ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 383 ทางเลือกเดียวของจวนซิงกั๋ว
บทที่ 383 ทางเลือกเดียวของจวนซิงกั๋ว
“ได้ยินว่าเจ้ามา ท่านป้าก็ให้บ่าวเตรียมอาหารที่เจ้าชอบไว้หลายอย่างเลยนะ” ฟางจื่อหลานชื่นชอบหลี่เยว่หานมาก พอเห็นเงาร่างของหลี่เยว่หานเข้ามาในห้องโถง ฟางจื่อหลานก็รีบเข้าไปต้อนรับ จูงมือหลี่เยว่หานมานั่งข้างกาย โดยไม่สนใจแม้แต่คุณหนูหลานและลูกทั้งสองของตน
หลี่เยว่หานรู้สึกเกรงใจ จึงยิ้มพลางกล่าวว่า “ท่านป้าตั้งใจจะให้ข้าเกรงใจแน่ ๆ พวกคนครัวคงจะบ่นข้าแย่ มาพอดีเวลากินข้าว เหมือนมาขออาหารกินชัด ๆ!”
ทุกคนหัวเราะขึ้นเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ฟางจื่อหลานโบกมือปฏิเสธพลางกล่าวอย่างร่าเริงว่า “เจ้าไม่รู้หรอกว่าพวกคนครัวในจวนของพวกเราขยันแค่ไหน ถ้าพวกเราที่เป็นเจ้านายไม่สั่งอาหารเพิ่ม พวกเขาก็จะคิดทำอาหารขึ้นมาเองหลายอย่าง บางทีพวกเขาอาจจะดีใจที่เจ้ามาด้วยซ้ำ เพราะจะได้มีโอกาสทำอาหารอร่อย ๆ เพิ่ม”
“พอเถอะ ๆ เรื่องพวกนี้ค่อยคุยกันหลังอาหารเถิด” อวี๋เจ๋อฟางยิ้มพลางโบกมือให้บ่าว
ผ่านไปไม่นาน อาหารอันอุดมสมบูรณ์ก็ถูกนำมาวางเต็มโต๊ะ หลี่เยว่หานมองดูอย่างตั้งใจ พบว่าหลายจานใช้ถานไคว่เป็นวัตถุดิบ จึงรู้สึกแปลกใจ “ท่านลุง ท่านป้า พวกท่านก็ชอบกินถานไคว่หรือเจ้าคะ?”
“แน่นอนสิ” ฟางจื่อหลานกล่าว “หลังจากที่ลุงของเจ้าได้ลองกินที่จวนคนอื่นครั้งหนึ่ง จวนของพวกเราก็ไม่เคยขาด ถ้าไม่ใช่เพราะตระกูลหลิวที่ขายถานไคว่บอกว่าเนื้อนี้กินนาน ๆ ไม่ได้ เดี๋ยวจะป่วย ลุงของเจ้าคงจะกินวันละสามมื้อเลยทีเดียว”
หลี่เยว่หานทั้งขำทั้งเศร้า จึงรีบกล่าวว่า “ตระกูลหลิวเป็นญาติบุญธรรมของข้า ถ้าท่านลุงชอบ ข้าจะลองถามตระกูลหลิวดูว่าทำถานไคว่อย่างไร พวกเราจะได้ทำเก็บไว้ในจวน อย่างไรตระกูลหลิวก็คงไม่เสียลูกค้าอย่างครอบครัวพวกเรา พวกเราก็จะได้กินของแปลกใหม่”
“ไม่ได้หรอก” อวี๋เจ๋อฟางโบกมือ “ข้ารู้ว่าตระกูลหลิวเป็นญาติบุญธรรมของเจ้า เมื่อตอนที่เจ้าแต่งงานกับลูกชายตระกูลเมิ่ง พวกเขาก็ได้ช่วยเหลือเจ้าไม่น้อยเลย แต่ตอนนี้ตระกูลหลิวไม่เหมือนแต่ก่อนแล้ว พวกเขาหนีภัยมาถึงเมืองหลวง การที่พวกเราไปซื้อถานไคว่ที่ร้านของพวกเขา นั่นคือการช่วยเหลือธุรกิจ เป็นการตอบแทนที่พวกเขาดูแลเจ้า จะไปเอาของของเขามาโดยตรงได้อย่างไร ไม่ได้ ไม่ได้!”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ฟางจื่อหลานก็พยักหน้าเห็นด้วย
หลี่เยว่หานทำอะไรไม่ได้ ทำได้แค่ปล่อยให้พวกเขาทำตามใจไปก่อน เธอคิดว่าเมื่อสถานการณ์ในเมืองหลวงสงบลงแล้ว ค่อยเปิดเผยความจริงกับพวกเขาว่าร้านถานไคว่เป็นของเธอเองก็ได้
คุณหนูหลานที่นั่งอยู่เงียบ ๆ ด้านข้างไม่รู้ทำไมจู่ ๆ ก็เอ่ยปากขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มว่า “ท่านพ่อ ท่านแม่ น้องเยว่หานคงกลัวพวกเราเสียเงินมากเกินไปแน่ ๆ!”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น ฟางจื่อหลานมองคุณหนูหลานเบา ๆ แล้วหันไปยิ้มตาหยีมองที่หลี่เยว่หานพลางกล่าวว่า “ป้ารู้ว่าเจ้าหวังดี มานี่ นี่เป็นปลากะพงที่เพิ่งส่งมาถึงจวนวันนี้ ก้างน้อยและสดมาก รีบชิมดูสิ!”
