ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 314 การจัดเตรียมของป้าสะใภ้
บทที่ 314 การจัดเตรียมของป้าสะใภ้
หลี่เยว่หานไม่ทันได้ไตร่ตรองอย่างละเอียด นางก็นอนหลับไปแล้ว ตอนตื่นขึ้นมา เมิ่งฉีฮ่วนก็นั่งอ่านหนังสืออยู่ริมเตียงแล้ว
“เจ้ากลับมาตั้งแต่เมื่อไร” หลี่เยว่หานถามเบาๆ เสียงเหมือนเพ้อพก หากไม่ใช่เมิ่งฉีฮ่วนนั่งอยู่ข้างๆ อาจจะไม่ได้ยินก็เป็นได้
เมื่อเห็นว่าหลี่เยว่หานตื่นแล้ว เมิ่งฉีฮ่วนจึงวางหนังสือในมือไว้ข้างๆ แล้วหันมายิ้มให้นาง พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “เพิ่งกลับมาเมื่อครู่ ป้าสะใภ้บอกว่าเจ้าใกล้จะตื่นแล้ว ข้าจึงเข้ามารอเจ้า ป้าสะใภ้ยังบอกอีกว่าเวลานี้ร่างกายเจ้าอ่อนเพลีย การที่ชอบนอนหลับเป็นเรื่องปกติ อย่าได้กังวล”
หลังฟังเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็หัวเราะออกมาเช่นกัน
ด้วยมีเมิ่งฉีฮ่วนอยู่ข้างๆ จิตใจของหลี่เยว่หานก็สงบสุขมากยิ่งขึ้น แล้วนางก็นึกถึงความสงสัยก่อนนอน จึงค่อยๆ เอ่ยถามขึ้นเบาๆ “เจ้ารู้หรือไม่ว่าในปีนั้นซิงกั๋วกงถูกฮ่องเต้องค์ก่อนสงสัยว่าแอบติดต่อกับข้าศึกเพราะเรื่องใด”
เมื่อได้ยินดังนั้น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความรู้สึกผิดหรือไม่ หลี่เยว่หานจึงรู้สึกราวกับว่าเมิ่งฉีฮ่วนชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วจึงหันมายิ้มให้ “เรื่องนี้ข้าพอจะสืบถามให้เจ้าได้ หรือเจ้าจะลองถามจี้หยางดูล่ะ”
“หากแม้แต่เจ้ายังไม่รู้ ข้าก็คิดว่าจี้หยางย่อมไม่น่าจะรู้เช่นกัน” หลี่เยว่หานถอนหายใจ “เอาเถอะ เรื่องในอดีตช่างมันเถอะ คิดมากไปก็แต่จะเพิ่มความกังวลให้กับตัวเองเปล่าๆ” เมิ่งฉีฮ่วนกล่าวพลางหยิกแก้มหลี่เยว่หานเบาๆ แล้วเอ่ยว่า “พักหลังมานี้ข้าก็ไม่ได้เห็นเจ้ากินข้าวน้อยลง ทำไมถึงผอมนัก”
เมื่อเห็นว่าเขาเริ่มพูดจาไม่จริงจังแล้ว หลี่เยว่หานจึงจ้องตาเขม็งสวนกลับไป “เจ้าลูกที่อยู่ในท้องข้ามันกินหมดต่างหาก”
นึกว่าเมิ่งฉีฮ่วนจะพูดต่อตามคำพูดของหลี่เยว่หาน แต่ไม่คาดคิดว่า เมิ่งฉีฮ่วนจะหน้าเคร่งขรึม ชี้ไปที่ท้องของหลี่เยว่หานแล้วเอ่ยว่า “ไม่ว่าจะเป็นลูกสาวหรือลูกชาย ข้าขอเตือนเจ้าไว้ก่อนว่าอย่าแย่งเนื้อของมารดานะ ไม่เช่นนั้นเมื่อเจ้าคลอดออกมาแล้ว บิดาผู้นี้จะไม่ให้เจ้ากินเนื้อสักชิ้นเลย”
หลังฟังคำพูดดังกล่าว หลี่เยว่หานก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “เจ้าเป็นอะไรไป นักรบผู้ยิ่งใหญ่ถึงได้ข่มขู่ทารกที่ยังไม่คลอดออกมาเช่นนั้น บอกว่าจะไม่ให้กินเนื้อ เจ้าต้องการให้คนอื่นหัวเราะเยาะเจ้าหรือไร”
เมื่อเห็นหลี่เยว่หานหัวเราะ เมิ่งฉีฮ่วนก็ยิ้มตาม รีบนำมือของนางมากุมไว้ที่ใบหน้าของตนเอง พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “หัวเราะเยาะก็หัวเราะเยาะเถอะ ไม่มีอะไรจะต้องกังวล”
ขณะที่ทั้งคู่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ก็มีเสียงกระแอมดังขึ้นสองครั้งจากหน้าประตู หลี่เยว่หานจึงรีบดึงมือกลับ
ได้ยินเสียงอ่อนโยนของฟางจื่อหลานดังมาจากหน้าประตู “ท่านเขย หลี่เยว่หานตื่นแล้วหรือไม่”
“ตื่นแล้ว” ตอนนี้หลี่เยว่หานจึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าประตูห้องถูกเมิ่งฉีฮ่วนปิดเอาไว้ กลางวันแสกๆ เช่นนี้ ไม่รู้ว่าญาติทางฝ่ายสามีที่เพิ่งรู้จักของนางจะคิดอย่างไรที่นางอยู่กับสามีในห้อง
เมื่อคิดดังนั้น หลี่เยว่หานจึงผลักเมิ่งฉีฮ่วนแล้วเอ่ยว่า “เจ้ารีบไปเปิดประตูเถิด!”
