ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 477 ถลกหนัง! มาทำเสื้อคลุม!
บทที่ 477 ถลกหนัง! มาทำเสื้อคลุม!
ค่ำคืนนี้ไม่เพียงแต่เฮ่อเจิ้งเทียนจะนอนไม่หลับ แม้แต่เจียงหมิงเองก็ข่มตาลงไม่ได้เช่นกัน แต่ยังดีที่เฮ่อเจิ้งเทียนได้พักผ่อนบนรถม้ามาเพียงพอแล้ว เมื่อแสงอาทิตย์รำไรเริ่มจับขอบฟ้า เขาจึงลุกขึ้นมาเตรียมรถม้า จัดแจงจ่ายเงินกับเสี่ยวเอ้อที่เฝ้ายามดึก แล้วออกเดินทางทันที
ตามการคำนวณระยะทาง หากเร่งเดินทางอีกหนึ่งวันหนึ่งคืน พวกเขาก็จะถึงเมืองเล็ก ๆ ที่เป็นเขตรอยต่อระหว่างแคว้นตงฮั่นและแคว้นเหลียวปี้เลี่ยตง เมื่อถึงที่นั่นก็จะสามารถส่งจดหมายผ่านม้าเร็วไปยังราชสำนักเหลียวปี้เลี่ยตงได้ ซึ่งจะรวดเร็วกว่ามาก
ทว่าเบื้องหลังของพวกเขานั้น คนจากสิบสองถ้ำแห่งหนานเจียงยังคงตามกัดไม่ปล่อย
เจียงหมิงไม่เข้าใจว่าเหตุใดคนพวกนั้นถึงไม่ลงมือโดยตรง แต่กลับพยายามจะใช้ความลี้ลับของวิชากู่สังหารพวกเขา เมิ่งฉีฮ่วนเข้าใจเรื่องนี้ดีจึงอธิบายว่า
“พวกคนหนานเจียงต้องใช้ร่างกายตัวเองเลี้ยงกู่เพื่อให้วิชาบรรลุถึงขั้นสูงสุด การอยู่กับแมลงมานานย่อมทำให้พละกำลังทางกายอ่อนแอลงมาก”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เจียงหมิงก็เบาใจลงไปได้มาก ยามนี้มีถุงหอมที่เมิ่งฉีฮ่วนปรุงไว้ล่วงหน้าติดกาย จึงไม่ต้องหวาดเกรงว่าคนจากสิบสองถ้ำจะจู่โจมเข้ามาถึงตัว
ถึงแม้คนพวกนั้นจะตามติดมาตลอดทางก็ไม่เป็นไร เพราะเมื่อใดที่พ้นเขตชายแดนแคว้นตงฮั่นไปแล้ว พวกเขาทุกคนย่อมถูกสกัดไว้ภายในแคว้น
เนื่องจากเหลียวปี้เลี่ยตงเป็นแคว้นเล็กที่กีดกันคนนอกอย่างรุนแรง นอกจากบรรดาพ่อค้าที่มีรายชื่ออนุญาตเข้าออกเป็นประจำแล้ว ก็ต้องมีหนังสือผ่านทางที่ออกโดยราชสำนักตงฮั่นเท่านั้นจึงจะผ่านไปได้
คนจากสิบสองถ้ำไม่รู้ว่าใช้วิธีใดลอบเข้าสู่ตงฮั่นมาจากชายแดนทางใต้ แต่เมื่อนึกถึงว่าในช่วงปีที่ผ่านมาแคว้นตงฮั่นมีศึกสงครามทางใต้อยู่บ่อยครั้ง การจะลอบเข้ามาจึงไม่ใช่เรื่องยากนัก
ทว่าขาเข้าอาจจะง่าย แต่ขาออกนั้นไม่ง่ายอย่างที่คิด
โดยเฉพาะการจะเข้าสู่แคว้นที่ระแวงคนนอกอย่างเหลียวปี้เลี่ยตง
เมิ่งฉีฮ่วนจึงคาดการณ์ว่า ก่อนที่พวกเขาจะก้าวพ้นเขตแดนแคว้นตงฮั่น คนพวกนั้นต้องลงมือโจมตีอีกครั้งเป็นแน่ และการโจมตีครั้งนี้ย่อมรุนแรงกว่าครั้งไหน ๆ ถึงขั้นต้องงัดไม้ตายออกมาใช้อย่างแน่นอน
ดังนั้นตลอดหนึ่งวันหนึ่งคืนนี้ พวกเขาจึงไม่คิดจะแวะพักแรมที่ใด เมิ่งฉีฮ่วนและเฮ่อเจิ้งเทียนสลับกันบังคับรถม้า หากคนจากสิบสองถ้ำปรากฏตัว พวกเขาก็จะตอบโต้กลับทันที
….
