ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 369 จะขังไว้รอสอบสวน? ไม่ได้!
บทที่ 369 จะขังไว้รอสอบสวน? ไม่ได้!
ผู้หญิงทะเลาะกัน ผู้ชายปวดหัว
ท่านผู้ว่าการตอนนี้ก็รู้สึกเช่นนั้น
โชคดีที่บรรดาท่านหญิงซึ่งมากับจี้ซินเยว่ต่างรู้จักหนักเบา ไม่มีใครกล้าท้าทายจวนขุนพลอย่างเปิดเผย ไม่เช่นนั้นศาลที่ควรจะเคร่งขรึมคงกลายเป็นตลาดสดไปแล้ว
ถึงกระนั้นจี้ซินเยว่ก็ยังคงก้าวร้าวไม่ยอมถอย แม้หลี่เยว่หานจะไม่สนใจนางแล้ว นางก็ยังพูดไม่หยุด
ในที่สุดท่านผู้ว่าการก็ทนไม่ไหว ตบไม้เคาะบัลลังก์อย่างแรงสองครั้ง เจ้าหน้าที่ที่ยืนอยู่สองข้างบัลลังก์ก็ตีกระะบองข่มขวัญทันที เสียงตะโกน ‘เคารพ’ ดังสนั่น ในที่สุดจี้ซินเยว่ก็เงียบลง
“ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ออกไปให้หมด มีคนมายืนล้อมในศาลมากมายเช่นนี้ จะบีบให้สารภาพหรืออย่างไร!” ท่านผู้ว่าการทำหน้าเย็นชา สายตามองไปที่จี้ซินเยว่
แต่กลับเห็นหญิงผู้นี้เชิดคางราวกับหงส์ที่เย่อหยิ่ง ไม่ยอมถอยแม้แต่น้อย “ข้าเป็นคนจับหลิ่วเทียนเสียง ข้าเป็นโจทก์ ข้าไม่ไป!”
พอได้ยินคำพูดนี้ เหล่าท่านหญิงที่วิ่งตามหลังจี้ซินเยว่มาก็ไม่พอใจ พากันด่าจี้ซินเยว่ว่าไม่รู้คุณคน แล้วรีบแยกย้ายกันไป
จี้ซินเยว่ยังคงยืนอยู่ในศาลเพื่อต่อกรกับหลี่เยว่หาน ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่ยอมแพ้
ทำเอาหลี่เยว่หานหัวเราะออกมา “ไม่ทราบว่าเฉินฟูเหรินมีหลักฐานอะไรที่จะพิสูจน์ว่าท่านพ่อบุญธรรมของข้ายักยอกเงินบริจาคสำหรับสร้างหมู่บ้านผู้อพยพ?”
“พยานบุคคล!” เมื่อกล่าวจบ จี้ซินเยว่ก็ส่งสัญญาณให้ผู้ติดตามลากคนที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนออกมา “ท่านผู้นี้คือผู้ดูแลจวนของท่านผู้ว่าการ เขาสามารถเป็นพยานได้ว่าหลิ่วเทียนเสียงทำบัญชีปลอม ยักยอกเงินบริจาคไปหนึ่งล้านตำลึง!”
ท่านผู้ว่าการที่นั่งอยู่บนบัลลังก์โกรธจนแทบจะหายใจไม่ออก “เฉินฟูเหริน ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าจะกล้าบุกเข้าจวนขุนนางราชสำนักไปจับคน! อีกอย่าง ผู้ดูแลจวนของข้าดูแลแต่เรื่องในจวนเท่านั้น ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับเงินบริจาคของหมู่บ้านผู้อพยพ แล้วเขาจะเป็นพยานได้อย่างไร!”
จี้ซินเยว่รู้ตัวดีว่านางได้ก่อเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว แต่ก็ยังค่อย ๆ โค้งคำนับท่านผู้ว่าการ แล้วกล่าวว่า “ขอท่านผู้ว่าการโปรดระงับความโกรธ แม้ว่าผู้ดูแลจวนของท่านจะไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับเงินบริจาคของหมู่บ้านผู้อพยพ แต่เขาเห็นหลิ่วเทียนเสียงทำบัญชีปลอม ข้าเองก็แค่ต้องการปกป้องความปลอดภัยของพยาน จึงได้นำเขาออกมาจากจวนของท่านโดยพลการ และพามาที่ศาลเพื่อเผชิญหน้ากับคนชั่วช้าเจ้าเล่ห์”
เมื่อจี้ซินเยว่พูดจบ ผู้ดูแลจวนก็ถูกผลักออกมาข้างหน้า
ท่านผู้ว่าการตบไม้เคาะบัลลังก์ลงอย่างแรง แล้วตวาดว่า “อาเกิ่ง สิ่งที่เฉินฟูเหรินกล่าวเป็นความจริงหรือไม่?”
