ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 126 พวกเราบริสุทธิ์!
บทที่ 126 พวกเราบริสุทธิ์!
ในเวลานี้เกิดความโกลาหลขึ้นที่ประตู จากนั้นไม่นาน โจวต้าเป่าก็ใช้แส้ต้อนลูกชายทั้งสามของบ้านหวังที่หน้าฟกช้ำบวมปูดมาที่ลานของบ้านเมิ่ง เสมือนกับการไล่ต้อนสัตว์
“พี่ชาย! เดรัจฉานทั้งสามตัวนี้คิดจะหนีไปในตอนเช้า ข้าพบเข้าจึงไปหยุดพวกมันไว้ที่ถนนข้างหน้าหมู่บ้าน!” โจวต้าเป่ากล่าวพลางมองหวังฉิน ด้วยสายตาดุร้าย หวังฉินเดิมต้องการประชดประชัน เมื่อเห็นสายตาเช่นนั้นจึงไม่กล้าพูดในทันใด
ในเวลานี้เมิ่งฉีฮ่วนอยู่ในห้องของหลี่เยว่หาน และป้อนโจ๊กให้นางทีละคำ ครั้นได้ยินเช่นนั้น เขาก็วางชามโจ๊กลงอย่างเบามือ ลูบผมของหญิงสาว และพูดว่า “ข้าจะออกไปข้างนอกสักพัก เจ้านอนลงและพักผ่อน เชื่อฟังข้านะ”
“อืม” หลี่เยว่หานรู้สึกตื้นตันเล็กน้อยกับความอ่อนโยนของเมิ่งฉีฮ่วน ดังนั้นเธอจึงได้แต่หน้าแดงและพยักหน้า
หลังจากช่วยหลี่เยว่หานห่มผ้าแล้ว เมิ่งฉีฮ่วนก็ลุกขึ้นและออกจากห้องของหญิงสาว ตรงมาที่ลานหน้าบ้าน
ทันทีที่เขาออกไป หลิงซีตัวน้อยก็แอบเข้าไปในห้องของหลี่เยว่หาน และยกมือเล็ก ๆ ของนางเพื่อป้อนโจ๊กให้หญิงสาวต่อ
เมื่อเมิ่งฉีฮ่วนปรากฏตัวที่สวนหน้าบ้าน พี่น้องทั้งสามคนของบ้านหวังก็ตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด หากโจวต้าเป่าไม่ฟาดแส้ลงบนพื้นด้านหลังพวกเขา พวกเขาอาจจะหนีไปแล้ว
ช่วยไม่ได้ เมื่อวานนี้เมิ่งฉีฮ่วนโหดร้ายเกินไป ถ้าพวกเขาไม่ได้เป็นคนผิวหยาบหนาและมักจะต่อสู้บ่อย ๆ เกรงว่าวันนี้พวกเขาจะไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว
“คำขอโทษล่ะ?” เมิ่งฉีฮ่วนยืนอยู่ที่ประตูลานด้านในและถามอย่างเย็นชา
“ขอโทษมารดาเจ้าน่ะสิ!” หวังฉินขวางหน้าลูกชายของนางไว้ทันที “บางทีอาจจะเป็นเพราะนังแพศยาของเจ้าที่ยั่วยวนลูกชายของข้าก่อน ไม่อย่างนั้นทำไมลูกชายของข้าจึงไปชิงตัวนางกัน!?”
เมื่อได้ยินเช่นนี้เมิ่งฉีฮ่วนก็หรี่ตาลง โจวต้าเป่าเข้าใจทันที เขาก้าวไปข้างหน้าและตบหน้าหวังฉินอย่างแรง “ถอนคำพูดสกปรก ๆ ของเจ้าเสียเดี๋ยวนี้! พี่สะใภ้มีสามีที่ดีเช่นพี่ชายของข้า เช่นนั้นแล้วนางจะยังเห็นลูกชายสามคนของเจ้าในสายตาได้อีกรึ!”
คนรอบข้างก็เริ่มพูดคุยกัน “ใช่ เยว่หานแต่งงานกับพี่เมิ่งมานานแล้ว ทั้งนางยังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อดูแลคนในบ้านทั้งสามคน พี่น้องบ้านหวังล้วนมีชื่อเสียงฉาวโฉ่ ถึงเยว่หานตาบอด นางก็ไม่สนพวกเขาทั้งสามคนหรอก!”
“เหลวไหลสิ้นดี!” สะใภ้ของหลิวโหย่วฉายหมดความอดทน “เยว่หานเป็นเด็กดีขนาดนี้ นางจะไปมองหาคนข้างนอกได้ยังไง!”
“ใช่ ใช่ ตั้งแต่เยว่หานแต่งเข้ามา ชีวิตของทั้งสามคนก็ดีขึ้น อีกทั้งทุกคนก็ได้เห็นอาการป่วยของเยว่หานยามนางมาถึงที่นี่ครั้งแรก ล้วนเป็นพี่ชายเมิ่งที่เสียเงินจำนวนมากเพื่อช่วยชีวิตนางไว้!”