ภายในแดนราชันไร้เทียมทาน
นับตั้งแต่เรื่องของหูต้าลี่ หลี่เยว่หานก็ไม่กล้าเปลี่ยนคนให้กลายเป็นสัตว์ป่าตามใจชอบอีก เพราะนางเกรงว่าจะเป็นการสร้างกรรม
ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะมีชีวิตรอดอยู่ในแดนราชันไร้เทียมทานด้วยวิธีใด แต่ที่แน่ ๆ คือพวกเขายังมีชีวิตอยู่ ทว่านับตั้งแต่จิตสำนึกของหูต้าลี่สลายไป สุนัขจิ้งจอกป่าตัวนั้นก็ดูร่อแร่เต็มที แม้หลี่เยว่หานจะป้อนน้ำพุวิญญาณให้แล้วปล่อยมันไป แต่วันสองวันให้หลัง นางกับถังซีฝานก็ยังไปพบซากของมันในป่าจนได้
“ถลกหนังมันมาทำเสื้อคลุมสิ!” ถังซีฝานนัยน์ตาเป็นประกายทันที “เนื้อยังเอามากินได้ด้วยนะ!”
หลี่เยว่หานถลึงตาใส่อีกฝ่าย “เมื่อไม่กี่วันก่อนเขายังเป็นหูต้าลี่ที่พูดคุยได้อยู่เลย ในสายตาข้า มันไม่ใช่สุนัขจิ้งจอกแต่คือมนุษย์คนหนึ่ง ข้าทำใจลงมือไม่ลงหรอก”
“แต่ในเรือนพักลี้ภัยของเจ้าไม่มีอะไรกินเหลือแล้วนะ” ถังซีฝานมองหน้านางด้วยสีหน้าจริงจัง “ข้ากินหญ้ามาหลายปี ย่อมกินหญ้าประทังชีวิตต่อไปได้ แต่เจ้าไม่เหมือนกัน เจ้าต้องกินข้าว กินเนื้อ มิเช่นนั้นอีกไม่นานเจ้าต้องตายอยู่ที่นี่แน่”
“นั่นก็เข้าทางเจ้าพอดีสิ หากข้าตาย เจ้าก็ได้เป็นเจ้าของแดนราชันไร้เทียมทานคนใหม่” หลี่เยว่หานตอบกลับถังซีฝานอย่างไม่ใส่ใจนัก พลางใช้ท่อนไม้หนาเริ่มขุดหลุมเพื่อฝังซากสุนัขจิ้งจอกของหูต้าลี่
เมื่อได้ฟังคำของนาง ถังซีฝานก็ฮึดฮัดอยู่พักหนึ่งก่อนจะนั่งยอง ๆ ข้างนางแล้วพูดว่า “ความจริงเจ้าใช้พลังแห่งผู้ครอบครองเสกของกินออกมาเองก็ได้นี่”
“เจ้ารู้ได้อย่างไร?” หลี่เยว่หานเหลือบมองเขา แม้ถังซีฝานจะดูทึ่มทื่อไปบ้าง แต่นางสัมผัสได้ว่าคนผู้นี้ไม่ได้ไร้เล่ห์เหลี่ยมเสียทีเดียว คำพูดของเขาเชื่อได้เพียงครึ่งเดียว อีกครึ่งนั้นยากจะแยกแยะว่าจริงหรือเท็จ
“ข้าใช้ชีวิตอยู่ในแดนราชันไร้เทียมทานมาตั้งหลายปี อย่างไรเสียข้าก็ย่อมรู้มากกว่าเจ้าอยู่แล้ว” ถังซีฝานพูดด้วยท่าทางขัดเขินเล็กน้อย “อีกอย่าง… อีกอย่างหากเจ้าตายไปก็ไม่มีผลดีต่อข้าเลยสักนิด”
“หืม?” หลี่เยว่หานเลิกคิ้วขึ้น แต่มือยังคงขุดดินไม่หยุด
“ก็คือ… คือถ้าเจ้าตาย แดนราชันไร้เทียมทานก็คงตกมาอยู่ในมือข้าสูงมากก็จริง แต่เจ้าคือเจ้าของคนก่อนหน้า หากข้าจะลบตัวตนของเจ้าออกไปให้สิ้นซาก ข้าต้องสูญเสียพลังจิตมหาศาล ซึ่งนั่นอาจทำให้ข้ากลายเป็นคนปัญญาอ่อนไปเลยก็ได้”
ได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็เข้าใจแจ่มแจ้งก่อนจะสวนกลับว่า “เดิมทีเจ้าก็บื้ออยู่แล้วนี่”
“เจ้าพูดกับข้าแบบนี้ได้ยังไง!” ถังซีฝานเริ่มไม่พอใจ “ข้าอุตส่าห์อยากจะช่วยเจ้านะ!”
