ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ - บทที่ 623 การรับรองของกวานเสี่ยวโหรว
- Home
- ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์
- บทที่ 623 การรับรองของกวานเสี่ยวโหรว
บทที่ 623 การรับรองของกวานเสี่ยวโหรว
“ฮูหยิน ท่านจะทำสิ่งใด?”
จั่วเฟยเฟยรีบเข้าไปประคองกวานเสี่ยวโหรวไว้ทันที
“ฮูหยิน นี่เป็นสิ่งที่พวกข้าพึงกระทำ หากไม่ใช่ท่านกับท่านอาจารย์คอยช่วยเหลือ พวกเราก็ยังคงต้องทนทุกข์อยู่ในรังโจรท้องถิ่นต่อไป”
“ถูกต้องแล้ว พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ฮูหยินกล่าวเช่นนี้ช่างดูเหมือนเป็นคนอื่นคนไกลเสียจริง”
คนงานหญิงที่อยู่โดยรอบต่างโบกมือปฏิเสธคำขอบคุณจากกวานเสี่ยวโหรวก่อนจะพูดอย่างถ่อมตัว
แต่สีหน้าแววตาของพวกนางกลับเปิดเผยความในใจออกมา
ไม่มีใครปรารถนาช่วยเหลือคนที่ใจดำและไม่เห็นคุณค่าของตนหรอก
ซึ่งคำพูดของกวานเสี่ยวโหรวก็เหมือนได้เข้ามาแทงกลางใจพวกนาง
และในขณะนั้นเอง เสียงกรีดร้องโหยหวนก็ดังขึ้นไม่ไกล
“พี่อาเยว่ ตื่นสิ!”
ทุกคนหันไปมองบนก้อนหินริมถนนบนภูเขา เห็นหญิงสาวที่ใบหน้าเปรอะเปื้อนเขม่าดำนั่งอยู่บนพื้นพลางโยกไกวร่างของสหายที่อยู่ในอ้อมแขนอย่างแรง
เมื่อเห็นกวานเสี่ยวโหรวเข้ามา นางก็รีบวิ่งเข้าไปหาเพื่อขอความช่วยเหลือทันที “ฮูหยิน ช่วยพี่อาเยว่ด้วยเถิด ข้าขอร้อง ช่วยพี่อาเยว่ด้วย”
ยามนี้ท้องฟ้ามืดมิด หมอกก็หนาทึบ กวานเสี่ยวโหรวจึงมองเห็นได้ไม่ชัด
เมื่อเข้าไปใกล้จึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าสหายหญิงที่ผู้นั้นอุ้มอยู่ในอ้อมแขนนั้นมีบาดแผลฉกรรจ์บนใบหน้า หูข้างซ้ายหายไปแล้ว ครึ่งซ้ายของเสื้อผ้าเปียกโชกไปด้วยเลือด มีเลือดไหลออกจากปากอย่างไม่รู้สึกตัว ดูแล้วน่าเวทนายิ่งนัก
“แพทย์ทหาร! เรียกแพทย์ทหารมารักษาคนเร็วเข้า
กวานเสี่ยวโหรวหันไปตะโกนสั่ง
หลังตะโกนจบ นางก็จะควักผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดแผลให้คนงานหญิง แต่พอยื่นมือไปควานหาก็พบว่าผ้าเช็ดหน้ายังอยู่ในชุดเกราะ
“พี่อาเยว่อดทนอีกนิด แพทย์ทหารจะมาช่วยแล้ว!”
การสวมเกราะทำให้ก้มตัวลำบาก กวานเสี่ยวโหรวจึงคุกเข่าลงกับพื้น ขณะเดียวกันก็ใช้มือช่วยปิดแผลให้คนงานหญิงพร้อมปลอบประโลม
ก่อนหน้านี้อาเยว่ที่เหมือนจะหมดสติไปแล้วก็ได้ลืมตาขึ้นมาราวกับรู้สึกได้ว่าบาดแผลของตนนั้นถูกสัมผัส
ด้วยความที่ไร้เรี่ยวแรงจะหันหน้าไปอีกทาง นางจึงไม่ได้เห็นกวานเสี่ยวโหรวและเห็นเพียงสหายหญิงคนหนึ่งที่ประคองนางอยู่เท่านั้น
“เสี่ยว…เสี่ยวเชี่ยนเจ้ายังมีชีวิตอยู่…ดี…”
อาเยว่เอ่ยด้วยเสียงอ่อนแรง “ข้า…ข้าคง…ไม่รอด…”
“พี่อาเยว่ พี่จะต้องไม่ตาย!” เสี่ยวเชี่ยนส่ายหน้าพลางร้องไห้
“เจ้าไม่ต้องพูด…ฟังข้า…”
อาเยว่ขัดจังหวะคำพูดของเสี่ยวเชี่ยน “ท่านแม่เคยบอกว่า..คนตายแล้วไม่มีใครไปดูแล…จะกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อน...ข้าตายแล้ว…อย่าได้ฝังข้าไว้ที่นี่….ให้ฝังข้าที่หลังภูเขาของพวกเรา…เมื่อใดที่เจ้าไม่มีอะไรทำก็ไปเยี่ยมข้าบ้าง…หมอนข้างของข้ามีเงิน…เจ้าเอาไปให้เจ้าหมด…”
ในตำนานพื้นบ้านของต้าคังกล่าวเอาไว้ว่า หากปราศจากลูกหลานที่จะประกอบพิธีศพ ไม่มีใครไปกวาดหลุมฝังศพ ก็จะกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อน
ส่วนใหญ่ชาวบ้านในสังคมศักดินานั้นงมงายและเชื่อในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก
อาเยว่เป็นหญิงสาวตัวคนเดียว จะมีลูกหลานจากที่ใด?
