ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ - บทที่ 622 การปะทะที่หยางเจวี้ยนหลิ่ง(4)
- Home
- ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์
- บทที่ 622 การปะทะที่หยางเจวี้ยนหลิ่ง(4)
บทที่ 622 การปะทะที่หยางเจวี้ยนหลิ่ง(4)
หัวหน้าโจรท้องถิ่นที่กำลังหนักใจเรื่องชุดเกราะดำของกลุ่มผู้คุ้มกันภัย เมื่อได้รับคำแนะนำจากเฉินซือเหยีย เขาจึงรีบสั่งให้คนขนไหน้ำมันไปยังแนวหน้าทันที!
ปัญหาที่เฉินซือเหยียนึกถึง จินเฟิงเองก็ได้คำนึงถึงตั้งแต่ตอนออกแบบชุดเกราะแล้ว
ถึงชุดเกราะสีดำจะแข็งแกร่ง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีจุดอ่อน
น้ำและไฟก็ยังคงมีพลังในการทำลายชุดเกราะดำนี้เช่นกัน
ตอนฝึกอบรมผู้คุ้มกันภัย จินเฟิงได้เน้นย้ำให้ระวังการโจมตีด้วยน้ำและไฟจากฝ่ายของศัตรูเป็นพิเศษ
หากในยามปกติ เมื่อเห็นศัตรูถือถังน้ำมันเข้ามา ผู้คุ้มกันด้านหลังก็จะยิงธนูสยบไปนานแล้ว
แต่ตอนนี้หมอกหนามาก กว่าที่ผู้คุ้มกันภัยจะเห็นโจรท้องถิ่น ไฟที่เกิดจากไหน้ำมันก็ลุกไหม้เข้ามาใกล้และไม่ทันการเสียแล้ว
แม้ว่ากลุ่มผู้คุ้มกันภัยที่ระวังอยู่ด้านหลังจะยิงสังหารโจรท้องถิ่นไปได้บางส่วน แต่ก็ยังมีไหน้ำมันสิบกว่าไหถูกปาเข้ามา!
“เตรียมรับมือ! ถอยทัพ!”
หลิวเถี่ยคำรามเสียงดัง ในขณะเดียวกันผู้คุ้มกันภัยทั้งหมดก็รีบถอยหลังออกไปอย่างรวดเร็ว พร้อมยกแขนขึ้นมาป้องกันด้านหน้า
เพล้ง เพล้ง เพล้ง!
เพราะถอยทัพทัน ไหน้ำมันกว่าสิบสิบไหจึงตกลงบนพื้น แต่ก็มีห้าถึงหกไหที่ตกลงบนตัวของผู้คุ้มกันภัย
ในพริบตาเดียว พื้นที่ต่อสู้ระหว่างผู้คุ้มกันภัยและโจรท้องถิ่นก็กลายเป็นทะเลเพลิง
ผู้คุ้มกันภัยเจ็ดแปดคนถูกไฟคลอกในทันที
“หมู่สามดับไฟ! หมวดสองไปด้านหน้า!”
