ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 478 แม่นาง... สนใจบำเพ็ญเพียรหรือไม่?
- Home
- ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน
- บทที่ 478 แม่นาง... สนใจบำเพ็ญเพียรหรือไม่?
บทที่ 478 แม่นาง… สนใจบำเพ็ญเพียรหรือไม่?
เมื่อเห็นท่าทางของเขา หลี่เยว่หานก็คาดเดาว่าสิ่งที่เขาพูดน่าจะเป็นความจริงไปกว่าแปดส่วน
ด้วยฝีมือการแสดงของ ถังซีฝานที่จัดว่าย่ำแย่เข้าขั้น หากเขาคิดจะหลอกลวงนาง ย่อมเป็นเรื่องที่ทำได้ยากยิ่ง
“ตกลง ข้าจะไม่ทำร้ายเจ้า” หลี่เยว่หานเอ่ยรับปาก
“นั่นแหละ… แต่เจ้าต้องฆ่าเหล่า คนกลายเป็นสัตว์ป่า ใน แดนราชันไร้เทียมทาน ให้หมดเสียก่อน ด้วยวิธีนี้พลังที่หลงเหลือของพวกเขาจะหลอมรวมเข้ากับแดนราชันไร้เทียมทานอย่างสมบูรณ์ แล้วจึงถ่ายโอนเข้าสู่ร่างกายของเจ้า” ถังซีฝานพยายามอธิบายให้นางฟังอย่างง่ายที่สุด
“เหมือนตอนที่จิ้งจอกของหูต้าลี่ตาย ร่างกายภายนอกของเจ้าก็น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างแล้ว แต่เนื่องจากเพิ่งตายไปเพียงตัวเดียว ความเปลี่ยนแปลงจึงยังไม่ชัดเจนนัก”
ได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็มองถังซีฝานด้วยความระแวง “เจ้ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?”
“อย่างไรเสียข้าก็ใช้ชีวิตอยู่ในแดนราชันไร้เทียมทานมาตั้งหลายปี เมื่อก่อนตอนเป็นม้าข้าอาจไม่รู้อะไรเลย แต่ความทรงจำเหล่านั้นยังคงอยู่” ถังซีฝานนั่งลงบนพื้น พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เศร้าสร้อยลง
“ตอนเป็นม้าข้าเคยเห็นเรื่องราวที่ยากจะเข้าใจหลายอย่าง พอได้กลับมาเป็นคนอีกครั้งและลองตรองดูจึงได้กระจ่างแจ้ง เพียงแต่สถานการณ์ของเจ้ายามนี้ค่อนข้างพิเศษ เจ้าต้องทำเหมือนที่ทำกับหูต้าลี่ คือต้องปลุกจิตสำนึกความเป็นคนของพวกเขาให้ตื่นขึ้นมาเสียก่อน แล้วจึงค่อยปล่อยให้มันสูญสลายไป”
หลี่เยว่หานมองท่าทางของเขาพลางลอบใคร่ครวญว่าสิ่งที่ถังซีฝานพูดเป็นความจริงหรือไม่
หากเป็นความจริง นางก็อดถามตัวเองไม่ได้ว่า นางจะสามารถฆ่าคนเพื่อให้ตนเองได้ออกไปจากแดนราชันไร้เทียมทานได้จริงหรือ?
และหากเป็นเรื่องเท็จ เหตุผลที่ถังซีฝานชักจูงให้นางทำเช่นนี้คืออะไร?
แม้ในใจจะยังสงสัยคำพูดของเขา แต่สิ่งที่ทำให้หลี่เยว่หานกังวลมากกว่าคือการที่นางจะลงมือฆ่าคนได้ลงหรือไม่ ตั้งแต่วันที่ได้เห็นซากจิ้งจอก นางก็สัมผัสได้ว่าตนเองเริ่มมีสายใยเชื่อมต่อกับโลกภายนอกเพิ่มขึ้นทีละนิด
ยกตัวอย่างเช่น… รอยเข็มที่ปรากฏขึ้นบนข้อมืออย่างไร้สาเหตุ และรอยคล้ำที่แผ่กระจายรอบรอยเข็มนั้น ซึ่งดูคล้ายกับรอยจ้ำเลือดของผู้ตาย
นี่คือเหตุผลที่ทำให้นางลังเล
นางไม่อาจฆ่าคนเพื่อแลกกับชีวิตของตนเองได้ แต่ขณะเดียวกันนางก็รู้ดีว่ารอยตำหนินั้นหมายถึงอะไร
หากร่างกายของนางในโลกภายนอกไร้ซึ่งสัญญาณชีพแล้ว นางไม่อยากจะจินตนาการเลยว่า เมิ่งฉีฮ่วน จะเป็นอย่างไร ในตอนแรกที่นางยังกินอิ่มนอนหลับอยู่ในแดนราชันไร้เทียมทานได้อย่างสบายใจ นั่นเป็นเพราะนางเชื่อมั่นในตัวเมิ่งฉีฮ่วนอย่างเต็มเปี่ยม นางเชื่อว่าเขาต้องช่วยนางได้ และต้องช่วยได้แน่ ๆ
ทว่ารอยจ้ำเลือดบนมือนั้นกลับคอยเตือนสติว่า เมิ่งฉีฮ่วนไม่ใช่ผู้วิเศษที่ทำได้ทุกอย่าง ในโลกนี้ยังมีเรื่องที่เขาไม่อาจฝืนกระทำได้… และมีความเป็นไปได้ว่า ในระหว่างที่เขากำลังหาทางช่วยนางอยู่นั้น เขาอาจกำลังตกอยู่ในอันตราย
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลี่เยว่หานก็รู้สึกปวดแปลบในใจขึ้นมาทันที
….