นางจึงทำได้เพียงฝากฝังสหายรักให้ไปประกอบพิธีศพเมื่อยามสิ้นใจเท่านั้น
กวานเสี่ยวโหรวเอ่ยขึ้นโดยไม่รอให้เสี่ยวเชี่ยนตอบ “พี่อาเยว่วางใจเถิด ข้าจะพาเจ้ากลับไปให้ได้!”
“ฮะ…ฮูหยิน?”
อาเยว่เพิ่งรู้ว่ากวานเสี่ยวโหรวก็อยู่ข้าง ๆ นางจึงพยายามดิ้นรน พลางโบกมือหมายจะทักทายกวานเสี่ยวโหรว
ทว่าแขนที่ยกขึ้นได้เพียงเล็กน้อย ก็ไม่สามารถขยับต่อได้
กวานเสี่ยวโหรวเห็นดังนั้นจึงรีบเอื้อมมือมาจับมือของนางเอาไว้
“ฮูหยินกล่าวเช่นนี้…ข้าก็วางใจแล้ว”
อาเยว่ยกยิ้มขึ้นก่อนจะเอ่ยตอบ “ขอบคุณ…ฮูหยิน!”
“นางได้จดทะเบียนสมรสกับท่านอาจารย์จินหรือไม่?”
กวานเสี่ยวโหรวหันไปถามเสี่ยวเชี่ยน
“จด ทุกคนที่นี่จดทะเบียนกับท่านอาจารย์จินหมด!”
ถึงแม้เสี่ยวเชี่ยนจะไม่รู้ว่าเหตุใดกวานเสี่ยวโหรวนึกถามขึ้นมา แต่นางก็พยักหน้าทั้งน้ำตา
“อาเยว่ เนื่องจากเจ้าได้จดทะเบียนสมรสกับท่านอาจารย์จินแล้ว เจ้าจึงถือว่าเป็นคนของสกุลจิน ถือว่าเป็นพี่น้องกับข้า!”
กวานเสี่ยวโหรวกล่าวอย่างจริงใจ “เจ้าจงวางใจ ไม่เพียงแต่ข้าจะพาเจ้ากลับไปเท่านั้น แต่ข้าจะตั้งป้ายวิญญาณให้เจ้าอีกด้วย ต่อไปนี้ทุก ๆ เทศกาล ข้าจะไปจุดธูปไหว้เจ้า จะไม่ยอมให้เจ้ากลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนไร้ญาติขาดมิตรเป็นอันขาด!”
“ข้าจะได้อยู่ในตระกูล...จะมีป้ายวิญญาณด้วยหรือ?”
อาเยว่ได้ยินดังนั้น จากที่เหมือนจะสิ้นลมหายใจก็กลับมีเรี่ยวแรงอีกครั้งพลันเอ่ยถามด้วยความตื้นตัน “ท่านอาจารย์จินจะยินยอมหรือ?”
ตามขนบธรรมเนียมของต้าคัง อนุภรรยาไม่มีสิทธิ์ได้ขึ้นบัญชีตระกูล เมื่อสิ้นชีวิตก็เพียงหาที่ฝังเสียก็สิ้นเรื่อง
มีเพียงเหล่าอนุภรรยาที่ได้ทำคุณประโยชน์ให้แก่ตระกูลหรือเป็นที่โปรดปรานของเจ้าบ้านเป็นพิเศษเท่านั้น จึงจะมีโอกาสได้ถูกจารึกในบัญชีตระกูล
ส่วนเรื่องการตั้งป้ายวิญญาณนั้นยิ่งไม่ต้องคิดถึง เพราะเป็นสิทธิ์ของภรรยาเอกแต่เพียงผู้เดียว
“สามีจะต้องยินยอมเป็นแน่ ข้ารับรองได้!”
กวานเสี่ยวโหรวพยักหน้าอย่างหนักแน่น
นางรู้จักจินเฟิงดี นางรู้ว่าจินเฟิงไม่ใส่ใจในขนบธรรมเนียมประเพณีในสังคมศักดินานี้
หากรู้เรื่องในวันนี้ นางเชื่อว่าจินเฟิงจะต้องยินยอมเป็นแน่
“ขอบคุณฮูหยิน…”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น อาเยว่ก็ยิ้มออก หัวใจที่หนักอึ้งในที่สุดก็คลายลงและแขนก็ตกลงในลำดับถัดมา
“พี่อาเยว่วางใจได้ ข้าจะทำตามที่รับปาก!”
