ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 388 หวังว่าจะไม่เคยรู้จักกัน
บทที่ 388 หวังว่าจะไม่เคยรู้จักกัน
หลี่เยว่หานที่ตกใจเพราะพระชายาอยู่แล้ว ไหนเลยจะคาดคิดว่าจี้ซินเยว่จะเปิดฉากโจมตีกลางที่สาธารณะ จึงยังไม่ทันตั้งตัวและไม่ได้เอ่ยปากโต้ตอบ
แต่จี้ซินเยว่กลับคิดว่าตนจับจุดอ่อนของหลี่เยว่หานได้แล้ว จึงเชิดหน้าขึ้นทันที “ดูเหมือนข่าวลือจะเป็นความจริง ท่านหญิงหานรงนั้นไม่เพียงแต่ริษยา แต่นางยังถือตัวสูงส่งนัก ก็นับว่ามิอาจหลีกเลี่ยงได้ ด้วยมาจากที่กันดารอย่างหมู่บ้านไป๋อวิ๋น เมื่อได้ยศถาบรรดาศักดิ์ขึ้นมาบ้าง ย่อมมองคนด้วยหางตาเป็นธรรมดา”
“แต่ที่นี่คือเมืองหลวง ใต้เบื้องพระบาทฮ่องเต้ หากอิฐสักก้อนหล่นลงมา ย่อมโดนเชื้อพระวงศ์ผู้สูงศักดิ์หลายคน ท่านหญิงหานรงควรจะรู้จักประมาณตนบ้าง”
ในขณะที่จี้ซินเยว่กำลังพูดอย่างสะใจ หรวนซื่อแทบจะตายด้วยความร้อนใจ อยากจะดึงลิ้นของจี้ซินเยว่ออกมาไม่ให้พูดจาเหลวไหล
แต่เดิมวันนี้นางไม่เห็นด้วยที่จะให้จี้ซินเยว่มาร่วมงาน แต่ผู้อาวุโสในตระกูลกลับบอกว่างานเลี้ยงวันนี้เป็นการขอขมาหลี่เยว่หาน และคนที่ทำให้ตระกูลเฉินขัดเคืองกับหลี่เยว่หานนั่นก็มีแค่จี้ซินเยว่คนเดียว ไม่ว่าอย่างไรจี้ซินเยว่ก็ต้องมาร่วมงาน!
ด้วยเหตุนี้ ผู้อาวุโสตระกูลเฉินจึงกำชับจี้ซินเยว่ไว้มาก
คนนอกต่างพูดว่าจี้ซินเยว่มีนิสัยดี มีความรู้สูง เป็นยอดหญิงผู้มีความสามารถอันดับหนึ่งของเมืองหลวง
แต่คนในตระกูลเฉินรู้ดีว่า จี้ซินเยว่เป็นคนอารมณ์ร้อน ใจแคบ ไม่มีความสง่างามแม้แต่น้อย
หากไม่ใช่เพราะจี้ซินเยว่ยังรู้จักรักษาหน้า อย่างน้อยก็ยังรู้จักแสดงบทบาทหญิงม่ายผู้ซื่อสัตย์ของท่านเฉินต่อหน้าผู้คนเพื่อรักษาหน้าตระกูลเฉิน ตระกูลเฉินคงไล่นางออกจากบ้านไปนานแล้ว
“ท่านหญิงเฉินพูดถูกแล้ว” หลี่เยว่หานมองเห็นจี้ซินเยว่ที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ค่อย ๆ แสดงท่าทางเชิดหน้า กลับยิ้มน้อย ๆ และยังค้อมศีรษะให้จี้ซินเยว่อย่างมีมารยาท ดูสง่างามยิ่ง
“ฮึ” จี้ซินเยว่ที่ถูกผู้อาวุโสตระกูลเฉินตักเตือน แม้จะควบคุมตัวเองไม่ได้ชั่วขณะ แต่เมื่อได้พูดสะใจแล้วก็ได้สติ
เมื่อเห็นหลี่เยว่หานไม่ตอบโต้ จึงไม่กล้าพูดอะไรอีก
พระชายานั่งอยู่ที่ตำแหน่งประธาน เหลือบมองการสนทนาของคนทั้งสองด้วยความสนใจ ดวงตาเปล่งประกายระยิบระยับ
“พระชายาเพคะ คณะละครหลิวหยวนเตรียมพร้อมแล้ว พระชายาอยากชมละครเรื่องใดเพคะ” หรวนซื่อส่งรายชื่อละครให้พระชายาอย่างเหมาะเจาะ อย่างน้อยก็แยกหลี่เยว่หานและจี้ซินเยว่ออกจากกันได้
