ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 550 สังหาร!
บทที่ 550 สังหาร!
มือของหลี่เยว่หานที่กำลังซับหน้าผากให้หลี่หรงหรงชะงักกะทันหัน นางหรี่ตาลงมองน้องสาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยอันตราย
“แล้วหากข้าไม่ยินยอมเล่า?” หลี่เยว่หานถามเสียงต่ำ
“เช่นนั้นท่านแม่… คงต้องตายอยู่ระหว่างทางแน่ ถึงตอนนั้นเรื่องราวคงจบลงไม่สวยงามนัก…” หลี่หรงหรงตอบกลับด้วยเสียงเบาหวิวเช่นกัน นางไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับพี่สาว
หลี่เยว่หานนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาเย็นเยียบเลื่อนจากตัวหลี่หรงหรงไปหยุดอยู่ที่หวังเฟิ่ง
“ฉีหวังเฟย! อย่าให้หญิงใจโฉดคนนี้อยู่ต่อเลยเจ้าค่ะ! นางจะกลับมาทำร้ายท่านอีก!”
“นั่นสิเพคะหวังเฟย หญิงชั่วผู้นี้จะรั้งอยู่ในเมืองหลวงไม่ได้เด็ดขาด มิเช่นนั้นนางต้องหาทางก่อเรื่องชั่วช้าอีกแน่!”
“นี่แม่น้องสาวของหวังเฟย หวังเฟยอุตส่าห์ปกป้องเจ้าถึงเพียงนี้ เหตุใดเจ้าถึงไม่รู้จักบุญคุณ กลับเอาใจออกหากไปเข้าข้างแม่ใจยักษ์ของเจ้าเสียได้ ช่างไม่เห็นแก่ความปรารถนาดีของผู้อื่นเอาเสียเลย!”
“ข้าว่านะ ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นหรอก ในเมื่อแม่สันดานอำมหิตเพียงนี้ นังน้องสาวหวังเฟยนี่ก็คงไม่ใช่ของดีเหมือนกัน!”
“แต่ข้าว่าน้องสาวหวังเฟยพูดก็มีเหตุผลนะ ถึงนางจะน่าเกรงชังแต่ก็น่าเวทนา ให้อยู่รักษาตัวให้ดีก่อนค่อยจากไปก็ยังไม่สาย!”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์เซ็งแซ่ไปทั่ว จนท่านผู้ว่าการสิงต้องออกโรงควบคุมสถานการณ์อีกครั้ง
หลี่เยว่หานหันกลับมาจ้องหน้าหลี่หรงหรงพลางเอ่ยถามเรียบ ๆ “หากหวังเฟิ่งยังไม่หยุดอาละวาดอีกเล่า?”
“ข้า… ข้าจะไปจากเมืองหลวงพร้อมกับนางเอง!” หลี่หรงหรงกัดฟันตอบด้วยความเด็ดเดี่ยว
นางไม่สนสิ่งใดอีกแล้ว ขอเพียงหลี่เยว่หานยอมให้หวังเฟิ่งอยู่ต่อ หลังจากนั้นไม่ว่าอย่างไรย่อมมีทางแก้ไข แต่หากปล่อยให้หวังเฟิ่งจากไปในสภาพนี้ นางต้องตายอยู่กลางทางแน่! แม้หลี่หรงหรงจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของตนเองเพียงใด แต่นางก็ยังมีความผูกพันทางสายเลือด มิเช่นนั้นวันนี้คงไม่รีบร้อนไปเชิญหลี่เยว่หานมาช่วย
