ทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายสาวชาวสวน - บทที่ 459 ย้ายออก
ตอนที่ 459 ย้ายออก
เถี่ยเสวี่ยนมองจางซิ่วเอ๋ออย่างไม่เต็มใจ “แม่นางซิ่วเอ๋อ เจ้าจะย้ายออกไปจริง ๆ งั้นหรือ?”
จางซิ่วเอ๋อมองเถี่ยเสวียนอย่างเขินอายเล็กน้อย “ข้ากับชุนเถาไม่สามารถอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิตได้ ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องที่ข้ายังต้องดูแลซื่อหยาในอนาคตด้วย”
เถี่ยเสวียนเผยความผิดหวังพร้อมกับถอนหายใจเล็กน้อย
เนี่ยหย่วนเฉียวเดินตรงเข้ามาพร้อมมองจางซิ่วเอ๋ออย่างลึกซึ้ง
จางซิ่วเอ๋อพบว่านางไม่สามารถอดทนต่อสายตาของเนี่ยหย่วนเฉียวเช่นนี้ได้ นางจึงทำได้เพียงหลบตา
การย้ายออกนี้คือการไตร่ตรองของนางเพียงผู้เดียว
ประการแรก นางไม่สามารถอยู่ในบ้านผีสิงตลอดชีวิตได้ ก่อนหน้านี้นางเพียงมาถึงยุคโบราณและยังไม่มีบ้านอาศัยอยู่ แล้วนางก็ไม่กล้าที่จะต่อสู้กับตระกูลจาง ทว่าตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว
แม้ว่านางจะอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน นางก็ไม่กลัวว่าแม่เฒ่าจางจะมารบกวนตน
ประการที่สอง เป็นการคิดถึงอนาคตของจางชุนเถา นางต้องมีครอบครัวในสักวัน ไม่ช้าก็เร็วจางชุนเถาจะต้องย้ายไปอยู่ที่บ้านสามีของตน เช่นนี้นางจึงไม่อาจปล่อยให้จางชุนเถาอาศัยอยู่ในบ้านผีสิงต่อไปได้ แม้จางซิ่วเอ๋อจะกล่าวว่าเรื่องนี้ไม่กระทบต่อชื่อเสียงของนาง แต่มันกระทบต่อชื่อเสียงของจางชุนเถา จางชุนเถาจะไม่ได้พบเจอแม่สื่อ และหลังจากนั้นจะเกิดปัญหาตามมา
ส่วนประการที่สาม…
เมื่อคิดเช่นนี้ จางซิ่วเอ๋อเหลือบมองเนี่ยหย่วนเฉียว
ประการที่สามคือเนี่ยหย่วนเฉียว หลังจากที่เขาพูดถ้อยคำเหล่านั้นออกมาในวันนั้น แม้จางซิ่วเอ๋อจะสามารถปลอบใจตนเองได้ และนางก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องยากสำหรับตนที่จะลงเอยกับเนี่ยหย่วนเฉียว
นางรู้สึกอึดอัดอยู่เสมอ
แทนที่จะรอให้ปัญหาเกิดขึ้นก่อน การแยกจากกันเพื่อไปใช้ชีวิตของตนเองในตอนนี้คงจะดีเสียกว่า
มุมปากของจางซิ่วเอ๋อยกยิ้ม “หลังจากที่ข้าจากไปแล้ว บ้านหลังนี้ยังเป็นของพวกเจ้า อย่างไรก็ตามจะไม่มีใครมาอาศัยอยู่ที่นี่ แล้วข้าจะนำอาหารมาส่งให้เป็นครั้งคราว”
ดวงตาของเถี่ยเสวียนเบิกกว้างเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนี้ เขาคิดถึงฝีมือการทำอาหารของจางซิ่วเอ๋อ
“ประเสริฐแล้ว!” เถี่ยเสวียนรู้สึกว่านี่เป็นความโชคดีท่ามกลางความโชคร้าย
ดวงตาของเนี่ยหย่วนเฉียวลุ่มลึกพร้อมเอ่อล้นไปด้วยน้ำใส “เจ้าจะเข้าไปอาศัยอยู่ในหมู่บ้านจริง ๆ งั้นหรือ?”
จางซิ่วเอ๋อพยักหน้าเพื่อเป็นคำตอบให้กับเนี่ยหย่วนเฉียว
เนี่ยหย่วนเฉียวถามต่อ “หากมีคนรังแกเจ้าจะทำเช่นไร?”
จางซิ่วเอ๋อหัวเราะ “หากมีใครมารังแกเมื่อข้าอยู่ในหมู่บ้าน ข้าก็แค่ตะโกนเสียงดัง แล้วทุกคนในหมู่บ้านจะได้ยินเสียงของข้า”
ความจริงแล้ว มันอาจจะปลอดภัยกว่าบ้านผีสิง
ในแววตาของเนี่ยหย่วนเฉียวเผยความผิดหวังออก “บ้านหลังนี้มันไม่ดีอย่างไรเล่า?”
