ทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายสาวชาวสวน - บทที่ 427 สามปี
ตอนที่ 427 สามปี
ไม่รอให้นายท่านเนี่ยได้กล่าวอะไร ฮูหยินเนี่ยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “เจ้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองเป็นใคร! เจ้าจะคู่ควรต่อการเป็นสะใภ้ใหญ่ตระกูลเนี่ยได้อย่างไร? ช่างไร้ยางอา ายเสียจริง!”
จางซิ่วเอ๋อกล่าวด้วยรอยยิ้ม “หากเช่นนั้นท่านหมายความว่าท่านสามารถปลดปล่อยข้าไปได้แล้วใช่หรือไม่? ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับข้าในอนาคต ข้าจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับตระกูลเนี่ย ยของพวกท่านแล้ว เช่นนั้นจึงขอบคุณยิ่ง!”
ทว่าเสียงของนายท่านเนี่ยกลับอ่อนลง “แต่เจ้าเป็นภรรยาของหย่วนเฉียว แล้วเช่นนี้เจ้าจะแต่งงานใหม่ได้อย่างไร? เจ้าดูกระตือรือร้นที่จะตัดสัมพันธ์กับตระกูลเนี่ยเสียจริง? เจ้าควรจ จะรู้ว่าตระกูลเนี่ยของข้าเป็นตระกูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด!”
จางซิ่วเอ๋อมองนายท่านเนี่ยด้วยรอยยิ้ม น้ำเสียงของนางนิ่งสงบ “มันคือความจริงที่ตระกูลเนี่ยคือตระกูลที่ยิ่งใหญ่ แต่สิ่งนี้เกี่ยวข้องกับข้าอย่างไร? กล่าวก็คือข้าไม่ได้เต็ม มใจที่จะแต่งงานกับนายน้อยเนี่ย! แล้วนายน้อยเนี่ยของพวกท่านก็จากไปแล้ว ดังนั้นพวกท่านไม่ควรจะมาวุ่นวายกับข้าอีกใช่หรือไม่?”
“ความเจ็บป่วยของเขาเกิดจากตัวเขาเอง และพวกท่านก็เลือกวันเกิดของข้า… สำหรับความโชคร้ายครั้งสุดท้ายของนายน้อยเนี่ย อาจจะมีใครบางคนจงใจเลือกใช้ข้า ซึ่งเป็นคนที่ดวงขัดแย้ง งต่อกันใช้ทำร้ายนายน้อยเนี่ย!” เมื่อจางซิ่วเอ๋อกล่าวเช่นนี้ นางมองฮูหยินเนี่ยอย่างมีนัยนะ
หัวใจของฮูหยินเนี่ยถึงกับสั่นไหว
ในคราวแรกนางไม่เคยต้องการหาใครสักคนที่จะเหมาะกับเนี่ยหย่วนเฉียว! การเลือกจางซิ่วเอ๋อเป็นอะไรที่มากกว่าจินตนาการ เพราะจางซิ่วเอ๋อเป็นเพียงคนไร้ชื่อเสียง
อย่างไรแล้วด้วยทรัพยากรทางการเงินของตระกูลเนี่ย การจะหาสตรีจากตระกูลใหญ่นั้นมิใช่เรื่องยากเย็นเลย
แม้จะหาสตรีเพียบพร้อมไม่ได้ แต่การหยิบฉวยเอาโสเภณีมาก็ยังน่านับถือเสียยิ่งกว่าสาวชาวนาดั่งเช่นจางซิ่วเอ๋อ
ฮูหยินเนี่ยมองจางซิ่วเอ๋ออย่างไม่พอใจ “เจ้ากล่าวเรื่องไร้สาระอันใด? หากเข้าใจแล้ว เจ้าก็ควรจะเข้าวัดเพื่อสวดมนต์ขอพรให้แก่หย่วนเฉียว!”
เนี่ยเฟิ่งหลินที่ไม่ได้กล่าวอะไรในตอนนี้จึงพูดขึ้น “เป็นไปไม่ได้ เรามีบางสิ่งที่ไม่ชัดเจนกับจางซิ่วเอ๋อ หากพวกท่านปล่อยให้นางต้องอยู่กับหย่วนเฉียวตลอดชีวิต หากหย่วนเฉียว ทราบเรื่องนี้ ไม่เพียงแต่เขาจะไม่ขอบคุณ แต่ยังรู้สึกผิดและไม่สบายใจแน่”
เนี่ยเฟิ่งหลินได้รับมอบหมายจากเนี่ยหย่วนเฉียวมาแล้ว เขาไม่ต้องการที่จะเห็นสิ่งดังกล่าวเกิดขึ้น
“แล้วเจ้าคิดว่าควรทำเช่นไร?” ฮูหยินเนี่ยมองเนี่ยเฟิ่งหลินด้วยความไม่พอใจ นี่คือคนขี้ขลาด เหตุใดนางจึงต้องคิดทำร้ายตนในทุกครั้ง! หากวันหนึ่งนางมีโอกาส นางจะไม่ยอมให้เนี่ยเฟ ฟิ่งหลินมีความสุขแน่นอน!
