ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 422 รับจี้ซินเยว่เข้าจวน
บทที่ 422 รับจี้ซินเยว่เข้าจวน
ในวันที่หิมะแรกโปรยปราย เมืองหลวงก็ได้พบกับข่าวใหญ่ที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งแผ่นดินถึงสองเรื่อง
เรื่องแรกคือ แม่ทัพเหล็กเมิ่งฉีฮ่วน แท้จริงแล้วคือ ‘ฉีอ๋อง’ พระอนุชาของฮ่องเต้หลิงอวิ๋นที่หายสาบสูญไปตั้งแต่คราวขึ้นครองราชย์ หลายปีมานี้เขาตรากตรำทำศึกเพื่อราชวงศ์มาโดยตลอด บัดนี้ถึงเวลาคืนสู่เหย้า จวนแม่ทัพเหล็กถูกเปลี่ยนชื่อเป็น ‘จวนฉีอ๋อง’ เมิ่งฉีฮ่วนเปลี่ยนนามเป็น ‘จงเจิ้งเหวินจั๋ว’ กลายเป็นชินอ๋องเพียงหนึ่งเดียวแห่งแคว้นตงฮั่นที่มีอำนาจล้นฟ้า
เรื่องที่สองคือ จวนซิงกั๋วกงประกาศตัดขาดกับฉีอ๋องอย่างสิ้นเชิง หลี่เยว่หานคุณหนูเล็กแห่งจวนกั๋วกงได้หย่าขาดกับเขาแล้ว ข่าวลือหนาหูระบุว่า เป็นเพราะยามนี้ฉีอ๋องมียศถาบรรดาศักดิ์สูงส่ง จึงเริ่มรังเกียจว่าหลี่เยว่หานมีชาติกำเนิดเป็นเพียงหญิงชาวป่า ไม่คู่ควรกับฐานะของเขาอีกต่อไป
ชั่วพริบตาเดียว ทั่วทั้งเมืองหลวงก็เต็มไปด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์ บ้างก็ด่าทอเมิ่งฉีฮ่วนว่าเนรคุณ ยามตกอับหลี่เยว่หานไม่เคยทอดทิ้ง แต่พอได้ดิบได้ดีกลับถีบหัวส่งนางเพียงเพราะชาติกำเนิดที่ต้อยต่ำ
แต่ก็มีบางส่วนที่เห็นพ้องว่าเมิ่งฉีฮ่วนทำถูกแล้ว เพราะยามนี้เขาคือชินอ๋องผู้สูงศักดิ์ ต่อให้หลี่เยว่หานจะถูกจวนกั๋วกงรับตัวกลับไป แต่นางก็เติบโตมาในชนบท ย่อมเป็นเพียงสตรีใจแคบที่มีความรู้เท่าหางอึ่ง ไม่อาจก้าวเข้าสู่สังคมชั้นสูงที่สง่างามได้
ข่าวลือทั้งสองเรื่องนี้ร้อนแรงประหนึ่งไฟลามทุ่ง เพียงวันเดียวก็แพร่กระจายไปตามเหลาอาหาร ร้านน้ำชา แม้แต่ในห้องหับของตระกูลใหญ่ต่างก็ซุบซิบเรื่องคาว ๆ ระหว่างเมิ่งฉีฮ่วนและหลี่เยว่หานกันอย่างสนุกปาก
ยิ่งไปกว่านั้น หลายคนยังคาดการณ์ว่าเมิ่งฉีฮ่วนจะกลับไปคืนดีกับจี้ซินเยว่ ซึ่งความคิดนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้คนจำนวนมาก
ในสายตาของคนนอก เมิ่งฉีฮ่วนและจี้ซินเยว่คือคู่รักที่เป็นดั่ง ‘แสงจันทร์ขาว’ ในใจของกันและกัน เดิมทีเป็นคู่กิ่งทองใบหยกที่สวรรค์สร้าง แต่กลับต้องพลัดพรากเพราะโชคชะตาเล่นตลก
หลายปีผ่านไป เมื่อได้กลับมาพบกันอีกครั้ง คนหนึ่งมีเมียรักเคียงกาย อีกคนกลับอยู่อย่างโดดเดี่ยวเย็นชา
