ทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายสาวชาวสวน - บทที่ 460 งานเลี้ยง
เถี่ยเสวียนยิ้มก่อนจะหยิบของออกจากเอว แล้วเอ่ยขึ้น “พรุ่งนี้เจ้าไม่ได้ชวนใครมาร่วมรับประทานมื้อเย็นอย่างนั้นหรือ? ของพวกนี้ข้ามอบให้เจ้า นำมันใส่หม้อทำอาหารเถิด เช่นนี้ผู้คนในหมู่บ้านย่อมไม่กล้าดูหมิ่น”
จางซิ่วเอ๋อกล่าวอย่างช่วยไม่ได้ “ข้าเตรียมทุกสิ่งพร้อมแล้ว เหยื่อของเจ้ามีค่ามาก และต่อไปข้าก็ไม่อาจทำอาหารมาให้เจ้าทุกวันได้เช่นเคย อีกอย่างบ้านหลังนี้ก็ไม่ใช่ของข้า… เจ้าจึงไม่ต้องทำเช่นนี้ แต่อย่างไรข้าก็ต้องขอบคุณเจ้ามาก”
เถี่ยเสวียนเหลือบมองนอกประตูพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เรื่องนี้ข้าไม่อาจตัดสินใจแทนเจ้านายได้ เช่นนั้นเจ้าไปบอกกล่าวกับเขาเองเถิด”
จางซิ่วเอ๋อมองตามเถี่ยเสวียนไปทางประตู ทันใดนั้นนางจึงเห็นเนี่ยหย่วนเฉียวยืนอยู่ด้านนอกพร้อมกับเหยื่อ
จางซิ่วเอ๋อเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะอ้าปากเพื่อกล่าวคำ
ทว่าเนี่ยหย่วนเฉียวกล่าวขึ้นก่อน “รับทุกสิ่งนี้ไปเถิด เราสองคนไม่อาจไปร่วมแสดงความยินดีกับเจ้าในงานเลี้ยงบ้านหลังใหม่ได้ เช่นนี้พวกเราจึงมอบของขวัญให้ก่อน”
เนี่ยหย่วนเฉียวกล่าวออกมาเช่นนั้น เป็นเรื่องยากที่จางซิ่วเอ๋อจะปฏิเสธ
จางซิ่วเอ๋อกล่าวเสียงค่อย “แต่มันมากเกินไป”
คิ้วของเนี่ยหย่วนเฉียวขมวดเล็กน้อย “หากเจ้าไม่ต้องการ เช่นนั้นข้าจะเอามันไปโยนไว้ที่ต้นหวายฉู่ใหญ่ในหมู่บ้านแทน”
เมื่อจางซิ่วเอ๋อได้ยินเช่นนั้น นางรีบกล่าวทันที “เช่นนั้นให้ข้าไม่ดีกว่าหรือ?”
หากมีผู้อื่นรับเอาของเหล่านี้ไป นางจะรู้สึกทุกข์ใจมากขนาดไหน? เช่นนั้นให้นางย่อมดีกว่า!
มุมปากของเนี่ยหย่วนเฉียวยกยิ้มเล็กน้อย
จางซิ่วเอ๋อกุมขมับเบา ๆ นางรู้สึกไร้อำนาจต่อรองเสมอเมื่ออยู่ต่อหน้าเนี่ยหย่วนเฉียว
เขามักจะมีอำนาจต่อรองเสมอ และนางไม่เคยปฏิเสธได้เลยสักครั้ง
“รีบล้างมือแล้วไปกินข้าวเถิด” จางซิ่วเอ๋อทำอะไรไม่ถูก จึงรีบชักชวนทั้งสองคนมารับประทานมื้อค่ำ
เถี่ยเสวียนเห็นว่ามีของกินมากมาย เขาก็รู้สึกมีความสุขที่จะได้กิน
ทว่าสำหรับเนี่ยหย่วนเฉียวแล้ว เมื่อเขาคิดว่าจะไม่ได้พบเจอจางซิ่วเอ๋อทุกวัน เงาแห่งความโศกเศร้าพลันปรากฏขึ้นในจิตใจ เช่นนี้แม้อาหารตรงหน้าจะอร่อยเพียงใด แต่มันก็ไม่ต่างอะไรกับการเคี้ยวขี้ผึ้ง
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ จางซิ่วเอ๋อเก็บเหยื่อทั้งหมดและขนพวกมันไปไว้ที่บ้านหลังใหม่
ตอนนี้ทั้งจวี๋ฮวา แม่เฒ่าหวัง แม่เฒ่าหลิว และคนอื่น ๆ ต่างเข้ามาช่วยจางซิ่วเอ๋อจัดข้าวของ
นางต้องการเชิญแขกมาร่วมรับประทานอาหารเย็นในวันพรุ่งนี้ เช่นนี้จึงต้องเตรียมการล่วงหน้าหนึ่งวัน
จวี๋ฮวามองไปที่สิ่งของต่าง ๆ ในมือของจางซิ่วเอ๋อและจางชุนเถาแล้วก็อุทานด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย “พวกเจ้าไปเอาสัตว์ป่าพวกนี้มาจากไหนกัน?”
