ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ - บทที่ 615 หยางเจวี้ยนหลิ่ง
บทที่ 615 หยางเจวี้ยนหลิ่ง
หญิงสาวมักแต่งตัวสวยงามเพื่อคนที่พวกนางรัก บุรุษมักจะยอมตายให้กับคนที่พวกเขาเคารพ
ชาวบ้านในสังคมศักดินาส่วนใหญ่ไม่รู้หนังสือ ซื่อสัตย์ บริสุทธิ์จนเกือบจะโง่เขลา
เพียงเพราะผู้มีอำนาจเชื้อเชิญไปดื่มเหล้าแล้วแกล้งทำเป็นยกย่องสรรเสริญ นักฆ่าหลายคนก็ยอมพลีชีพให้ฝ่ายตรงข้ามได้
หญิงม่ายหลายคน สามีเสียชีวิตทั้งที่อายุยังน้อย แต่พวกนางกลับไม่ยอมแต่งงานใหม่ ทั้ง ๆ ที่สามารถทำได้
หลาย ๆ เรื่องที่จินเฟิงไม่เข้าใจล้วนมีอยู่ในสังคมศักดินาทั้งสิ้น
คนงานหญิงที่เขาเถี่ยกว้านก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง
เดิมทีจินเฟิงก็ไม่ได้คิดจะบุกเขาเถี่ยกว้านเพื่อช่วยหญิงสาวที่ต้องตกเป็น ‘ม้าเนื้อ’ หากแต่พวกโจรเขาเถี่ยกว้านเป็นฝ่ายมายั่วยุพวกเขาก่อน
ความจริงแล้ว จินเฟิงเพิ่งรู้ว่าในโลกนี้มีสิ่งที่เรียกว่า ‘ม้าเนื้อ’ หลังจากที่เข้ายึดเขาเถี่ยกว้านได้
การช่วยเหลือพวกนางจึงเป็นเรื่องที่ทำไปโดยบังเอิญ
จุดประสงค์แรกของการซื้อหญิงสาวจากตลาดนายหน้ากวางเหยวียน นอกจากความสงสารแล้วก็เพราะกิจการของโรงงานสบู่หอมขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จินเฟิงจึงจำเป็นต้องใช้คนงานหญิงเหล่านี้
ทว่าหญิงสาวเหล่านี้กลับมิได้คิดเช่นนั้น ในความคิดที่ซื่อตรงของพวกนาง จินเฟิงคือผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตพวกนางไว้
ด้วยเหตุนี้แม้ว่าถังเสียวเป่ยจะห้ามคนงานหญิงจากเขาเถี่ยกว้านลงจากเขา เนื่องจากกลัวว่าสูตรสบู่หอมจะถูกแพร่งพรายออกไป แต่พวกนางก็มิได้มีปากเสียงแต่อย่างใด
จินเฟิงเคยรู้สึกสงสารจึงค่อย ๆ เปิดเขาเถี่ยกว้าน โดยยกเลิกข้อจำกัดไม่ให้พวกนางลงจากเขา
แต่ผู้ที่คัดค้านอย่างรุนแรงที่สุดกลับมิใช่ถังเสียวเป่ย หากแต่เป็นคนงานหญิงเขาเถี่ยกว้าน
นี่คือสามัญสำนึกที่แตกต่างกันอันเนื่องมาจากยุคสมัยที่ต่างกัน
ไม่ว่าจินเฟิงจะมองเรื่องการมีภรรยามากกว่าหนึ่งคนอย่างไร แต่ในใจของหญิงสาวเหล่านี้ ทะเบียนสมรสที่ได้รับมาจากกวานเสี่ยวโหรวหมายความถึงการเป็นคนในตระกูลจิน
ที่สำคัญที่สุดคือพวกนางไม่อยากพ่ายแพ้ให้คนงานหญิงจากโรงงานสิ่งทอ
ถึงแม้ว่าจะมีหญิงสาวขี้ขลาดบางคนที่ไม่อยากออกรบ แต่เมื่อเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ยกมือกันหมด พวกนางก็ไม่กล้านิ่งเฉย
และสุดท้าย คนงานหญิงทุกคนก็ยกมือลงชื่อสมัคร
แบบนี้ยิ่งทำให้จั่วเฟยเฟยรู้สึกอึดอัดใจไปกันใหญ่
เขาเถี่ยกว้านก็ต้องการคนเฝ้า คงเป็นไปไม่ได้ที่จะพาทุกคนไปด้วย
หลังจากครุ่นคิดอยู่นาน นางก็เอ่ยว่า “หัวหน้ากลุ่มจับสลาก จับได้สองขีดออกรบ จับได้หนึ่งขีดอยู่เฝ้าบ้าน ห้ามแอบดูของคนอื่น มิเช่นนั้นขังห้องมืด !”