ผ่านพ้นไปอีกหนึ่งคืน ถังซีฝานก็ได้กลับร่างจากม้ามาเป็นคนอีกครั้ง
ทุกคืนหลี่เยว่หานจะเปลี่ยนเขาให้เป็นม้าจนเขากลายเป็นความเคยชินไปเสียแล้ว
หลี่เยว่หานมองถังซีฝานที่อยู่ในชุดคลุมสีแดงพุทรา แล้วอดที่จะถามขึ้นไม่ได้ว่า “พอจะมีวิธีอื่นที่จะออกจากแดนราชันไร้เทียมทานได้โดยไม่ต้องฆ่าคนหรือไม่?”
คำถามนั้นทำให้ถังซีฝานชะงักไป “เจ้าเชื่อข้าแล้วหรือ?”
“อย่ามัวพ่นวาจาไร้สาระ มีหรือไม่มีก็รีบบอกข้ามา!” หลี่เยว่หานขมวดคิ้วอย่างรำคาญใจ
ถังซีฝานครุ่นคิดอย่างจริงจังก่อนจะพยักหน้า “มีอยู่ แต่มันลำบากมาก เจ้าต้องบำเพ็ญเพียรเป็นเซียน เมื่อใดที่เจ้าบรรลุถึงขั้น ‘จินตาน’ เมื่อนั้นเจ้าจะมีตบะแรงกล้าพอที่จะเปิดทางเข้าออกของแดนราชันไร้เทียมทานได้เอง”
“…” หลี่เยว่หานรู้สึกว่าไม่ถามเสียยังจะดีกว่า
ถึงนางจะไม่ได้บำเพ็ญเพียร แต่อย่างน้อยนางก็รู้ว่าการจะบรรลุขั้นจินตานนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ชาติก่อนนางก็เคยอ่านนิยายแนวเทพเซียนมาไม่น้อย
“เจ้าเป็นอะไรไป?” เมื่อเห็นสีหน้าของหลี่เยว่หานดูแปลกไป ถังซีฝานจึงเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “แม้ตบะของข้าจะไม่เท่าไหร่ แต่ข้าสามารถชี้แนะเจ้าก้าวเข้าสู่ประตูแห่งการบำเพ็ญได้ ทั้งยังช่วยประคับประคองเจ้าในระหว่างการฝึกฝนได้ด้วยนะ!”
คำพูดนี้ทำให้หลี่เยว่หานสะดุ้งใจขึ้นมาทันที
‘เจ้าตัวแสบ! นี่มันวางหลุมพรางรอข้าอยู่นี่เอง!’
นางอ่านนิยายเซียนมาตั้งเท่าไหร่ ในนิยายมักจะเขียนว่า คนที่นำทางเข้าสู่การบำเพ็ญ หากคิดจะลงมือทำอะไรกับผู้ฝึกก่อนจะถึงขั้นสร้างรากฐานย่อมเป็นเรื่องง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ โดยที่ผู้ถูกกระทำไม่มีวันล่วงรู้ได้เลย!
หากนางหลงเชื่อถังซีฝานไปบำเพ็ญเพียรจริง ๆ ไม่แน่ว่าในไม่ช้าเขาอาจจะพลิกกลับมาเป็นนายเหนือหัวแทนก็เป็นได้
เมื่อคิดได้เช่นนั้น หลี่เยว่หานจึงมองถังซีฝานด้วยสายตาพินิจพิจารณาอีกครั้ง เจ้าเด็กคนนี้ยามจะซื่อบื้อก็ซื่อบื้อจนน่าใจหาย แต่ยามจะมีเล่ห์เหลี่ยมก็แพรวพราวเสียจนน่ากลัว ดูท่าการบำเพ็ญเพียรคงเป็นไปไม่ได้เสียแล้ว
แต่หรือว่านางจะต้อง… ไปฆ่าเหล่าคนกลายเป็นสัตว์ป่าเหล่านั้นจริง ๆ?