เสียงนั้นเพิ่งจบลง ฟางจื่อหลานก็ผลักประตูเข้ามาแล้ว
เห็นเมิ่งฉีฮ่วนนั่งอยู่ข้างที่นอนของหลี่เยว่หาน บนใบหน้าไม่ได้ไม่พอใจแต่อย่างใด กลับสั่งให้คนรับใช้รีบไปดูแลหลี่เยว่หาน ให้ล้างหน้าสระผม แล้วก็จัดของว่างมาวางไว้ในห้องหอมเป็นจำนวนมาก วุ่นอยู่พักใหญ่จึงนึกขึ้นได้ว่าจะต้องพูดคุยกับหลี่เยว่หาน “ข้าคิดว่าเจ้าตื่นแล้วคงจะหิว จึงให้คนเตรียมของว่างมาให้ ไม่รู้ว่าเจ้าจะชอบหรือไม่”
ในเวลานี้ หลี่เยว่หานได้ล้างหน้าสระผมเรียบร้อยแล้ว ผมที่ยุ่งเหยิงก็ถูกเหล่าสาวใช้รวบให้เรียบร้อย เห็นฟางจื่อหลานตั้งใจเช่นนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกซาบซึ้งใจ “ขอบคุณป้าสะใภ้เจ้าค่ะ ของว่างเหล่านี้ข้าชอบทั้งนั้น”
“หากชอบเดี๋ยวให้ห่อกลับไปเถิด” ฟางจื่อหลานพูดพลางก็นั่งลงข้างหลี่เยว่หาน แล้วพูดต่อว่า “แต่เจ้าก็กินมากไม่ได้ มิเช่นนั้นเด็กในท้องจะโตเกินไป เวลาคลอดก็จะลำบาก”
“ข้าจะระมัดระวัง” หลี่เยว่หานพยักหน้ารับปาก นางตั้งครรภ์แฝดเรื่องนี้ยังไม่ได้บอกฟางจื่อหลาน แต่ท้องของนางวันๆ ก็ขยายใหญ่ขึ้นราวกับลูกโป่งที่เป่าลมเข้าไป เห็นได้ชัดว่าใหญ่กว่าหญิงมีครรภ์อายุเท่ากัน ทำให้ฟางจื่อหลานอดเป็นห่วงไม่ได้
แต่การตั้งครรภ์แฝดนั้นย่อมเป็นอันตรายเป็นสองเท่า หากฟางจื่อหลาน รู้เข้ามีแต่จะยิ่งเป็นห่วง ดังนั้น หลี่เยว่หานจึงยังไม่คิดจะบอกอีกฝ่าย
เมื่อฟางจื่อหลานเห็นหลี่เยว่หานเชื่อฟัง และก็เห็นเมิ่งฉีฮ่วนมีมารยาทอย่างมาก ตั้งแต่เข้ามาในห้องก็ทักทายนางด้วยความเคารพ จากนั้นก็ออกไปรอข้างนอก ทำให้ฟางจื่อหลานมีความรู้สึกดีต่อเมิ่งฉีฮ่วนเพิ่มมากขึ้น
“แต่ก่อนผู้คนล้วนพูดว่าเมิ่งเหวินจั๋วเป็นยอดคนของแผ่นดิน ข้ายังเคยพูดกับท่านลุงของเจ้าว่า ชายผู้นี้มีชื่อเสียงโด่งดังภายนอกเช่นนี้ อาจไม่ใช่เรื่องดี เวลาผ่านไปนานๆ คงจะต้องมีหญิงงามมารุมล้อมไม่ขาดสาย แล้วยังได้ยินมาว่าในอดีตเขามีความสัมพันธ์อยู่กับคนอย่างจี้ซินเยว่ ทำให้รู้สึกว่าชายคนนี้พึ่งพาไม่ได้”
“ยิ่งประกอบกับปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ ข้ากับท่านลุงของเจ้าจึงคิดว่า ถึงแม้เขาจะมีชื่อเสียงโด่งดังในวัยหนุ่ม แต่ปัจจุบันก็เป็นเพียงทหารธรรมดา ไม่ใช่ว่าดูถูกทหาร แต่ทหารส่วนใหญ่ล้วนหยาบกระด้าง ไม่รู้จักถนอมน้ำใจผู้อื่น ดังนั้นจึงไม่ค่อยชอบเขาอยู่เสมอ คิดว่าเขาไม่คู่ควรกับบุตรสาวตระกูลผู้ดี”