แบบนี้หากมีคนไม่อยากไปรบ แต่ด้วยความอายเลยยกมือขึ้นก็สามารถอยู่เฝ้าบ้านได้
เพราะสุดท้ายก็ไม่มีทางรู้ได้อยู่แล้วว่าตนเองนั้นจับได้อะไร
ในขณะที่หัวหน้ากลุ่มอยู่ระหว่างจับสลาก ชายหน้าบากคนหนึ่งก็วิ่งมาจากเชิงเขาอย่างรีบร้อน
เขาคือผู้คุ้มกันภัยผู้รับผิดชอบเฝ้าเขาเถี่ยกว้าน หัวหน้าหมวดฉินเฟย
เดิมทีเคยรับใช้ในกองทัพเถี่ยหลิน แต่เมื่อครั้งจินเฟิงโจมตีชิงสุยกู่ ชาวตั่งเซี่ยงก็ฟันเขาที่ใบหน้าและทำให้เสียดวงตาไปหนึ่งข้าง
หลังปลดประจำการ เขาก็ได้เข้าร่วมสำนักคุ้มภัยเจิ้นเหยวี่ยน จากนั้นก็ถูกจางเหลียงส่งมาเฝ้าเขาเถี่ยกว้าน
โดยปกติผู้คุ้มกันภัยจะประจำการที่เชิงเขาและแทบไม่ขึ้นมาบนเขาเลย แต่เขาเพิ่งได้รับข่าวว่าจั่วเฟยเฟยเกณฑ์คนงานหญิงเพื่อไปสกัดกั้นโจรท้องถิ่น
เมื่อได้ยินดังนั้น เขาจึงรีบขึ้นเขามาเป็นอันดับแรก
“หัวหน้าโรงงานจั่ว ข้าได้ยินมาว่าท่านจะพาเหล่าคนงานหญิงไปขัดขวางโจรจากไกว่จือโกวอย่างนั้นหรือ?”
“ถูกต้อง” จั่วเฟยเฟยพยักหน้ากล่าว “หัวหน้าหมวดฉิน เจ้ามาได้ทันเวลา ข้ากำลังจะไปหาเจ้าพอดี”
ฉินเฟยไม่ได้ซักถามว่าจั่วเฟยเฟยจะไปหาเขาเพื่อสิ่งใด แต่กลับเบิกตาโพลงแล้วซักถามว่า “เจ้ารู้หรือไม่ว่าตนเองกำลังทำสิ่งใด เหล่าโจรท้องถิ่นล้วนเป็นผู้ที่สามารถสังหารผู้อื่นได้”
“ข้ารู้ว่าพวกโจรท้องถิ่นเป็นผู้ที่สามารถสังหารชีวิตผู้อื่นได้ แต่ข้าก็จำเป็นต้องทำเช่นนี้!”
