ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 85 โจวต้าเป่าเจ้าโจรเสเพล
บทที่ 85 โจวต้าเป่าเจ้าโจรเสเพล
หลี่เยว่หานยืนมองเงาหลังของคนเสเพลแซ่โจวอยู่หน้าประตูเรือนแล้วพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ถึงตอนนี้ค่อยสังเกตเห็นหลิงซีที่ยืนตัวตรงแหน็วอยู่ตรงกำแพงเรือน
เธอโยนจอบทิ้งทันที ย่อกายลงตั้งใจว่าจะปลอบโยนหลิงซี
คิดไม่ถึงว่าหลิงซีจะยิ้มออกมา “อาหญิงร้ายกาจมากเลย!”
ได้ยินอย่างนั้น หลี่เยว่หานก็อึ้งไป แต่แล้วก็ยิ้มออกมา “ข้ายังกลัวว่าจะทำให้เจ้าตกใจอยู่เลย คิดไม่ถึงว่าเจ้าตัวกะเปี๊ยกแต่กลับใจกล้าทีเดียว”
“หลิงซีไม่กลัว!” หลิงซีพูดพลางยืดอก จากนั้นก็เข้าไปช่วยหลี่เยว่หานเก็บเสื้อผ้าที่หล่นลงพื้นกลับมา
หนึ่งผู้ใหญ่กับหนึ่งเด็กช่วยกันตักน้ำขึ้นมาจากบ่อในเรือน ล้างคราบขี้เถ้าบนเสื้อผ้าออกจนสะอาด แล้วนำไปตากไว้ในลานเรือนอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
หลังจากนั้นไม่นาน เมิ่งฉีฮ่วนก็กลับมา คนผู้หนึ่งถูกผลักมาตรงหน้าหลี่เยว่หาน
หลี่เยว่หานมองนิ่ง ๆ ฮ่า นี่มันคนเสเพลแซ่โจวที่เพิ่งถูกเธอไล่ออกไปนี่นา!
“พี่ใหญ่เมิ่ง ข้าสำนึกผิดแล้วจริง ๆ! ข้าไม่กล้าอีกแล้ว!”
เมิ่งฉีฮ่วนปิดประตูลงด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก คนเสเพลแซ่โจวรีบคุกเข่าสำนึกผิดทันที
เห็นเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็อดจะสงสัยไม่ได้ “ท่านจับเขากลับมาทำไม?”
“เมื่อกี้ตอนกลับมาจากบ้านสกุลหลิว ได้ยินเจ้าหมอนี่เที่ยวบอกใครต่อใครว่าเจ้าใช้จอบตีเขา ข้าเดาว่าเขาคงมาขโมยของที่เรือนพวกเราจึงจับเขากลับมาให้เจ้า”
ได้ยินอย่างนั้น หลี่เยว่หานก็นึกดีใจ “ท่านเดาถูกจริง ๆ ตอนข้าเพิ่งกลับมาก็เห็นเขาทำท่าจะขโมยถั่วเหลืองหมักที่ข้าเอาออกมาตาก เขาน่าจะไม่รู้ว่ามันยังไม่เป็นซีอิ๊ว ยังคิดจะทุบโถหมักของข้าอีกต่างหาก”
“พี่สะใภ้ พี่สะใภ้ข้าขอโทษ! ข้าหน้ามืดไปชั่วขณะ ข้าไม่กล้าขโมยหนังของพี่ใหญ่เมิ่ง คิดว่าถั่วเหลืองของท่านคงขายได้เงินบ้าง ไม่อย่างนั้นท่านจะเอาออกมาตากแดดอยู่ทุกวันไปเพื่ออะไร ขอโทษด้วยพี่สะใภ้ ท่านเป็นผู้ใหญ่ใจกว้าง ครั้งนี้อย่าเอาเรื่องข้าเลยนะ!”
คนเสเพลแซ่โจวพูดแล้วก็เริ่มตบบ้องหูตัวเอง
หลี่เยว่หานเห็นอย่างนั้นก็รีบหยุดเขาเอาไว้
“ข้าได้ยินว่าเจ้าไปคลุกคลีกับพวกอันธพาลนี่นา ทำไมกลับมาแล้วเล่า?” หลี่เยว่หานถาม
“ข้า…” คนเสเพลแซ่โจวมองเมิ่งฉีฮ่วนด้วยสีหน้าอ้อนวอน แต่ถูกอีกฝ่ายถลึงตาให้จึงหดคอกลับมา ก่อนพูดว่า “ข้าไปอยู่กับอันธพาลพวกนั้นจริง ๆ แต่อันธพาลก็ขัดแย้งกันเอง เอ่อ พรรคของพวกข้าถูกพรรคมัจฉามังกรควบกลืนแล้ว พวกเขารังเกียจว่าข้าไม่ได้เรื่องจึงขับข้าออกมา”
“หลายปีมานี้ข้าอยู่ข้างนอกนั่นทำเรื่องไม่ดีเอาไว้มากมาย ครอบครัวข้าไม่ยอมรับข้าแล้ว ถ้าไม่ได้พี่ใหญ่เมิ่งช่วยพูดให้ ข้าคงไม่มีแม้แต่กระท่อมที่ใช้ซุกหัวนอนอยู่ในตอนนี้” คนเสเพลแซ่โจวพูดอยู่ สีหน้าก็เผยแววหดหู่ออกมาหลายส่วน
“เจ้ายังจำได้ด้วยว่าข้าช่วยพูดให้เจ้า แล้วเหตุใดตอนนี้ถึงมาขโมยของถึงเรือนข้าแล้ว!” เมิ่งฉีฮ่วนโมโหจนถีบไหล่เขาไปหนึ่งที “เจ้าคนเนรคุณที่ตอบแทนบุญคุณด้วยความแค้น!”