“เจ้าเอาจริงหรือ?” หลี่เยว่หานประหลาดใจไม่น้อยที่ได้ยินเช่นนั้น
“พี่สาว ข้าเอาจริงเจ้าค่ะ ไม่ว่าอย่างไรนางก็คือท่านแม่ของข้า…” หลี่หรงหรงพูดพลางน้ำตาร่วงอีกครั้ง “ไม่ว่านางจะเป็นอย่างไร ข้าก็อยากให้นางมีชีวิตอยู่…”
“ข้าจะถามอีกครั้ง เจ้าแน่ใจแล้วใช่หรือไม่!” น้ำเสียงของหลี่เยว่หานเข้มขึ้นกว่าเดิมมาก
หลี่หรงหรงถูกขู่จนต้องกลั้นน้ำตา นางมองหน้าพี่สาวอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ก่อนจะพยักหน้ายืนยันอย่างหนักแน่น
เมื่อเห็นดังนั้น หลี่เยว่หานจึงตวัดสายตาเย็นชาไปยังหวังเฟิ่งที่นั่งเนื้อตัวมอมแมมอยู่บนพื้น
“ฉีอ๋องเสด็จแล้ว—” ทันทีที่หลี่เยว่หานกำลังจะเอ่ยปาก เสียงอันทรงพลังของเฮ่อเจิ้งเทียนก็ดังขัดขึ้นมา
ครานี้ไม่ต้องรอให้ท่านผู้ว่าการสิงสั่งการ เหล่าชาวบ้านต่างพากันเงียบกริบและหลีกทางให้อย่างรู้ความ
เมิ่งฉีฮ่วนเดินเข้ามาพร้อมกับกลิ่นอายสังหารที่แผ่ซ่าน เห็นได้ชัดว่าเขาเพิ่งมาจากลานฝึกทหาร ทุกคนที่เห็นต่างพากันใจสั่นระรัวจนไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง…
“หญิงโฉดหวังเฟิ่ง บังอาจใส่ร้ายป้ายสีเชื้อพระวงศ์กลางถนน มีโทษถึงตาย” เมิ่งฉีฮ่วนเดินตรงไปหาหลี่เยว่หาน เขากุมมือของนางไว้พลางกวาดสายตามองสำรวจไปทั่วร่าง เมื่อแน่ใจว่านางปลอดภัยดีแล้วจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
ยังไม่ทันที่หลี่เยว่หานจะทันได้ตั้งตัว เขาก็ชักกระบี่ยาวออกจากเอวของเฮ่อเจิ้งเทียนเสียงดัง ฉึบ! เตรียมจะสังหารหวังเฟิ่งทิ้งเสียที่นั่น
หวังเฟิ่งหวาดกลัวจนลืมหลับตาเสียด้วยซ้ำ ส่วนหลี่หรงหรงนั้นหน้าซีดเผือด หากไม่มีอวี้จวงคอยประคองคงล้มพับลงไปกองกับพื้นแล้ว
มีเพียงหลี่เยว่หานที่ยังมีสติ นางรีบคว้ามือของเมิ่งฉีฮ่วนไว้พลางทอดถอนใจ “ท่านอ๋อง อย่าเลยเจ้าค่ะ”
เมิ่งฉีฮ่วนมองนางด้วยความฉงน “นางหาทางกำจัดเจ้าตั้งหลายครั้งครา ยามนี้ยังกล้าก่อเรื่องถึงเพียงนี้ เหตุใดถึงต้องไว้ชีวิตนางอีก?”
