ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 601 พระชายาสิริโฉมปานนี้
บทที่ 601 พระชายาสิริโฉมปานนี้
หลังจากกลับมาถึงจวน หลี่เยว่หานรีบเขียนจดหมายจนดึกดื่นตลอดทั้งคืน นางสั่งให้อวี้จวงนำเหยี่ยวที่เลี้ยงไว้ในจวนออกมา แล้วผูกจดหมายไว้ที่ลำคอ ซุกซ่อนลงไปใต้ผืนขนอย่างมิดชิดก่อนจะปล่อยมันโผบินไป
กว่าทุกอย่างจะเสร็จสิ้น เวลาก็ล่วงเลยจนดึกสงัด
กระนั้นหลี่เยว่หานก็ยังแอบไปดูลูก ๆ อย่างเงียบเชียบ
เมื่อไปถึงก็ประจวบเหมาะกับที่แม่นมกำลังห่มผ้าให้เด็กทั้งสอง เมื่อเห็นหลี่เยว่หานเดินเข้ามา นางจึงรีบทำความเคารพ หลี่เยว่หานส่งสัญญาณให้นางอย่าส่งเสียงดัง ก่อนจะค่อย ๆ ก้าวอย่างแผ่วเบาไปที่ข้างเตียงเล็กของสองพี่น้อง นางจ้องมองดวงหน้ายามหลับใหลอันแสนสงบของลูก ๆ ในที่สุดหัวใจที่ว้าวุ่นก็เริ่มสงบนิ่งลงได้เสียที
นับตั้งแต่ได้พบกับหลินเฟิง ในใจของหลี่เยว่หานก็เต็มไปด้วยความรู้สึกปั่นป่วนกระวนกระวายใจอยู่ตลอดเวลา คล้ายจะตื่นตระหนก ทว่าก็แฝงไว้ด้วยความรู้สึกต่อต้าน อย่างไรเสียก็ล้วนแต่ไม่ใช่ความรู้สึกที่ดีนัก
ยามนี้เมื่อได้เห็นหน้าอี้และอานิ่งนอนหลับปุ๋ย หลี่เยว่หานก็ยกมือขึ้นกุมหน้าอกเบา ๆ ถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะช่วยจัดระเบียบผ้าห่มให้สองพี่น้อง แล้วจึงเดินจากไปอย่างเงียบเชียบ
…..
เช้าวันต่อมา หลี่เยว่หานยังไม่ทันตื่นดี ก็ได้ยินเสียงอาอี้พูดคุยอยู่ด้านนอกเสียแล้ว
“พี่อวี้จวง อาอี้จะหาท่านแม่!” สองพี่น้องกำลังจะอายุครบหนึ่งขวบในไม่ช้า อาอี้จึงเริ่มสื่อสารความต้องการของตนเองได้ชัดเจน อีกทั้งยังเดินเหินได้คล่องแคล่ว อยู่ในวัยที่กำลังซนทีเดียว ส่วนอานิ่งแม้จะยังไม่เริ่มพูด แต่นางก็ฟังคนอื่นรู้เรื่องแล้ว ทว่าเพราะร่างกายอ่อนแอและมีพัฒนาการช้า นางจึงยังต้องให้คนคอยอุ้มชูอยู่ตลอด ในยามนี้ผู้ที่กำลังส่งเสียงออดอ้อนอวี้จวงอยู่หน้าห้องของหลี่เยว่หานจึงเป็นอาอี้
“คุณชายน้อย พระชายายังไม่ตื่นเลยเจ้าค่ะ ท่านพาคุณหนูไปเล่นรอก่อนดีหรือไม่ หากพระชายาตื่นแล้วข้าจะไปตามทันที” ปากคอของอาอี้นั้นช่างหวานล้ำจนเหล่าสตรีในจวนต่างพากันหลงรัก ปกติแล้วอวี้จวงจะเย็นชากับทุกคนยกเว้นหลี่เยว่หาน แต่กับอาอี้และอานิ่งนางกลับอ่อนโยนให้เหมือนกับที่ปฏิบัติต่อหลี่เยว่หานไม่มีผิด
เมื่อได้ยินอวี้จวงพูดเช่นนั้น อาอี้ก็เบะปากทันที “อานิ่ง พวกเราช่างน่าสงสารนัก เมื่อวานท่านแม่ออกไปเที่ยวเล่นก็ไม่พาเราไปด้วย ยามนี้พี่อวี้จวงยังไม่ยอมให้เราพบท่านแม่อีก น้องหญิง ท่านแม่ไม่ต้องการพวกเราแล้ว!”