“ถูกต้อง พี่น้องทั้งสามคนของบ้านหวังนับเป็นตัวอะไร! ถ้าเจ้าบอกว่าในใจพวกเขาไม่มีความคิดชั่วร้ายเลย ข้าไม่เชื่อหรอก!”
…
เมื่อเห็นมารดาของพวกเขาถูกทุบตี พี่น้องทั้งสามคนของบ้านหวังก็ทนไม่ได้อีกต่อไป
หวังหัวเงยหน้าขึ้นมองไปที่เมิ่งฉีฮ่วนอย่างดุร้าย และพูดว่า “แม้ว่าข้าจะทำลายภรรยาของเจ้าแล้วจริง ๆ แล้วจะยังไง ข้ามีคนอยู่เบื้องหลัง ข้าขอเตือนเจ้าว่าอย่ามายุ่งกับข้าดีกว่า!”
“เพียะ!” โจวต้าเป่าฟาดแส้ลงไป หวังหัวพลันล้มลงคุกเข่าบนพื้น พลางหายใจหอบ “เก็บปากของเจ้าเสีย! เจ้าทุบตีพี่สะใภ้ของข้ายังไม่พอ ตอนนี้ยังต้องการทำลายชื่อเสียงของนางอีก เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะฆ่าเจ้าแน่!”
“ถ้านังสารเลวหลี่เยว่หานคนนั้นไม่เสร็จเราแล้ว เจ้าจะใจร้อนขนาดนี้หรือ!” หวังหัวรู้ว่าเมิ่งฉีฮ่วนใส่ใจในชื่อเสียงของหลี่เยว่หาน ดังนั้นเขาจึงเริ่มพูดให้ร้ายนาง
ยังไงซะ ไม่ว่าผู้หญิงจะผิดหรือไม่ก็ตาม ตราบใดที่นางถูกผู้ชายคนอื่นทำลาย นางก็เป็นได้แค่ขยะ!
“หากเจ้ามีผู้สนับสนุนที่แข็งแกร่ง แล้วทำไมจนถึงตอนนี้ เขาถึงไม่มาช่วยเหลือเจ้าเล่า?” เมิ่งฉีฮ่วนนั่งยอง ๆ ลงตรงหน้าหวังหัว ก่อนยื่นมือออกไปขยุ้มผมของอีกฝ่าย และหลังจากพูดจบ เขาก็กระชากหัวและกระแทกมันลงกับพื้น
“ถ้าเจ้ามีผู้สนับสนุน เจ้าก็สามารถเรียกมาได้ตามสบาย วันนี้ข้าเมิ่งฉีฮ่วน! บอกเลยว่าถึงเจ้าจะมีผู้สนับสนุนสิบคน วันนี้เจ้าก็ไม่รอด!”
เมิ่งฉีฮ่วนหยิบแส้จากมือของโจวต้าเป่า แล้วฟาดไปที่ร่างของหวังหัว ทำให้เขากลิ้งไปกับพื้น
“สหายเมิ่ง! โปรดยั้งมือ!” เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น ทำให้ทุกคนหันกลับไปมอง ก่อนจะปรากฏว่าเป็นนายท่านหลิ่วจากตระกูลหลิ่วมาที่ประตูด้วยตนเอง!
เมื่อเห็นเช่นนี้ หวังฉินก็รีบเข้าไปปกป้องหวังหัว ก่อนเงยหน้าขึ้นและพูดอย่างมีชัยชนะ “เจ้าเห็นไหม! นายท่านหลิ่วมาเพื่อตัดสินให้บ้านหวังของเราด้วยตัวเอง มาดูกันว่าครั้งนี้เจ้าจะหยิ่งยโสได้สักแค่ไหน!”
หลังจากพูดจบหวังฉินก็หันไปมองหลิ่วเทียนเสียงที่กำลังเดินเข้ามา พร้อมทั้งร้องไห้ออกมา “ท่านหลิ่ว! ลูก ๆ ของข้ากำลังทุกข์ทรมาน! พวกเขาถูกให้ร้ายโดยไม่มีเหตุผล ดูสิ ชายแซ่เมิ่งคนนี้ทุบตีลูกชายของข้าจนกลายเป็นแบบนี้แล้ว ท่านต้องตัดสินแทนข้านะ!”
หลิ่วเทียนเสียงชำเลืองมองหวังฉินอย่างไม่ได้สนใจ ทว่าเดินไปที่เมิ่งฉีฮ่วนอย่างรวดเร็ว และหยิบแส้จากมือของเขา พลางพูดว่า “ไม่ว่ายังไงเจ้าก็ตีใครต่อหน้าคนจำนวนมากไม่ได้”
เมิ่งฉีฮ่วนไม่พูดจา
หวังฉินเอ่ยสำทับอย่างรีบร้อน “ใช่! ใช่! ลูกชายของข้าไร้เดียงสานัก ชายแซ่เมิ่งคนนี้เลวทรามจริง ๆ ท่านดูเขาทุบตีลูกชายของข้าสิ!”