“…” หลี่เยว่หานนิ่งอั้นไปครู่หนึ่ง
หากเมิ่งฉีฮ่วนจะสังหารหวังเฟิ่งด้วยข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพย่อมไม่มีผู้ใดคัดค้านได้ แต่หากนางต้องตายด้วยน้ำมือของเมิ่งฉีฮ่วน เรื่องนี้จะกลายเป็นข้อครหาให้ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นและองค์ชายทั้งสองนำไปโจมตีได้ทันที
อำนาจบัญชาการกองทัพห้าแสนนายแถบชานเมืองหลวงนั้น เมิ่งฉีฮ่วนเคยส่งมอบให้จงเจิ้งอวี่ดูแลในช่วงที่เขาไม่อยู่ แต่มีหรือที่จงเจิ้งอวี่จะไม่ระแวงเขา
นับตั้งแต่เขากลับเข้าเมืองหลวง ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นเกรงว่าอำนาจจะตกไปอยู่ที่จงเจิ้งอวี่เพียงผู้เดียว จึงได้คืนอำนาจทางทหารบางส่วนให้เมิ่งฉีฮ่วน เพื่อคานอำนาจระหว่างพี่น้อง และเพื่อให้จวนฉีอ๋องมีฐานอำนาจที่มั่นคงพอที่จะต่อกรกับพวกเขาได้
หากยามนี้เมิ่งฉีฮ่วนสังหารหวังเฟิ่ง พี่น้องตระกูลจงเจิ้งย่อมไม่พลาดที่จะหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นประเด็นเพื่อยึดอำนาจทหารคืน ต่อให้ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นจะทรงมีพระทัยอยากรักษาดุลอำนาจเพียงใด ก็คงยากจะต้านทานคำทูลทัดทานของคนทั้งสอง… เพราะอย่างไรเสีย หวังเฟิ่งก็เคยมีสถานะเป็นแม่ยายของเขา
“ท่านอ๋อง เรื่องนี้ท่านห้ามสอดมือเด็ดขาดเจ้าค่ะ” หลี่เยว่หานกดเสียงต่ำ “เกรงว่าจะกลายเป็นจุดอ่อนให้ผู้อื่นโจมตีเอาได้”
“เปิ่นหวังเคยเกรงกลัวขี้ปากคนพวกนั้นตั้งแต่เมื่อใด” เมิ่งฉีฮ่วนบีบมือนางเบา ๆ
“ท่านอ๋อง อานิ่งยังเล็กนัก ถือเสียว่าทำเพื่อสั่งสมกุศลให้ลูกเถิดเจ้าค่ะ” หลี่เยว่หานถอนหายใจยาว
ร่างกายของอานิ่งอ่อนแอมาโดยตลอด ต่อให้หลี่เยว่หานจะไม่ใช่คนงมงายเพียงใด แต่ในฐานะมารดา นางย่อมต้องคิดเผื่อลูกเสมอ มิเช่นนั้นก่อนที่เมิ่งฉีฮ่วนจะมาถึง นางคงเอาผิดหวังเฟิ่งถึงที่สุดไปแล้ว ไม่คิดจะช่วยดึงนางออกมาจากตระกูลเหมาด้วยซ้ำ
เมื่อได้ยินชื่ออานิ่ง มือของเมิ่งฉีฮ่วนก็ชะงักไปทันที อานิ่งคือจุดอ่อนที่เปราะบางที่สุดในหัวใจของเขาทั้งสอง
“ท่านอ๋อง หวังเฟย” เสียงนุ่มนวลเสียงหนึ่งดังขึ้น
เมิ่งฉีฮ่วนและหลี่เยว่หานหันไปมองพร้อมกัน เห็นหลี่เจี้ยนโบในชุดยาวสีเขียวเรียบง่ายเดินเข้ามาตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ แม้แต่หลี่หรงหรงเองก็ยังมีสีหน้าตกตะลึง
