ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 125 หากเจ้าไม่คุกเข่าก้มลงกราบขอโทษ ข้าจะตีเจ้าครั้งหนึ่ง!
- Home
- ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน
- บทที่ 125 หากเจ้าไม่คุกเข่าก้มลงกราบขอโทษ ข้าจะตีเจ้าครั้งหนึ่ง!
บทที่ 125 หากเจ้าไม่คุกเข่าก้มลงกราบขอโทษ ข้าจะตีเจ้าครั้งหนึ่ง!
ในไม่ช้าพื้นของห้องใต้ดินก็ถูกเปิดออกมาอีกครั้ง และเมิ่งฉีฮ่วนก็ขึ้นมาโดยไม่ได้รับบาดเจ็บ
หลังจากรับตัวมู่ชวนที่ยังคงหวาดกลัวมาจากอ้อมแขนของโจวต้าเป่าแล้ว ชายหนุ่มก็เหลือบมองไปที่หวังเหอฮวา “ขอบคุณสำหรับวันนี้” จากนั้นเขาก็หันหลังจากไป
หวังเหอฮวาต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ถูกโจวต้าเป่าห้ามไว้ด้วยท่าทางเตือน “พี่สะใภ้ของข้าถูกพี่ชายสามคนของเจ้าทุบตีจนเกือบตาย วันนี้พี่ชายสารเลวสามคนของเจ้ายังมีชีวิตอยู่ ก็นับว่าพี่ชายเมิ่งมีเมตตามากแล้ว!”
“อย่าลืมขอให้พี่น้องสารเลวของเจ้ามาที่บ้านเมิ่งเพื่อขอโทษด้วย มิฉะนั้นเรื่องนี้จะไม่จบ!” หลังจากพูดจบ โจวต้าเป่าก็จากไป
เมื่อหวังฉินกลับถึงบ้านพร้อมกับคนไม่กี่คนที่นางตามมา ก็เห็นหม่าเวยและหวังเฟิ่งกอดกันในสภาพชุดยุ่งเหยิง อีกทั้งหวังเหอฮวาก็ยืนอยู่ในลาน ส่วนลูกชายสามคนของนางก็พยุงกันและกันปีนออกจากห้องใต้ดิน หวังหัวซึ่งได้รับบาดเจ็บนั้น ในท้ายที่สุดเขาก็สลบไป
“เหอฮวา! เกิดอะไรขึ้น! หม่าเวย! เจ้ากำลังทำอะไร!” เมื่อเห็นฉากนี้ ในที่สุดหวังฉินก็ร่างทรุดลง
นางได้แต่ขอให้ผู้ที่นางตามมาช่วยเหลือกลับไป ทันใดนั้นบ้านหวังก็เงียบลง
ระหว่างทางกลับ เมิ่งฉีฮ่วนอุ้มมู่ชวนไว้ในอ้อมแขน เด็กชายที่ฟื้นคืนกำลังก็พูดขึ้นอย่างช้า ๆ ว่า “อาเมิ่ง อาหญิงบาดเจ็บหรือไม่?”
“อืม” เมิ่งฉีฮ่วนตอบเรียบ ๆ
“แล้ว… แล้วหลิงซีล่ะ?” มู่ชวนถามอย่างระมัดระวัง
เมิ่งฉีฮ่วนไม่ตอบ
โจวต้าเป่าเอ่ยขึ้นแทนว่า “หลิงซีไม่ได้รับบาดเจ็บ เว้นแต่หวาดกลัว หลิงซีกล่าวว่าตอนที่ไอ้สารเลวสามคนของบ้านหวังกำลังทุบตีพี่สะใภ้ พี่สะใภ้ปกป้องนางและไม่ปล่อยให้ใครมาทำร้ายนางได้”
หลังจากได้ยินเช่นนี้ มู่ชวนก็รู้สึกอึดอัด
เมื่อพวกเขากลับถึงบ้าน หลิวโหย่วฉายและภรรยาของเขาได้ทำความสะอาดสิ่งของเกะกะทั้งหมดในบ้านเมิ่งแล้ว ห้องครัวเองก็สะอาด อีกทั้งหลี่เยว่หานก็ตื่นแล้วเช่นกัน เพียงแต่นางอ่อนแรงมาก
หลิงซีอยู่เคียงข้างหลี่เยว่หานตลอดเวลา นางแข็งแกร่งมากจนไม่เคยหลั่งน้ำตา ทว่าเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของเมิ่งฉีฮ่วนกลับมา และเห็นพี่ชายของนางที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ หลิงซีก็พลันร้อง “โฮ!” และโผเข้าสู่อ้อมแขนของมู่ชวน
“พี่ชาย หลิงซีกลัวมากเลย!” หลิงซีกอดมู่ชวนแน่นพลางส่งเสียงร้องนุ่มนิ่มออกมา ซึ่งนั่นทำให้เด็กชายรู้สึกเป็นทุกข์นัก
“อย่ากลัวไปเลย อาเมิ่งไล่คนเลวออกไปหมดแล้ว” มู่ชวนปลอบโยนหลิงซีอย่างนุ่มนวล พลางลูบหลังศีรษะของนาง
“พี่ชาย อาหญิงเกือบถูกคนร้ายทุบตีจนตายเพื่อปกป้องหลิงซี! หลิงซีกลัวมากเลย…” ชั่วขณะนี้คล้ายว่าอารมณ์ทั้งหมดของหลิงซีจะถูกระบายออกมา นางสะอื้นหนักในอ้อมแขนของพี่ชายตน
เมิ่งฉีฮ่วนเดินไปหาหลี่เยว่หานและคุกเข่าลง แล้วกุมมือนางเบา ๆ พลางถาม “เจ็บไหม?”