กวานเสี่ยวโหรววางมือของอาเยว่ลงอย่างแผ่วเบา แล้วถามว่า “ใบหูของนางล่ะ หาให้พบแล้วนำกลับไป ข้าจะเย็บให้นางเอง!”
“ใบหู…ใบหูถูกพวกโจรเฉือนเอาไปแล้ว…”
เสี่ยวเชี่ยนเอ่ยตอบทั้งน้ำตา
“พวกโจรเฉือนใบหูไปเพื่ออะไรกัน?” กวานเสี่ยวโหรวขมวดคิ้วถาม
“ข้าได้ยินว่าโจรท้องถิ่นจะใช้หูแลกกับเงินรางวัล…”
“เจ้าว่าอย่างไรนะ?”
กวานเสี่ยวโหรวลุกขึ้นยืนทันที
ขณะนี้ คนงานหญิงได้รวบรวมร่างไร้วิญญาณของพี่น้องที่เสียชีวิตมาแล้ว กวานเสี่ยวโหรวจึงเดินเข้าไปดูอย่างใกล้ชิด และผลก็คือหูของพวกนางสูญหายไปทั้งสิ้น!
ดวงตาของกวานเสี่ยวโหรวแดงก่ำขึ้นในทันใด ร่างกายของนางไหวเอนไปมาเล็กน้อย ก่อนจะยื่นมือออกไปพยุงก้อนหินเพื่อให้ร่างของตนเองมั่นคง
ทว่าในใจของนางกลับรู้สึกราวกับว่ามีก้อนหินขนาดใหญ่ขวางกั้นอยู่ นางรู้สึกเจ็บปวดจนแทบจะหายใจไม่ออก!
น้ำตาของนางไหลลงมาไม่ขาดสาย
จั่วเฟยเฟยเห็นดังนั้นจึงรีบก้าวเข้าไปประคองกวานเสี่ยวโหรวทันที
ขณะที่เตรียมจะปลอบโยน ผู้คุ้มกันคนหนึ่งก็ขี่ม้าศึกมาหยุดอยู่ตรงหน้าของคนทั้งสอง
เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่ จึงกระโดดลงจากม้าศึกก่อนจะกำหมัดคารวะกวานเสี่ยวโหรวแล้วรายงานว่า “ฮูหยิน พวกโจรถูกพวกเราจับตัวได้ทั้งหมดแล้ว พี่ใหญ่เถี่ยจือให้ข้ามาถามฮูหยินว่าจะให้จัดการอย่างไร จะส่งไปที่เฮยสุ่ยโกวหรือจะขังไว้ต่างหาก?”
การหลบหนีหมายความว่าได้หันหลังให้กับศัตรู
ดังนั้นในสนามรบ หากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหนีไป สิ่งที่รอพวกเขาอยู่ก็คือการถูกสังหาร
และในครั้งนี้ก็ต้องวัดกันที่โชคชะตา
หากโชคดีวิ่งได้เร็ว อาจจะรอดชีวิตกลับไปได้
หากโชคร้ายถูกศัตรูไล่ตาม ก็แทบจะไม่มีหนทางรอด
ภูเขาใกล้เคียงมีเพียงทางเดียว โจรท้องถิ่นจะหนีไปทางไหนได้
ขาของพวกโจรจะวิ่งเร็วกว่าม้าศึกได้อย่างไร
พวกเขาจึงถูกทหารม้าที่หลิวเถี่ยนำไปไล่ตามทันอย่างรวดเร็ว
สำนักคุ้มภัยเจิ้นเหยวี่ยนเป็นที่เลื่องลือมาอย่างเนิ่นนานว่าไม่ฆ่าเชลยศึก เมื่อโจรเห็นว่าหนีไม่รอดแล้ว จึงโยนอาวุธลงแล้วคุกเข่าที่ข้างทางเพื่อยอมแพ้
โจรท้องถิ่นกลัวจนตัวสั่น หลิวเถี่ยก็ขี้เกียจจะสังหารพวกมัน จึงนำทหารม้าพุ่งไปข้างหน้าแล้วหันหลังกลับเหมือนไล่ฝูงแกะเพื่อไล่ให้โจรท้องถิ่นวิ่งกลับไปทางเดิม
โจรเหล่านี้ไม่ใช่โจรธรรมดา หลิวเถี่ยจึงไม่กล้าตัดสินใจเอง และในขณะที่เขาก็ได้สอบถามหัวหน้าโจรท้องถิ่นไปพลางพร้อมกับส่งคนไปแจ้งกวานเสี่ยวโหรว
“จับกุมได้กี่คน?” กวานเสี่ยวโหรวเงยหน้าถาม
“ข้าไม่ได้นับอย่างละเอียด แต่กะดูแล้วน่าจะมี 400-500 คน” ผู้คุ้มกันภัยตอบ
“400-500 คน…” กวานเสี่ยวโหรวพยักหน้า “ไปบอกหลิวเถี่ยว่าให้ฆ่าทิ้งทั้งหมด”
“ทั้งหมด…ฆ่าให้หมดหรือ?”
ผู้คุ้มกันภัยสงสัยว่าตนเองฟังผิด