ทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายสาวชาวสวน - บทที่ 428 ข้าจะพาเจ้ากลับบ้าน
ตอนที่ 428 ข้าจะพาเจ้ากลับบ้าน
จางซิ่วเอ๋อในตอนนี้ถือว่าคนในตระกูลเนี่ยคือปีศาจร้าย
หากหนทางใดที่จะทำให้นางสามารถแยกออกจากตระกูลเนี่ยได้อย่างชัดเจน จางซิ่วเอ๋อเห็นด้วยทุกหนทาง
จางซิ่วเอ๋อกล่าว “ขอบคุณนายท่านเนี่ยสำหรับความเมตตา”
ในเวลานี้จางซิ่วเอ๋อแก้ไขเรื่องราวสำคัญทั้งหมดสำเร็จแล้ว อารมณ์ของนางจึงดีขึ้นไม่น้อยและเมื่อนางเอ่ยปาก คำพูดของนางก็สุภาพมากยิ่งขึ้นเช่นกัน
แน่นอนว่าการที่นางสุภาพเช่นนี้ ไม่ได้หมายความว่าจางซิ่วเอ๋อจะไม่คิดเกลียดชังตระกูลเนี่ยอีกต่อไป
ฮูหยินเนี่ยมองจางซิ่วเอ๋อด้วยความโกรธ นางไม่ได้พยายามอย่างหนักเพื่อจะฆ่าจางซิ่วเอ๋องั้นหรือ?
แต่นางไม่ได้คาดหวังให้จางซิ่วเอ๋อมีชีวิตที่สงบสุข! นางไม่รู้ว่าความโปรดปราณใดที่จางซิ่วเอ๋อมอบให้เนี่ยเฟิ่งหลิน ทว่าเนี่ยเฟิ่งหลินก็ปกป้องนางครั้งแล้วครั้งเล่า!
“หากไม่มีอะไรแล้ว ข้าจะพานางออกไป” เนี่ยเฟิ่งหลินกล่าวช้า ๆ
นายท่านเนี่ยกล่าวตอบ “เฟิ่งหลิน เจ้าอยู่ที่นี่ต่ออีกสักหน่อยไม่ได้หรือ? นี่มันดึกแล้ว คงไม่สะดวกนักหากเจ้าจะกลับไปตอนนี้”
เนี่ยเฟิ่งหลินกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ย่อมไม่ได้ ท่านพี่ต้องการให้ข้าอยู่ต่อ แต่บางคนกลับไม่ต้องการ ในเวลานี้ข้ารู้สึกว่าดวงตาของตนเองเริ่มพร่ามัวแล้ว และหวังว่าจะได้ออกไปโดยเ เร็ว”
ไม่จำเป็นต้องคิดให้มากความว่าเนี่ยเฟิ่งหลินกล่าวถึงใครอยู่ แน่นอนว่าเป็นฮูหยินเนี่ย
นายท่านเนี่ยยิ้มอย่างเขินอาย เขาทราบมาตลอดว่าเนี่ยเฟิ่งหลินและฮูหยินเนี่ยมีเรื่องเบาะแว้งกัน หากแต่เขาก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาเพียงมองว่ามันเป็นความเกลียดชังที่ ไม่อาจอธิบายได้ของเหล่าสตรี
ในเวลานี้ นายท่านเนี่ยไม่สามารถบังคับให้เนี่ยเฟิ่งหลินอยู่ต่อได้ ดังนั้นเขาจึงพูดต่อว่า “เช่นนั้นข้าจะให้คนไปส่งเจ้า”
เนี่ยเฟิ่งหลินกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ไม่จำเป็น คราวนี้ข้าพาคนมาด้วยมากมาย”
เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ เนี่ยเฟิ่งหลินหันหลังกลับพร้อมกับเดินออกมาโดยไม่รอให้นายท่านเนี่ยได้กล่าวอะไรต่อ
เมื่อเห็นเช่นนี้ จางซิ่วเอ๋อจึงรีบตามออกไป นับเป็นการขันขำยิ่ง วันนี้นางสามารถเผชิญหน้ากับคนเหล่านี้ได้อย่างมั่นใจ ในที่สุดแม้นางจะไม่ใช่ผู้มีอำนาจ ทว่าเนี่ยเฟิ่งหลินก็อยู่ ที่นี่และตอนนี้เนี่ยเฟิ่งหลินจากไปแล้ว หากช้ากว่านี้สักครึ่งก้าว นางอาจจะถูกฮูหยินเนี่ยทุบตีได้
