ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 201 แม่ม่ายต่ำต้อยกำลังรังแกคนอื่น!
- Home
- ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน
- บทที่ 201 แม่ม่ายต่ำต้อยกำลังรังแกคนอื่น!
บทที่ 201 แม่ม่ายต่ำต้อยกำลังรังแกคนอื่น!
ตวนอู่และจงชิวพามู่ชวน นั่งโต้ลมหนาวบนรถม้ามายังหมู่บ้านจางหนิง ทุกคนต่างสงสัยว่าสองพี่น้องคู่นี้นำข่าวดีอันใดมาให้หลี่เยว่หาน
หลี่เยว่หานคิดว่าจะยังคงอาศัยอยู่ในหมู่บ้านจางหนิงต่อไป นางจึงนำน้ำตาลครึ่งจินและหมูครึ่งจินใส่ห่อ แล้วพามู่ชวนกับหลิงซีไปที่บ้านของหัวหน้าหมู่บ้านอวี๋
“เอ๊ะ นี่น้องหานเยว่ไม่ใช่หรือ” ภรรยาของหัวหน้าหมู่บ้านอวี๋ กำลังดูแลสวนผักที่บ้านอยู่พอดี เมื่อนางเห็นหลี่เยว่หานมาที่บ้านพร้อมเด็กสองคน นางก็อดแปลกใจไม่ได้ “เด็กคนนี้… คือลูกชายที่หายตัวไปของเจ้าหรือ?”
หลังจากได้ยินดังนั้น หลี่เยว่หานก็พยักหน้าด้วยสีหน้ายินดี “ใช่แล้ว ข้าขอให้พี่น้องของข้าในอำเภอช่วยกันตามหา ปรากฏว่าเด็กคนนี้เคยล่าสัตว์กับพ่อของเขา จึงรู้ทิศทาง และมุ่งหน้าไปทางเหนือทันเวลา ตอนที่พวกเขาไปตามหาพอดี จึงได้กลับมาอยู่กับข้าอีกครั้ง!”
หลังจากพูดจบ หลี่เยว่หานก็ดึงมือมู่ชวน “มู่โทว เรียกท่านป้าสิลูก!”
“สวัสดีขอรับท่านป้า ข้าชื่อฉีมู่โทว ปีนี้ข้าอายุเจ็ดขวบแล้วขอรับ” มู่ชวนเป็นเด็กที่สุภาพมาก หลี่เยว่หานได้ให้คำแนะนำไว้แล้ว เขาจึงไม่มีอาการตื่นตกใจ และแนะนำตัวเองทันทีที่อ้าปากพูด
พี่อวี๋มีลูกชายสามคนและลูกสาวสองคน แต่เนื่องจากพวกเขาเป็นลูกของหัวหน้าหมู่บ้าน พวกเขาจึงซนมาก นางไม่เคยเห็นเด็กชายที่สุภาพ และไม่ส่งเสียงดังเช่นนี้มาก่อน นางจึงชอบเขามากทันที “ดูสิ ลูกชายของเจ้าเหมือนเจ้ามาก หน้าตาน่ารัก เพียงแค่มอง คนอื่นก็เอ็นดูแล้ว!”
หลี่เยว่หานคิดว่านางกำลังชมเขา จึงพูดด้วยรอยยิ้ม “พี่สาว ข้ามาที่นี่เพื่อพบหัวหน้าหมู่บ้าน ไม่ทราบว่าเขาอยู่บ้านหรือเปล่า?”
“อยู่สิ อยู่สิ” พี่อวี๋พยักหน้าหลายครั้ง “เพิ่งนั่งแคะฟันหลังมื้อเที่ยงอยู่ในบ้าน ข้าจะพาเจ้าเข้าไป”
พูดจบ พี่อวี๋ก็พาครอบครัวของหลี่เยว่หานทั้งสามคนเข้าประตูไป นางเห็นสิ่งที่หลี่เยว่หานถืออยู่ในมือแล้ว ไม่ค่อยดีนัก หากคนอื่นมาเห็นนางให้ของขวัญแก่ครอบครัวอวี๋ นางจึงรีบต้อนรับหลี่เยว่หานเข้าไปอย่างรวดเร็ว
“หัวหน้าหมู่บ้าน น้องหานเยว่มาแล้ว! นางเจอลูกชายแล้ว!”
ทันทีที่เข้าไปในประตู พี่อวี๋ก็ตะโกนเสียงดัง ไม่เพียงเพื่อเรียกหัวหน้าหมู่บ้านอวี๋เท่านั้น แต่ยังตอบคำถามคนข้างนอก ที่กำลังสงสัยว่าหลี่เยว่หานมาทำอันใดที่บ้านของพวกเขา ที่แท้ก็เป็นเรื่องพบลูกชายแล้ว
เมื่อหัวหน้าหมู่บ้านอวี๋ได้ยินว่าหลี่เยว่หานมาแล้ว เขาก็รีบลุกขึ้น แล้วเดินออกมาพร้อมต้นหญ้าในปาก เมื่อเขาเห็นหลี่เยว่หาน เขาก็ยิ้มทันทีและพูดว่า “น้องหานเยว่มาแล้ว โอ้ หนุ่มน้อยคนนี้คงเป็นลูกของเจ้า!”
