมิใช่หรือ? เหตุใด…เรื่องจึงกลายเป็นเช่นนี้ได้?
หลังจากเข้าใจทุกอย่างแล้ว หลี่เยว่หานก็ก้าวออกไปแตะไหล่ของหวังเหอฮวา และช่วยเช็ดน้ำตาให้นางอย่างเบามือ พลางพูด “เหอฮวา เจ้าอย่าเสียใจไปเลย ข้าจะบอกความจริงของเรื่องทั้งหมดให้พ่อแม่บุญธรรมของข้าฟัง”
เมื่อได้ยินเช่นนี้หวังเหอฮวาก็มองไปที่หลี่เยว่หานด้วยแววตาสับสน ขยับหนีฝ่ามือของนางโดยไม่พูดอะไร “ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ใช่คนจิตใจโหดร้าย ก่อนหน้านี้ที่ข้ารังแกเจ้า แต่เจ้าก็ไม่ทำอะไรข้า ทั้งเมื่อวานยังช่วยข้าให้รอดพ้นจากอันตรายอีก ดังนั้นวันนี้ข้าจะยอมเอาชื่อเสียงของสตรีมาเป็นเดิมพันเพื่อพูดความจริงเรื่องนี้ ถือว่าเป็นการตอบแทนที่เมื่อวานเจ้าช่วยข้าไว้”
“อีกสองวันเกี้ยวของจวนตระกูลหลิ่วก็จะมารับข้า นับแต่บัดนี้ไป ข้าจะไม่มารบกวนเจ้าและพี่เมิ่งแล้ว” พูดจบหวังเหอฮวาก็วิ่งร้องไห้จากไป หวังฉินเป็นห่วงนางจึงวิ่งตามออกไป ทว่าหม่าเวยกลับอยู่ที่เดิม
“เดิมทีกับตระกูลหลี่นั้น พวกเราทั้งสองนับว่าเป็นดองกัน ที่พวกเจ้ามายังหมู่บ้านไป๋อวิ๋นได้นั้น ก็เพราะตระกูลเราเป็นหลักประกันให้พวกเจ้า แต่เรื่องที่หลี่หรงหรงทำนั้นไม่ถูกต้อง นับแต่บัดนี้ไป พวกเราสองตระกูลยุติความสัมพันธ์กันไว้เพียงเท่านี้เถิด!”
พูดจบหม่าเวยก็เดินออกไป
เมื่อหวังเฟิ่งเห็นผู้คนเดินออกไปก็ตั้งสติได้ จึงนั่งลงกับพื้นและเริ่มกรีดร้องขึ้นมา “เทพเซียนทั้งหลาย ท่านตาสว่างเสียทีเถิด! นี่มันเรื่องอะไรกัน! หรงเอ๋อร์ของเราจิตใจดีเช่นนี้ จะทำเรื่องพวกนี้ได้อย่างไรกัน แม่หนูเยว่หาน เจ้ายังชอบคุณชายใหญ่หลิ่วอยู่งั้นหรือ แต่ว่าเจ้าแต่งงานไปแล้วนะ!”
หลี่เยว่หานชี้นิ้วมาที่ตัวเองด้วยความเหลือเชื่อ และแทบจะพูดไม่ออก “ท่านบอกว่าข้าชอบหลิ่วจื้อหย่วน?”
“แล้วไม่ใช่อย่างงั้นหรือ!” หวังเฟิ่งร้องไห้อย่างจริงจัง “ก่อนหน้านี้ เจ้าพูดมาตลอดว่าทั้งชีวิตเป็นคนของตระกูลหลิ่ว ตายไปก็จะเป็นภูตผีของตระกูลหลิ่ว เจ้าฝันว่าคุณชายใหญ่หลิ่วจะมาสู่ขอเจ้า เจ้าเติบโตมาเพื่อตั้งตารอวันนี้ ทว่าเจ้ากลับไม่สมหวัง เจ้าไม่อาจแต่งงานได้แล้ว แต่ก็ยังเฝ้าคิดถึงคุณชายใหญ่หลิ่ว!”
หลี่เยว่หานแทบจะหัวเราะออกมาด้วยความโกรธ
และในขณะนั้นเอง น้ำเสียงที่คุ้นเคยก็ดังมาจากทางประตู “ฮูหยินของข้าจะชอบหลิ่วจื้อหย่วนหรือไม่นั้น ข้าไม่รู้ แต่หลี่หรงหรงของพวกท่านอายุเพียงสิบสามหนาวก็อยู่กับหลิ่วจื้อหย่วนแล้ว นั่นเป็นสิ่งที่ข้ารู้”
ทุกคนหันไปมองตามเสียง จึงได้เห็นว่าเมิ่งฉีฮ่วนกำลังเดินเข้ามา และด้านหลังของเขาก็มีหลิ่วจื้อหย่วนติดตามมาด้วย