ทว่ายามนี้เมียรักกลายเป็นอดีตไปแล้ว เขามีทั้งอำนาจและฐานะที่มั่นคงพอจะไปสู่ขอจี้ซินเยว่จากตระกูลเฉินได้เสียที หลายคนถึงกับเปิดโต๊ะพนันขันต่อว่าทั้งคู่จะกลับมาครองคู่กันหรือไม่
ส่วนทางจวนซิงกั๋วกง หลังจากประกาศตัดความสัมพันธ์กับเมิ่งฉีฮ่วนก็ปิดประตูเงียบเชียบ ไม่รับแขกเหรื่อ ใครที่พยายามเลียบเคียงถามข่าวจากบ่าวรับใช้ที่ออกมาซื้อของ ก็ได้ความเพียงว่าหลี่เยว่หานเอาแต่หมกตัวอยู่แต่ในห้องไม่ยอมออกมาพบหน้าใคร ทำให้ผู้คนเริ่มรู้สึกเวทนานางขึ้นมาบ้าง
อย่างไรเสีย ชาติกำเนิดก็ไม่ใช่สิ่งที่นางเลือกได้ ตลอดเวลาที่นางเป็นฮูหยินแม่ทัพ นางก็ไม่เคยทำตัวเสื่อมเสีย ทั้งยังเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงรับบริจาคเงินเพื่อบูรณะหมู่บ้านผู้อพยพ และรับเหล่าหญิงสาวที่ได้รับบาดเจ็บจากใต้ดินของหอหรูอี้มารักษาที่จวน คุณงามความดีเหล่านี้เป็นที่ประจักษ์ชัด
ถึงขนาดที่ว่านางเคยเกือบเอาชีวิตไม่รอดตอนคลอดลูกให้เมิ่งฉีฮ่วน เรื่องนี้ใคร ๆ ต่างก็รู้ดี
แต่ในเมื่อตอนนี้เมิ่งฉีฮ่วนกลายเป็นท่านอ๋องไปแล้ว ฐานะเดิมของหลี่เยว่หานจึงกลายเป็นจุดด่างพร้อย ต่อให้นางจะมีท่านพ่อเป็นถึงซิงกั๋วกงผู้ทรงอิทธิพล แต่นางก็ยังดูไม่คู่ควรกับเขาอยู่ดี
เพียงวันถัดมาหลังจากข่าวการสถาปนาอ๋องและการหย่าร้างแพร่ออกไป หลังเลิกประชุมเช้า มีคนเห็นกับตาว่ารถม้าจากจวนฉีอ๋องไปจอดที่หน้าประตูตระกูลเฉิน จี้ซินเยว่แต่งกายงดงามราวกับสาวแรกแย้ม ก้าวขึ้นรถม้าและถูกรับตัวเข้าจวนฉีอ๋องไปอย่างเอิกเกริก
วี่แววการกลับมาคืนดีกันเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่จวนซิงกั๋วกงยังคงนิ่งเงียบไร้ความเคลื่อนไหว ผู้คนต่างพากันถอนหายใจว่าใจบุรุษนั้นช่างโลเลนัก ต่อให้ก่อนหน้านี้จะดูรักใคร่ปานจะกลืนกินเพียงใด สุดท้ายก็เปลี่ยนใจได้ในชั่วข้ามคืน
ทว่าไม่มีใครรู้เลยว่า แม้จี้ซินเยว่จะถูกรับเข้าจวนฉีอ๋อง แต่ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู นางกลับถูกนำตัวไปกักขังไว้ในที่พักทันที
“ข้าคือฮูหยินที่ท่านอ๋องเชิญมาด้วยตัวเอง พวกเจ้าบังอาจทำกิริยาต่ำช้าเช่นนี้กับข้า ไม่กลัวท่านอ๋องจะลงโทษหรอกหรือ!” จี้ซินเยว่แผดเสียงด่าทอไม่หยุดหย่อน จากความดีใจสุดขีดในตอนแรกเริ่มกลายเป็นความเกรี้ยวกราด แต่กลับไม่มีใครสนใจนางแม้แต่คนเดียว