“สถานที่แห่งนี้ดีแล้ว แต่น่าเสียดายที่บ้านหลังนี้ไม่ใช่ของข้า การอยู่ที่นี่ทำให้ข้ารู้สึกไม่ปลอดภัย” จางซิ่วเอ๋อกล่าวถึงความกังวลประการแรกของนาง
ดวงตาของเนี่ยหย่วนเฉียวกะพริบเล็กน้อย เขาต้องการจะบอกจางซิ่วเอ๋อว่าโฉนดของบ้านหลังนี้อยู่กับเขา แต่เขาไม่รู้ว่าจะอธิบายเรื่องนี้ต่อจางซิ่วเอ๋ออย่างไรดี
ยิ่งคิดถึงเรื่องนี้มากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดมากเท่านั้น ชั่วขณะนั้นเขามองตรงไปที่จางซิ่วเอ๋อและลืมเรื่องการพูดไป
จางซิ่วเอ๋อพึมพำในใจ หลังจากนางหันกลับมา นางรู้สึกว่าตนเองเริ่มหวาดกลัวการจ้องมองของเนี่ยหย่วนเฉียวมากขึ้นเรื่อย ๆ
นางเป็นสตรีเพศ และนางก็หวังว่าจะมีใครสักคนที่รักตน และหลังจากทราบว่าคนผู้นั้นคือสามีในอนาคต นางก็จะพิจารณาเรื่องอื่น ๆ ต่อไป
ในสายตาของจางซิ่วเอ๋อ หนิงอันเป็นเพียงคนลึกลับที่ไม่รู้ถึงรายละเอียดเบื้องหลัง อีกทั้งเขายังมีภรรยาแล้ว
เมื่ออยู่ต่อหน้าคนเช่นนี้ นางจึงไม่กล้าที่จะใส่ใจมากนัก
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมจางซิ่วเอ๋อจึงพิจารณาท่านหมอเมิ่งในคราวแรก เป็นเพราะนางไม่ต้องการคิดมากเกี่ยวกับเรื่องของเนี่ยหย่วนเฉียว
หากคน ๆ หนึ่งไม่แม้แต่จะซื่อสัตย์ต่อกัน แล้วนางจะสามารถมีอนาคตร่วมกับเขาได้อย่างไร?
ดังนั้นแม้ว่านางจะรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง แม้เพียงเล็กน้อย นางก็เลือกที่จะซ่อนมันไว้เท่านั้น
ตามธรรมเนียมของหมู่บ้านแล้ว เมื่อย้ายเข้าบ้านใหม่ เจ้าของบ้านจะต้องเชิญชวนชาวบ้านมาเพื่อเลี้ยงอาหาร
ยิ่งมีคนมากเท่าไหร่ ครอบครัวก็จะยิ่งมั่งคั่งมากเท่านั้น
แม้จางซิ่วเอ๋อจะไม่เชื่อเรื่องนี้ แต่นางก็รู้สึกว่ามันจำเป็นอย่างยิ่งที่นางจะจัดงานเลี้ยง
แม้ว่าบางคนในหมู่บ้านจะน่ารำคาญ แต่ก็ไม่สามารถแยกพวกเขาออกไปอย่างเจาะจงได้
จางซิ่วเอ๋อก็เป็นเช่นนี้เสมอ หากไม่ทำก็ไม่เป็นไร แต่หากทำได้ นางจะทำให้ดี อย่างไรแล้วนางก็ไม่ใช่คนตระหนี่อย่างแม่เฒ่าจาง
จางซิ่วเอ๋อใช้เวลาเตรียมการล่วงหน้าสามวัน
นางตระเตรียมอวนจับปลาไว้สามอัน
ปลาในฤดูใบไม้ผลิไม่อ้วนมากนัก แต่ความสดของมันนั้นยอดเยี่ยม!
จางซิ่วเอ๋อนำปลาทั้งหมดที่จับมาได้ใส่บ่อเอาไว้ แล้วค่อยกินมันเมื่อถึงเวลา
หลังจากนั้นจึงเข้าเมืองไปซื้อของ
ไม่ต้องคิดเลยว่าจะเอาหม้อต่าง ๆ ทั้งหมดล้วนต้องซื้อใหม่ เพราะจางซิ่วเอ๋อวางแผนไว้ว่างจะทิ้งหม้อทั้งหมดให้กับเนี่ยหย่วนเฉียวและเถี่ยเสวียนที่บ้านผีสิง
ทุกคนเป็นมิตรต่อกัน นางไม่สามารถออกจากบ้านผีสิงโดยทำเหมือนไม่มีผู้ใดอยู่ต่อได้งั้นหรือ?