พูดจบ อาอี้ก็ทำปากเบะพลางหมุนตัวไปกอดขาแม่นมที่อุ้มอานิ่งอยู่ ซุกหน้าลงกับท่อนขาแล้วร้องไห้โฮออกมา
อวี้จวงเห็นแล้วก็ใจอ่อนยวบทันที “คุณชายอาอี้ อย่าเพิ่งร้องเลยเจ้าค่ะ ข้าจะเข้าไปดูให้เดี๋ยวนี้ว่าพระชายาตื่นหรือยัง ท่านอย่าร้องเลยนะเจ้าคะ!”
พอได้ยินคำพูดนั้น อาอี้หันขวับกลับมาทันที ใบหน้าจิ้มลิ้มเปลี่ยนเป็นยิ้มร่า “ขอบคุณพี่อวี้จวงผู้แสนสวยและใจดี!” ใบหน้าเล็ก ๆ ราวกับสลักจากหยกนั้นสะอาดเกลี้ยงเกลา ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของคราบน้ำตาเสียด้วยซ้ำ
อวี้จวงไม่ได้ถือสา นางเพียงใช้นิ้วจิ้มหน้าผากเล็ก ๆ ของอาอี้อย่างเอ็นดู ก่อนจะผลักประตูห้องของหลี่เยว่หานเข้าไปอย่างเบามือ
ในตอนนั้น หลี่เยว่หานตื่นขึ้นมาแล้ว นางนั่งอยู่บนขอบเตียงพลางมองอวี้จวงที่เดินเข้ามา
“พระชายา ท่าน… ท่านตื่นแล้วหรือเจ้าคะ!” อวี้จวงชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มของหลี่เยว่หาน ก่อนจะแสดงสีหน้าเก้อเขิน “บ่าวไม่ได้ตั้งใจจะส่งเสียงดังรบกวนกับคุณชายน้อยที่หน้าห้องเลยเจ้าค่ะ”
หลี่เยว่หานอมยิ้ม “ดูเจ้าสิ ข้ายังไม่ทันว่าอะไรสักคำ เจ้าก็รีบชิงสารภาพความผิดเสียแล้ว เช่นนี้ข้าจะตำหนิเจ้าลงได้อย่างไร”
ระหว่างที่สนทนา อวี้จวงก็ปรนนิบัติผลัดเปลี่ยนจากชุดนอนให้หลี่เยว่หานอย่างคล่องแคล่ว นางเลือกชุดกระโปรงรัดอกสีแดงสลับดำมาให้ หลังจากรับใช้ให้สวมใส่ทีละชั้นจนเรียบร้อย ก็หยิบสายรัดเอวสีแดงเข้มปักลวดลายวิจิตรมาคาดทับเอวคอดกิ่ว แขวนเครื่องประดับหยกจี้เสวียนกูเข้ากับโซ่เงิน ก่อนจะเริ่มลงมือทำผมและแต่งหน้า
“เหตุใดวันนี้ถึงแต่งตัวให้ข้าดูเป็นทางการนัก?” หลี่เยว่หานรู้สึกงุนงง “มีเรื่องอะไรที่ข้าลืมไปหรือเปล่า?”