จั่วเฟยเฟยกล่าว “บริเวณโดยรอบของซีเหอวานนั้นล้วนเป็นพื้นที่ว่างเปล่า ป้อมปราการที่ปากหมู่บ้านก็ได้ถูกพวกโจรท้องถิ่นทำลายลงแล้ว หากเราปล่อยให้พวกโจรท้องถิ่นผ่านเข้าไป ชาวบ้านในซีเหอวานจะต้องตายเป็นจำนวนมาก
เราชาวเถี่ยกว้านนั้นมีความสามารถที่จะหยุดยั้งพวกโจรท้องถิ่นแต่กลับเพิกเฉย เมื่อท่านอาจารย์กลับมา พวกเราจะตอบท่านอาจารย์ได้อย่างไร?”
“เรื่องนี้…” ฉินเฟยถูกถามจนไม่รู้จะตอบอย่างไร
บริเวณโดยรอบเขาเถี่ยกว้านมีภูเขาเป็นจำนวนมาก หากพิจารณาจากพื้นที่แล้ว มันเหมาะที่จะใช้ในการสกัดกั้นพวกโจรท้องถิ่นมากกว่าซีเหอวานจริง
และเหล่าคนงานหญิงเองก็เต็มใจเข้าร่วมการต่อสู้ หากเขาและจั่วเฟยเฟยไม่ยินยอมก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร
ฉินเฟยพบว่าเหล่าคนงานหญิงเริ่มรับหน้าไม้แล้วจึงรู้ได้ในทันทีว่าเรื่องนี้ไม่มีหนทางหวนกลับแล้ว ฉินเฟยจึงตัดสินใจเลิกห้ามปรามแล้วถามว่า “หากจะต่อสู้ หัวหน้าโรงงานจั่วมีแผนการใด”
“เรื่องการต่อสู้ ข้าไม่รู้ เมื่อครู่ข้าจึงคิดจะไปปรึกษาหัวหน้าหมวดฉิน แต่ยังไม่ทันได้ไป ท่านก็มาเสียก่อน”
จั่วเฟยเฟยกล่าว “หัวหน้าหมวดฉินคิดว่าเราควรต่อสู้เช่นไร?”
นางถูกจินเฟิงซื้อมาจากแดนไกล หลังจากมาถึงเขาเถี่ยกว้านก็แทบจะไม่ได้ลงจากภูเขาเลย จึงไม่คุ้นเคยกับสภาพพื้นที่โดยรอบ
ขณะที่บ้านเกิดของฉินเฟยอยู่ในบริเวณเขาเถี่ยกว้าน ปู่กับพ่อก็เป็นนายพรานเก่าจึงคุ้นเคยกับทุกยอดเขาทุกหุบเขาในบริเวณนั้นอย่างมาก
ฉินเฟยไม่ได้ตอบคำถามของจั่วเฟยเฟยทันที ขมวดคิ้วครุ่นคิดสักพักแล้วจึงกล่าวว่า “หัวหน้าโรงงานจั่วถามเช่นนี้ ข้าจะไม่เกรงใจแล้ว! หากจะต้องสู้รบ ข้าคิดว่าพวกเราควรลงมือที่หยางเจวี้ยนหลิ่ง!”
“เพราะเหตุใด?”
“ด้านหนึ่งของหยางเจวี้ยนหลิ่งเป็นถนนหลวง อีกด้านเป็นหน้าผาสูงชัน เหมาะแก่การซุ่มโจมตีที่สุด และยังเป็นเส้นทางลัดจากไกว่จือโกวไปซีเหอวาน โจรที่ต้องการหลีกเลี่ยงจะต้องอ้อมไปหลายสิบลี้!”
ฉินเฟยกล่าวต่อ “ท่านอาจารย์กล่าวว่า การทำศึกควรจู่โจมเมื่อฝ่ายตรงข้ามกำลังอ่อนล้า หยางเจวี้ยนหลิ่งอยู่ใกล้กับเขาเถี่ยกว้านมาก พวกเราใช้เวลาเดินทางเพียงสองก้านธูปก็จะไปถึง แล้วค่อยรอให้โจรเดินทางมาก็พอ!”