เนี่ยเฟิ่งหลินเปิดปากกล่าว “แน่นอนว่าย่อมต้องปล่อยให้นางออกไปตามความตั้งใจของนาง!” นี่คือสิ่งที่เนี่ยหย่วนเฉียวหมายถึง แม้ว่าอาของเขาจะคิดว่ามันไม่ดี แต่ตราบใดที่เนี่ยห หย่วนเฉียวมีความสุข นางก็ไม่คิดสนใจเรื่องอื่น
นายท่านเนี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เป็นไปไม่ได้ เพราะนางเข้ามาในประตูของตระกูลเนี่ยแล้ว นางคือสะใภ้แห่งตระกูลเนี่ย หากนางแต่งงานใหม่เช่นนี้ ตระกูลเนี่ยจะเอาใบหน้าไปไว้ ที่ใด?”
จางซิ่วเอ๋อมองนายท่านเนี่ยอย่างระมัดระวัง
นางนึกว่านายท่านเนี่ยจะเป็นคนที่เปิดใจกว้าง แต่แล้วขณะนี้กลับรวมหัวกับบรรดาเจ้าของที่ดิน โฉดชั่วทัดเทียมหาได้แตกต่าง มีหรือจะห่วงใยเรื่องชีวิตและความตายของผู้คน?
ในหัวใจของนายท่านเนี่ย ชีวิตของนางไม่สำคัญเทียบเท่ากับใบหน้าของตระกูลเนี่ย
เนี่ยเฟิ่งหลินกล่าวต่อ “ท่านพี่ หย่วนเฉียวมีจิตใจดี หากเราเคร่งครัดเกินไป เราจะสร้างบาปกรรมแก่หย่วนเฉียว ข้าเกรงว่ามันจะเป็นเรื่องยากลำบากหากเขาต้องลงไปอยู่ในปรโลก”
ฮูหยินเนี่ยได้ยินเช่นนั้นจึงกล่าวขึ้น “นายท่าน เราไม่สามารถทำให้ตระกูลเนี่ยต้องเสื่อมเสียได้!”
นายท่านเนี่ยคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดเขามองจางซิ่วเอ๋อพร้อมกล่าวว่า “ตระกูลเนี่ยของเราไม่ใช่คนไร้เหตุผลเช่นนั้น เพราะเนี่ยเฟิ่งหลินกำลังปกป้องเจ้า เช่นนี้เจ้าจึงควรที่จะปกป้อ องหย่วนเฉียวเป็นเวลาสามปี แล้วหลังจากผ่านพ้นสามปีแล้ว เจ้าจึงจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับตระกูลเนี่ยของข้า!”
“มีหนึ่งอย่างที่ชัดเจน ภายในสามปีนี้ เจ้าจะไม่สามารถแต่งงานใหม่ได้!” นายท่านเนี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
นี่คือสิ่งที่นายท่านเนี่ยคิดออกและเป็นประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย
นายท่านเนี่ยไม่ต้องการให้ตระกูลเนี่ยต้องเสื่อมเสีย
เมื่อจางซิ่วเอ๋อได้ยินเช่นนี้ นางจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
แต่นางไม่สามารถแต่งงานได้เป็นเวลา 3 ปี และหลังจาก 3 ปีผ่านพ้น นางจะมีอายุ 18 ปี
ในสมัยโบราณ ถึงแม้ว่าอายุนี้จะไม่ใช่เด็ก แต่สำหรับนางแล้วชีวิตนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น และนางก็รู้สึกว่าไม่ได้ยากเย็นนักหากจะยอมรับมัน
นี่เป็นสิ่งที่จางซิ่วเอ๋อรู้สึกว่ายอมรับได้มากที่สุดในบรรดาตัวเลือกต่าง ๆ
อย่างน้อยนางก็ไม่ต้องผูกติดอยู่กับตระกูลเนี่ยไปตลอดชีวิต
เนี่ยเฟิ่งหลินคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า “ด้วยวิธีนี้ หากจางซิ่วเอ๋อไม่สามารถแต่งงานใหม่ได้ในสามปี ข้าก็ไม่ต้องการให้ใครมาจัดการจางซิ่วเอ๋ออีก! ไม่เช่นนั้นมันจะเป็นเรื่อ องยากสำหรับข้า!”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ เนี่ยเฟิ่งหลินมองฮูหยินเนี่ยอย่างจงใจ
จางซิ่วเอ๋อรู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่งที่เนี่ยเฟิ่งหลินปกป้องตัวนางจนถึงที่สุด
ในความเป็นจริง เนี่ยเฟิ่งหลินยังสามารถปกป้องนางต่อไปได้ แต่ประการแรก ข้อตกลง 3 ปีนี้ไม่ยากนักที่จะยอมรับ และประการที่สองเนี่ยเฟิ่งหลินก็เห็นแก่ตัวเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ความดีของเนี่ยเฟิ่งหลินที่มีต่อจางซิ่วเอ๋อล้วนมาจากคำขอของเนี่ยหย่วนเฉียว
หากมีตัวเลือกระหว่างจางซิ่วเอ๋อและเนี่ยหย่วนเฉียว แน่นอนว่าตัวเลือกแรกของเนี่ยเฟิ่งหลินคือหลานชายของนาง
ความเห็นแก่ตัวของนางคือการที่นางมองเห็นเล็กน้อยว่าเนี่ยหย่วนเฉียวรู้สึกไม่ธรรมดากับจางซิ่วเอ๋อ หากจางซิ่วเอ๋อแต่งงานใหม่ทันที เนี่ยหย่วนเฉียวก็คงไม่มีโอกาส?
