ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 92 บิวตี้บล็อกเกอร์ชื่อดังบนเว็บไซต์ยูทูป
- Home
- ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน
- บทที่ 92 บิวตี้บล็อกเกอร์ชื่อดังบนเว็บไซต์ยูทูป
บทที่ 92 บิวตี้บล็อกเกอร์ชื่อดังบนเว็บไซต์ยูทูป
หลี่เยว่หานค่อย ๆ ยกขาออกอย่างระวัง เขย่งปลายเท้าลงจากเตียง รีบสวมเสื้อผ้าชั้นนอกและวิ่งออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว
เมื่อยืนอยู่หน้าประตู หลี่เยว่หานยังรู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นถี่รัว เธอจึงใช้มือนวดเบา ๆ บริเวณหน้าอก หลี่เยว่หานค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจ เธอยังโชคดีที่เมื่อคืนนี้ไม่ได้เกิดเรื่องใดขึ้น เมื่อครู่เมิ่งฉีฮ่วนก็ยังไม่ตื่นนอน ถ้าหากเขาตื่นขึ้นมา แม้จะมีปากแต่เธอก็คงไม่กล้าพูดอะไร!
แต่เมิ่งฉีฮ่วนจองไว้สองห้องไม่ใช่หรือ เหตุใดจึงมานอนกับเธอได้?
“ฮูหยิน ท่านตื่นแล้วหรือ” เมื่อเสี่ยวเอ้อร์เห็นหลี่เยว่หานยืนอยู่หน้าประตูโดยไม่ขยับกายอยู่ครู่หนึ่ง จึงรีบเข้ามากล่าวทักทายอย่างสุภาพ “ข้าจะไปเตรียมน้ำอาบให้ท่าน ท่านรอสักประเดี๋ยว!” พูดจบ เสี่ยวเอ้อร์หมุนตัววิ่งออกไปโดยไม่รอให้หลี่เยว่หานตอบอะไร
หลี่เยว่หานเม้มริมฝีปาก ยกมือขึ้นไปลูบผมที่ยังยุ่งเหยิง และทำได้เพียงหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้อง
หญิงสาววิ่งออกมาด้วยสภาพผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงและเสื้อผ้าที่ยับ ถึงแม้จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ก็ย่อมตกเป็นเป้าสายตาของคนอื่น ๆ!
“ฮูหยินตื่นเช้าเสียจริง” เมื่อปิดประตูลง น้ำเสียงดูเกียจคร้านของเมิ่งฉีฮ่วนก็ดังขึ้นมาจากบนเตียง หลี่เยว่หานได้ยินแล้วถึงกับตกใจจนต้องถอยหลัง
“ทำไมท่านถึงอยู่ในห้องของข้า!” หลี่เยว่หานยืนหลังชิดกำแพงห้อง แสร้งเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ
“คำพูดของฮูหยินฟังดูแปลก ๆ ข้าไม่สมควรอยู่ในห้องของฮูหยินหรือ?” เมิ่งฉีฮ่วนกอดผ้าห่มไว้ ซึ่งด้านบนยังเหลือกลิ่นกายของหลี่เยว่หาน นัยน์ตายังมีรอยยิ้มแฝงอยู่ “หรือข้าควรจะอยู่ในห้องของหญิงอื่นกัน?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็พูดออกมาอย่างติดขัด “ข้า…ข้าหมายความว่า ท่าน…ท่านจองไว้สองห้องมิใช่หรือ!”
“เจ้าคงไม่คิดจะไล่สามีของเจ้าไปนอนห้องเดียวกับคนขับรถม้าหรอกนะ?” เมิ่งฉีฮ่วนถอนหายใจอย่างระอาใจ “หากเป็นเช่นนั้น อีกไม่นานผู้คนทั้งหมู่บ้านไป๋อวิ๋นคงจะรู้ว่าพวกเราเพียงแต่งงานกันปลอม ๆ?”
“ข้า…ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น…” หลี่เยว่หานรู้สึกมึนงงไปหมด หญิงสาวไม่ตอบโต้ใด ๆ กับเมิ่งฉีฮ่วน เธอทำเพียงกลั้นลมหายใจและนั่งลงตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง นำหวีขึ้นมาหวีผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงของตน
“เยว่หาน” เมิ่งฉีฮ่วนพูดขึ้นมาอีกครั้ง “วันนี้เราต้องไปพบคุณชายเวินที่หอเซียนเมามาย ข้าเตรียมเสื้อผ้าให้เจ้าแล้ว อีกครู่อย่าลืมเปลี่ยนเสียล่ะ” พูดจบ เมิ่งฉีฮ่วนจึงลุกขึ้นจากเตียงเพื่อยืดเส้นยืดสาย สวมเสื้อคลุมและออกไปหาน้ำล้างหน้า
จนกระทั่งเมิ่งฉีฮ่วนออกจากห้องไป หัวใจที่กำลังเต้นระรัวของหลี่เยว่หานจึงค่อย ๆ สงบลง
มองซ้ายมองขวาแล้ว เพียงไม่นานหลี่เยว่หานก็หาชุดที่เมิ่งฉีฮ่วนเตรียมไว้ให้พบ หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าด้านหลังฉากกั้นเรียบร้อย หลี่เยว่หานก็ได้รู้ว่าชุดนี้เต็มไปด้วยลวดลายที่ดูแปลกใหม่ เมิ่งฉีฮ่วนยังรอบคอบมากพอที่จะเตรียมเครื่องประดับและผ้าคลุมหน้าไว้ให้เธอเรียบร้อย ไม่รู้ว่าเขาเอาเวลาใดไปแอบเตรียมพร้อมเช่นนี้
เมื่อเดินออกมาจากด้านหลังของฉากกั้น เมิ่งฉีฮ่วนก็เดินเข้ามาพร้อมกับอ่างล้างหน้าในมือพอดี เมื่อเห็นหลี่เยว่หานที่อยู่ในชุดโปรงยาวสีฟ้าคราม เขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉีกยิ้มตามประสาชายหนุ่ม “งดงามยิ่งนัก!”
เมื่อถูกคนชมซึ่ง ๆ หน้าเช่นนี้ แม้หลี่เยว่หานจะหน้าหนาในระดับหนึ่ง แต่ก็อดรู้สึกขวยเขินขึ้นมาไม่ได้
หลังจากรับอ่างล้างหน้าในมือเมิ่งฉีฮ่วนมา และล้างหน้าเสร็จเรียบร้อย หลี่เยว่หานก็ทาครีมบำรุงผิวบนใบหน้า จากนั้นก็เริ่มแต่งแต้มใบหน้าด้วยเครื่องสำอาง
ครีมบำรุงผิวนี้ เมิ่งฉีฮ่วนก็เป็นคนเตรียมไว้ให้เธอตั้งแต่แรก ไม่เพียงแค่เธอเท่านั้น แม้แต่หลิงซีและมู่ชวนต่างก็มีกันคนละกระปุก ว่ากันว่าให้ใช้ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่มีอากาศแห้ง ทาบนใบหน้าเพื่อป้องกันไม่ให้ผิวแห้งแตกได้
เมื่อเช็ดหน้าแล้ว หลี่เยว่หานจึงนั่งลงตรงด้านหน้ากระจกเพื่อเริ่มแต่งตัว เมิ่งฉีฮ่วนถือโอกาสนี้เดินไปด้านหลังฉากกั้นเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า ล้างหน้าเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงมานั่งด้านข้างหลี่เยว่หาน
“คิ้วของหญิงต่างประเทศจะหนากว่าคิ้วของหญิงแคว้นตงฮั่นเล็กน้อย และโค้งขึ้นนิดหน่อย เจ้าวาดธรรมดาเกินไป”
เมื่อได้ยินคำพูดของเมิ่งฉีฮ่วน หลี่เยว่หานที่กำลังเขียนคิ้วอยู่นั้นจึงหยุดมือลงและชำเลืองมองไปด้านข้าง “เจ้าเคยพบหญิงต่างชาติมามากหรือ?”
“ตอนอยู่ในเมืองหลวงมีโอกาสพบบ่อย” เมิ่งฉีฮ่วนพูดพลางนำหมึกเขียนคิ้วมาจากหลี่เยว่หาน ประคองคางของนางไว้และเริ่มวาดคิ้วให้นาง “ส่วนมากหญิงเหล่านั้นจะมีรูปหน้าที่ดูลึกเห็นสันกรามได้ชัด แม้อยู่คนเดียวแล้วจะดูงดงาม แต่เมื่ออยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ข้ากลับแยกไม่ค่อยออก”