ผู้ดูแลจวนที่ถูกเรียกว่า ‘อาเกิ่ง’ คุกเข่าโขกศีรษะ ก้มหน้าพูดว่า “ทุกคำที่เฉินฟูเหรินกล่าวล้วนเป็นความจริง นายท่าน ข้าน้อยได้เห็นท่านหลิ่วมารายงานบัญชีที่จวน เขาถือสมุดบัญชีมาสองเล่ม เล่มหนึ่งตกพื้น ข้าน้อยเหลือบไปเห็น มันเขียนว่า ‘บัญชีจริงเงินบริจาคหมู่บ้านผู้พยพ’ หลังจากนั้นข้าน้อยก็แกล้งทำชาหกใส่เสื้อผ้าท่านหลิ่ว ตอนที่เขาเปลี่ยนเสื้อผ้า ข้าน้อยได้รีบดูบัญชีจริงเล่มนั้น ในนั้นบันทึกไว้ชัดเจนว่า หลังจากท่านหลิ่วรับหน้าที่ดูแลเงินบริจาคของหมู่บ้านผู้อพยพ เขาได้แบ่งออกเป็นห้างวด แอบเอาเงินบริจาคหนึ่งล้านตำลึงไปด้วยข้ออ้างต่าง ๆ!”
“พูดเช่นนี้ เจ้าก็ไม่มีหลักฐานใด ๆ ที่จะพิสูจน์การมีอยู่ของบัญชีจริงที่เจ้าพูดถึงสินะ?” ท่านผู้ว่าการขมวดคิ้วถาม
หลี่เยว่หานยืนฟังอย่างเงียบ ๆ อยู่ข้างหลิ่วเทียนเสียงมาตลอด ขณะที่อาเกิ่งพูดเรื่องเหล่านี้ สีหน้าของหลิ่วเทียนเสียงแสดงความไม่เข้าใจอย่างชัดเจน แต่ภายใต้การส่งสัญญาณของหลี่เยว่หาน หลิ่วเทียนเสียงก็ยังคงปิดปากเงียบ ส่วนท่านผู้ว่าการนั้นโกรธไม่น้อย
เมื่อจี้ซินเยว่ได้ยินท่านผู้ว่าการพูดเช่นนั้น ก็รีบก้าวออกมาอย่างไม่พอใจ “ท่านผู้ว่าการพูดราวกับว่าผู้ดูแลจวนของท่านกำลังโกหก!”
“เฉินฟูเหริน” ท่านผู้ว่าการทำหน้าบึ้งตึง “ข้าเห็นแก่ที่เจ้าสูญเสียสามีตั้งแต่ยังเยาว์จึงไม่ถือสาเจ้า แต่ขอให้เจ้าเข้าใจว่าที่นี่คือศาล ไม่ใช่ที่ที่เจ้าจะมาอาละวาดได้ตามใจชอบ! ในอดีตเจ้าเคยได้รับการยกย่องว่าเป็นหญิงผู้มีปัญญาอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง แต่ไฉนช่วงหลังมานี้กิริยาของเจ้ากลับเหมือนสตรีไร้การอบรม ช่างไม่สมกับฐานะท่านหญิงขั้นหนึ่งเลยจริง ๆ!”
ท่านผู้ว่าการด่าตรง ๆ และถูกจุด การที่จี้ซินเยว่หยิ่งผยองเช่นนี้ ก็เพราะนางเคยเป็นหญิงผู้มีปัญญาอันดับหนึ่งที่ผู้คนในเมืองหลวงชื่นชม และเพราะนางสูญเสียสามีตั้งแต่ยังเยาว์ กระนั้นยังรักษาความซื่อสัตย์มาจนถึงทุกวันนี้ อีกทั้งยังมีตำแหน่งท่านหญิงขั้นหนึ่ง
แต่ท่านผู้ว่าการพูดเพียงไม่กี่ประโยคก็ทำลายภาพลักษณ์ที่จี้ซินเยว่ภาคภูมิใจ ทำให้นางรู้สึกไม่มั่นใจขึ้นมา “ข้าแค่ทนเห็นคนทำชั่วไม่ได้เท่านั้น!”
“เมื่อครู่ตอนที่เฉินฟูเหรินอาละวาดหน้าจวนขุนพลของข้า บอกว่ามีหลักฐานชัดเจน แต่พอมาถึงศาล กลับกลายเป็นแค่ทนเห็นคนทำชั่วไม่ได้?” หลี่เยว่หานทำหน้างุนงง “ไม่ทราบว่าเฉินฟูเหรินมีหลักฐานชัดเจนที่พิสูจน์ว่าท่านพ่อบุญธรรมของข้าโกงเงิน หรือว่าแค่มีจิตใจเป็นธรรมอยากจะนำตัวคนที่โกงเงินบริจาคตัวจริงมาลงโทษกันแน่?”
“เจ้า…” จี้ซินเยว่ถูกหลี่เยว่หานทำให้พูดไม่ออก ได้แต่สะบัดแขนเสื้อด้วยสีหน้าเย็นชา แล้วด่าทอว่า “หญิงไร้ความรู้! ข้าไม่อยากต่ำให้เสมอเจ้า!”