พระชายาไม่ได้เย็นชาอย่างที่คังโหรวและหมิงจูพูดไว้ แม้เมื่อเทียบกับคนอื่น นางดูห่างเหิน แต่นางก็เป็นองค์หญิงเพียงพระองค์เดียวของราชวงศ์ มีฐานะสูงส่ง ไม่ใช่ว่าใครจะเทียบได้ง่าย ๆ การที่มีความรู้สึกเช่นนี้จึงเป็นเรื่องปกติ
หลังจากส่งรายชื่อละครให้พระชายาแล้ว นางก็ไม่รีรอ เลือกเพลงที่เป็นที่นิยมไม่กี่เพลงแล้วก็วางรายชื่อไว้ด้านข้าง
นี่เป็นครั้งที่สองที่หลี่เยว่หานได้พบคณะละครหลิวหยวน ครั้งก่อนพบที่งานเลี้ยงรู้จักญาติที่จวนซิงกั๋ว
ตอนนั้นนางรู้สึกแปลกใจ แม้แต่หอฝานเทียนที่เป็นหอนางโลมชั้นสูงยังมีแค่เพลงเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น แต่คณะละครหลิวหยวนกลับสามารถเรียนรู้ลูกคอการร้องที่มีชื่อเสียงจากทุกหอนางโลมมารวมกันเป็นคณะละครหลิวหยวน แม้ในคณะจะมีแค่สิบกว่าคน แต่ก็นับได้ว่าครบครันทุกอย่าง
ในคณะมีทั้งคนเขียนบทละคร คนแต่งเพลง คนจัดฉาก นักดนตรี… แต่ละคนในละครหนึ่งเรื่องสามารถแสดงได้สองถึงสามบทบาท
แต่ต่างจากคณะละครในชาติก่อน พวกเขาไม่ได้แต่งหน้าทาสี ตัวละครในละครแต่ละเรื่องแยกแยะได้จากเสื้อผ้าเท่านั้น และแบ่งบทบาทชายหญิงชัดเจน ไม่มีการแสดงข้ามเพศ
ถึงอย่างนั้น หลี่เยว่หานก็ยังรู้สึกประหลาดใจมาก
พระชายาเลือกเรื่องเกี่ยวกับความรัก เล่าถึงชายหนุ่มที่แบกรับความแค้นของชาติและครอบครัว ระหกระเหินอยู่ในดินแดนห่างไกล จิตใจตกต่ำ บังเอิญช่วยสาวที่เข้าไปตัดฟืนในภูเขาและตกหลุมพราง ทั้งสองเกิดความรักต่อกัน ภายหลังชายหนุ่มได้กำลังใจจากหญิงสาว กลับมามีความมุ่งมั่น ออกจากภูเขาเข้าสู่กองทัพ สุดท้ายกลายเป็นแม่ทัพผู้มีชื่อเสียง และล้างความอัปยศให้ครอบครัวได้
แต่ผู้เขียนบทต้องการสร้างความเศร้าเสียใจ ละครแบ่งเป็นห้าฉาก สามฉากแรกทำให้ผู้ชมรู้สึกสะเทือนใจ พอถึงฉากที่สี่ หลังจากแม่ทัพหนุ่มแต่งงานกับหญิงสาว เพราะประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุน้อย จึงเริ่มรับอนุภรรยาหลังจากนางตั้งครรภ์ ทั้งสองไม่มีความหวานชื่นเหมือนแต่ก่อน ทะเลาะกันบ่อย ๆ คืนที่หญิงสาวคลอด แม่ทัพหนุ่มยุ่งอยู่กับการเฝ้าอนุคนใหม่
หญิงสาวคลอดบุตรที่เสียชีวิตออกมา ความเศร้าโศกเสียใจท่วมท้นใจ
มีคนรีบไปตามท่านแม่ทัพหนุ่ม ท่านแม่ทัพหนุ่มได้ยินว่าหญิงสาวคลอดบุตรที่เสียชีวิตก็ประหลาดใจมาก คิดจะไปดูอาการของหญิงสาว เสื้อผ้าก็เปลี่ยนเสร็จแล้ว แต่จู่ ๆ อนุภรรยาคนใหม่ก็เกิดอาการเจ็บหัวใจอย่างรุนแรงจนหมดสติในทันที ท่านแม่ทัพหนุ่มจึงละเลยทางฝ่ายหญิงสาว และเฝ้าอนุภรรยาคนใหม่ตลอดคืน
ฉากที่ห้าคือเช้าวันรุ่งขึ้น แม่ทัพหนุ่มไปดูหญิงสาวพลางอ้าปากหาวหวอด ๆ แต่กลับได้ยินเสียงร้องไห้