พอนึกถึงตรงนี้ หลี่เยว่หานก็พาลนึกไปถึงครั้งแรกที่นางได้พบกับเมิ่งฉีฮ่วน
ในตอนนั้น เขาล่อหมาป่าตัวใหญ่ออกมาจากป่า แล้วพวกเขาทั้งสองก็ร่วมแรงกันสังหารมัน เมิ่งฉีฮ่วนยังคิดจะแบ่งเนื้อหมาป่าให้นางด้วย แต่นางไม่ได้รับไว้
ต่อมาเมื่อนางแต่งเข้าสู่ หมู่บ้านไป๋อวิ๋น เมิ่งฉีฮ่วนก็มักจะเข้ามาล่าสัตว์ในแดนราชันไร้เทียมทานอยู่บ่อยครั้ง เพื่อนำไปแลกเป็นเงิน
แม้ถังซีฝานจะบอกว่าไม่ใช่สัตว์ป่าทุกตัวที่เป็นคนกลายเป็นสัตว์ป่า แต่ใครจะไปรู้ว่าในตอนนั้นพวกเขาได้สังหารคนเหล่านั้นไปบ้างแล้วหรือไม่
เพราะในตอนนั้นคนกลายเป็นสัตว์ป่ายังไร้ซึ่งจิตสำนึกความเป็นมนุษย์… บางทีพวกเขาอาจจะเผลอฆ่าคนไปตั้งมากมายโดยไม่รู้ตัวแล้วก็ได้?
เมื่อคิดถึงจุดนี้ หลี่เยว่หานก็รู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง
“เจ้าคิดอะไรอยู่หรือ?” เสียงของถังซีฝานดังขึ้นข้างหู หลี่เยว่หานดึงสติกลับมาแล้วมองเขาด้วยความไม่พอใจ “เจ้าจะทำอะไร?!”
“ข้าถามเจ้าอยู่นี่ไง ว่าจะบำเพ็ญเพียรหรือไม่ หากเจ้าตกลงข้าจะถ่ายทอดเคล็ดวิชาพื้นฐานให้ ในแดนราชันไร้เทียมทานนี้มีปราณวิญญาณหนาแน่น การฝึกฝนย่อมรุดหน้าไปอย่างรวดเร็วแน่ ข้าเดาว่าเจ้าคงไม่อยากฆ่าคนกลายเป็นสัตว์ป่าพวกนั้น ดังนั้นนอกจากวิธีบำเพ็ญเพียรแล้ว เจ้าก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีก” ถังซีฝานมองนางด้วยสีหน้าจริงจัง
หลี่เยว่หานสบตากับเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะสะบัดมือเปลี่ยนเขากลับไปเป็นม้าป่าสีแดงพุทราตัวเดิม
“ฟังนะ ข้าจะไม่บำเพ็ญเพียร และข้าจะไม่ฆ่าคน ข้าไม่เชื่อว่านอกจากสองวิธีนี้แล้วจะไม่มีทางอื่น ในเมื่อเจ้าสามารถปลุกจิตสำนึกขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง คนอื่นก็น่าจะทำได้เช่นกัน จิตสำนึกที่ตื่นขึ้นเองย่อมไม่สูญสลายไปเหมือนหูต้าลี่ เช่นนั้นข้าจะออกไปหาคนกลายเป็นสัตว์ป่าตัวอื่น แล้วใช้วิธีพิเศษกระตุ้นพวกเขาดู ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจะตื่นขึ้นมาเองได้ โดยที่ข้าไม่ต้องมาคอยระแวงหลุมพรางในทุกคำพูดของเจ้า!”
พูดจบ หลี่เยว่หานก็หมุนตัวเตรียมจะเดินออกจาก เรือนพักลี้ภัย ทันที
ม้าสีแดงพุทรารีบวิ่ง “กุบกับ” เข้ามาขวางหน้านางไว้ พลางส่งเสียงร้องฮี้ไม่หยุดเพื่อไม่ให้นางไป
หลี่เยว่หานมองม้าตัวนั้นด้วยสายตาเย็นชา เพียงแค่นางส่งกระแสจิต เสียงของถังซีฝานก็ดังออกมาทันที “เจ้าจะสุ่มสี่สุ่มห้าไปกระตุ้นพวกมันไม่ได้นะ! หลายปีมานี้มีพวกจอมมารที่ถูกขังอยู่ในแดนราชันไร้เทียมทานตั้งเท่าไหร่ หากเจ้าไปปลุกพวกมันขึ้นมา ไม่แน่ว่าพวกมันอาจจะจับข้ากิน… เอ๊ะ?”
ม้าสีแดงพุทราถึงกับอึ้งไป “เจ้า… เจ้า…”
“ที่แท้ที่เจ้าไม่ให้ข้าไป เพราะกลัวจะถูกจับกินอย่างนั้นหรือ?” หลี่เยว่หานกอดอก พลางมองม้าตัวนั้นด้วยสายตาเย็นเยียบ
“ไม่ใช่… ข้าหมายความว่า… ยามนี้ข้าเป็นม้านะ…” ถังซีฝานพยายามอธิบายอย่างยากลำบาก “หาก… หากเจ้าพาสัตว์ร้ายกลับมาด้วย… ข้าก็ต้องถูกกินแน่ ๆ…”