“ไม่มีเจ้าค่ะ เพียงแต่ช่วงนี้พระชายามัวแต่ยุ่งวุ่นวายกับงานนอกบ้านมานาน ไม่ได้แต่งองค์ทรงเครื่องให้งดงามเช่นนี้มาพักใหญ่แล้ว” อวี้จวงเอ่ยพลางบรรจงหวีเส้นผมสีดำขลับปานน้ำตกของหลี่เยว่หานอย่างนุ่มนวล มื้อที่ช่ำชองของนางใช้เวลาเพียงไม่นานก็เกล้าผมมวยให้หลี่เยว่หานจนเสร็จสิ้น
หลี่เยว่หานมองเงาตัวเองในกระจกแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้ “เจ้าตั้งใจจะให้ข้าย้อนกลับไปเป็นสาวแรกรุ่นอีกครั้งหรืออย่างไร!” อวี้จวงไม่รู้คิดอย่างไรถึงเกล้ามวยผมคู่ที่ขมับทั้งสองข้าง แม้จะเป็นรูปแบบมวยผมของสตรีที่แต่งงานแล้วอย่างหนึ่ง แต่มันดูอ่อนหวานน่ารักจนเหล่าดรุณีที่ยังไม่ออกเรือนนิยมทำกัน ต่างกันเพียงพวกนางมักจะไม่รวบผมหน้าม้าขึ้นไปทั้งหมด
อวี้จวงจัดแต่งทรงผมอย่างประณีตเสร็จแล้วก็หยิบเครื่องประดับผมชุดใหญ่เตรียมจะปักลงไป
หลี่เยว่หานรีบห้ามไว้ทันควัน “อย่าเชียวเจ้าค่ะ อย่าเชียว! ขืนปักชุดนี้ลงไป คอข้าคงได้หักพอดี!”
ได้ยินดังนั้น อวี้จวงจึงเอียงคอคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายจึงเลือกสวมรัดเกล้าและปักปิ่นเพียงหนึ่งเล่ม ประดับมวยผมด้วยดอกไม้ประดิษฐ์เล็ก ๆ พอให้ดูสวยงาม ก่อนจะแต่งแต้มใบหน้าให้ดูสดใสเป็นธรรมชาติสไตล์วันสบาย ๆ เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้น
หลี่เยว่หานมองดูตนเองในกระจกที่ดูเปล่งปลั่งขึ้นใหม่ จึงถามอวี้จวงอีกครั้ง “วันนี้มีเรื่องอันใดกันแน่?”
“ไม่มีจริง ๆ เจ้าค่ะ” อวี้จวงเอียงคอยิ้ม “พระชายาสิริโฉมปานนี้ สมควรที่จะต้องแต่งกายให้งดงามเจ้าค่ะ!”
เมื่อเห็นว่าอวี้จวงไม่ยอมบอก หลี่เยว่หานก็ไม่ซักไซ้ต่อ นางหยิบหม้อน้ำร้อนทั่งผอจื่อขึ้นมาอุ่นมือ แล้วจึงเดินออกจากห้องไปหาอาอี้และอานิ่ง
พอนางออกมา ก็เห็นเจ้าเด็กจอมซนอาอี้กำลังวิ่งเล่นอยู่ในลานเรือน เขาพยายามปีนป่ายราวระเบียง ยื่นหน้าออกไปดูอะไรบางอย่างบนพื้นน้ำในทะเลสาบที่กลายเป็นน้ำแข็งไปแล้ว
ภาพนั้นทำให้หัวใจของหลี่เยว่หานแทบจะวาย นางรีบพุ่งเข้าไปคว้าตัวเขาลงมาจากราวระเบียงทันที “เจ้าทำอะไรน่ะ! เรื่องอันตรายเช่นนี้ทำไมถึงกล้าทำ!”