จางชุนเถากล่าวโดยไม่รอจางซิ่วเอ๋อ “ท่านอาของข้าได้ยินว่าเรากำลังจะจัดงานเลี้ยง เช่นนี้เขาจึงล่ามันมาให้เรา”
จวี๋ฮวาพลันนึกชายหนุ่มรูปงามผู้นั้น แววตาของนางเผยความสงสัยเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ
“ตอนนี้พวกเรามีของเพิ่ม จึงสามารถเพิ่มอาหารจานเนื้อได้อีกสองจาน” แม่เฒ่าหลิวกล่าวอย่างมีความสุข
จางซิ่วเอ๋อกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ข้าคงต้องรบกวนพวกท่านสำหรับงานหนักครั้งนี้แล้ว”
แม่เฒ่าหลิวรีบตอบกลับ “ไม่ลำบาก ไม่ใช่งานหนักอะไรเลย”
จางซิ่วเอ๋อบอกกล่าวว่าจะให้เนื้อหนึ่งชั่งแก่นาง งานเพียงเท่านี้จะยากอะไร แต่น่าเสียดายที่จางซิ่วเอ๋อไม่ค่อยมีงานให้ทำมากนัก สุดท้ายแล้วนางก็คิดคาดหวังอยากจะช่วยเหลืองานของจางซิ่วเอ๋อเสมอไป
เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น
จางซิ่วเอ๋อได้ยินเสียงตะโกนที่คุ้นเคยจากภายนอก
“ซิ่วเอ๋อ!” เสียงหนึ่งดังมาจากด้านนอก
จางซิ่วเอ๋อคิดว่ายังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องทำในวันนี้ นางจึงรีบลุกขึ้นและเปิดประตูออกไป
ทันทีที่ประตูเปิดออก ปรากฏว่าเป็นหยางชุ่ยฮวาและคนอื่น ๆ
หยางชุ่ยฮวา โจวหู่ โจวเหวิน โจวชางซุ่น และแม่เฒ่าโจว
มีเพียงหนีจื่อเท่านั้นที่อยู่เฝ้าบ้านเพื่อดูแลหลายฝู หลายเปา
“โอ้ แล้วเหตุใดท่านน้าของข้ากับหลายฝูกับหลายเปาจึงไม่ได้มาด้วย?” น้ำเสียงของจางซิ่วเอ๋อบ่นอุบอิบ
หยางชุ่ยฮวากล่าวด้วยรอยยิ้ม “ไม่ใช่ว่าข้าไม่อนุญาตให้นางมาด้วย แต่นางยืนกรานว่าจะรออยู่ที่บ้าน”
“แล้วหลายฝูกับหลายเปาล่ะ?” จางซิ่วเอ๋อขมวดคิ้ว ในเมื่ออาวุโสอยู่ที่นี่ แล้วเหตุใดพวกเขาจึงไม่พาเด็ก ๆ มาด้วย?
หยางชุ่ยฮวากล่าวตอบ “วัยของพวกเขาเปรียบได้กับสุนัขที่น่ารำคาญ ทั้งสองจะส่งเสียงดังตลอดเวลาหากมาที่นี่ และต้องมีคนคอยดูแล หากเจ้ารู้สึกไม่ดีก็เพียงฝากของกินกลับไปให้พวกเขาแทน”
โจวหู่ยิ้มเบา ๆ “อย่าไปฟังป้าของเจ้ามากนักเลย”
จางซิ่วเอ๋อหัวเราะเสียงดัง “ถึงท่านไม่บอกกล่าว ข้าย่อมไม่ลืมที่จะทำเช่นนั้น”
เมื่อหยางชุ่ยฮวาได้ยิน ดวงตาของนางก็เป็นประกาย “ดียิ่งนัก เอาล่ะ วันนี้พวกข้ามาแต่เช้า เจ้าจะได้ไม่ต้องทำงานหนักมาก”
จางซิ่วเอ๋อมองหยางชุ่ยฮวาอย่างซาบซึ้ง
หากหยางชุ่ยฮวาไม่พูด ตระกูลโจวย่อมไม่เคลื่อนไหวเร็วเช่นนี้ แม้พวกเขาจะตั้งใจมาก็ตาม เห็นได้ว่าเป็นหยางชุ่ยฮวาที่ใส่ใจเรื่องนี้จริง ๆ
ขณะที่กำลังพูดกล่าว แม่เฒ่าหลิวและคนอื่น ๆ ก็เดินเข้ามาเช่นกัน
จางซิ่วเอ๋อปรุงโจ๊กสำหรับมื้อเช้าให้ทุกคนรับประทาน
เป็นอาหารที่เรียบง่าย แต่ไม่มีใครปริปากบ่น
กินหนักมื้อเที่ยงดีกว่ากินตอนเช้า! สำหรับเช้านี้เพียงอิ่มท้องก็พอ แล้วจึงไปรับประทานมื้อหนักตอนเที่ยงแทน
จางซิ่วเอ๋อบอกกล่าวผู้คนในหมู่บ้านเมื่อวานนี้ แต่นางก็ไม่รู้ว่าจะมีกี่คนที่จะมาร่วมงานเลี้ยง เช่นนี้จางซิ่วเอ๋อจึงรู้สึกกระดากเล็กน้อย
ผู้คนในหมู่บ้านอาจจะไม่ชอบที่นางเป็นแม่ม่ายตัวน้อย และไม่ต้องการที่จะก้าวเข้ามาในประตูบ้านของนาง
เมื่อเห็นความกังวลของจางซิ่วเอ๋อ แม่เฒ่าหลิวก็กล่าวคำ “ไม่ต้องกังวล ข้ารับประกันว่าทุกคนในหมู่บ้านจะมาร่วมงานเลี้ยงที่นี่!”
