ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 339 มิใช่เท็จ แต่ก็มิใช่จริง
บทที่ 339 มิใช่เท็จ แต่ก็มิใช่จริง
“เชิญคุณหนูหลานไปที่โถงใหญ่ ข้าจะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยแล้วไปพบแขก” หลี่เยว่หานกล่าวขึ้นเมื่อได้ยินว่าคนที่มาคือคุณหนูหลาน ภาพในความทรงจำขณะอยู่ในจวนกั๋วกงพลันปรากฏขึ้น นางสวมชุดกระโปรงยาวสีชมพู ยืนอยู่ใต้ระเบียงเงยหน้าขึ้นพูดคุยกับเมิ่งฉีฮ่วน ทำให้หลี่เยว่หานพลันหงุดหงิดโดยไม่รู้ตัว
เมื่อหลี่เยว่หานจัดการตัวเองเรียบร้อยแล้ว นางก็พาสาวใช้ติดตามออกจากลานไปยังโถงใหญ่ ส่วนคุณหนูหลานดูไม่เกรงอกเกรงใจเลยสักนิด นั่งจิบชาอย่างสบายอารมณ์ระหว่างรอ
โชคดีที่หลี่เยว่หานไม่ได้ปล่อยให้คุณหนูหลานรอนานนัก ไม่นานก็ปรากฏตัวที่หน้าประตูโถงใหญ่
“ขอคารวะฮั่นหรงฟูเหริน” คุณหนูหลานค้อมตัวคารวะอย่างมีมารยาท
“เป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ไม่ต้องมากพิธี” หลี่เยว่หานเอ่ยพลางประคองคุณหนูหลานให้ลุกขึ้น “เชิญคุณหนูหลานนั่งลงก่อน”
คุณหนูหลานสัมผัสได้ถึงความรู้สึกไม่ต้อนรับจากหลี่เยว่หานอย่างชัดเจน แต่ก็ไม่ได้เอ่ยคำใดเพื่อทำลายบรรยากาศ หลังจากนั่งลงแล้ว นางจึงเข้าเรื่องทันที “วันนี้พี่หญิงมาเพื่อสิ่งใดหรือ?”
“ท่านพ่อท่านแม่และท่านปู่ของข้าส่งข้ามาเชิญเจ้าไปพักที่จวนกั๋วกงสักระยะหนึ่ง” คุณหนูหลานกล่าวอย่างตรงไปตรงมา นางลอบถอนหายใจเบา ๆ เมื่อได้ยินหลี่เยว่หานเรียกนางว่าพี่หญิง “ได้ยินว่าท่านแม่ทัพเมิ่งยุ่งกับภารกิจทหาร และเจ้าก็กำลังตั้งครรภ์ คนในครอบครัวเป็นห่วง จึงให้ข้ามารับเจ้า”
หลี่เยว่หานพยักหน้าเล็กน้อย มิได้ปฏิเสธทันที แต่ส่งสัญญาณให้หมิงจู สาวใช้ผู้รู้ความจึงรีบไปยืนเฝ้าหน้าประตู
จากนั้นหลี่เยว่หานจึงลดเสียงลงถามคุณหนูหลาน “ท่านลุงท่านป้ามีอะไรจะบอกอีกหรือไม่?”
คุณหนูหลานมีสีหน้ากระอักกระอ่วนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าและลดเสียงลงตอบ “ท่านพ่อท่านแม่ข้าบอกว่า หากพาเจ้ากลับไปไม่ได้ ข้าก็ต้องอยู่ที่นี่ ไม่เกินสิบวัน เมืองหลวงจะเกิดความวุ่นวาย”
หลี่เยว่หานนิ่งอึ้งไปชั่วครู่ “อยู่กับข้า?”