“เงียบ!” ท่านผู้ว่าการตบไม้เคาะบัลลังก์ ในใจรู้สึกเบื่อหน่ายจี้ซินเยว่อย่างถึงที่สุด จากนั้นก็จ้องมองอาเกิ่งพลางกล่าวว่า “อาเกิ่ง คำพูดไร้น้ำหนัก เจ้ามีหลักฐานชัดเจนที่พิสูจน์ว่านายท่านหลิ่วโกงเงินบริจาคหรือไม่?”
“ยัง… ยังมีคนรู้…” อาเกิ่งก้มหน้าไม่กล้ามองท่านผู้ว่าการ แต่เสียงพูดกลับไม่เบา “นายน้อยหลิ่ว ช่วงนี้นายน้อยหลิ่วมีเงินมากเป็นพิเศษ มักจะไปที่หอฝานเทียนบ่อย ๆ ได้ยินว่าหนึ่งคืนใช้เงินเป็นพันตำลึง ตระกูลหลิ่วเพิ่งมาถึงเมืองหลวงไม่นาน จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะมีเงินมากมายให้นายน้อยหลิ่วใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย! ดังนั้นจึงมีคนเคยถามนายน้อยหลิ่ว และนายน้อยหลิ่วพูดด้วยตัวเองว่า ตระกูลหลิ่วร่ำรวยมหาศาล…”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หลิ่วเทียนเสียงก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป “ท่านผู้ดูแล ตระกูลหลิ่วของข้าที่อำเภอหย่งอันก็เป็นตระกูลใหญ่ที่ทำการค้าขายมาหลายชั่วอายุคน เพียงเพราะตระกูลหลิ่วของพวกข้าเพิ่งมาถึงเมืองหลวงไม่นาน แม้แต่การที่พวกข้าทำเงินได้ก็ผิดด้วยหรือ?”
หลังจากกล่าวจบ หลิ่วเทียนเสียงก็ประสานมือคำนับท่านผู้ว่าการ “ขอท่านผู้ว่าการโปรดพิจารณา เงินทุกตำลึงที่ลูกข้า หลิ่วจื้อหย่วนใช้ล้วนมาจากส่วนกลางของครอบครัว ช่วงนี้ร้านค้าของตระกูลหลิ่วทยอยปิดทำการชั่วคราว จึงแบ่งผลกำไรเร็วกว่าปกติ แม้ตระกูลหลิ่วจะเพิ่งมาถึงเมืองหลวงไม่นาน แต่ก็มีกิจการในเมืองหลวงมานานแล้ว อีกทั้งอำเภอหย่งอันไม่อาจเทียบความเจริญของเมืองหลวงได้ ลูกข้าเป็นคนเกเร ไร้ความสามารถ เห็นเงินปันผลมากกว่าที่อำเภอหย่งอันย่อมพูดว่าตระกูลหลิ่วร่ำรวยออกมา! แต่คำพูดนี้ไม่อาจใช้เป็นหลักฐานได้จริง ๆ!”
ท่านผู้ว่าการย่อมรู้ว่าคำพูดนี้ใช้เป็นหลักฐานไม่ได้ เขายังคงสงสัย อาเกิ่งรับใช้ในจวนมาสิบกว่าปีแล้ว เหตุใดจู่ ๆ จึงออกมากล่าวหาตระกูลหลิ่วที่เพิ่งมาถึงเมืองหลวงไม่นานอย่างไร้เหตุผล?
อีกทั้งตระกูลหลิ่วนี้ยังเป็นญาติบุญธรรมของหานหรงฟูเหริน ผู้สูงศักดิ์คนใหม่ของเมืองหลวง! หากหานหรงฟูเหรินจดจำความแค้นไว้ จะไม่ทำให้ศาลพลอยเดือดร้อนไปด้วยหรือ?
คิดถึงตรงนี้ ท่านผู้ว่าการจึงประกาศเสียงดัง “คำพูดของอาเกิ่งและเฉินฟูเหรินไม่มีหลักฐาน เรื่องนี้ยังไม่อาจตัดสินได้ในตอนนี้ รอให้ข้าหาหลักฐานได้แล้วจึงจะพิจารณาคดีนี้ใหม่ เลิกศาล!”
จี้ซินเยว่พูดเสียงดังขึ้นทันที “ท่านผู้ว่าการจะปกป้องคนที่ยักยอกเงินบริจาคหรือ! แม้ตอนนี้หลักฐานจะไม่เพียงพอ แต่หลิ่วเทียนเสียงก็เป็นผู้ต้องสงสัย ไม่ควรจะกักตัวไว้สอบสวนหรือ?”
ท่านผู้ว่าการแทบอยากจะเอาไม้เคาะบัลลังก์ฟาดจี้ซินเยว่ให้ตายเสียตรงนั้น!
ผู้ที่ถูกกักตัวไว้สอบสวน แม้ภายหลังจะพิสูจน์ได้ว่าบริสุทธิ์ ชื่อเสียงก็เสียหายแล้ว! จี้ซินเยว่กำลังบีบให้เขาเป็นศัตรูกับหลี่เยว่หาน!