“ดูเหมือนหัวหน้าหมวดฉินจะคิดแผนเอาไว้แล้ว เช่นนั้นก็ตกลงตามที่เจ้าเสนอเถิด!”
จั่วเฟยเฟยพยักหน้าแล้วถามว่า “หัวหน้าหมวดฉิน ยังมีสิ่งใดจะสั่งการอีกหรือไม่?”
“นอกจากนั้น…” ฉินเฟยครุ่นคิดสักครู่แล้วกล่าวว่า “นอกจากหน้าไม้แล้ว ขอให้หัวหน้าโรงงานจั่วส่งคนไปตัดไม้ไผ่มาแล้วนำฝาหม้อของโรงอาหารมาด้วย!”
“ตัดไม้ไผ่? นำฝาหม้อมา?” จั่วเฟยเฟยสงสัยว่าตนได้ยินผิด “เพราะเหตุใด?”
“ข้าสังเกตการฝึกฝนของพวกเจ้าแล้ว พวกเจ้าสามารถใช้หน้าไม้และควบคุมเครื่องเหวี่ยงหินได้ดี แต่หากต้องต่อสู้ระยะประชิดเกรงว่าจะลำบาก”
ฉินเฟยอธิบายว่า “ดังนั้น ข้าจึงคิดจะใช้กลยุทธ์ของท่านอาจารย์ที่ชิงสุยกู่เพื่อลดความสูญเสียให้ได้มากที่สุด”
แม้ว่าจั่วเฟยเฟยจะอยากถามมากว่าจินเฟิงใช้กลยุทธ์ใดในชิงสุยกู่ แต่ก็รู้ว่าเวลานี้ไม่เหมาะที่จะซักถาม จึงเลือกที่จะเชื่อใจฉินเฟยและสั่งให้คนไปตัดไม้ไผ่ในป่าไผ่ จากนั้นก็นำฝาหม้อจากโรงอาหารมา
เมื่อไม้ไผ่ถูกส่งมาถึง คนงานหญิงก็เตรียมพร้อมแล้ว
ฉินเฟยแจกหอกไม้ไผ่ปลายแหลมให้คนงานหญิงแต่ละคน ก่อนที่เขาจะนำทัพมุ่งหน้าไปยังหยางเจวี้ยนหลิ่ง
ระหว่างทาง จั่วเฟยเฟยก็ได้จังหวะซักถามฉินเฟยเกี่ยวกับเรื่องราวที่ชิงสุยกู่
ฉินเฟยเล่าเรื่องของจินเฟิงผู้รับหน้าที่แม่ทัพในยามคับขัน แล้วนำทหารกองทัพเถี่ยหลินจำนวนหลายพันนายเข้าต่อสู้พลิกสถานการณ์จนสามารถปราบชาวตั่งเซี่ยงได้
ในฐานะหนึ่งในผู้ที่เคารพจินเฟิง ฉินเฟยจึงอดไม่ได้ที่จะเสริมเติมแต่งเรื่องราวในระหว่างที่เล่า โดยเล่าเรื่องการต่อสู้ที่ดุเดือดให้ยิ่งน่าตื่นเต้นจนทำให้จั่วเฟยเฟยถึงกับอึ้ง
ในความประทับใจของนาง จินเฟิงเป็นเพียงบัณฑิตผู้สุภาพอ่อนโยน ในเขาเถี่ยกว้าน เขาก็มักถูกเหล่าหญิงสาวพูดจาแทะโลมจนหน้าแดงแล้วหนีหายไป
แต่ในวันนี้นางรู้จักอีกด้านหนึ่งของจินเฟิงจากปากของฉินเฟย
และยังได้รู้จักสิ่งที่เรียกว่า ‘แฟแลงซ์มาซิโดเนีย’
เมื่อมองไปที่หยางเจวี้ยนหลิ่ง จั่วเฟยเฟยก็พยักหน้าเล็กน้อย “ที่นี่เหมาะสำหรับกลยุทธ์ที่หัวหน้าหมวดฉินพูดถึงจริง ๆ!”