“ใช่แล้ว นี่มู่โทวของข้าเอง มู่โทว สวัสดีเร็วเข้า!” หลี่เยว่หานดึงมือของมู่ชวนอีกครั้ง
มู่ชวนรู้สึกหดหู่เล็กน้อย เจอคนหนึ่งก็ต้องทักทายคนหนึ่งตลอดเลยหรือ เมื่อใดก็ตามที่มีคนทักทายหลี่เยว่หานระหว่างทาง นางจะบอกให้เขาทักทายด้วยสีหน้ามีความสุข ราวกับกลัวว่าคนอื่นจะไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่นี่
“สวัสดีขอรับ ท่านลุงหัวหน้าหมู่บ้าน ข้าชื่อฉีมู่โทวขอรับ” แม้ว่ามู่ชวนจะหดหู่ แต่เขาก็ยังคงกล่าวทักทายอย่างจริงใจ แต่ในใจแอบบ่นชื่อ “ฉีมู่โทว” เขาชื่อมู่โทวที่ไหนกัน!
“เด็กคนนี้เก่งมาก!” เมื่อเห็นมู่ชวนมีไหวพริบ หัวหน้าหมู่บ้านก็ยิ้มกว้าง “น้องหานเยว่ เจ้ามาที่นี่เพื่อขึ้นทะเบียนมู่โทวในฐานะคนต่างถิ่นหรือเปล่า?”
“แน่นอนเจ้าค่ะ!” หลี่เยว่หานตอบ พร้อมปล่อยมือมู่ชวน แล้วยื่นตะกร้าในมือให้พี่อวี๋ ก่อนพูดว่า “ต้องรบกวนหัวหน้าหมู่บ้านด้วยเจ้าค่ะ!”
พี่อวี๋เปิดฝาตะกร้าออกดูเงียบ ๆ เมื่อเห็นว่าหลี่เยว่หานเอาเนื้อชิ้นใหญ่ และน้ำตาลห่อใหญ่มาให้ รอยยิ้มของนางก็สดใสยิ่งขึ้น “ไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหา หัวหน้าหมู่บ้าน ท่านรีบไปทำให้น้องสาวข้าหน่อยสิ วันนี้อากาศร้อนมาก ท่านจะให้ทั้งสามรออยู่หน้าประตูได้อย่างไร!”
ผู้ใหญ่บ้านอวี๋เป็นคนมากประสบการณ์ เมื่อเห็นรอยยิ้มของพี่อวี๋ ก็รู้ว่าของขวัญจากหลี่เยว่หานเป็นที่น่าพอใจมาก เขาจึงต้อนรับหลี่เยว่หานเข้าสู่ห้องรับแขกใหญ่ทันที
บ้านของหัวหน้าหมู่บ้านดูหรูหรากว่าลูกบ้าน แม้ว่าจะไม่มีห้องอ่านหนังสือ แต่ก็มีโต๊ะทางด้านซ้ายของห้องรับแขก พร้อมพู่กันและหมึกธรรมดา แน่นอนว่าหัวหน้าหมู่บ้านไม่ได้ซื้อพู่กันและหมึกเอง แต่เบิกมาจากราชสำนัก เพื่อใช้ในการลงทะเบียนและบันทึกกิจการของหมู่บ้าน เช่น การเก็บภาษี
หลี่เยว่หานมอบของขวัญตอบแทนน้ำใจ หัวหน้าหมู่บ้านอวี๋จึงดำเนินการธุระเร็วขึ้นมาก อีกทั้งตวนอู่และจงชิว ก็ต้องการสร้างตัวตนใหม่ให้กับหลี่เยว่หาน ด้วยการส่งของดี ๆ มากมายมาให้หัวหน้าหมู่บ้านอวี๋ด้วย เขาจึงมีความประทับใจที่ดีต่อครอบครัวของหลี่เยว่หาน
ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน รู้กฎเกณฑ์ และสุภาพกว่าชาวชนบทคนอื่น!