“ใช่” คุณหนูหลานพยักหน้า “ข้าเรียนวิชาต่อสู้จากอาจารย์มาตั้งแต่เด็ก สามารถปกป้องเจ้าได้”
ได้ยินดังนั้น หลี่เยว่หานกลับรู้สึกแปลกใจ แต่ไม่ได้กล่าวอะไรเพิ่มเติม “ในจวนขุนพลมีทั้งองครักษ์เงาและทหารยามมากมาย เจ้าไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่นัก กลับไปแจ้งท่านลุงท่านป้าว่า การป้องกันที่นี่แน่นหนาดั่งถังเหล็ก พวกเขาไม่ต้องกังวลไป ตอนนี้เมืองหลวงเริ่มไม่สงบ เจ้าร่วมรับประทานอาหารกลางวันก่อน แล้วกลับไปแต่เช้าตรู่เถิด”
“เจ้าไม่กลัวหรือ?” จู่ ๆ คุณหนูหลานก็จับมือหลี่เยว่หาน พลางมองด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยความจริงใจ
“ข้ากลัว แต่ข้ารู้ดีว่าจวนกั๋วกงนั้นวางตัวเป็นกลางมานานหลายปี ไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง ไม่ร่วมพรรคพวกสู้รบกัน แต่จวนขุนพลยามนี้กลับเลือกยืนเคียงข้างองค์รัชทายาทอย่างชัดเจน ข้าจึงไม่อาจลากจวนกั๋วกงให้เข้ามาเกี่ยวข้องได้ ดังนั้นเมื่อข้าส่งเจ้ากลับไปแล้ว เราคงต้องแสร้งทะเลาะกันเล็กน้อย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น คุณหนูหลานกลับหัวเราะออกมา “ไม่จำเป็นหรอก ตั้งแต่วันที่จวนกั๋วกงประกาศยอมรับความสัมพันธ์ เราก็ไม่ได้คิดจะอยู่อย่างสงบสุขตามลำพังอีกต่อไป ท่านพ่อท่านแม่ข้ากล่าวว่า เจ้าเป็นน้องสาวของเรา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราต้องปกป้องเจ้า แม้ไม่อาจปกป้องได้อย่างสมบูรณ์ ก็ไม่มีทางที่จะตัดสัมพันธ์กับเจ้าอย่างเด็ดขาด จวนกั๋วกงที่อยู่ในเมืองหลวงมายาวนาน ย่อมมีรากฐานที่มั่นคง เจ้าสบายใจเถิด หากเจ้าจัดการทุกอย่างไว้แล้ว ข้าก็จะไม่อยู่รบกวนอีก ท่านพ่อท่านแม่ยังรอฟังข่าวจากข้าที่จวน”
ครั้นกล่าวจบ คุณหนูหลานก็ลุกขึ้นยืน สนทนากับหลี่เยว่หานอีกเล็กน้อย ก่อนจะออกจากจวนขุนพลไป
เมื่อส่งคุณหนูหลานถึงประตู เห็นรถม้าของจวนกั๋วกงลับตาไปแล้ว รอยยิ้มบนใบหน้าหลี่เยว่หานก็ค่อย ๆ จางหาย นางเรียกบ่าวชายมาสั่งให้ส่งเงินสองร้อยตำลึงไปยังเรือนหลิ่ว พร้อมฝากข้อความให้เรือนหลิ่วเตรียมตัว จากนั้นจึงหมุนตัวกลับเข้าจวนขุนพล
ประตูใหญ่ของจวนปิดลง หลี่เยว่หานถอนหายใจออกมาเบา ๆ
หมิงจูที่อยู่ข้าง ๆ เอ่ยถามด้วยความสงสัย “ฮูหยินถอนหายใจเพราะเรื่องใดหรือเจ้าคะ?”
“เจ้าคิดว่า คุณหนูหลานตั้งใจมาชวนข้าไปอยู่ที่จวนกั๋วกงจริง ๆ หรือไม่?” หลี่เยว่หานถามขึ้นมาทันทีโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย
หมิงจูยิ่งงุนงง “บ่าวเห็นคุณหนูหลานดูจริงใจนัก ไฉนจึงอาจเป็นเรื่องลวงได้เล่า?”
“มิใช่เรื่องเท็จ แต่ก็มิใช่เรื่องจริง” หลี่เยว่หานเอ่ยขึ้นอย่างคลุมเครือ ก่อนจะก้าวเท้าเดินกลับไปยังลานใน
หลังเหตุการณ์ที่จวนกั๋วกงครั้งก่อน ฟางจื่อหลานย่อมมองออกถึงความในใจของคุณหนูหลานที่มีต่อเมิ่งฉีฮ่วน ดังนั้น แม้ฟางจื่อหลานและอวี๋เจ๋อฟางจะคิดอยากรับหลี่เยว่หานมาอยู่ที่จวนเพื่อดูแล แต่ก็คงไม่ให้คุณหนูหลานเป็นคนมาทำหน้าที่นี้
แน่นอน ข่าวที่ว่าเมิ่งฉีฮ่วนไม่อยู่ในเมืองหลวงตอนนี้ลือกันไปทั่ว การที่จวนกั๋วกงสัมผัสได้ถึงลางร้ายในเมืองหลวง จึงต้องการนำหลี่เยว่หานไปปกป้องในจวนเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล แต่การที่คุณหนูหลานมาวันนี้ ย่อมไม่ใช่เพราะได้รับอนุญาตจากฟางจื่อหลานและอวี๋เจ๋อฟางแน่
แต่…เหตุใดคุณหนูหลานจึงทำเช่นนี้?