“นี่ ท่านอย่าไปว่าเขาแบบนั้นสิ” หลี่เยว่หานรับบทคนดี หันไปถามคนเสเพลแซ่โจว “ทำไมเจ้าถึงมาขโมยของถึงเรือนข้าได้?”
“หลายวันมานี้พอถึงเวลากินข้าวทีไร พี่สะใภ้มักจะทำอาหารส่งกลิ่นหอมจนคนครึ่งหมู่บ้านอยากกินด้วยไปเสียทุกครา ข้ามาแอบมองหลายครั้งแล้ว สังเกตว่าทุกวันพี่สะใภ้จะย้ายโถใส่ถั่วเหลืองออกมาตาก ข้าเลยถามเพื่อนในตำบล พวกเขาบอกว่าท่านอาจกำลังหมักซีอิ๊วอยู่ก็ได้ ซีอิ๋วมีราคา ข้าก็เลยคิดว่าจะ…จะขโมยออกไปขายนิดหน่อย หาเงินแค่พอให้ผ่านฤดูหนาวนี้ไปได้…”
ได้ยินอย่างนั้น หลี่เยว่หานเห็นเมิ่งฉีฮ่วนที่อยู่ข้าง ๆ ไม่พูดไม่จา จึงเอ่ยปากถามหยั่งเชิง “เจ้าไม่มีเงิน?”
“เดิมทีข้าก็ไม่ได้มีเงินเก็บเยอะ พอกลับมาที่หมู่บ้านก็ไม่มีทั้งที่นาและที่ดินทำกิน ตอนแรกพี่ใหญ่เมิ่งบอกว่าจะพาข้าไปล่าสัตว์ ข้าไปได้ไม่กี่ครั้งล้วนตกใจกลัวจนปัสสาวะราด ไม่ว่าอย่างไรก็ทำไม่ได้…” คนเสเพลแซ่โจวเล่าอยู่ก็ทิ้งร่างลงบนพื้น ทอดถอนใจ
“เฮ้อ” หลี่เยว่หานกระตุกชุดของเมิ่งฉีฮ่วน คนทั้งสองเดินห่างออกไปเล็กน้อย หลี่เยว่หานจึงค่อยกระซิบว่า “อีกไม่กี่วันพวกเราก็จะไปเมืองหลิวชิงกันแล้ว แต่ถั่วเหลืองของข้าต้องเอาออกมาตากแดดทุกวัน ท่านว่าให้เขามาคอยเฝ้าเรือนให้พวกเราดีไหม?”
“เจ้าไม่กลัวเขาจะลักขโมยเสียเอง?” เมิ่งฉีฮ่วนเลิกคิ้ว “เขาเคยมีประวัติมาแล้วนะ”
“ยังอีกนานกว่าถั่วเหลืองพวกนี้จะกลายเป็นซีอิ๊ว” หลี่เยว่หานพูดพลางชำเลืองมองคนเสเพลแซ่โจว “ต่อให้เขาขโมยไปก็ขายไม่ได้อยู่ดี มิสู้ให้เขามาช่วยเฝ้าเรือนให้พวกเราสักหลายวัน แล้วค่อยจ่ายค่าแรงให้เขา เขาก็บอกแล้วนี่ว่าเขาทำอะไรไม่เป็น หางานสักอย่างให้เขาทำยังดีกว่าเอาเงินให้เขานะ!”
เมิ่งฉีฮ่วนได้ยินอย่างนั้นก็มองหลี่เยว่หาน “ตามใจเจ้า”
“รู้อยู่แล้วว่าท่านเป็นคนมีน้ำใจ!” หลี่เยว่หานพูดแล้วใช้กำปั้นทุบไหล่เขาเบา ๆ จากนั้นหันไปหาคนเสเพลแซ่โจว จึงไม่ได้เห็นรอยยิ้มพึงพอใจที่กลอุบายประสบผลสำเร็จบนใบหน้าของเมิ่งฉีฮ่วน
“คนเสเพลแซ่โจว เจ้ามีชื่อจริงว่าอะไร?” หลี่เยว่หานตีหน้าเย็นชามองคนเสเพลแซ่โจวที่นั่งอยู่บนพื้นและกำลังถูกหลิงซีถอนผม
ได้ยินหลี่เยว่หานถาม คนเสเพลแซ่โจวก็ตอบกลับทันที “ข้าชื่อโจวต้าเป่า! ปีนี้อายุยี่สิบสาม!”