จนกระทั่งบ่ายคล้อย จี้ซินเยว่ด่าจนหมดแรง ได้แต่นั่งทอดอาลัยอยู่บนเก้าอี้ ทันใดนั้นประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออก ร่างสูงสง่าของเมิ่งฉีฮ่วนเดินย้อนแสงแดดเข้ามา
จี้ซินเยว่ตะลึงงันไปชั่วครู่ ก่อนจะรีบโผเข้าหาหวังจะซบลงที่อกของเขา
แต่ใครจะคิดว่าเมิ่งฉีฮ่วนกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างเย็นชา ทำให้จี้ซินเยว่เสียหลักล้มคะมำลงกับพื้น…
“เหวินจั๋ว!” จี้ซินเยว่นั่งกองอยู่กับพื้น นางมองฝ่ามือที่ถลอกจากการกระแทกแล้วเงยหน้ามองเมิ่งฉีฮ่วนด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ “ท่านทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?”
“เปิ่นหวังต่างหากที่ต้องถามฮูหยินเฉินว่าหมายความว่าอย่างไร” เมิ่งฉีฮ่วนหลุบตามองนางด้วยสายตาเย็นเยียบ “หรือฮูหยินเฉินคิดจะลอบสังหารเปิ่นหวัง?”
“ข้าเปล่านะ!” จี้ซินเยว่รีบปฏิเสธ “ข้าเพียงแต่… ดีใจเกินไปที่ได้พบท่าน…”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ดูท่าเปิ่นหวังจะเข้าใจผิดไปเอง” พูดจบ เขาก็พยักหน้าให้บ่าวรับใช้นำอาหารเข้ามาวางจนเต็มโต๊ะ จากนั้นจึงมองไปที่จี้ซินเยว่ซึ่งยังนั่งอยู่ที่พื้นแล้วเอ่ยว่า “นี่คืออาหารกลางวันของเจ้า ลุกขึ้นมากินเสียสิ”
คำพูดนั้นทำให้ใบหน้าของจี้ซินเยว่กลับมามีรอยยิ้มอีกครั้ง “ข้านึกแล้วว่าเหวินจั๋วต้องดีกับข้าที่สุด…” แต่นางพูดได้เพียงครึ่งเดียวก็ชะงักไป “เหวิน… เหวินจั๋ว… ท่านลืมไปแล้วหรือว่าข้าไม่กินเผ็ด?”
“ขออภัย” เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยเสียงเรียบ “พ่อครัวในจวนทำอาหารตามรสชาติที่ข้ากับเยว่หานชอบมาโดยตลอด พวกเราชินกับการกินเผ็ดตอนอยู่ทางเหนือเสียแล้ว”
แม้ปากจะบอกว่าขออภัย แต่เขากลับไม่มีท่าทีจะสั่งให้ใครเปลี่ยนกับข้าวเลยแม้แต่น้อย จี้ซินเยว่กลัวว่าเขาจะรำคาญที่นางเรื่องมาก จึงได้แต่จำใจเช็ดมือแล้วนั่งลงฝืนกินอาหารเหล่านั้นไปอย่างลำบาก
เมื่อเห็นนางเริ่มลงมือทาน เมิ่งฉีฮ่วนจึงเอ่ยขึ้นช้า ๆ “บ่ายนี้เปิ่นหวังจะส่งคนไปสู่ขอที่ตระกูลเฉิน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจ้าคือคนของจวนฉีอ๋องแล้ว”
จี้ซินเยว่ดีใจจนเนื้อเต้น “จริงหรือ! ข้าจะได้เป็นชายาเอกของท่านแล้วใช่ไหม!?”
