ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 650 กวาดล้างให้สิ้นซาก
บทที่ 650 กวาดล้างให้สิ้นซาก
ความตายของหวังเหอฮวาเป็นสิ่งที่หลี่เยว่หานคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว ตั้งแต่ตอนที่นางพบว่าอีกฝ่ายหนีออกจากคุกใต้ดินไป
เมื่อสั่งให้คนหามศพเข้ามาในคุกใต้ดิน หลี่เยว่หานกำชับให้ผู้ดูแลร้านอวี้คอยดูแลเมิ่งสืออี้ไว้ไม่ให้ห่างกาย และสั่งห้ามมิให้เขาเข้ามาย่างกรายในคุกใต้ดินโดยเด็ดขาด
เพราะสิ่งที่นางกำลังจะทำต่อจากนี้ อาจสร้างภาพจำที่โหดร้ายทารุณจนกลายเป็นเงาร้ายเกาะกินจิตใจอันอ่อนโยนของเด็กน้อยได้
ณ ส่วนลึกที่สุดของคุกใต้ดิน ยามที่แสงจากเปลวเทียนสว่างขึ้น คนจากสิบสองถ้ำแห่งหนานเจียงในห้องขังต่างพากันตื่นตัวและระแวดระวังถึงขีดสุด
“เจ้าจะทำอะไร! อย่าคิดว่าเป็นหวังเฟยแล้วจะทำอะไรตามใจชอบได้นะ!” ชายผมเผ้ายุ่งเหยิงคนหนึ่งคำรามลั่น สำเนียงของเขาบ่งบอกเอกลักษณ์ของชาวหนานเจียงอย่างชัดเจน ราวกับกลัวว่าผู้อื่นจะไม่รู้ว่าตนมาจากที่ใด
“พวกเราถูกเจ้าขังมานานขนาดนี้ สิ่งที่เจ้าอยากรู้พวกเราก็บอกไปหมดแล้ว ยามนี้เจ้ายังทำร้ายเจ้าถ้ำใหญ่ของพวกเราจนตาย เจ้ายังต้องการอะไรอีก! หนานเจียงถูกเจ้าทำลายจนย่อยยับไปหมดแล้ว!” ชายอีกคนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคียดแค้นระคนสะอื้นไห้ ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดหวั่น
หลี่เยว่หานยืนนิ่งสงบอยู่หน้าห้องขัง จ้องมองการแสดงของพวกเขาด้วยสายตาเย็นชา ราวกับว่าละครฉากนี้มิอาจสั่นคลอนความรู้สึกของนางได้แม้เพียงนิด
เมื่อเห็นว่าสีหน้าของนางไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆ ในที่สุดก็มีคนทนไม่ไหว พุ่งเข้าหาซี่กรงห้องขังอย่างแรง ยื่นมือออกมาประดุจผีร้าย หมายจะคว้าตัวหลี่เยว่หานเข้าไปใกล้ๆ เพื่อฉีกกระชากกินเนื้อนางเสียให้สาแก่ใจ
ทว่าทันทีที่เขาพุ่งเข้ามา กลับถูกพลังลึกลับบางอย่างกระแทกเข้าอย่างจังจนร่างลอยละลิ่วไปปะทะกับกำแพงด้านในห้องขังอย่างรุนแรง
เสียงโครมดังสนั่น ร่างของชายผู้นั้นร่วงลงสู่พื้น
คนอื่นๆ ต่างพากันเข้าไปดูอาการบาดเจ็บของเขา
ส่วนหลี่เยว่หานยังคงยืนอยู่ที่เดิม มิได้ขยับเขยื้อนแม้เพียงครึ่งนิ้ว
“เตรียมจะฆ่าพวกเราแล้วใช่หรือไม่!” ใครบางคนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงรันทด
“ก็จริง เจ้ามีอำนาจล้นฟ้า คิดจะฆ่าพวกเราเงียบๆ ย่อมง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ!” เมื่อเห็นหลี่เยว่หานยังคงนิ่งเงียบ ชายผู้นั้นจึงเริ่มแสดงบทบาทต่อไปเอง
“ยังมีอะไรต้องพูดกับหญิงใจคออำมหิตผู้นี้อีก! นางมันคือนางมารชัดๆ! เมื่อครู่ไม่มีใครเห็นเลยว่านางลงมืออย่างไร พี่หกก็ถูกกระแทกจนกระเด็นไปแล้ว! แคว้นตงฮั่นนี่ช่างน่าขันสิ้นดี ที่ยกย่องนางมารตนหนึ่งเป็นดั่งเทพเซียน ช่างน่าหัวร่อนัก!”
“มิน่าเล่า เจ้าถ้ำใหญ่ถึงเตือนให้พวกเราระวังผู้หญิงคนนี้ ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง!”