นอกจากเตาแล้ว ก็ยังมีอาหารบางอย่าง
นางไม่จำเป็นต้องซื้อเตียง ก่อนสร้างบ้านโจวเหวินมอบเตียงให้นางแล้ว
สำหรับของใช้อื่น ๆ โจวเหวินยังบอกกล่าวว่าพวกมันจะถูกส่งมาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
เพราะนางมีอาที่คอยช่วยเหลือในเรื่องเหล่านี้ จางซิ่วเอ๋อจึงไม่ต้องไปหาใครคนอื่น และนางก็สามารถใช้มันได้อย่างมั่นใจ
ส่วนโจวเหวินนั้นกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก เตียงทั้งหมดที่ถูกส่งมาล้วนทำจากไม้สนคุณภาพสูง
ซึ่งจางซิ่วเอ๋อไม่ต้องการให้โจวเหวินทำให้นางเปล่า ๆ และนางต้องการจ่ายเงินให้กับโจวเหวิน
แต่โจวเหวินไม่ต้องการ เขาแค่บอกเพียงว่าเตียงนี้มอบให้กับจางซิ่วเอ๋อและจางชุนเถา
จางซิ่วเอ๋อจึงต้องถอยหนึ่งก้าว และรู้สึกเห็นด้วยกับโจวเหวินว่าเตียงนี้คือของขวัญ แต่สำหรับของอย่างอื่นนางยืนยันว่าจะจ่ายเงิน
จางซิ่วเอ๋อคิดว่านางคงจะต้องเชิญชวนชาวบ้านจำนวนมากเพื่อมาร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำในครั้งนี้ และคงต้องใช้เงินจำนวนมากในการซื้อเนื้อ เช่นนี้นางจึงสั่งหมูครึ่งตัวจากพ่อค้าเนื้อซุน
จากนั้นจางซิ่วเอ๋อก็เลือกซื้อไข่
ยิ่งไปกว่านั้น…นางอยากจะซื้ออีกหลายอย่าง แต่เงินในมือมีไม่มากแล้ว
นางต้องเก็บเงินไว้เผื่อสถานการณ์ฉุกเฉินบ้างใช่หรือไม่?
เตาในห้องครัวของบ้านผีสิงถูกจุดเป็นครั้งสุดท้าย จางซิ่วเอ๋อขนย้ายข้าวของไปบ้านหลังใหม่เรื่อย ๆ จนหมดสิ้นแล้ว
คืนนี้เป็นมื้อสุดท้ายที่จางซิ่วเอ๋อจะกินข้าวที่นี่
เมื่อคิดถึงช่วงเวลาที่ยากลำบากเมื่อได้เผชิญครั้งอยู่ที่นี่กับหนิงอันและเถี่ยเสวียน แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่หนัก แต่มันก็มีความสุขเช่นกัน โดยเฉพาะหนิงอันและเถี่ยเสวี่ยนที่ดูแลนางเป็นอย่างดี
สำหรับมื้อเย็น จางซิ่วเอ๋อจึงทำอาหารจานพิเศษ
นางวางแผนไว้ว่าวันนี้ต้องบอกลาอดีต และกล่าวขอบคุณหนิงอันและเถี่ยเสวี่ยนที่ดูแลตนมาอย่างดี
แต่หลังจากทำอาหารพร้อมแล้ว ผ่านไปสักครู่ใหญ่ จางซิ่วเอ๋อก็ยังไม่เห็นมีใครกลับมา
เมื่อจางซิ่วเอ๋อรู้สึกว่าพวกเขาทั้งสองคนจะไม่มากล่าวอำลา นางจึงเรียกจางชุนเถามาเพื่อจัดการกับอาหารเย็น…
เถี่ยเสวี่ยนเดินเข้ามาจากด้านนอก
มีสัตว์ต่าง ๆ ห้อยอยู่รอบเอวของเขา เป็นกระต่าย ไก่ฟ้า และยังมีพวกมันอยู่ในมือของเขาอีก
“เถี่ยเสวี่ยน เจ้ากำลังทำอะไร?” จางซิ่วเอ๋อรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นนักล่าสัตว์ที่ยอดเยี่ยม แต่พวกเขาก็ไม่ควรจะล่าเหยื่อมากมายเช่นนี้มิใช่หรือ? แม้ว่าจะนำมันไปขาย แต่ก็ไม่อาจขายมันได้หมดในระยะเวลาสั้น ๆ
…………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
คุณชายเนี่ยเหงาแล้วล่ะสิ น้องไม่อยู่บ้านผีสิงแล้ว
ไหหม่า(海馬)