“เรื่องนี้อย่างไรเสียก็เป็นเรื่องระหว่างข้ากับหวังเฟิ่ง พวกเจ้าที่เป็นรุ่นลูกอย่าได้เข้ามาพัวพันเลย” พูดจบ หลี่เจี้ยนโบก็ประสานมือคารวะพวกเขา ก่อนจะเดินตรงไปยังทหารที่คุมตัวหวังเฟิ่งไว้แล้วเอ่ยอย่างสุภาพ “น้องชายทั้งสองลำบากพวกท่านแล้ว ช่วยปล่อยนางเถิด”
ทหารทั้งสองมองหน้ากันไปมาอย่างลังเล ก่อนจะหันไปขอความเห็นจากเมิ่งฉีฮ่วน
เมิ่งฉีฮ่วนเม้มริมฝีปากพลางโบกมือเป็นสัญญาณ ทั้งสองจึงยอมปล่อยตัวหวังเฟิ่ง
หวังเฟิ่งเห็นหลี่เจี้ยนโบมาแต่ไกลแล้ว ยามนี้เมื่อเห็นเขายังอุตส่าห์มาพูดจาผ่อนปรนให้ นางก็เหมือนเห็นฟางเส้นสุดท้ายที่ช่วยชีวิต พอเป็นอิสระนางก็รีบโผเข้ากอดขาหลี่เจี้ยนโบไว้แน่น
“ท่านพี่ ข้ารู้ซึ้งถึงความผิดแล้ว ข้าผิดไปแล้วท่านพี่ อย่าไล่ข้าไปเลยนะเจ้าคะ จะให้ข้าอยู่ในจวนเป็นสาวใช้คอยรับใช้ก็ได้ ข้าสัญญาว่าจะไม่ก่อเรื่องอีกแล้ว!” หวังเฟิ่งร้องไห้คร่ำครวญเสียงดังดูน่าเวทนาแกมสมเพช
หลี่เจี้ยนโบถอนหายใจโดยไม่ผลักไสนางออก เขาหลับตาลงนิ่งงันครู่หนึ่งก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองสบตาหญิงที่กำลังร้องไห้อย่างน่าเวทนาตรงหน้า
“เจ้าจบสิ้นเสียทีเถิด” สิ้นคำพูด หลี่เจี้ยนโบก็อาศัยจังหวะที่ไม่มีใครคาดคิด ฉวยกระบี่ยาวไปจากมือของเมิ่งฉีฮ่วน
เงากระบี่วูบไหว โลหิตสีแดงฉานสาดกระจายไปทั่วบริเวณ
หวังเฟิ่งไม่ทันตั้งตัว นางถูกหลี่เจี้ยนโบใช้กระบี่ตวัดตัดเส้นเอ็นที่ข้อมือทั้งสองข้างจนขาดสะบั้น
นางกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและจำต้องปล่อยมือจากขาของเขา
“หญิงใจชั่ว! ยามที่เจ้าบีบคั้นข้าให้ตาย เจ้าก็ไม่เคยให้ทางรอดแก่ข้า วันนี้ให้เรื่องระหว่างข้ากับเจ้าจบสิ้นกันเพียงเท่านี้!” พูดจบ หลี่เจี้ยนโบก็ตวัดกระบี่เชือดคอหวังเฟิ่งทิ้งต่อหน้าฝูงชนอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
“ท่านแม่!!!” หลี่หรงหรงหวีดร้องลั่นก่อนจะดวงตาเหลือกโพลงและสลบพับไปในอ้อมแขนของอวี้จวง
แม้แต่หลี่เยว่หานเองก็ยังตกใจกับการกระทำของหลี่เจี้ยนโบจนต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่ง โดยมีเมิ่งฉีฮ่วนคอยประคองไว้ในอ้อมอกอย่างมั่นคง
“ทุกท่าน วันนี้ข้าเป็นผู้สังหารหญิงโฉดผู้นี้เอง หากใครเห็นว่าข้าทำผิด ก็จงไปฟ้องร้องข้าได้ทุกเมื่อ!” หลี่เจี้ยนโบเอ่ยด้วยสีหน้าสงบนิ่งพลางกวาดสายตามองชาวบ้านที่ตกอยู่ในความเงียบงันจนน่าขนลุก
เสียงกระบี่เปื้อนเลือดตกลงบนพื้นดัง เคร้ง! เสื้อตัวยาวของหลี่เจี้ยนโบเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือด แต่เขายังคงยืนหยัดอยู่อย่างทระนงไม่ไหวติง…