หลี่เยว่หานทำตามคำพูดและเริ่มกินปลา ไม่มีใครตอบรับคำพูดของคุณหนูหลาน ทำให้นางรู้สึกเสียหน้า แต่นางก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัด เพียงแค่กินอาหารต่อไปอย่างสง่างาม แสดงถึงกิริยามารยาทของตระกูลใหญ่
ตลอดมื้ออาหาร ฟางจื่อหลานคอยตักอาหารให้หลี่เยว่หานตลอดเวลา จนลูกทั้งสองของนางรู้สึกทนดูไม่ได้ อวี๋จิ่นเอ๋อร์ลูกสาวถึงกับพูดล้อเล่นว่า ตั้งแต่หลี่เยว่หานมา ท่านแม่ของพวกเขาถึงกับลืมไปว่ามีลูกชายหนึ่งคนและลูกสาวสองคน
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น อวี๋เจ๋อฟางและฟางจื่อหลานไม่รู้สึกอะไร หลี่เยว่หานก็เพียงแค่ยิ้มแล้วปล่อยผ่านไป
แต่คุณหนูหลานกลับรู้สึกต่างออกไป หลายปีมานี้ อวี๋หลานรู้สึกว่าแม้อวี๋เจ๋อฟางและภรรยาจะมีอวี๋จิ่นเอ๋อร์และอวี๋เหยียนอันเป็นพี่น้องแล้ว นางก็ยังมีที่ยืนในจวนแห่งนี้ อย่างน้อยทุกคนก็ยังเรียกนางว่าคุณหนูใหญ่ และนางก็เป็นบุตรบุญธรรมที่มีชื่อในทะเบียนตระกูล
แต่ตอนนี้เมื่อเห็นฟางจื่อหลานดีต่อหลี่เยว่หานเช่นนี้ อวี๋หลานก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจมากขึ้น
“ท่านแม่ ลูกกินอิ่มแล้วเจ้าค่ะ” อวี๋หลานรู้สึกไม่สบายใจจึงไม่มีความอยากอาหาร พอกินไปครึ่งหนึ่งก็วางตะเกียบลง หวังว่าฟางจื่อหลานจะสังเกตเห็นว่านางกินอาหารเพียงนิดเดียว
เมื่อได้ยินคำพูดของอวี๋หลาน ฟางจื่อหลานมองนางแวบหนึ่งแล้วพูดว่า “เหตุใดจึงกินน้อยนัก หรือว่าอาหารวันนี้ไม่ถูกปาก?”
เมื่อเห็นฟางจื่อหลานยังห่วงใยตน อวี๋หลานจึงรู้สึกโล่งใจขึ้นเล็กน้อย กำลังจะพูด แต่อวี๋จิ่นเอ๋อร์กลับพูดแทรกขึ้นมาก่อน “ไม่ใช่เลยเจ้าค่ะ พี่หลานเห็นท่านแม่และท่านพ่อรักพี่เยว่หานมาก จึงรู้สึกไม่สบายใจ เลยไม่มีความอยากอาหาร”
“จิ่นเอ๋อร์ เจ้าพูดจาเหลวไหลอะไร” คุณหนูหลานจ้องอวี๋จิ่นเอ๋อร์ “ข้าแค่กินขนมตอนบ่ายมากไป จึงไม่ค่อยหิวเท่านั้น! ท่านแม่ อย่าฟังจิ่นเอ๋อร์พูดเหลวไหลเลยเจ้าค่ะ!”
เดิมคิดว่าจะได้รับคำปลอบใจจากฟางจื่อหลานสักสองสามคำ แต่ฟางจื่อหลานกลับหัวเราะและแกล้งดุอวี๋จิ่นเอ๋อร์ว่า “เจ้าตัวแสบ เจ้ากินข้าวเข้าไปแล้วทำไมถึงยังพูดไม่หยุด เอาแต่รังแกพี่สาวเจ้าอยู่นั่นแหละ!”