“ท่านแม่” อาอี้กอดคอหลี่เยว่หานอย่างประจบเอาใจ “มีนกตัวเล็กตกลงไปบนพื้นขอรับ อาอี้ตัวเล็กและน้ำหนักเบา น้ำแข็งบนทะเลสาบรับน้ำหนักอาอี้ได้แน่นอน!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานจึงมองตามไปตามทิศทางนั้น และเห็นเหยี่ยวตัวหนึ่งหมอบนิ่งอยู่บนผิวน้ำแข็ง
“คราวหน้าหากเจอเรื่องเช่นนี้อีก ต้องมาบอกแม่นะ แม่จะช่วยนกตัวนั้นให้เอง ตกลงไหม!” หลี่เยว่หานเอ่ยปลอบอาอี้ด้วยเสียงอ่อนโยน
“ขอรับ!” อาอี้พยักหน้าอย่างแข็งขัน
หลี่เยว่หานถอนหายใจด้วยความโล่งอก นางสวมหม้อน้ำร้อนอุ่นมือไว้ที่มืออีกข้าง แล้วยื่นมือออกไปหาเหยี่ยวบนน้ำแข็งพลางผิวปากส่งสัญญาณ ดวงตาของเหยี่ยวเป็นประกายขึ้นมาทันที มันสยายปีกบินขึ้นจากพื้นน้ำแข็งและมาเกาะที่มือของหลี่เยว่หาน
“ว้าว! ท่านแม่เก่งที่สุดเลย!” อาอี้รีบปรบมือด้วยความตื่นเต้นดีใจ
หลี่เยว่หานรู้สึกชื่นใจ นางยิ้มร่าพลางส่งตัวอาอี้ให้อวี้จวงอุ้มต่อ จากนั้นนางก็ลูบคลำไปตามขนคอของเหยี่ยวจนเจอกระบอกใส่จดหมาย หลังจากส่งเหยี่ยวให้คนรับใช้นำไปดูแลแล้ว หลี่เยว่หานจึงเปิดจดหมายออกอ่าน
เป็นจดหมายตอบกลับจากเมิ่งฉีฮ่วนจริง ๆ
เขาบอกว่าวันนี้จะกลับมาแล้ว เรื่องของหลินเฟิงเขารู้อยู่ก่อนแล้ว และกำชับให้หลี่เยว่หานอย่าเพิ่งวู่วามลงมือทำอะไร
ลายเส้นตัวอักษรดูรีบร้อน เห็นได้ชัดว่าเขามีเวลาเขียนตอบกลับเพียงชั่วครู่เท่านั้น
หลี่เยว่หานไม่ได้สงสัยสิ่งใด นางเผาจดหมายจนกลายเป็นเถ้าถ่านก่อนจะเดินออกจากห้องหนังสือ ไปร่วมเล่นสนุกกับอาอี้และอานิ่งต่อ
“ท่านอ๋องเสด็จกลับมาแล้ว! พระชายา! ท่านอ๋องกลับมาแล้วเจ้าค่ะ!” ยังไม่ทันถึงยามอู่ พ่อบ้านก็รีบวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาแจ้งข่าว
หลี่เยว่หานยังไม่ทันได้ตั้งตัว เจ้าหนูอาอี้ก็เหมือนพายุหมุนลูกเล็ก ๆ เขารีบก้าวขาป้อม ๆ วิ่งเตาะแตะมุ่งหน้าไปทางประตูใหญ่ทันที
ทว่าเขายังไม่ทันวิ่งพ้นเขตลานเรือน ร่างสูงสง่าก็ปรากฏขึ้น อาอี้กะพริบตาเพียงพริบตาเดียว ก็ถูกท่านพ่อหนีบเอาไว้ใต้รักแร้เสียแล้ว…
“เยว่หาน ข้ากลับมาแล้ว” เมิ่งฉีฮ่วนไม่ได้มองลูกชายหรือลูกสาวแม้แต่น้อย คนแรกที่เขาจ้องมองก็คือหลี่เยว่หาน
อาอี้ ‘ข้ากับน้องสาวราวกับเป็นส่วนเกินที่ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดมา…’