“แต่บัดนี้เห็นเขามีความประณีตอ่อนโยนต่อเจ้า ทั้งที่แต่งงานกันแล้วก็ยังอยู่ในกรอบ ไม่พูดถึงว่าเจ้าตั้งครรภ์มานานเช่นนี้ ข้าก็ไม่เคยได้ยินเจ้าพูดเลยว่าเขามีสตรีอื่นข้างนอก จึงรู้สึกว่าเจ้าเลือกคนไม่ผิด”
นี่เป็นครั้งแรกที่หลี่เยว่หานได้ยินฟางจื่อหลานพูดถึงเมิ่งฉีฮ่วนโดยไม่มีการเสแสร้งใดๆ เลย ทำให้เกิดความสงสัย “ป้าสะใภ้มีสิ่งใดที่ต้องการหรือไม่” หรือว่าคิดจะหาสตรีมาคอยปลอบประโลมเมิ่งฉีฮ่วนสักคน เพราะเป็นคนที่รู้จักมักคุ้นจึงควบคุมได้ง่าย
“เจ้าอย่าเพิ่งคิดไปไกล ข้าเพียงแต่รู้สึกทึ่งต่อชายหนุ่มอย่างเมิ่งเหวินจั๋ว ช่างหาได้ยากยิ่ง เจ้าลองดูสิ ชายใดบ้างที่มีความสามารถแบบเขา ทั้งเวลาออกไปข้างนอกจะมีคนคอยตามเสมอ ส่วนในจวนเองก็มีหญิงงามคอยปรนนิบัติไม่ขาดสาย” ฟางจื่อหลานพูดพลางก็จับมือหลี่เยว่หาน “แต่ป้าสะใภ้จะต้องตักเตือนเจ้า หากหัวใจของชายคนนั้นอยู่ที่เจ้าแล้ว เจ้าก็ไม่ต้องกังวลว่าจะมีหญิงงามล้อมหน้าล้อมหลัง แต่ถึงกระนั้นเจ้าก็กำลังตั้งครรภ์อยู่ จึงไม่สะดวกจะทำเช่นนั้น ก็ลองหาเด็กสาวที่รู้จักมักคุ้นไปปรนนิบัติเหวินจั๋วก็แล้วกัน”
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่เยว่หานพลันถอนหายใจ ทำทีเป็นมองออกไปในระยะไกล แล้วพูดว่า “ป้าสะใภ้ มิใช่ว่าข้าไม่เต็มใจ แต่เป็นเพราะสามีของข้าไม่ยินยอม”
“โอ้ พูดเช่นไร” ฟางจื่อหลานเห็นได้ชัดว่าค่อนข้างแปลกใจ นางเตรียมใจไว้แล้วว่าหลี่เยว่หานจะปฏิเสธ แต่ทำไมบทละครถึงได้ผิดเพี้ยนไปเช่นนี้
“ก่อนที่ข้าจะมาถึงเมืองหลวง จวนขุนพลของท่านสามีมีแต่คนรับใช้ชาย ทั้งสิ้น ท่านสามีซื้อเหล่าสาวใช้ที่สะอาดบริสุทธิ์มาโดยเฉพาะเพื่อดูแลข้า หากข้าไม่ได้อยู่กินกับท่านสามีมาสักระยะหนึ่ง ข้าคงคิดไปแล้วว่าท่านสามีชอบชายแน่แท้…” หลี่เยว่หานพูดพลางถอนหายใจ “ข้าเคยเอ่ยปากกับท่านสามีว่าจะหาสาวใช้ไว้คอยรับใช้ แต่ท่านสามีโกรธข้าถึงสองวันเต็ม…”
เมื่อได้ฟังเช่นนี้ดวงตาของฟางจื่อหลานจึงฉายแววอิจฉา แต่ก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงยินดี “เช่นนี้ก็ดีแล้ว เมื่อครู่ข้ายังเป็นห่วงอยู่เลยว่าเหวินจั๋ว จะไปหาคนมาทำให้ร่างอุ่น แล้วเจ้าจะไม่พอใจ แต่ตอนนี้ข้าก็วางใจได้แล้ว!”
“ท่านป้าสะใภ้หมายความเช่นไร?” หลี่เยว่หานเอ่ยด้วยความสงสัย “หรือว่าท่านป้าสะใภ้มีใครในใจ?”