หลี่เยว่หานถอนหายใจด้วยความโล่งอกและฝืนยิ้ม “ไม่เจ็บ ยาของท่านมีใช้ดีมาก!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เมิ่งฉีฮ่วนก็ยิ่งเป็นทุกข์ ชายหนุ่มโทษตัวเอง เขายกมือของนางแนบริมฝีปากของตนและจุมพิตเบา ๆ “วันนี้ทำไมยามขึ้นไปบนภูเขา เจ้าถึงไม่พาโจวต้าเป่าไปด้วยเล่า?”
“ข้าขอโทษ” หลี่เยว่หานขอโทษด้วยการตำหนิตัวเอง “ข้าคิดว่าหลังจากผ่านไปนานกว่าหนึ่งเดือน บ้านหวังจะหยุดสร้างปัญหา ดังนั้นข้าจึงขอให้พี่ต้าเป่าเฝ้าบ้าน”
“มันไม่ใช่ความผิดของเจ้า” เมิ่งฉีหวนจัดผมที่ยุ่งเหยิงของหลี่เยว่หาน พลางเอ่ย “เป็นเพราะข้าปกป้องเจ้าไม่ดีพอ”
ด้วยเหตุผลบางอย่าง หลี่เยว่หานซึ่งเดิมคิดว่าอาการบาดเจ็บนี้ไม่เป็นอะไร ทว่าหลังจากได้ยินคำพูดของเมิ่งฉีฮ่วนก็น้ำตาไหลริน
นี่คือความรู้สึกที่ได้รับการดูแลและทะนุถนอมงั้นหรือ?
ที่แท้…นี่คือความรู้สึกยามถูกปกป้องงั้นหรือ…
“ท่าน…” หลี่เยว่หานสูดจมูก บังคับอารมณ์ของนางให้คงที่และพูดว่า “ท่านไปบ้านหวังมาเพื่อเอาเรื่องใช่หรือไม่?”
“อืม” เมิ่งฉีฮ่วนพยักหน้า “ข้าได้ตอบแทนอาการบาดเจ็บของเจ้าที่ได้รับจากพวกเขาแล้ว”
หลังจากได้ยินสิ่งนี้ หลี่เยว่หานรีบถาม “ท่านไม่ได้รับบาดเจ็บหรือ?”
“ไม่ อย่างที่ข้าบอกไป ข้าเก่งเรื่องการต่อสู้” เสียงของเมิ่งฉีฮ่วนอ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อ
หลิวโหย่วฉายและภรรยาของเขาต้องการที่จะขัดจังหวะการสนทนาของพวกเขาหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็กลืนคำพูดลงคอ
ไม่นานหลิวโหย่วฉายก็ต้มน้ำร้อนหม้อใหญ่มาให้พวกเขา นำอาหารจากบ้านของตนเองมาให้กับเด็กทั้งสองคนและโจวต้าเป่า ก่อนจะกลับไปพักผ่อนหลังจากยุ่งกันมาทั้งคืน
อาการบาดเจ็บบนร่างกายของหลี่เยว่หานรุนแรงเกินไป ทำให้หญิงสาวไม่สามารถเดินบนพื้นได้ ดังนั้นเมิ่งฉีฮ่วนอุ้มเธอจากห้องครัวเข้าไปในห้อง จากนั้นก็นำน้ำร้อนมา แล้วเช็ดบริเวณภายนอกให้ทั้งหมดอย่างระมัดระวัง เหลือเอาไว้เพียงภายใต้ร่มผ้า สุดท้ายก็ช่วยหลี่เยว่หานหวีผม ก่อนจะออกจากห้อง
หลังจากทานยาของเมิ่งฉีฮ่วนแล้ว หลี่เยว่หานก็รู้สึกเจ็บปวดน้อยลงจริง ๆ
แต่หลังจากที่เมิ่งฉีฮ่วนจากไป หลี่เยว่หานได้ตรวจสอบร่างกายด้วยมือของตนเองและพบว่าซี่โครงของเธอหัก
เมื่อไม่มีอุปกรณ์ หลี่เยว่หานก็ทำได้เพียงจัดกระดูกที่หักผ่านผิวหนัง หญิงสาวหลั่งเหงื่อเย็นออกมาจากความเจ็บปวด
เช้าวันรุ่งขึ้น
“เรื่องนี้เจ้าต้องให้คำอธิบายกับครอบครัวของเรา!” ทันทีที่หลี่เยว่หานลืมตาขึ้น เธอก็ได้ยินเสียงทะเลาะวิวาทมาจากลานหน้าบ้าน หลังจากฟังอย่างตั้งใจแล้วก็พบว่าเป็นเสียงของหวังฉิน
“ใช่แล้ว เมิ่งฉีฮ่วน เจ้าเป็นคนนอก! เจ้าบุกเข้าไปในห้องใต้ดินของเราและทุบตีลูกทั้งสามของข้าแบบนี้! เจ้าต้องชดใช้! มอบค่ารักษามา!” หม่าเวยเห็นด้วยทันที
ก่อนที่เมิ่งฉีฮ่วนจะจากไปเมื่อวานนี้ เขาและหวังเฟิ่งต่างก็ถูกทำให้หมดสติ เมื่อพวกเขาตื่นขึ้นมาก็พบพวกเขากอดกันอยู่ในสภาพเสื้อผ้ายุ่งเหยิง อีกทั้งพวกเขายังเกือบจะถูกหวังฉินโกรธเกรี้ยวไม่หยุด ไม่ง่ายเลยว่าจะกล่อมนางได้ วันนี้จะต้องให้หวังฉินได้ระบาย มิฉะนั้นหวังฉินปากร้ายอาจมาทำอะไรกับเขา!