เมื่อหลุมขุดเสร็จ หลี่เยว่หานก็วางซากสุนัขจิ้งจอกลงไปแล้วเริ่มกลบดิน นางเหยียบดินให้แน่นจนมั่นใจว่าเรียบร้อยดีแล้วจึงหันไปมองถังซีฝาน พลางยิ้มเย็น
“หากข้าเดาไม่ผิด ถ้าข้าใช้พลังแห่งผู้ครอบครองเสกของกินออกมา พลังนั้นย่อมต้องถูกกัดกร่อนและสูญเสียไป เพราะนี่ไม่ใช่การควบคุมลมฟ้าอากาศที่อาศัยสสารเดิมในแดนราชันไร้เทียมทานมาเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม ใช่หรือไม่?”
ถังซีฝานถูมือไปมาอย่างเก้อเขิน ไม่กล้าสบตาหลี่เยว่หาน “เมื่อพลังของผู้ครอบครองลดน้อยลง แดนราชันไร้เทียมทานก็จะเรียกคืนพลังนั้นกลับไปเอง เมื่อใดที่พลังของเจ้าลดต่ำจนไม่อาจควบคุมกฎเกณฑ์ของโลกใบนี้เพื่อสกัดกั้นการช่วงชิงของข้าได้
เมื่อนั้นข้าก็จะสามารถแย่งชิงพลังของผู้ครอบครองมาทั้งหมดได้อย่างชอบธรรม และทำให้เจ้ากลายเป็นสัตว์ที่ถูกกักขังอยู่ในแดนราชันไร้เทียมทานแห่งนี้แทน”
“แน่นอนว่าเรื่องที่เจ้าบอกว่าการจะลบตัวตนข้าต้องใช้พลังจิตมหาศาลนั้นข้าไม่สงสัยเลย” หลี่เยว่หานมองถังซีฝานที่ทำหน้ากระอักกระอ่วนด้วยท่าทีสงบนิ่ง “เพียงแต่เจ้าไม่จำเป็นต้องลบตัวตนข้าทิ้ง แค่รอให้ข้ากลายเป็นสัตว์ที่ถูกกักขัง แล้วใช้พลังผู้ครอบครองเปลี่ยนข้าให้กลายเป็นสัตว์ป่า ข้าพูดถูกไหม?”
ใบหน้าถังซีฝานแดงก่ำ เขาพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจนัก “เจ้านี่เป็นผู้หญิงที่น่ากลัวเกินไปแล้ว”
“ถังซีฝาน” หลี่เยว่หานจ้องหน้าเขาด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ข้าให้สัญญาว่าหลังจากข้าออกจากแดนราชันไร้เทียมทานได้ ข้าจะปล่อยเจ้าออกไป ดังนั้นเจ้าก็อย่าพยายามอาศัยความเชี่ยวชาญในแดนราชันไร้เทียมทานมาขุดหลุมฝังข้าอีกเลย
อย่างไรเสียข้ากับเจ้าก็ไม่ใช่สหายกัน ข้าไม่มีทางเชื่อใจเจ้าทั้งหมด แทนที่จะเอาสมองไปคิดเรื่องวางแผนทำร้ายข้า สู้มาช่วยกันคิดดีกว่าว่าข้าจะออกไปจากที่นี่ได้อย่างไร เพราะมีเพียงข้าที่ออกไปได้ เจ้าถึงจะมีโอกาสหลุดพ้นจากที่นี่”
ถังซีฝานถูกหลี่เยว่หานพูดจนหน้าแดงเถือก เขาเดินตามหลังนางต้อย ๆ ดูนางเก็บผลไม้ป่าประทังชีวิต ดูนางหลบหลีกสัตว์ร้าย แล้วจึงตามนางกลับไปยังเรือนพักลี้ภัย
ยามนั้นท้องฟ้าเริ่มมืดสลัว ตลอดทางพวกเขาไม่ได้คุยกันแม้แต่คำเดียว หลี่เยว่หานไม่ได้รู้สึกอะไร แต่ถังซีฝานกลับรู้สึกอึดอัดใจเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อเห็นหลี่เยว่หานกินผลไม้เสร็จแล้วเตรียมจะเอนกายพักผ่อน ถังซีฝานจึงเอ่ยเรียกนางไว้อย่างไม่เต็มใจนัก “ความจริงที่เจ้าถูกกักขังอยู่ที่นี่และออกไปไม่ได้ สาเหตุหลักเป็นเพราะพลังของเจ้ายังอ่อนแอเกินไป”
“แล้วเจ้าว่าข้าควรจะเพิ่มพลังของตัวเองได้อย่างไร?” หลี่เยว่หานนอนอยู่บนเก้าอี้โยก ลืมตาขึ้นข้างหนึ่งมองมาที่เขา
“ข้าบอกได้ แต่เจ้าต้องรับปากก่อนว่าไม่ว่าจะอย่างไรเจ้าจะไม่ทำร้ายข้า!” ถังซีฝานกำชายเสื้อตัวเองด้วยความประหม่า น้ำเสียงแหลมสูงขึ้นอย่างลืมตัว