“จิ่นเอ๋อร์พูดความจริงนะ” อวี๋จิ่นเอ๋อร์แลบลิ้น ท่าทางไร้เดียงสาน่ารัก
อวี๋หลานนั่งรออยู่ครู่หนึ่ง ไม่ได้รับคำปลอบใจจากฟางจื่อหลานจึงได้แต่ถอนหายใจเบา ๆ ลุกขึ้นแล้วถอนสายบัว “ท่านพ่อ ท่านแม่ หลานขอตัวก่อนเจ้าค่ะ”
ในคฤหาสน์ใหญ่ เมื่อผู้อาวุโสยังอยู่ที่โต๊ะ ผู้น้อยแม้จะอิ่มแล้วก็ไม่สามารถลุกจากโต๊ะก่อนได้ นี่เป็นธรรมเนียม ดังนั้นเมื่อคุณหนูหลานขอตัว อวี๋เจ๋อฟางและฟางจื่อหลานจึงขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
ฟางจื่อหลานพยักหน้าเห็นด้วย สั่งให้สาวใช้ข้างกายคุณหนูหลานคอยดูแลนาง จากนั้นก็หันไปสนทนากับหลี่เยว่หานต่อ
น่าเสียดายที่คุณหนูหลานไม่รู้ว่าที่นางขอตัวกลับก่อนนั้น แท้จริงแล้วเพียงแค่อยากให้สามีภรรยาฟางจื่อหลานพูดคุยกับนางสักสองสามคำ แม้จะถูกตำหนิว่าไม่รู้ความก็ยังดี แต่ไม่คิดว่าฟางจื่อหลานจะปล่อยให้นางกลับไปเฉย ๆ
ทำให้คุณหนูหลานรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ ได้แต่ฝืนทำใจดี คำนับลาแล้วพาสาวใช้จากไป
สิ่งที่นางไม่รู้คือ ฟางจื่อหลานรู้ดีถึงความรู้สึกที่นางมีต่อเมิ่งฉีฮ่วน แต่เมิ่งฉีฮ่วนได้แสดงท่าทีชัดเจนแล้วว่าจะไม่รับอนุภรรยาอีก อวี๋หลานจึงไม่มีโอกาสกับเมิ่งฉีฮ่วนเลย ฟางจื่อหลานรู้สึกสงสารเธอและอยากรักษาหน้าตาของเธอไว้ ดังนั้นจึงไม่ตำหนิอวี๋หลานต่อหน้าหลี่เยว่หานอย่างแน่นอน
น่าเสียดายที่อวี๋หลานคิดไม่ถึงจุดนี้ กลับถึงห้องก็ร้องไห้ออกมา รู้สึกน้อยใจยิ่งนัก
หลังอาหารค่ำ หลี่เยว่หานนั่งคุยกับฟางจื่อหลาน ในใจครุ่นคิดว่าจะเอ่ยปากกับฟางจื่อหลานและอวี๋เจ๋อฟางอย่างไรดี ด้วยเรื่องราชการสำคัญ นางเป็นเพียงสตรีไม่ควรยุ่งเกี่ยวมากนัก แต่สถานการณ์บีบบังคับ หลี่เยว่หานจำต้องทำอะไรสักอย่าง
จวบจนค่ำคืน ฟางจื่อหลานถอนหายใจ ตบมือหลี่เยว่หานเบา ๆ กล่าวว่า “อันที่จริง ป้ารู้ว่าเจ้ามาวันนี้เพราะเรื่องอะไร ตั้งแต่เรื่องห้องลับใต้ดินที่หรูอี้เก๋อถูกเปิดโปงแล้ว ข้ากับลุงของเจ้าก็คิดว่าสักวันเจ้าต้องเอ่ยปากแน่”
ได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานรู้สึกเก้อเขินและกังวล ไม่รู้จะพูดอะไรดี
“หลี่เยว่หานป้าเข้าใจความกังวลของเจ้า” ฟางจื่อหลานเห็นนางก้มหน้าแดง ๆ ก็รู้ว่านางกำลังลำบากใจ จึงปลอบว่า “ตระกูลอย่างจวนซิงกั๋วของพวกเรา ยิ่งใหญ่ย่อมเป็นเป้าสายตา หากพลาดเลือกข้างผิด ก็จะนำความหายนะมาสู่ทั้งตระกูล ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นท่านปู่ของเจ้าหรือลุงของเจ้า ก็ไม่เคยคิดจะเลือกข้างระหว่างองค์ชายทั้งสอง จวนซิงกั๋วของพวกเรามีทางเลือกเพียงฮ่องเต้เท่านั้น ลูก เจ้าเข้าใจความหมายของป้าหรือไม่”
นิยายเรื่องนี้ออกทุกวันจันทร์นะคะตอนนี้ชนแล้ว