หลังจากที่ออกมาจากบ้านตระกูลเนี่ยได้แล้ว จางซิ่วเอ๋อถอนหายใจยาว
เนี่ยเฟิ่งหลินมองจางซิ่วเอ๋อพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ข้าจะไม่ไปส่งเจ้า เจ้าสามารถกลับไปด้วยตนเองได้”
จางซิ่วเอ๋อแปลกใจเล็กน้อย แม้นางจะบอกว่าไม่ต้องการให้เนี่ยเฟิ่งหลินไปส่ง แต่นางก็คิดว่าเนี่ยเฟิ่งหลินจะสุภาพดั่งเช่นก่อนหน้านี้
จางซิ่วเอ๋อจะทราบได้อย่างไรว่าเนี่ยเฟิ่งหลินรู้อยู่แล้วว่าเนี่ยหย่วนเฉียวจะเป็นคนพาจางซิ่วเอ๋อกลับบ้านด้วยตนเอง ดังนั้นนางจึงกล่าวออกมาเช่นนี้
จางซิ่วเอ๋อกล่าวขอบคุณเนี่ยเฟิ่งหลินอย่างซาบซึ้ง “ท่านใจดีกับซิ่วเอ๋อยิ่ง ซิ่วเอ๋อจะเก็บเรื่องนี้ไว้ในใจ หากคราวนี้ไม่ได้ท่านช่วยเหลือไว้ ข้าเกรงว่า…”
เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ นางหยุดพูดไปสักครู่หนึ่ง และผลลัพธ์ของมันก็เป็นสิ่งที่นางไม่อาจคาดเดาได้
การแสดงออกของเนี่ยเฟิ่งหลินอ่อนโยนลงเล็กน้อย นางกล่าวคำอย่างอบอุ่น “เด็กโง่เอ๋ย ข้าควรปฏิบัติต่อเจ้าอย่างดี อย่างไรก็ตามเจ้าก็แต่งงานกับหย่วนเฉียวแล้ว”
จางซิ่วเอ๋อพยักหน้า นางเข้าใจความจริงข้อนี้เป็นอย่างดี
เมื่อนึกถึงเนี่ยหย่วนเฉียว อารมณ์ของจางซิ่วเอ๋อก็สับสนไม่น้อยเช่นกัน
มันเป็นความเกลียดชัง นางคงไม่อาจกล่าวคำว่าชอบออกมาได้ ยิ่งคิดก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้…
จางซิ่วเอ๋อส่ายศีรษะอย่างแรงราวกับจะโยนคนที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปจากความคิด
ในขณะนี้เนี่ยเฟิ่งหลินอยู่บนรถม้า จางซิ่วเอ๋อมองไปที่บ้านตระกูลเนี่ยที่ถูกความมืดในยามกลางคืนกลืนกิน บ้านหลังมันเปรียบกับถ้ำปีศาจกินคน
หลังจากเดินออกมาได้ไม่นานนัก จางซิ่วเอ๋อเห็นร่างหนึ่งยืนอยู่ในความมืด
ปฏิกริยาแรกของนางคือความตื่นตระหนก แต่หลังจากนั้นจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“หนิงอัน!” เมื่อจางซิ่วเอ๋อตะโกนชื่อนี้ น้ำเสียงของนางเผยถึงความยินดี
ในเวลาเช่นนี้ สำหรับนางแล้วการที่ได้พบหนิงอัน! เป็นเรื่องน่ายินดียิ่ง!
เนี่ยหย่วนเฉียวเดินตรงเข้ามา เขามองผู้หญิงตัวเล็กตรงหน้าด้วยความทุกข์ใจ ความรู้สึกผิดในจิตใจของเขายิ่งเพิ่มพูนขึ้น
หากไม่ใช่เพราะความตายจอมปลอม จางซิ่วเอ๋อก็คงไม่ต้องทุกข์ทรมานเช่นนี้ใช่หรือไม่?
“เป็นอย่างไรบ้าง?” แม้จางซิ่วเอ๋อจะปรากฏตัวต่อหน้าเนี่ยหย่วนเฉียวแล้ว แต่เนี่ยหย่วนเฉียวยังคงกังวลเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่องราวของจางซิ่วเอ๋อ
จางซิ่วเอ๋อกางแขนราวกับกำลังจะโอบกอดท้องฟ้า นางตะโกนเสียงดังขึ้นไปบนท้องฟ้า “ข้าสบายดี! และข้าเก่งมาก!”