เรื่องความปลอดภัยของจวนกั๋วกง หลี่เยว่หานย่อมวางใจ เช่นเดียวกับจวนขุนพลที่มั่นคงดั่งถังเหล็ก แต่เรือนหลิ่วกลับแตกต่าง ไม่เพียงป้องกันหละหลวม ยังมีคนเข้าออกบ่อยครั้งเพราะเพิ่งมาตั้งหลักในเมืองหลวงได้ไม่นาน ทำให้มีช่องโหว่ให้คนอื่นฉวยโอกาสได้ง่าย
ดังนั้น หลังจากส่งคุณหนูหลานกลับไป หลี่เยว่หานจึงสั่งให้คนไปแจ้งเรือนหลิ่ว หวังเพียงว่าอย่างน้อยพวกเขาจะลดการออกนอกบ้านและอยู่กันในเรือน เพราะบางทีตามที่คุณหนูหลานกล่าวไว้ ไม่เกินสิบวัน เมืองหลวงอาจต้องวุ่นวายขึ้นจริง ๆ
ด้วยความคิดอันหนักอึ้ง หลี่เยว่หานถอนหายใจขณะนั่งอยู่ใต้ระเบียงดอกไม้ เบื้องบนใบแปะก๊วยสีทองเหลืองอร่ามร่วงหล่นตามแรงลม บางใบปลิวลงมาบนร่างของนาง
หมิงจูนำผ้าคลุมไหล่มาคลุมให้นาง พร้อมกล่าวเบา ๆ ว่า “ฮูหยินเจ้าคะ ลมแรงอากาศเย็นลงแล้ว เราไปที่ห้องโถงดอกไม้หรือห้องอุ่นกันดีไหมเจ้าคะ?”
“ก็ดี” หลี่เยว่หานพยักหน้า ลุกขึ้นเดินเข้าสู่ห้องอุ่น แต่ทันใดนั้นความง่วงเหงาก็จู่โจมเข้ามา นางจึงสั่งให้หมิงจูปิดประตูให้ดี แล้วเอนกายนอนลงบนแท่นอ่อนนุ่มในห้องอุ่น
หลี่เยว่หานลูบท้องที่นูนออกมาของตนเองเบา ๆ พลางทอดถอนใจ
นางไม่เคยคิดเลยว่าจะตั้งครรภ์ในที่ที่ไม่มีแม้แต่การตรวจครรภ์อย่างเหมาะสมเช่นนี้
ไม่รู้เลยว่าทารกในครรภ์จะแข็งแรงหรือไม่ ช่วงนี้นางกลับรู้สึกได้ว่าพวกเขาดิ้นไม่หยุด น่าจะบ่งบอกได้ว่าพวกเขาแข็งแรงดี
คิดถึงตรงนี้ หลี่เยว่หานก็เผลอหลับไป
เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้ง ฟ้าก็มืดลงแล้ว
นางเรียกหมิงจูเข้ามา และได้รู้จากหมิงจูว่าเวินเทียนเหล่ยมาเยี่ยมในไม่กี่อึดใจหลังจากนางเอนหลับ ตอนนี้เขาอยู่ที่ห้องโถงดอกไม้ สั่งการให้ห้องครัวทำอาหารมากมาย และกำลังทานอย่างรื่นเริง
ได้ยินเช่นนี้ หลี่เยว่หานได้แต่ถอนหายใจ “แล้วทำไมไม่ปลุกข้าขึ้นมา?”
“คุณชายเวินบอกว่า ฮูหยินกำลังตั้งครรภ์ ร่างกายต้องการการพักผ่อนที่มากกว่าปกติ เขาไม่ได้มีธุระด่วนอะไร จึงรอในห้องโถงดอกไม้ แต่รอไปสักพัก…พอหิวเข้า…ก็เลยให้ห้องครัวทำอาหารเจ้าค่ะ”
“แล้วเขาสั่งอาหารทีเดียวตั้งสิบสองอย่างเชียวหรือ?” หลี่เยว่หานนวดหว่างคิ้ว รู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที “ทำไมไม่เชิญพ่อครัวจากหอฝานเทียนมาเสียเลยล่ะ?”
หมิงจูตอบทันทีว่า “คุณชายเวินเชิญพ่อครัวจากหอฝานเทียนมาจริง ๆ เจ้าค่ะ”
หลี่เยว่หาน: ……