นางเห็นหลิ่วเทียนเสียงโบกมือ ก่อนคนรับใช้หลายคนจะเข้ามาพร้อมสิ่งของมากมาย “ในตอนที่เหอฮวากลับมาที่จวนตระกูลหลิ่วในตอนเช้า นางบอกข้าว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นกับเยว่หาน ดังนั้นข้าจึงรีบนำอาหารบำรุงมาให้นาง ตอนนี้นางสบายดีหรือไม่?”
“กระดูกซี่โครงหักสองซี่ และมีอาการบาดเจ็บทั่วร่างกาย ทั้งยังไม่สามารถลุกจากเตียงได้” เมื่อเมิ่งฉีฮ่วนพูดถึงอาการบาดเจ็บของหลี่เยว่หาน จิตสังหารในดวงตาของเขาที่ปรากฏออกมาแข็งแกร่งมากจนหลิ่วเทียนเสียงอดตัวสั่นกลัวไม่ได้
“ข้าพาหมอจากในเมืองมา ให้หมอดูอาการบาดเจ็บของเยว่หานหน่อยเถอะ” สิ้นคำพูดของหลิ่วเทียนเสียง หมอชราผมขาวก็เดินออกมาพร้อมกับหมอหญิงที่ถือกล่องยา
เมื่อเห็นสิ่งนี้ เมิ่งฉีฮ่วนพยักหน้า “ข้าจะพาเจ้าเข้าไป”
หลังจากพูด เมิ่งฉีฮ่วนก็ผลักประตูลานด้านในให้เปิดออก
หวังฉินยังคงปกป้องหวังหัว เมื่อเห็นว่าตั้งแต่ต้นจนจบหลิ่วเทียนเสียงไม่ได้มองตนเลย นางจึงเป็นกังวลขึ้นมา “ท่านหลิ่ว! ท่านหลิ่ว! ลูกชายของข้าได้รับบาดเจ็บ! ทำไมท่านถึงช่วยคนนอก!”
“หุบปาก!” หลิ่วเทียนเสียงหันกลับมาจ้องหวังฉินด้วยความรังเกียจ “เยว่หานเป็นลูกสาวบุญธรรมของข้า และลูกสาวของเจ้าก็เป็นแค่นางบำเรอในครอบครัวของข้า ทำไมเจ้าถึงคิดว่าลูกชายของเจ้ามีค่ากว่าลูกสาวบุญธรรมของข้า!”
หลังจากได้ยินสิ่งนี้ หวังฉินก็ตกตะลึงอย่างสมบูรณ์
ก่อนที่นางจะทันได้โต้ตอบ ท่านปู่ซุนก็เดินเข้ามาพร้อมกับเจ้าหน้าที่และคนจากทางการหลายคน
“เจ้าหน้าที่ ผู้กระทำความผิดทั้งสามคนอยู่ที่นี่แล้ว”
“เอาตัวไป!”
ทันทีที่คำพูดจบลง คนจากทางการที่ถือมีดหลายคนพลันก้าวไปข้างหน้า และบิดมือของพี่น้องสามคนของบ้านหวังไพล่ด้านหลัง ก่อนใส่ตรวนมือให้พวกเขาโดยไม่พูดอะไรสักคำ
ในตอนนี้หวังฉินโง่งมมาก “เจ้าหน้าที่! เจ้าหน้าที่ ท่านจะเอาลูกชายของข้าไปไม่ได้! ลูกชายของข้าไม่ได้ทำอะไรผิด!”
“ไปให้พ้น!” เจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้นำเตะหวังฉินออกไป จากนั้นก็พูดอย่างชั่วร้าย “หวังหัว หวังกุ้ย และหวังฟู่พยายามฆ่าคน พวกเขาต้องไปอยู่ในคุกระหว่างรอการพิจารณาคดี!”
“ปล่อยข้า! ข้าไม่ได้ฆ่าใคร! พวกเราพี่น้องบริสุทธิ์!” พี่ชายสามคนของบ้านหวังเอะอะ
น่าเสียดายคนที่พี่น้องบ้านหวังเผชิญอยู่คือคนจากทางการ พวกเขามักสั่งสอนนักโทษจำนวนมากอยู่เป็นประจำ ดังนั้นพวกเขาจึงล้วนรู้วิธีจัดการไม่ให้อีกฝ่ายต่อสู้กลับได้
หลังจากเจอกำปั้นและลูกเตะ พี่น้องทั้งสามคนของบ้านหวังก็ไม่สามารถลุกขึ้นได้ และพวกเขาก็ถูกขนเข้าไปในรถม้านักโทษของทางการทันที ไม่ว่าหวังฉินจะร้องไห้หรือตะโกนมากแค่ไหน เจ้าหน้าที่ก็ยังคงไม่แยแส ปกป้องด้านข้างของรถม้านักโทษราวกับกำลังรอใครบางคนอยู่