ถูกต้องแล้ว ถึงแม้ครั้งนี้นางจะเกือบตาย แต่ในเวลานี้จางซิ่วเอ๋อก็อารมณ์ดีจริง ๆ
อย่างน้อยนางก็ไม่ต้องกังวลว่าคนในตระกูลเนี่ยจะมาสร้างความเดือดร้อนใดอีก
ไม่ต้องคิดอีกแล้วว่าเมื่อเกิดเรื่องครั้งนี้ เมื่อใดจึงจะเกิดเรื่องอีกครั้ง…
เมื่อเห็นว่าจางซิ่วเอ๋อมีความสุข แววตาของเนี่ยหย่วนเฉียวอ่อนลงเล็กน้อย “ไปกันเถอะ ข้าจะพาเจ้ากลับบ้าน”
จางซิ่วเอ๋อมองเนี่ยหย่วนเฉียวด้วยความซาบซึ้ง “หนิงอัน เหตุใดเจ้าจึงมาที่นี่ได้? คราวนี้ข้าเกือบตายจริง ๆ หากไม่มีเจ้า ข้าคงจะถูกแขวนคอไปแล้ว”
จางซิ่วเอ๋อรู้สึกหนาววาบขึ้นมาที่กระดูกสันหลังขณะนึกถึงหญิงชราที่ถือเชือกไว้เพื่อแขวนคอนาง
ในขณะนั้นนางรู้สึกถึงความเปราะบางของชีวิต
นางคือคนที่ตายไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่คราวนี้ประสบการณ์มันแตกต่างไปจากครั้งก่อนโดยสิ้นเชิง
ครั้งสุดท้ายที่นางตายมันเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน นางหมดสติไปก่อนที่จะมีเวลาให้หวาดกลัวเสียอีก
ทว่าคราวนี้ ความรู้สึกที่ถูกบีบบังคับและถูกทำร้ายทำให้นางรู้สึกหวาดกลัวอย่างยิ่ง
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ ร่างกายของจางซิ่วเอ๋อสั่นสะท้าน
เนี่ยหย่วนเฉียวหันกลับมาและเดินเข้ามาหานาง เขาเห็นว่าจางซิ่วเอ๋อไม่ได้เคลื่อนไหวตามมา ดังนั้นจึงหันกลับมามองจางซิ่วเอ๋อ
เมื่อมองดู เขาเห็นว่าจางซิ่วเอ๋อยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับใบหน้าซีดเซียว
เนี่ยหย่วนเฉียวยื่นมือออกไปคว้ามือที่สั่นเทาของจางซิ่วเอ๋อเอาไว้ พร้อมกล่าวอย่างใจเย็น “ไม่ต้องกลัว ข้าอยู่ตรงนี้”
ไม่ต้องกลัว ข้าอยู่ตรงนี้
ถ้อยคำนี้ราวกับเวทมนตร์ฉุดดึงให้จางซิ่วเอ๋อกลับมาจากขุมนรกแห่งความกลัว
ฝ่ามือของจางซิ่วเอ๋อมีเหงื่อออก ขณะที่มือเรียวยาวของเนี่ยหย่วนเฉียวสัมผัสลงบนมือ ทำให้นางรู้สึกดีมาก
ความเย็นจากปลายนิ้วทำให้จางซิ่วเอ๋อรู้สึกผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ
ทั้งสองคนอยู่ใกล้กันมากจนจางซิ่วเอ๋อได้กลิ่นหอมเย็น ๆ จากร่างกายของเนี่ยหย่วนเฉียวผสมกับกลิ่นของยา
เนี่ยหย่วนเฉียวไม่ใช่คนอ่อนโยน แต่ในขณะนี้จางซิ่วเอ๋อรู้สึกว่านางได้พบสถานที่มั่นคงซึ่งจะสามารถพักหลบพายุได้
จางซิ่วเอ๋อสงบลงพร้อมกับยกยิ้มสดใสให้กับเนี่ยหย่วนเฉียว
มุมปากของเนี่ยหย่วนเฉียวยกขึ้นเล็กน้อยเช่นกัน “ข้าจะพาเจ้ากลับบ้าน”
เมื่อกล่าวเช่นนั้น เนี่ยหย่วนเฉียวจึงกุมมือจางซิ่วเอ๋อไว้และเดินไปข้างหน้า
แถวนี้ไม่มีผู้ใดอยู่เลย สองข้างทางมีเพียงคูน้ำที่เต็มไปด้วยวัชพืช ถัดออกไปก็เป็นป่า
สายลมเย็นในฤดูใบไม้ร่วงพัดผ่าน ใบไม้ส่งเสียงกรอบแกรบ
ดวงดาวบนท้องฟ้าส่องแสงระยิบระยับปกคลุมทั่วทั้งท้องฟ้า เกิดเป็นภาพอันงดงาม
ณ ขณะนี้…
บรรยากาศทั้งหมดเงียบสงัด
มีเพียงนาง และเขา
จางซิ่วเอ๋อรู้สึกจะลืมความหวาดกลัวที่ได้ประสบมาจนหมดสิ้น ตอนนี้นางเต็มไปด้วยความเข้มแข็ง
…………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
รู้สึกอบอุ่นหัวใจจังเลย อย่างน้อยน้องก็มีที่พึ่งแล้ว
ไหหม่า(海馬)