“พวกเฒ่าไร้ยางอายสองคนยังกล้ามาขอเงินอยู่อีกหรือ? ทำข้าขำแทบตายแล้ว!” โจวต้าเป่ายืนข้างเมิ่งฉีฮ่วน พร้อมกับเท้าสะโพก “ลูกชายไร้ยางอายทั้งสามคนของเจ้าขวางพี่สะใภ้ของข้าไว้ระหว่างทางลงภูเขา ก่อนจะทำร้ายนางจนบาดเจ็บสาหัส ทั้งยังลักพาตัวหลานมู่ชวนไป แค่นี้ก็ผิดกฎแล้ว ยังมีหน้ามาหาพี่ชายข้าเพื่อเล่นตลกอีกหรือ? ช่างจริงเหลือเกินที่เขาว่ากันว่าคนแก่หน้าด้านกับเด็กไร้ยางอายมักมาอยู่กลุ่มเดียวกัน ทั้งครอบครัวของเจ้าคิดว่าจะหันก้นปิดบังความอัปยศนี่สินะ?!”
หลังจากได้ยินเช่นนี้ หวังฉินและหม่าเวยต่างก็ไม่ยอมรับ “บอกว่าลูกชายของข้าทำหลี่เยว่หานได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้ามีพยานรึ!”
“แน่นอน!” สะใภ้หลิวดึงหลิวโหย่วฉายมาปรากฏตัวในเวลาที่เหมาะสม “เมื่อวานโหย่วฉายของครอบครัวข้ากลับมาช้า ข้าไปที่ถนนบนภูเขาเพื่อไปรับโหย่วฉายของครอบครัว ข้าเห็นลูกชายทั้งสามคนของบ้านหวังทุบตีเยว่หานด้วยตาข้าเอง โหย่วฉายครอบครัวของข้าและข้าจึงช่วยเยว่หานไว้!”
“ผายลมมารดาเจ้าสิ! เมื่อคืนมีแค่หลิวโหย่วฉาย ไม่มีนังสารเลวอย่างเจ้าเลย!” หวังฉินวางมือบนสะโพกของนางและสาปแช่งทันที
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ทุกคนก็เข้าใจ
“หวังฉิน ลูกสารเลวทั้งสามของเจ้ากลับมาแล้วงั้นหรือ?” เป็นสะใภ้ชิวตะโกนที่ขึ้นท่ามกลางฝูงชน
“โอ้สวรรค์! ท่านปู่ซุนไม่ได้บอกให้เจ้าแจ้งทุกคนโดยเร็วที่สุดเมื่อพวกเขากลับมารึ!”
“ถ้าเจ้าให้ข้าพูด บ้านหวังนี้ไม่ใช่ตัวอันใดจริง ๆ เมื่อวานนี้พวกเขาลากข้าไปที่บ้าน โดยบอกว่าพี่ชายเมิ่งกำลังก่อเรื่องอยู่ในบ้านของนาง ทันทีที่ข้าเข้าประตู ข้าเห็นหม่าเวยและน้องสาวนางกอดกันร่างเปลือยเปล่า เหอฮวาทนมองไม่ได้ จึงรีบขึ้นรถม้าของจวนตระกูลหลิ่วกลับไปแต่เช้าแล้ว”
…
ฟังคำพูดเหล่านี้ หัวของหวังฉินก็แทบจะระเบิด!
ในเวลานี้ เมิ่งฉีฮ่วนพลันพูดขึ้นช้า ๆ “ให้พวกเขาคุกเข่าลงกราบเยว่หานเพื่อขอโทษ มิฉะนั้นทุกครั้งที่เจอ ข้าจะตีเจ้าครั้งหนึ่ง” หลังจากพูดจบ ชายหนุ่มก็ไม่ต้องการอยู่ดูความสนุกอีกต่อไป เขาตรงไปที่ห้องครัวเพื่อยกโจ๊กร้อน ๆ ชามหนึ่งเข้าไปยังลานด้านใน