จางซิ่วเอ๋ออดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ
นางจะทราบได้อย่างไรกัน ว่าแม่เฒ่าหลิวไปคุยโอ้อวดเรื่องอาหารของจางซิ่วเอ๋อเรียบร้อยแล้ว อีกทั้งยังมีของหายากมากมาย แม้คนเหล่านั้นจะไม่ชื่นชอบจางซิ่วเอ๋อ แต่พวกเขาก็ต้องการจะเห็นอาหารที่จางซิ่วเอ๋อตระเตรียมเอาไว้
แม่เฒ่าหวังเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดดี จึงกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ไม่ต้องห่วง หากเจ้าสามารถเชิญหัวหน้าหมู่บ้านมาร่วมงานได้ คนอื่นก็จะตามมาเอง”
จางซิ่วเอ๋อพยักหน้า ตอนนี้เหล่าผู้มีประสบการณ์ต่างกล่าวปลอบใจนางแล้ว เช่นนี้จึงไม่มีอะไรให้ต้องกังวลอีก
ปลาตุ๋น มันฝรั่งตุ๋น ไก่ฟ้า กระต่ายป่า และไข่ดาว นับเป็น 5 อาหารจานเนื้อ
ส่วนอาหารจานผัก…
ฤดูกาลนี้ไม่มีอะไรอร่อย นางจึงทำเต้าหูผัดถั่วงอก มะเขือยาวตุ๋น มันเป็นเพียงอาหารประทังชีวิตเท่านั้น แน่นอนว่านอกจากเต้าหู้แล้ว นางยังใส่เนื้อหั่นบางลงไปด้วย
มีทั้งหมด 8 จาน ซึ่งมันก็เพียงพอแล้ว!
อาหารจานหลักคือซาลาเปาขาวนึ่ง
โดยทั่วไปแล้ว เมื่อต้องต้อนรับแขก พวกเขาจะใช้ซาลาเปานึ่งแป้งดำหรือซาลาเปาผสมกับแป้งข้าวโพด แต่จางซิ่วเอ๋อคิดว่าไม่จำเป็น นางจึงใช้แป้งขาวเพียงอย่างเดียว
สำหรับซาลาเปาแล้ว พวกเขาจะรับประทานได้มากมายเท่าใดกัน?
นอกจากนี้ อาหารจานเนื้อตั้งมากมาย แล้วผู้ใดเล่าจะคิดอยากกินแค่ซาลาเปา?
พอใกล้เที่ยง ผู้คนก็เริ่มทยอยกันเข้ามา
จางซิ่วเอ๋อวางเมล็ดแตงโมลงบนโต๊ะและยกของหวานที่คล้ายกันก่อน
จางซิ่วเอ๋อหยิบยืมโต๊ะมาจากหลายบ้าน ทั้งหมดมีประมาณ 10 โต๊ะ
เมื่อผู้คนเริ่มเข้ามานั่ง พวกเขาก็เห็นเมล็ดแตงโม เมื่อเห็นเช่นนั้นจึงทราบว่าเรื่องทั้งหมดที่ได้รับรู้มาไม่ใช่คำกล่าวล้อเล่น จากนั้นจึงเข้าใจเรื่องราวทันที
จางซิ่วเอ๋อไม่ใช่คนตระหนี่ และนางต้องการจะเลี้ยงอาหารทุกคนจริง ๆ
………………………………………………………………………………………………………………. สารจากผู้แปล
อย่างน้อยถ้าเกิดเรื่องอะไรก็มั่นใจว่าซิ่วเอ๋อจะมีแบคอันแข็งแกร่งแล้วล่ะค่ะ มีหยางชุ่ยฮวาเป็นหน่วยพร้อมรบแบบนี้
ไหหม่า(海馬)