“ข้าไม่ได้ถามอายุเจ้าเสียหน่อย” หลี่เยว่หานพูดพลางเดินเข้าไปอุ้มหลิงซีขึ้นมาแล้วหันไปพูดกับโจวต้าเป่า “เอาอย่างนี้ ข้ามีงานอยู่อย่างหนึ่ง ค่าตอบแทนไม่ได้สูงมาก ไม่รู้ว่าเจ้าอยากทำไหม”
ได้ยินว่าหลี่เยว่หานมีงานให้ทำ โจวต้าเป่าก็พยักหน้าหงึกหงักพร้อมแววตาวาววับทันที “ทำทำทำ พี่สะใภ้ให้ข้าทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น! ไม่ให้เงินก็ทำ!”
“เรื่องเป็นอย่างนี้ อีกไม่กี่วันข้ากับพี่ใหญ่ของเจ้าจะต้องไปที่เมืองหลิวชิง” หลี่เยว่หานพูดพลางพยักพเยิดเป็นเชิงบอกให้โจวต้าเป่าลุกขึ้น “เจ้าก็รู้ว่าข้าหมักซีอิ๊วเอาไว้ ต้องเอาออกมาตากแดดทุกวัน ดังนั้นข้าจึงอยากให้เจ้าช่วยเอาโถหมักถั่วเหลืองออกมาตากให้ข้าทุกวันในช่วงที่พวกข้าไม่อยู่ แล้วย้ายกลับไปเก็บก่อนตะวันตกดิน พวกข้าต้องไปประมาณห้าวัน ข้าจ้างเจ้าวันละร้อยอีแปะ จะทำไหม?”
พอได้ยินว่าวันละร้อยอีแปะ ดวงตาของโจวต้าเป่าก็สว่างวาบ “ทำ! พี่สะใภ้ให้ค่าจ้างข้าสูงขนาดนี้ ข้าต้องทำอยู่แล้ว!”
หลี่เยว่หานได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าอย่างพอใจ ล้วงเอาเงินสิบอีแปะออกมาให้เขา “นี่คือค่ามัดจำ ถือว่าพวกเราตกลงกันเรียบร้อยแล้ว เจ้ากลับไปก่อน ก่อนพวกข้าจะออกเดินทางหนึ่งวันค่อยให้พี่ใหญ่ของเจ้าไปบอกเจ้าอีกที”
“ตกลง!” โจวต้าเป่ารับเงินสิบอีแปะไปด้วยความดีอกดีใจแล้วไปจากบ้านสกุลเมิ่ง
หลี่เยว่หานเห็นโจวต้าเป่าจากไปแล้วค่อยระบายลมหายใจออกมา
“มีแต่เรื่องไม่เว้นวันเลยจริง ๆ” หลี่เยว่หานพึมพำ เธอตั้งท่าจะเดินเข้าไปในครัวแต่กลับถูกเมิ่งฉีฮ่วนเรียกไว้
“อยู่ที่นี่แล้วไม่มีความสุขหรือ?” เมิ่งฉีฮ่วนถามขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
หลี่เยว่หานเข้าใจว่าคำบ่นของตนเองทำให้เขาเข้าใจผิดจึงรีบอธิบาย “ไม่ใช่ ท่านอย่าเข้าใจผิด ข้าแค่บ่นไปอย่างนั้นเอง”
“ถ้าเจ้าอยู่ที่หมู่บ้านไป๋อวิ๋นแล้วไม่มีความสุข ช่วงที่ไปเมืองหลิวชิง พวกเราไปปลูกเรือนหลังเล็ก ๆ ไว้ที่นั่น หลังจากนั้นค่อยย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองก็ได้นะ” เมิ่งฉีฮ่วนกล่าวอย่างจริงจัง “เจ้าวางใจได้ ข้ามีเงินสร้างบ้าน ข้าแค่ไม่อยากให้เจ้าอยู่ที่นี่แล้วต้องถูกคนรังแก”
“ถูกคนรังแก?” หลี่เยว่หานมองเมิ่งฉีฮ่วนอย่างยิ้มครึ่งไม่ยิ้มครึ่ง “คนที่มาหาเรื่องข้าในช่วงหลายวันมานี้ล้วนถูกข้าสั่งสอนไปเสียทุกราย ใครจะมารังแกข้าได้!”
หลี่เยว่หานพูดจบก็อุ้มหลิงซีเข้าไปในครัว ทิ้งเมิ่งฉีฮ่วนไว้ที่เดิม ในแววตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน