ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 91 ร่วมเรียงเคียงหมอนแล้ว!
บทที่ 91 ร่วมเรียงเคียงหมอนแล้ว!
“เจ้ากลัวอะไรกัน ข้าไม่แย่งเจ้ามาหรอก” หลังจากหลี่เยว่หานอารมณ์สงบลงแล้ว เมิ่งฉีฮ่วนจึงยิ้มพลันพูดติดตลกออกมา
ดวงตากลมโตของหลี่เยว่หานมองมาทางเขากลับไม่ได้พูดใด ๆ แต่ทำท่ายัดแผ่นแป้งข้าวโพดทอดเข้าปากอย่างบ้าคลั่ง พลันทำแก้มป่องและเคี้ยวอย่างยั่วยุมองไปยังเมิ่งฉีฮ่วน
เห็นท่าทางเช่นนี้ของนาง เมิ่งฉีฮ่วนจึงยิ่งรู้สึกตลก “เอาล่ะ ข้าไม่พูดแล้ว ข้าจะอ่านตำรา”
พูดจบ เมิ่งฉีฮ่วนก็หยิบตำราที่วางอยู่ด้านข้างขึ้นมาเปิดดู
หลี่เยว่หานถอนหายใจอย่างขัดใจ ขนมก็กินจนอิ่มแล้ว หญิงสาวจึงวางกล่องเครื่องประดับไว้ใต้หมอนก่อนจะนอนหลับไป
รถม้าถูกออกแบบมาให้วิ่งระยะไกล ดังนั้นพื้นที่ภายในจึงกว้างขวางไม่น้อย หลี่เยว่หานนั่งอยู่ในพื้นที่เล็ก ๆ ของตน แต่มันก็ไม่ได้ดูคับแคบแม้แต่น้อย
ในทางกลับกัน เมิ่งฉีฮ่วนขายาวแขนยาว รูปร่างสูง พื้นที่หลักนั้นถูกหลี่เยว่หานครอบครองไปแล้ว เขาจึงต้องนั่งเก็บมือเก็บไม้เล็กน้อย
ถึงแม้จะเป็นเช่นนี้ เมิ่งฉีฮ่วนยังคงเก็บแขนขายาว ๆ ของตนอย่างเงียบ ๆ แต่ก็ยังยื่นขาออกไปด้านข้างหลี่เยว่หาน เพื่อระวังไม่ให้นางบาดเจ็บเพราะรถม้าอาจจะชนและล้มลงได้
รถม้าโยกซ้ายทีขวาทีไม่รู้ว่าอีกนานเท่าใดกัน ในที่สุดหลี่เยว่หานก็ผล็อยหลับไป เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่าฟ้ามืดลงแล้ว แต่พวกเขาก็ยังไม่ถึงเมืองหลิวชิงเสียที
“เหตุใดถึงนานเช่นนี้” หลี่เยว่หานเหยียดมือและขาออกไปโดยไม่ระวัง ทำให้ไปสัมผัสขาของเมิ่งฉีฮ่วนเข้า
เมิ่งฉีฮ่วนที่งีบหลับไปในตอนแรกนั้น เมื่อถูกนางสัมผัสเข้า ก็ตกใจจนลืมตาขึ้นมาทันที
เมื่อมองผ่านแสงจันทร์ที่มืดสลัวนั่น หญิงสาวเห็นแววตาเยือกเย็นที่มีเจตนาฆ่าของเมิ่งฉีฮ่วนสว่างวาบขึ้น เจตนาฆ่านั้นซึมเข้าไปยังไขกระดึก ทำให้หญิงสาวถึงกับสั่นสะท้านทั่วแผ่นหลัง
“ท่าน…ท่านมองข้าเช่นนี้ทำไมกัน…” หลี่เยว่หานเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงติดขัด
“ขอโทษ” เมิ่งฉีฮ่วนได้สติกลับมาจึงเก็บขาของตนกลับเข้าไป “ข้าชินเสียแล้ว”
พูดจบ เขาจึงก้มตัวออกจากรถม้าไป ถามคนขับรถม้าถึงระยะทางไปยังเมืองหลิวชิงนั้นอีกไกลเท่าไหร่กัน ทิ้งหลี่เยว่หานให้อยู่ภายในรถม้าที่มืดมิดนี้เพียงลำพัง
ขณะที่หลี่เยว่หานกำลังรู้สึกว่าบรรยากาศดูอึดอัด เมิ่งฉีฮ่วนก็ก้มตัวเข้ามาภายในรถม้าพอดี “คนขับรถม้าบอกว่าเราอาจจะต้องเสียเวลาอยู่ในอำเภอหย่งอัน อาจจะใช้เวลาอีกหนึ่งก้านธูป จึงจะเดินทางไปถึงเมืองหลิวชิงได้ บริเวณนี้ไม่มีที่พักชั่วคราว เกรงว่าอาจจะต้องเดินทางช่วงกลางคืน”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็พยักหน้ารับ “ไม่เป็นไร ข้าจะออกไปสูดอากาศด้านนอกเสียหน่อย”
“นี่” เมิ่งฉีฮ่วนยื่นแขนออกไปขวางนางไว้ “รถม้าโครงเครง เจ้าไม่คุ้นชินกับสภาพการเดินทางเช่นนี้เหมือนกับข้า จะตกลงไปได้ง่าย”
“ฮึ ท่านรู้ทักษะของข้าน้อยไปเสียแล้ว” พูดแล้วหลี่เยว่หานก็ผลักแขนของเมิ่งฉีฮ่วนออกไป และคิดที่จะเดินออกไปด้านนอก
จู่ ๆ รถม้าก็เลี้ยวอย่างกะทันหัน หลี่เยว่หานไม่ทันได้จับไว้ให้มั่นคง ทั้งร่างจึงตกไปอยู่ในอ้อมแขนของเมิ่งฉีฮ่วนอย่างไม่ทันตั้งตัว
เมื่อรถม้ากลับมาวิ่งเป็นปกติอีกครั้ง หลี่เยว่หานจึงออกมาจากอ้อมแขนของเมิ่งฉีฮ่วนด้วยความประหม่าพลันพูดขึ้น “อุบัติเหตุ เป็นอุบัติเหตุ” พูดจบ หญิงสาวก็ก้มตัวลงและเปิดประตูรถม้าออก
ท้องฟ้าช่วงฤดูใบไม้ร่วงนั้นดูโปร่งใสอย่างเห็นได้ชัด พระจันทร์ดวงโตลอยตระหง่านอยู่บนท้องฟ้า สาดแสงสว่างมายังพื้นดิน เมิ่งฉีฮ่วนอาศัยแสงจันทร์ในการมองเงาร่างขนาดเล็กของหลี่เยว่หานที่อยู่อีกด้านหนึ่งของรถม้า ปลายนิ้วมือยังรู้สึกถึงสัมผัสที่โอบเอวบางของนางอยู่เมื่อครู่
สายลมยามค่ำคืนพัดผ่านเข้ามาทางประตู พัดกระจายความสวยงามไปทั่ว ความคิดของเมิ่งฉีฮ่วนสงบลงไม่น้อย ชายหนุ่มจึงนั่งยองลงด้านหลังหลี่เยว่หาน
“พี่ชาย ท่านเหนื่อยหรือไม่” หลี่เยว่หานหันไปคุยกับคนขับรถม้า
“ไม่เหนื่อย ทำอาชีพเช่นพวกข้า จะลมจะฝนมาก็ชินไปเสียแล้ว ข้าเคยคุมรถในเส้นทางที่ไกลกว่านี้ วิ่งทั้งวันทั้งคืนไม่หยุด” คนขับรถม้าเป็นผู้ที่ร่วมมือกับเมิ่งฉีฮ่วนมาเป็นเวลานาน ทุกครั้งที่เมิ่งฉีฮ่วนจะเดินทางไปเมืองหลิวชิงจะต้องจองรถม้าของเขา และจ่ายในราคาที่ไม่ต่ำ ดังนั้นแม้จะลำบากเพียงใด คนขับรถม้าก็ยอม
“เส้นทางมืดเช่นนี้ ท่านแยกทิศทางได้เช่นไรกัน?” หลี่เยว่หานยังพยายามที่จะชวนคุย
เมื่อเหตุการณ์เมื่อครู่ หลี่เยว่หานจึงยังไม่อยากเข้าไปอยู่กับเมิ่งฉีฮ่วนตามลำพังเท่าไหร่นัก
รถม้าโครงเครง ลมพัดเสียงดัง หลี่เยว่หานจึงไม่ทันรู้ตัวว่าเมิ่งฉีฮ่วนได้มานั่งยองอยู่ข้างตนเสียแล้ว
“นั่นก็ไม่ง่าย ดูพระจันทร์เอา” คนรับรถม้าตอบกลับ พลางชี้นี้ไปยังดวงจันทร์กลมโตสว่างไสวบนท้องฟ้า และชี้ไปยังม้าทั้งสองตัวที่ลากเกวียนอยู่ พลันพูดต่อ “ม้าทั้งสองตัวของข้าได้รับอาหารที่มีคุณภาพ ม้าแก่รู้ทางนั้น เคยได้ยินหรือไม่ พวกมันเคยวิ่งมาเส้นทางนี้นับครั้งไม่ถ้วน แม้ข้าจะหลับตาพวกมันก็ไม่เคยวิ่งผิดเส้นทาง”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็พยักหน้ารับรู้ หญิงสาวหันหน้ากลับไป แต่เมื่อเห็นเมิ่งฉีฮ่วนกำลังนั่งอยู่ข้างตน ดวงตาทั้งสองข้างกำลังจ้องมองตนอยู่พอดี หญิงสาวจึงตกใจจนแทบจะวิ่งลงรถม้าไป
ยังโชคดีที่เมิ่งฉีฮ่วนมือไวจึงคว้าไว้ทัน
“ท่านทำอะไร ตกใจแทบแย่!” เมื่อหลี่เยว่หานสงบลง จึงรีบเข้าไปในรถม้าทันที
เมิ่งฉีฮ่วนยิ้มแต่ไม่พูดอะไร เพียงหันไปพูดกับคนขับรถม้าอีกสองสามคำ จากนั้นจึงปิดประตูรถม้า “ลมช่วงฤดูใบไม้ร่วงค่อนข้างแรง เจ้าสวมเสื้อผ้าน้อยชิ้น อย่าออกไปโดนลมด้านนอกนัก”
“ขอบใจที่เป็นห่วง” หลี่เยว่หานกลับไปนั่งที่ของตน เวลาผ่านล่วงเลยไปทั้งสองก็ยังไม่พูดอะไรกัน
ในบรรยากาศที่แปลกและอึมครึมเช่นนี้ เพียงไม่นานก็ผ่านไป
เวลาปิดประตูของเมืองหลิวชิงนั้นค่อนข้างดึก ดังนั้นเมื่อเดินทางมาถึงประตูเมือง หลังจากเมิ่งฉีฮ่วนแสดงเอกสารบางอย่าง เพียงไม่นานรถม้าก็พาทั้งสองเข้าไปในเมืองหลิวชิง
อาจเป็นเพราะค่อนข้างดึกแล้ว ผู้คนบนท้องถนนจึงดูบางตาลง ส่วนมากจะเป็นชายหนุ่มที่ดื่มสุราจนมึนเมาเดินเซไปเซมาอยู่บนท้องถนนยามค่ำคืน นอกจากเสียงเคาะบอกเวลาและการเคลื่อนไหวของทหารยามลาดตระเวน เสียงของล้อรถที่กลิ้งอยู่บนพื้นจึงดังเป็นพิเศษ
เพียงไม่นานพวกเขาก็มาถึงโรงเตี๊ยม
เมิ่งฉีฮ่วนขนของลงมาจากรถม้าก่อน หลังจากไปรับกุญแจห้องพักมาแล้ว จึงไปส่งหลี่เยว่หานยังห้องพักก่อน จากนั้นเดินกลับไปช่วยคนขับรถม้าปลดม้าทั้งสองตัวออก เพื่อจูงไปกินอาหารด้านหลังสวน
กว่าคนขับรถม้าจะได้พักก็เป็นเวลาดึกมากแล้ว
เมื่อเมิ่งฉีฮ่วนพาร่างกายอันเหน็ดเหนื่อยกลับไปยังห้องพัก หลี่เยว่หานก็ได้อาบน้ำและนอนหลับไปแล้ว
เมิ่งฉีฮ่วนไม่คิดจะรบกวนนาง จึงไปหาน้ำร้อนมาสองถังจากครัวด้านหลัง และหาห้องน้ำที่สะอาดเพื่ออาบน้ำ กลับมาในห้องพร้อมกับร่างกายที่สดชื่นและค่อย ๆ ทอดกายนอนลงด้านข้างหลี่เยว่หาน
แม้ว่าตลอดการเดินทางหลี่เยว่หานจะนอนหลับไปหลายครั้ง แต่ที่สุดแล้ว การอยู่บนรถม้าก็ทำให้เมื่อยล้าไม่น้อย เมื่อเมิ่งฉีฮ่วนดึงผ้าห่มจากปลายเท้าขึ้นมาห่มให้กับนาง หลี่เยว่หานก็หลับสนิทไปแล้ว
เมิ่งฉีฮ่วนค่อย ๆ เหยียดแขนออกไปรองใต้ลำคอของหลี่เยว่หานอย่างระมัดระวัง และแอบรู้สึกดีที่นางอยู่ในอ้อมกอดของตน ก่อนจะค่อย ๆ หลับสนิทไป
เช้าวันรุ่งขึ้น หลี่เยว่หานตื่นขึ้นมาก่อน
เมื่อลืมตาขึ้นพบว่าตนนอนร่วมเตียงกับเมิ่งฉีฮ่วนอยู่ หญิงสาวรู้สึกตกใจมากจนต้องยกมือมาปิดปากและจมูกไม่กล้าแม้แต่จะปล่อยลมหายใจออกมา
หญิงสาวค่อย ๆ เลิกผ้าห่มออกพลางมองสำรวจดู เมื่อพบว่าบนร่างยังคงสวมเสื้อผ้าไว้เรียบร้อยก็ถอนหายใจด้วยความโล่งออก
หลังจากนั้น เธอก็ได้เห็นว่าขาของตนกำลังเหยียดพาดอยู่บนตัวของเมิ่งฉีฮ่วน เธอตะลึงงันนิ่งอึ้งไปในทันที