เนี่ยเฟิ่งหลินคิดหวังเสมอว่าหลานชายของนางจะสามารถใช้ชีวิตอยู่กับคนที่รักได้ นางไม่ใช่คนที่ให้ความสำคัญกับชื่อเสียงมากเกินไป ทั้งยังไม่มีความรู้สึกที่จะเหยียดหยามจางซิ่วเอ๋อ ดังนั้นนางจึงไม่คิดที่จะให้เนี่ยหย่วนเฉียวหยุดความคิดเหล่านี้ แต่นางกลับคิดที่จะสนับสนุนเนี่ยหย่วนเฉียวแทน
แน่นอนว่าเนี่ยหย่วนเฉียวไม่รู้ว่าเนี่ยเฟิ่งหลินทำอะไร
นี่เป็นเพียงสิ่งที่อาวุโสทำเพื่อรุ่นเยาว์ด้วยความเห็นแก่ตัว
แม้จางซิ่วเอ๋อจะรู้ถึงความเห็นแก่ตัวของเนี่ยเฟิ่งหลิน นางย่อมไม่โทษเนี่ยเฟิ่งหลินแน่นอน ท้ายที่สุดแล้วหากไม่มีเนี่ยเฟิ่งหลิน นางก็ไม่สามารถมีชีวิตรอดมาถึงทุกวันนี้ได้
ในท้ายที่สุด เนี่ยเฟิ่งหลินยังคงช่วยเหลือจางซิ่วเอ๋อ นางเพียงแค่พยายามทำให้ดีที่สุด ทว่ากลับใช้ความพยายามเพียงแปดในสิบเท่านั้น
นายท่านเนี่ยกล่าวต่อ “เฟิ่งหลิน ข้าเข้าใจสิ่งที่เจ้าหมายถึงหย่วนเฉียว… ข้าจะเลือกสตรีจากตระกูลใหญ่ที่จะฝังร่างไว้ด้วยกัน หลังจากสามปีแล้ว จางซิ่วเอ๋อจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกั บตระกูลเนี่ยของเรา!”
ในเวลานี้ นายท่านเนี่ยรู้สึกว่าเนี่ยเฟิ่งหลินไม่ชื่นชอบตัวตนของจางซิ่วเอ๋อ ดังนั้นนางจึงสนับสนุนการแต่งงานใหม่ของจางซิ่วเอ๋อ! แล้วตอนนี้นางต้องปกป้องจางซิ่วเอ๋อไปจนกว่าจะคร รบสามปี…
รอจนกระทั่งจางซิ่วเอ๋อแต่งงานใหม่ จากนั้นจางซิ่วเอ๋อจะไม่ถูกมองว่าเป็นลูกสะใภ้ของตระกูลเนี่ยอีกต่อไป
เมื่อถึงเวลาต้องฝังร่าง ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่นางจะได้เข้าไปอยู่ในสุสานตระกูลเนี่ย
ไม่ว่านายท่านเนี่ยจะคิดเช่นไร ในเวลานี้ผลลัพธ์ล้วนไม่เปลี่ยนแปลง
จางซิ่วเอ๋อไม่สนใจว่านายน้อยที่ป่วยเป็นวัณโรคนี้จะถูกฝังศพแบบใด ตอนนี้นางต้องการอิสระ!
ไม่เป็นไร นางได้ตัดขาดความสัมพันธ์โดยสมบูรณ์ และนางไม่ต้องกังวลว่าผู้ใดในตระกูลเนี่ยจะมาวุ่นวายและผูกมัดกับตนเองอีกครั้ง
………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
ขอให้สามปีนี้ซิ่วเอ๋อได้อยู่อย่างสงบมั่งเถอะ น้องเหนื่อยตลอดเลย
ไหหม่า(海馬)