คราวนี้ง่ายกว่าเดิม เพราะหัวหน้าครัวเรือนคือหลี่เยว่หาน จึงไม่จำเป็นต้องไปที่อำเภอเพื่อดำเนินเรื่อง มีการลงทะเบียนในทะเบียนบ้านของหลี่เยว่หาน เมื่อเขาไปอำเภอเพื่อรายงานเดือนละครั้ง เขาก็แค่นำทะเบียนบ้านนี้ไปส่งให้ศาลาว่าการท้องถิ่น
หลังจากออกจากบ้านหัวหน้าหมู่บ้าน หลี่เยว่หานก็อารมณ์ดีมาก นางจูงเสี่ยวหลิงซีและมู่ชวนกลับบ้านอย่างมีความสุข แต่แล้วก็ถูกใครบางคนขวางไว้
“แม่ม่ายหานผู้ต่ำต้อย ข้าได้ยินมาว่าเจ้าช่วยขายตัวอย่างงานปักให้โสเภณีวังหลานใช่หรือไม่?” หลี่เยว่หานไม่รู้จักผู้มาเยือน แต่คนผู้นี้หยาบคายมากตั้งแต่เดินเข้ามาหา สีหน้าหลี่เยว่หานจึงดูไม่ดีนัก
“อย่าเรียกนางว่าโสเภณี นางฉางล่อลวงคนอื่น และวังหลานก็ตกเป็นเหยื่อเช่นกัน” หลี่เยว่หานกล่าวพร้อมกลอกตา ไม่ได้คิดจะอยู่พูดคุยต่อ
“นี่ เจ้าอย่าเพิ่งไปนะ!” หญิงสาวคนนั้นวิ่งตามมาทัน แล้วไปยืนขวางหน้าหลี่เยว่หานอีกครั้ง คราวนี้สีหน้านางดีขึ้นเล็กน้อย “ข้าเป็นลูกสาวตระกูลจ้าว นามว่าจ้าวซินเอ๋อร์ ครั้งหน้าเจ้าต้องช่วยข้าเอาตัวอย่างงานปักไปขาย”
เมื่อฟังน้ำเสียงขณะสั่งการ คนที่ไม่รู้คงคิดว่าจ้าวซินเอ๋อร์เป็นเจ้านายของหลี่เยว่หานทันที
“ข้าไม่ไป หากเจ้าปักผ้าเก่ง เจ้าสามารถส่งไปที่ร้านขายผ้าอวี้เยว่ด้วยตัวเอง พวกเขาย่อมรับซื้ออยู่แล้ว เหตุใดข้าต้องไป?” อารมณ์ดี ๆ ของหลี่เยว่หานหายไปเพราะจ้าวซินเอ๋อร์ผู้นี้ และสีหน้านางเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันที
“ข้าเป็นหญิงสาวที่ยังไม่ได้ออกเรือน จะให้ข้าไปมาตามใจชอบเหมือนแม่ม่ายเช่นพวกเจ้าได้อย่างไร?” จ้าวซินเอ๋อร์เย่อหยิ่ง “อย่างไรเสีย ข้าจะให้ตัวอย่างงานปักแก่เจ้า หนึ่งวันก่อนที่เจ้าจะไปตลาด แล้วเจ้าก็ต้องช่วยขายให้ข้า!”
หลี่เยว่หานไม่พอใจเมื่อได้ยินเช่นนี้ ก่อนที่นางจะทันได้พูด มู่ชวนก็พูดด้วยสีหน้าเย็นชา “เหตุใดแม่ของข้าต้องช่วยเจ้าขายตัวอย่างงานปักด้วย? เจ้าเป็นผู้หญิงที่ยังไม่ได้ออกเรือน แล้วเจ้าไม่มีแม่หรือ? ขอให้แม่ของเจ้าช่วยขายตัวอย่างงานปักให้ ไม่ดีกว่าหรือ? ไม่ต้องมาขอให้ท่านแม่ข้าช่วยขายตัวอย่างงานปัก แล้วมาพูดที่หลังว่าแม่ของข้าโลภเงินของเจ้าเลย!”
สิ่งที่มู่ชวนพูดทำให้หลี่เยว่หานนิ่งอึ้งไป
ใช่แล้ว ไม่ใช่ทุกคนที่สุภาพเท่าข่งซูเจี๋ย หากนางช่วยขายตัวอย่างงานปักให้ด้วยความใจดี แล้วถูกกล่าวหาว่ายักยอกเงินไปในภายหลัง ก็คงเป็นเรื่องยากที่จะอธิบาย
“เจ้าพูดจาเหมือนเด็กเหลือขอได้อย่างไร!” จ้าวซินเอ๋อร์ยืนเท้าเอวด่าทันที “พ่อของเจ้าสมควรตายยิ่งนัก!”
“เหตุใดเจ้าถึงด่าพี่ชายและแม่ของข้า!” หลิงซียังคงเก่งเรื่องการมีเรื่อง นางผลักจ้าวซินเอ๋อร์ทันที
ใครจะคิดว่าจ้าวซินเอ๋อร์จะถูกหลิงซีตัวน้อย ผลักจนล้มลงจริง ๆ นางตกตะลึงและเริ่มร้องไห้ทันที “หญิงม่ายต่ำต้อยจากต่างถิ่นกำลังรังแกคนอื่น!”