รีบเข้าประตูไป เห็นนางหน้าซีดขาวอุ้มทารกที่เสียชีวิตนอนหลับตาอยู่บนเตียง คนที่อยู่ข้าง ๆ บอกแม่ทัพหนุ่มว่านางเสียชีวิตด้วยความโศกเศร้าจากการเสียลูกผู้เป็นที่รัก ก่อนแม่ทัพหนุ่มจะมาเพียงครู่เดียว นางยังพยายามประทังลมหายใจสุดท้ายหวังจะได้เห็นแม่ทัพหนุ่มอีกครั้ง แต่คนข้าง ๆ พลั้งปากบอกว่าคืนนั้นแม่ทัพหนุ่มยุ่งอยู่กับการเฝ้าอนุคนใหม่
ลมหายใจขาดห่วง จากนี้ไปเป็นคนแปลกหน้า แม่ทัพหนุ่มแก่ลงสิบกว่าปีในคืนเดียว หลังจัดการงานศพนางเสร็จ ก็ไล่อนุทั้งหมดออกจากจวน อยู่เพียงลำพังในจวนใหญ่โต จนแก่เฒ่า ไม่มีวันใดที่ไม่เสียใจ
เมื่อจบเพลง ผู้ชมในที่นั้นต่างพากันร้องไห้จนหน้าตาเละเทะ แม้แต่พระชายาที่คนอื่นมองว่าเย็นชาก็ยังตาแดง หลี่เยว่หานแอบเช็ดน้ำตาหลายครั้งโดยไม่รู้ตัว มีเพียงคนเดียวที่เป็นข้อยกเว้น
จี้ซินเยว่
รายชื่อละครของคณะละครหลิวหยวนเป็นจี้ซินเยว่เป็นคนเตรียม ละครเกือบทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องราวโศกนาฏกรรม เล่าถึงคู่รักหนุ่มสาวที่ไม่อาจครองรักกันจนแก่เฒ่า เจตนาของนางช่างชัดแจ้งเหลือเกิน
เมื่อละครจบลง หลังจากหรวนซื่อถอนหายใจ นางก็สะดุ้งตื่นจากห้วงอารมณ์แล้วหันไปมองจี้ซินเยว่ เห็นสีหน้าภาคภูมิใจของอีกฝ่าย นางก็รู้สึกไม่ดีในใจทันที
น่าเสียดายที่ยังไม่ทันได้พูดอะไรเพื่อแก้ไขสถานการณ์ พระชายาก็เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ตระกูลเฉินบอกว่าจัดงานเลี้ยงเพื่อขอโทษเยว่หาน แต่ละครที่คณะละครหลิวหยวนเตรียมมาล้วนเป็นเรื่องโศกนาฏกรรม… หรือว่าตระกูลเฉินจัดงานเลี้ยงใหญ่โตเช่นนี้ เพียงเพื่อให้พวกเราเหล่าสตรีนั่งร้องไห้ด้วยกันอย่างนั้นหรือ?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หรวนซื่อรีบพูดขึ้นก่อนจี้ซินเยว่ “ขอพระชายาโปรดทรงสงบพระทัย ที่ให้คณะละครหลิวหยวนเตรียมเพลง ‘หวังเพียงไม่เคยพบพาน’ เพราะเป็นผลงานที่ทำให้พวกเขามีชื่อเสียง ข้าน้อยคิดว่าสำหรับคณะละครหลิวหยวนแล้ว คงหาโอกาสชมยาก อยากให้ทุกท่านได้ชมอย่างจุใจ แต่กลับไม่ได้คำนึงว่าละครนี้ชวนให้น้ำตาไหล เป็นความผิดที่ข้าน้อยคิดไม่รอบคอบเอง”
เมื่อเห็นหรวนซื่อก้มหน้ายอมรับผิดจี้ซินเยว่ก็ไม่ได้ก่อเรื่องวุ่นวายอะไร
แม้พระชายาจะร้องไห้หลายครั้งเพราะละครเรื่องนี้ แต่อย่างที่หรวนซื่อกล่าว ละครนี้เป็นผลงานที่ทำให้คณะละครหลิวหยวนมีชื่อเสียง พวกท่านหญิงที่อยู่ในเรือนลึกก็ชื่นชอบเรื่องราวความรักใคร่เช่นนี้ ดังนั้นคำอธิบายของหรวนซื่อจึงฟังขึ้น
“ท่านหญิงเฉิน..” หลี่เยว่หานเอ่ยเสียงนุ่มนวล “นี่เป็นครั้งที่สองที่ข้าได้ชมละคร ไม่ทราบว่าข้าจะขอเลือกละครได้หรือไม่?”
“ได้แน่นอน!” ท่านหญิงหรวนเห็นหลี่เยว่หานเอ่ยปาก ในใจก็รู้สึกโล่ง จนรีบให้คนส่งรายชื่อละครไปให้หลี่เยว่หาน…