“น่าเสียดาย… น่าเสียดายที่เจ้าถ้ำใหญ่ต้องมาตายเสียก่อน…”
ได้ยินถึงตรงนี้ หลี่เยว่หานจึงค่อยๆ เอ่ยปากขึ้น “เช่นนั้นหรือ? ในเมื่อเขาตายไปแล้ว คงไม่ถือสาหากข้าจะสับร่างของเขาเป็นหมื่นๆ ชิ้นหรอกนะ”
กล่าวจบ นางมิรอให้คนข้างในมีปฏิกิริยาตอบโต้ หลี่เยว่หานพลันยกมือขึ้น
แม่กุญแจห้องขังแตกออกเป็นสองเสี่ยงอย่างประหลาด เหล่าทหารยามที่ตามหลังหลี่เยว่หานมาต่างพากันลอบกลืนน้ำลายด้วยความหวาดหวั่น
หวังเฟยของพวกเขา… ดูเหมือนจะมีความลึกลับที่น่าสะพรึงกลัวจริงๆ…
“เข้าไปลากศพของเจ้าถ้ำใหญ่จูอู่ออกมา” หลี่เยว่หานสั่งการด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่ง ทว่าคนจากสิบสองถ้ำกลับคลุ้มคลั่งราวกับคนเสียสติ พยายามขัดขวางมิให้ใครเข้าใกล้ศพ
วิชากู่ของพวกเขาถูกหลี่เยว่หานกดข่มไว้จนมิด มิอาจเรียกออกมาใช้ได้เลยแม้แต่น้อย จึงทำได้เพียงใช้แรงกายเข้าห้ำหั่นกับทหารยามเท่านั้น
ทว่าพวกเขาถูกขังมานานร่วมครึ่งปี ร่างกายย่อมทรุดโทรมอ่อนแอ มีหรือจะเป็นคู่มือของทหารยามได้
ไม่นานนัก ศพของเจ้าถ้ำใหญ่ก็ถูกหามออกมาวางไว้นอกห้องขัง ประตูห้องขังถูกปิดลงอีกครั้ง ทหารยามรีบเปลี่ยนกุญแจดอกใหม่อย่างคล่องแคล่ว ขังคนของสิบสองถ้ำที่เหลือไว้ข้างในตามเดิม
ยามที่ร่างของเจ้าถ้ำใหญ่ถูกวางราบบนพื้น หลี่เยว่หานโบกมือคราหนึ่ง ศพของหวังเหอฮวาก็ถูกหามเข้ามาวางเคียงข้างกับศพของเจ้าถ้ำใหญ่
คนของสิบสองถ้ำที่ออกมาไม่ได้ ทำได้เพียงแผดเสียงด่าทอหลี่เยว่หานอย่างรุนแรง ถึงขั้นตะโกนขู่ว่าภายในร่างของพวกเขามีกู่ชะตาชีวิต หากใครกล้าแตะต้องศพ กู่ชะตาชีวิตจะกลายเป็นกู่ปลิดชีพ สังหารผู้ที่ล่วงเกินศพให้ตายตกไปตามกันทันที
“ขอบใจที่ช่วยเตือน” หลี่เยว่หานหันไปมองคนในห้องขังแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเรียบๆ “พวกเจ้าคิดจริงๆ หรือว่าข้าไม่รู้ว่าพวกเจ้ากำลังเล่นเล่ห์กลอันใดอยู่?”
สิ้นคำ หลี่เยว่หานพลันชักดาบจากเอวทหารยามออกมาอย่างรวดเร็ว นางมิเอ่ยพร่ำทำเพลง ลงดาบฉับเดียวตัดแขนข้างหนึ่งของเจ้าถ้ำใหญ่ออกมา “พวกเจ้าคิดว่าเหตุใดข้าถึงจับพวกเจ้ามาขังรวมกับจูอู่เล่า?”
จากนั้นนางก็ตัดมืออีกข้างของเจ้าถ้ำใหญ่ทิ้ง
“พวกเจ้าคิดว่าการใช้หวังเหอฮวาจะทำให้เจ้าถ้ำใหญ่ของพวกเจ้าแกล้งตายเพื่อหลบหนีไปได้อย่างราบรื่นงั้นรึ?”
ข้อศอกของเจ้าถ้ำใหญ่ถูกฟันขาด
“หวังเหอฮวาทำผิดอันใด ถึงต้องถูกพวกเจ้าหลอกใช้ แล้วยังต้องถูกใช้เป็นเครื่องมือในการแกล้งตายเพื่อหลบหนีอีก!”
แขนอีกข้างของเจ้าถ้ำใหญ่ถูกฟันขาดสะบั้นจากหัวไหล่ในดาบเดียว
ในชั่วพริบตานั้นเอง หวังเหอฮวาที่สิ้นลมไปแล้วกลับสูดหายใจเข้าลึก นางเบิกตากว้างพลันคุดคู้ตัวไอโขลกอย่างรุนแรง ร่างกายสั่นสะท้านราวกับจะขาดใจตายไปอีกรอบ
ผู้คนรอบข้างที่เห็นคนตายฟื้นคืนชีพต่างพากันหน้าถอดสีด้วยความหวาดกลัว
มีเพียงหลี่เยว่หานเท่านั้นที่ไม่เพียงไม่ตกใจ แต่นางยังก้าวเข้าไปกระชากผมของหวังเหอฮวา บังคับให้อีกฝ่ายจ้องมองนาง “ยามนี้ ข้าควรเรียกเจ้าว่าเจ้าถ้ำใหญ่ หรือควรเรียกว่านายน้อยแห่งหนานเจียงดีเล่า?”
สิ้นประโยคนี้ คนของสิบสองถ้ำต่างพากันปิดปากเงียบกริบราวกับเป็นใบ้ไปพร้อมกัน
หวังเหอฮวาจ้องเขม็งไปที่หลี่เยว่หาน ลำคอส่งเสียง “ฮึ่กๆ” ประหลาดออกมา ข้อต่อทั่วร่างบิดเบี้ยวไปมาอย่างผิดธรรมชาติ เป็นภาพที่น่าสยดสยองยิ่งนัก
“เหอะ ของไร้ประโยชน์” หลี่เยว่หานสะบัดมือปล่อยอีกฝ่าย จากนั้นหยิบกระบวยเงินที่ข้างเอวออกมา เทน้ำพุหว่านอู้เซิงราดลงบนตัวหวังเหอฮวาราวกับมันไม่มีค่า ทันใดนั้นทั่วร่างของนางก็เกิดกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นมา ราวกับว่าน้ำพุวิญญาณนั้นกำลังแผดเผาร่างกายของนางอยู่
เนิ่นนานกว่าที่หวังเหอฮวาจะหาเสียงของตัวเองเจอและกรีดร้องออกมา
ทว่าเมื่อได้ยินเสียงนั้น เหล่าทหารยามต่างพากันงุนงงสับสน
เหตุใด… หญิงผู้นี้จึงส่งเสียงกรีดร้องออกมาเป็นเสียงผู้ชาย?
เมื่อเห็นอีกฝ่ายส่งเสียงได้แล้ว หลี่เยว่หานจึงเก็บกระบวยเงินแล้วเอ่ยถาม “นายน้อยแห่งหนานเจียง?”
“หวังเฟย… ช่าง… แผนสูงนัก!” นายน้อยแห่งหนานเจียงในคราบของหวังเหอฮวาเอ่ยขึ้น ก่อนจะเงยหน้าจ้องหลี่เยว่หานด้วยสายตาอาฆาต “เจ้าล่วงรู้ได้อย่างไร!”
“เจ้าคิดว่าแผนการตัวเองไร้รอยต่อ ทว่าความจริงเจ้ากลับใจร้อนเกินไป” หลี่เยว่หานจ้องมองนายน้อยแห่งหนานเจียง “หวังเหอฮวาถูกข้ากักบริเวณไว้ที่ไร่นอกเมือง หากนางหลบหนีออกมาเอง ข้าย่อมต้องได้รับรายงานเป็นคนแรก”
“แต่เพื่อที่จะออกจากไร่นั่นมาให้ได้ เจ้าถึงขั้นวางกู่เสน่หาแก่หลิ่วจื้อหย่วน ล่อลวงให้เขาติดกับจนยอมติดสินบนคนในไร่เพื่อรับตัวเจ้ากลับเข้าเมืองมา เรื่องนี้มันผิดปกติเกินไปตั้งแต่ต้นแล้ว”
ในยามนี้ หลี่เยว่หานกลับมีความอดทนขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
“ต่อให้เจ้ารู้เรื่องกู่เสน่หา แล้วเจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าแกล้งตาย!” นายน้อยแห่งหนานเจียงนอนหมดสภาพอยู่บนพื้น แต่กระนั้นน้ำเสียงยังคงเต็มไปด้วยความอำมหิต “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าไม่ใช่หวังเหอฮวา!”
“หวังเหอฮวาไม่มีความกล้าพอที่จะเป็นศัตรูกับข้าหรอก” หลี่เยว่หานเอ่ยเรียบๆ “นางเป็นแม่คน อย่างน้อยนางย่อมต้องคิดถึงบุตรชายของตนเองบ้าง”
“ในเมื่อเจ้ารู้ตั้งนานแล้ว เหตุใดถึงยังขังข้าไว้ที่นี่อีก!”
“หากไม่ขังเจ้าไว้ เจ้าถ้ำใหญ่จะยอมบุกถ้ำเสือเข้ามาหาข้าหรือ?” แววตาของหลี่เยว่หานราบเรียบดุจผิวน้ำ “ในเมื่อพวกเจ้าบังอาจทำร้ายลูกสาวของข้า หากไม่กวาดล้างพวกเจ้าให้สิ้นซากในคราเดียว ข้าก็คงจะอ่อนหัดเกินไปแล้ว”