เมิ่งฉีฮ่วนขมวดคิ้ว “เจ้าไม่มีสิทธิ์เป็นชายาเอกของข้า สตรีหม้ายที่แต่งงานรอบสองอย่างเจ้า ได้ตำแหน่ง ‘ชายารอง’ก็ถือเป็นวาสนาที่สวรรค์ประทานให้มากพอแล้ว”
“เป็นชายารองก็ได้ ข้าไม่สนยศถาบรรดาศักดิ์!” จี้ซินเยว่ดีใจจนลืมฉุกคิดถึงเบื้องลึกเบื้องหลัง นางรู้เพียงว่าในที่สุดก็ได้เป็นผู้หญิงของเมิ่งฉีฮ่วนเสียที ความปรารถนาที่เก็บงำมาหลายปีสมหวังแล้ว ทำให้นางมีความสุขจนล้นปรี่
เมื่อคุยธุระจบ เมิ่งฉีฮ่วนสั่งให้บ่าวทิ้งกาน้ำไว้ให้นางหนึ่งกา ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ประตูห้องถูกลงกลอนใหม่อีกครั้ง แต่คราวนี้จี้ซินเยว่ไม่ได้อาละวาดอีกต่อไป
หลังจากเดินออกจากเรือนรับรอง เมิ่งฉีฮ่วนก็กลับมาที่ห้องโถงใหญ่ จงเจิ้งอวี่นั่งรออยู่ตรงนั้น เมื่อเห็นเขากลับมา จงเจิ้งอวี่ก็วางถ้วยชาแล้วลุกขึ้นยืนด้วยท่าทีเคอะเขินอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะประสานมือขอคารวะอย่างนอบน้อม
“หลานขอคารวะท่านอาเก้า”
“ไม่ต้องมากพิธี อยู่กันตามลำพังก็ปฏิบัติเหมือนเมื่อก่อนเถอะ” เมิ่งฉีฮ่วนนั่งลงข้าง ๆ จงเจิ้งอวี่แล้วเข้าเรื่องทันที “ข้ารับจี้ซินเยว่เข้าจวนมาแล้ว และอีกประเดี๋ยวข้าจะให้คนไปสู่ขอนางจากตระกูลเฉินเพื่อแต่งตั้งเป็นชายารอง ยามนี้จงเจิ้งเซวียนถูกขังคุก ตระกูลเฉินกำลังมองหาที่พึ่งใหม่ ฐานะของข้าและเจ้าในตอนนี้เพียงพอที่จะทำให้ตระกูลเฉินหวั่นไหว ถึงตอนนั้นเจ้าอยากจะทำอะไรก็จงลงมือทำได้ตามใจชอบ”
จงเจิ้งอวี่ถึงกับชะงักไป “แล้ว… แล้วท่านฮูหยินฮั่นหรงจะทำอย่างไร? เสด็จพี่ใหญ่ไม่ปล่อยนางไปแน่ ต่อให้นางจะมีจวนกั๋วกงคุ้มครอง แต่ตอนที่เสด็จพี่ใหญ่เป็นรัชทายาท เขาก็มีความสัมพันธ์อันดีกับจวนกั๋วกงมาก…”
“จวนซิงกั๋วกงจะไม่ยอมลงมาเกือกกลั้วกับเรื่องคาว ๆ นี้แน่” เมิ่งฉีฮ่วนยืนยันอย่างมั่นใจ “สิ่งที่ต้องระวังในตอนนี้คืออย่าให้จงเจิ้งเสียนช่วยล้างมลทินให้จงเจิ้งเซวียนได้สำเร็จ หากจงเจิ้งเซวียนหลุดพ้นความผิด ตระกูลเฉินจะใช้งานไม่ได้อีก และถ้าจงเจิ้งเสียนกับจงเจิ้งเซวียนสมคบคิดกันเมื่อไหร่ นั่นจะเป็นอันตรายต่อเราอย่างยิ่ง”