หลี่เยว่หานที่ถูกเขาประคองคางไว้ ก็ไม่สามารถขยับได้ง่าย ๆ จึงทำเพียงชำเลืองตามองไปยังมือทั้งสองข้างพลางพูดขึ้นว่า “ในสายตาของทุกคน ชาวต่างชาติก็ดูเหมือน ๆ กัน และชาวต่างชาติเหล่านั้นก็คงมองพวกเราเหมือน ๆ กัน”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เมิ่งฉีฮ่วนก็ยกยิ้ม “ชาวต่างชาติ? คำพูดเช่นนี้ดูแปลกใหม่แต่กลับดูเหมาะสม ชาวต่างประเทศก็ไม่ใช่คนของแคว้นตงฮั่นจริง ๆ”
พูดพลางใช้มือจุ่มแป้งเล็กน้อย และแตะเบา ๆ บริเวณช่วงกลางคิ้วของหลี่เยว่หาน แล้วพยักหน้าเล็กน้อย “คิ้วเช่นนี้ ดูไม่แตกต่างจากพวกเขามากนัก”
เมื่อได้ยินคำพูดดังกล่าว หลี่เยว่หานจึงหมุนตัวไปส่องกระจก
ถึงแม้กระจกทองสัมฤทธิ์นี้จะมองไม่เห็นเฉดสีบนใบหน้า แต่กลับดูเค้าโครงใบหน้าได้อย่างดี
เมื่อครู่ที่หลี่เยว่หานเขียนคิ้วอยู่นั้นก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง แต่กลับคิดไม่ออก แต่เมื่อเมิ่งฉีฮ่วนเขียนคิ้วให้เช่นนี้ กลับมีเงาของชาวต่างชาติขึ้นมาทันที
“คิดไม่ถึงว่าท่านจะมีความสามารถในการเขียนคิ้วเช่นนี้” หลี่เยว่หานอดเอ่ยชื่นชมขึ้นมาไม่ได้ หลังจากนั้น หญิงสาวก็เริ่มใช้เครื่องสำอางในมือแต่งแต้มรอบดวงตาให้ดูลึกขึ้น
พูดแล้วก็ช่างน่าขัน ‘อายแชโดว์’ แบบชั่วคราวนี้ หลี่เยว่หานได้ใช้ขี้เถ้าจากก้นหม้อมาผสมกับผงสีที่เหลือและบดแล้ว จากนั้นกดลงในตลับตามเฉดสี ในมือไม่มีอุปกรณ์ในการแต่งหน้า หลี่เยว่หานจึงใช้มือเป็นแปรงแทน ค่อย ๆ เบลนสีรอบ ๆ เบ้าตาของตน
จนกระทั่งเบ้าตาดูคล้ำขึ้น ดวงตาดูมีมิติแล้วจึงหยุดมือลง
หมุนตัวไปดูเมิ่งฉีฮ่วน ทำให้เมิ่งฉีฮ่วนหลุดหัวเราะออกมา “เจ้าดูเหมือนคนพึ่งถูกทำร้ายมาเลย!”
“ท่านจะไปรู้อะไร!” หลี่เยว่หานกรอกตาไปมา และหยิบตลับแป้งขึ้นมาเพื่อทาปกปิดไว้ และใช้แปรงเขียนคิ้วที่ทำขึ้นมาเอง ค่อย ๆ วาดเส้นขึ้นมาบนเบ้าตาและแต้มผงสีทองลงไป และติดดอกไม้ตรงหว่างคิ้วอย่างระมัดระวัง สวมผ้าคลุมหน้า ดูราวกับหญิงงามที่ปรากฏตัวตรงหน้าเมิ่งฉีฮ่วน
เมิ่งฉีฮ่วนมองหลี่เยว่หานที่ดูเปลี่ยนไปตรงหน้า อดไม่ได้ที่จะปรบมือและถอนหายใจหนัก ๆ
ถ้าหากเขาไม่ได้เห็นหลี่เยว่หานที่ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปทีละขั้นตอน เกรงว่าตัวเขาเองก็คงไม่เชื่อว่าคน ๆ หนึ่งจะเปลี่ยนแปลงไปได้มากเพียงนี้เพราะการแต่งหน้าเท่านั้น
เบ้าตาที่ดูลึก สันจมูกที่ดูตรง ริมฝีปากอมชมพู และดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยความแปลกใหม่ แตกต่างจากหลี่เยว่หานคนก่อนที่มีใบหน้าดูบอบบางและดวงตาที่สดใสยิ่งนัก
ถึงแม้จะไม่มีผ้าคลุมหน้า เมิ่งฉีฮ่วนก็มั่นใจว่าเวินเทียนเหล่ยไม่มีทางจำหลี่เยว่หานได้แน่
“เก่งเสียจริง…” เมิ่งฉีฮ่วนอดถอนหายใจออกมาไม่ได้ “ไม่ทราบว่าฮูหยินไปศึกษาการแต่งใบหน้าเช่นนี้มาจากผู้ใด?”
“บิวตี้บล็อกเกอร์ชื่อดังบนเว็บไซต์ยูทูป” หลี่เยว่หานตอบกลับสั้น ๆ
“ยูทูป? บิวตี้บล็อกเกอร์?” เมิ่งฉีฮ่วนขมวดคิ้ว “ยูทูปคือสิ่งใด? บิวตี้บล็อกเกอร์คือสิ่งใด?”
“ท่านเป็นผู้ชายจะเข้าใจสิ่งเหล่านี้ไปทำไมกัน!” หลี่เยว่หานพูดพลางรีบล้างแป้งบนมือจนสะอาด จากนั้นจึงสวมกำไรและแหวนทองที่ฮูหยินตระกูลหลิ่วมอบให้บนมือทั้งสองข้าง ม้วนผมให้สูงและเสียบปิ่นปักผมโบราณ สวมผ้าคลุมหน้าและจึงหยุดมือลง