ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 68 ไม่พลบค่ำ อย่าพึ่งกลับบ้าน
บทที่ 68 ไม่พลบค่ำ อย่าพึ่งกลับบ้าน
“รออีกครู่ เมื่อข้าให้พวกเจ้าออกไป ครอบครัวหลี่ก็จะไม่อยู่แล้ว” เมิ่งฉีฮ่วนพูดพลางนำถุงผ้าผูกไว้ตรงเอวของหลี่เยว่หาน พลางพูดต่อ “ในนี้มีสมุนไพรที่ช่วยขับไล่แมลงและงูได้ หลังจากเจ้าส่งมู่ชวนไปยังสำนักศึกษาแล้ว ก็ขึ้นภูเขาไป”
เห็นเขามีท่าทางเช่นนี้ หลี่เยว่หานก็รู้สึกอยากรู้อยากเห็นขึ้นมา
แต่สีหน้าของเมิ่งฉีฮ่วนดูจริงจังยิ่งนัก หลี่เยว่หานจึงมั่นใจว่าต้องเกิดเรื่องใหญ่บางอย่างขึ้นแน่ มิเช่นนั้น เมิ่งฉีฮ่วนคงไม่มีท่าทางเช่นนี้
เมื่อจัดการเก็บห้องครัวเรียบร้อย หลี่เยว่หานจึงแบกตะกร้าไว้บนหลัง และอุ้มหลิงซีใส่ไว้ในตะกร้า จากนั้นจูงมือมู่ชวนเอาไว้ ส่วนเมิ่งฉีฮ่วนช่วยพวกเขาเปิดประตูบานใหญ่
ด้านนอกประตูเงียบสงบ
หลี่เยว่หานอดตัวสั่นขึ้นมาไม่ได้ พลางมองไปยังเมิ่งฉีฮ่วน หญิงสาวรู้สึกตื่นตระหนกอยู่ภายในใจ
โดยปกติแล้ว เวลานี้ทั่วทั้งหมู่บ้านไป๋อวิ๋นจะคึกคัก ผู้คนทั่วไปต่างก็เตรียมที่จะออกไปทำงานกัน เดินผ่านไปผ่านมาทักทายและเอ่ยถามถึงการกินโดยทั่วไป
ไม่เหมือนตอนนี้ เงียบสงบราวกับว่าทั้งหมู่บ้านไป๋อวิ๋นมีเพียงพวกเขาครอบครัวเดียว
“เหตุใดข้า…จึงรู้สึกกลัวเล็กน้อย…” หลี่เยว่หานกลืนน้ำลายลงคอ ไม่กล้าแม้แต่จะก้าวออกจากบ้าน
“ไม่ต้องกังวล ทุกครั้งไม่ว่าคนในหมู่บ้านไป๋อวิ๋นจะพบเจอเรื่องใด ก็มักจะปิดประตูไม่ออกมากัน ดังนั้นเจ้าไม่ต้องกังวล แต่ก็อย่าไปเคาะประตูเด็ดขาด” เมิ่งฉีฮ่วนวางมือทั้งสองข้างบนไหล่บางของหลี่เยว่หาน จ้องมองแววตาทั้งสองอย่างจริงจัง “สนใจเพียงแค่จัดการเรื่องของเจ้า ข้ารับปากเจ้าว่า ถึงเวลาพลบค่ำเมื่อเจ้ากลับมา ทุกอย่างจะเรียบร้อย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด จู่ ๆ จึงรู้สึกว่าทั้งร่างกายถูกเติมเต็มไปด้วยพลัง หญิงสาวพยักหน้ารับอย่างมั่นใจส่งไปให้เมิ่งฉีฮ่วน จากนั้นจึงจูงมือเล็ก ๆ ของมู่ชวนเดินออกจากบ้านไป
“ปึง!…”
เมื่อเดินออกจากบ้านไป หลี่เยว่หานก็ได้ยินเสียงดังมาจากด้านหลัง เมื่อหันกลับไปมอง ก็ได้เห็นเมิ่งฉีฮ่วนปิดประตูลงทันที ทั้ง ๆ ที่เธอพึ่งจะเดินออกมาเท่านั้น!
ขณะที่หลี่เยว่หานเตรียมจะเคาะประตูนั้น จู่ ๆ มู่ชวนกลับจูงมือเธอออกไป “อาหญิงข้ากำลังจะไปเรียนสายแล้ว”
เมื่อได้ยินเด็กชายพูดเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็รู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมา ทิ้งความคิดที่จะเคาะประตูเมื่อครู่ไป และจูงมือมู่ชวนเดินไปตามทางที่จะไปยังสำนักศึกษา
บนเส้นทางเต็มไปด้วยความเงียบสงบ ภายในใจของเหลี่เยว่หานรู้สึกกระวนกระวายอยู่ไม่น้อย แต่มู่ชวนและหลิงซีกลับไม่เป็นอะไร คนที่ถูกหลี่เยว่หานแบกไว้บนหลังก็กำลังเปียผมของเธออยู่ อีกคนที่จูงมืออยู่นั้น ก็เดินไปข้างหน้าด้วยใบหน้าบูดบึ้ง
“มู่ชวน มู่ชวนเจ้าเดินให้ช้าลงเสียหน่อยเถิด” หลี่เยว่หานถูกเด็กตัวเล็กทั้งสองรบกวนเช่นนี้ ความกังวลใจที่เกิดขึ้นในตอนที่ออกมาตอนแรกนั้นจึงถูกทำลายหายไปไม่น้อย
“ไม่ได้พี่สาวหลี่ ข้าจะสายแล้ว!” มู่ชวนพูดโดยไม่หันมามอง “ตอนนี้เป็นฤดูใบไม้ร่วงและอยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวพอดี พอพี่สาวหลี่ไปส่งข้ายังสำนักศึกษาแล้ว ก็สามารถเดินตามถนนเล็ก ๆ ด้านนี้ขึ้นไปเที่ยวบนภูเขาได้เลย”
ได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็อดตกตะลึงขึ้นมาไม่ได้ “ด้านหลังสำนักศึกษามีถนนเส้นเล็กหรือ? เหตุใดข้าจึงไม่รู้กัน?”
“ก็ท่านไม่เคยเข้ามายังสำนักศึกษา” มู่ชวนยังคงไม่หันหน้ามา และพูดออกมาโดยไม่คิด “เพียงแต่บนเขานั้นมีงู แมลง หนู มดอยู่มากนัก และฤดูการเช่นนี้ สัตว์ป่ามักจะหาอาหารเพื่อเก็บไว้ในช่วงฤดูหนาว หลังจากพี่ขึ้นภูเขาไปแล้วต้องจำไว้ อย่าทำถุงผ้าที่อาเมิ่งมอบให้หายอย่างเด็ดขาด และต้องให้หลิงซีอยู่ข้างกายตลอดเวลา”
“เหตุใดเจ้าจึงดูแปลก ๆ เหมือนกับอาเมิ่งของเจ้ายิ่งนัก” หลี่เยว่หานอดพึมพำออกมาไม่ได้
สำนักศึกษาอยู่ไม่ไกลจากบ้านตระกูลเมิ่งมากนัก ก่อนหน้านี้ ใช่ว่าหลี่เยว่หานจะไม่เคยมาส่งมู่ชวน แต่นี่เป็นครั้งแรก ที่ถนนเส้นนี้ไร้ซึ่งผู้คนเช่นนี้
หลี่เยว่หานไปส่งมู่ชวนยังประตูทางเข้าสำนักศึกษา โดยปกติแล้วเวลาเช่นนี้ จะมีเสียงท่องตำราดังออกมาจากด้านในสำนักศึกษา เพียงแต่วันนี้ไม่รู้ว่าภายในนั้นเหตุใดจึงเงียบนัก
“เหตุใดด้านในจึงเงียบเช่นนี้ หรือวันนี้จะเป็นวันหยุดกัน?” หลี่เยว่หานเอ่ยถามไปโดยไม่รู้ตัว
“นอกเสียจากวันหยุดตามปกติแล้ว สำนักศึกษาจะไม่หยุด” จู่ ๆ มู่ชวนก็กดเสียงพูดให้ต่ำและเล็กลง “ต้องมีคนไม่ทำการบ้านมาแน่ ๆ ดังนั้นอาจารย์คงกำลังโกรธ ด้านในจึงเงียบเช่นนี้”
เมื่อพูดจบ มู่ชวนจึงดึงมือของตนออกจากมือของหลี่เยว่หาน และโบกมือให้นาง ส่งสัญญาณว่าตนกำลังจะเข้าไป
หลี่เยว่หานพยักหน้ารับ อดถอนหายใจออกมาไม่ได้
วันนี้หมู่บ้านไป๋อวิ๋นดูแปลกเกินไปจริง ๆ
เมื่อครู่หน้าประตูบ้านตระกูลหลี่ยังคึกคักอยู่ เพียงแต่หลังจากล้างจานแล้ว ด้านนอกกลับไม่มีแม้แต่เสียงใด ๆ
แต่การที่เมิ่งฉีฮ่วนส่งตนออกมาในเวลาเช่นนี้ น่าจะมีเรื่องใดที่ไม่ต้องการให้เธอรู้
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หลี่เยว่หานที่ยืนอยู่หน้าประตูสำนักศึกษาก็เดินไปรอบ ๆ จนได้พบทางเดินเล็ก ๆ ที่อยู่ตรงมุม หญิงสาวแหวกพุ่มหญ้าออกและเดินเข้าไปอย่างไม่คิดอะไรมากนัก
“อาเมิ่ง พี่สาวหลี่ฉลาดเกินไปแล้ว หากข้าไม่ดึงนางไว้ระหว่างทาง คาดว่าแผนของท่านคงพังเสียแล้ว” หลังจากหลี่เยว่หานเดินตามทางเดินเข้าไปแล้ว มู่ชวนและเมิ่งฉีฮ่วนจึงเดินออกมาจากสำนักศึกษา มองตามแผ่นหลังของหลี่เยว่หานไป มู่ชวนอดถอนหายใจออกมาไม่ได้
“ใช่” เมิ่งฉีฮ่วนพยักหน้ารับด้วยสีหน้าจริงจัง “ข้าจะออกไปก่อน เจ้าก็เฝ้าอยู่ที่นี่ดี ๆ”
พูดจบ เมิ่งฉีฮ่วนก็หมุนตัวเดินออกไป
ราวกับได้ผ่านผืนน้ำที่ใสสะอาดจนเห็นเงา เงาของเขาสว่างขึ้นมาและหายไปกลางอากาศ
มู่ชวนที่อยู่ด้านข้างกลับไม่ได้รู้สึกแปลกใจ เพียงขยับมุมปากเท่านั้น จากนั้นจึงหมุนตัวเดินเข้าสำนักศึกษาไป
หลี่เยว่หานที่ไม่รู้เรื่องใด ๆ เพียงเดินตามทางเดินเล็ก ๆ จนมาถึงสถานที่ที่เคยมาขุดพริกป่า ก็อดรู้สึกแปลกใจขึ้นมาไม่ได้
ใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งก้านธูปในการเดินทางจากถนนในหมู่บ้านจนมาถึงที่นี่ แต่กลับคิดไม่ถึงว่าด้านหลังสำนักศึกษาจะมีทางเดินเล็ก ๆ เช่นนี้อยู่ เพียงแค่ดื่มชาถ้วยเดียวเธอก็มาถึงที่นี่
“หลิงซี เจ้าลงมาเล่นดีหรือไม่?” หลี่เยว่หานหันไปเห็นต้นกล้าที่ขึ้นบริเวณที่น่าจะเคยขุดต้นพริกป่าออกไป จึงอดไม่ได้ที่จะนำต้นกล้าติดไม่ติดมือกลับไปด้วย
“ไม่เอา” หลิงซีกอดคอหลี่เยว่หานไว้ “อาเมิ่งบอกว่า ไม่ให้หลิงซีออกห่างจากอาหญิง!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็อดรู้สึกงุนงนขึ้นมาไม่ได้ “เช่นนั้น ข้าไม่ต้องแบกเจ้าทั้งวันหรือ?”
“ต้องเป็นเช่นนั้น!” หลิงซีตอบอย่างตรงไปตรงมา
หลี่เยว่หานพูดไม่ออกไปอยู่ครู่หนึ่ง “ไม่ได้หรอกหลิงซี หากต้องแบกเจ้าไปทั้งวันเช่นนี้ พี่จะเหนื่อยเอาได้”
“ท่านคืออาหญิงไม่ใช่พี่!” หลิงซีรีบพูดแก้ขึ้นมาทันที
“ไม่ว่าจะเป็นอาหญิงหรือพี่ก็เหนื่อยเหมือนกัน!” หลี่เยว่หานพูดปลอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ท่านโกหก หลิงซีตัวเบา ไม่ได้หนักเช่นนั้น!”
ขณะที่หลี่เยว่หานกำลังจะพูดว่าถึงแม้หลิงซีจะตัวเบา แต่ก็ยังมีน้ำหนัก จู่ ๆ ก็รู้สึกได้ว่าบนไหล่รู้สึกเบาลง ความหนักที่แบกหลิงซีไว้ จู่ ๆ ก็หายไปทันที
“หลิงซีตัวเบามากใช่หรือไม่!” หลิงซียังคงกอดคอหลี่เยว่หานไว้
แต่หลี่เยว่หานกลับหวาดกลัวจนเม็ดเหงื่อผุดออกมา
เมื่อก้มลงมอง ยังคงเป็นแขนสั้น ๆ อวบ ๆ ที่ยังกอดคอตนไว้ ราวกับรากบัว ที่สะกิดเธอเบา ๆ และยังคงอบอุ่น
“พี่รู้สึกแปลกประหลาดมากหรือ” หลิงซีเอ่ยถามขึ้นมา
หลี่เยว่หานไม่กล้าตอบกลับ เธอรู้สึกว่าหลิงซีที่ตนแบกไว้นั้น ดูไม่เหมือนคน…