หลิวเถี่ยสั่งการพลางดึงผ้าขนหนูเปียกผืนหนึ่งออกจากกระเป๋าด้านข้าง และรีบเข้าไปช่วยดับไฟที่ตัวของผู้คุ้มกันภัย
ผ้าขนหนูเปียกนี้ จินเฟิงเตรียมเอาไว้โดยเฉพาะ เผื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น
ผู้คุ้มกันภัยหมู่สามก็เช่นเดียวกับหลิวเถี่ย พวกเขาช่วยกันดับไฟที่ลุกไหม้บนตัวสหายร่วมรบอย่างรวดเร็ว
เดิมที หมวดหนึ่งเป็นกลุ่มที่บุกไปข้างหน้า แต่เมื่อหมวดหนึ่งถอยไปดับไฟ หมวดสองก็ต้องรุดไปด้านหน้าทันที เพื่อป้องกันไม่ให้พวกโจรฉวยโอกาสโจมตี
จริง ๆ แล้วพวกเขาคิดมากไป พวกโจรกับผู้คุ้มกันภัยเคยปะทะกันบริเวณนั้นมาก่อน ซึ่งตอนนี้ที่นั่นกลายเป็นทะเลเพลิงไปแล้ว
ตอนที่โจรโยนไหน้ำมันออกไป พวกมันไม่คิดเลยว่าจะกระทบถึงพวกเดียวกันหรือไม่
หลิวเถี่ยกับพวกของเขาเผชิญหน้ากับโจรที่โยนไหน้ำมัน ขนาดพวกเขามีปฏิกิริยาที่ฉับไวยังมีผู้คุ้มกันภัย 7-8 คนที่ถูกลูกหลง
แต่โจรที่หันหลังให้ไหน้ำมัน ไม่ได้เห็นว่ามีคนโยนไหน้ำมันมาจากด้านหลัง ปฏิกิริยาของพวกเขาจึงไม่ฉับไวเท่าผู้คุ้มกันภัย และสุดท้ายก็มีโจรอย่างน้อย 20-30 คนจบชีวิตลงในกองเพลิง
เสียงโหยหวนเจ็บปวดรวดร้าวดังระงมไปทั่ว ทำให้พวกโจรที่อยู่ด้านหลังขนหัวลุก
ในสถานการณ์เช่นนี้ ไม่มีโจรคนไหนกล้าข้ามกองเพลิงมาโจมตีผู้คุ้มกันภัย
เมื่อโจรที่ถูกเผาหมดลมหายใจไป เส้นทางบนภูเขาที่เมื่อครู่คนชนกันระเนระนาด กลับเงียบสงัดลงอย่างประหลาด
น้ำมันบนพื้นดินที่ถูกเผาก็เริ่มดับไปทีละน้อย
โดยที่ในอากาศนั้นอบอวลไปด้วยกลิ่นไหม้และเหม็นฉุน
“ไหน้ำมันได้ผลดี สามารถเผาพวกมันตายไปตั้งหลายสิบคน! เร็วเข้า เอาไหน้ำมันทั้งหมดส่งมาข้างหน้า เผาพวกมันตายไปให้หมด! ยิ่งตัดหูพวกมันมาได้มากเท่าไร พวกเราก็จะได้เงินมากขึ้นเท่านั้น!”
หัวหน้าโจรที่อยู่ด้านหลัง ก็เตะไล่ลูกสมุนให้ไปสู้รบที่ด้านหน้า
เพราะว่าหมอกนั้นหนาเกินไป กลุ่มโจรจึงมองไม่เห็นข้างหน้า และโจรหลายคนก็หลงเชื่อหัวหน้าของพวกเขาจริง ๆ คิดว่าเสียงกรีดร้องเมื่อครู่คือเสียงของผู้คุ้มกัน
เพราะว่าไหน้ำมันนั้นเป็นสิ่งที่พวกเขาส่งออกไป การที่มันเผาทำลายฝั่งศัตรูก็ถูกต้องแล้วมิใช่หรือ?
ด้วยเหตุนี้ภายใต้แรงผลักดันจากผลประโยชน์ โจรด้านหลังจึงเริ่มโจมตีอีกครั้ง
โจรด้านหลังไม่รู้สถานการณ์ที่แท้จริงและมีแต่โจรด้านหน้าที่รู้สถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ผู้ที่นำหน้าก็ถูกไฟคลอกตาย แต่ถ้าไม่มีผู้นำใครจะกล้าบุกต่อไป?
พวกเขาต่างก็ตกใจ จึงรีบหันหลังและวิ่งกลับจนชนกับโจรที่บุกขึ้นมาข้างหน้า
ทางเดินบนภูเขาที่ไม่กว้างนักก็กลายเป็นความโกลาหลในทันที
หัวหน้าหมวดคนหนึ่งที่ตาไว สังเกตเห็นว่ามีโจรหลายคนถือไหน้ำมันอยู่ จึงรีบวิ่งไปรายงานหลิวเถี่ย
แม้ว่าเปลวไฟบนตัวของผู้คุ้มกันภัยถูกดับลงแล้วโดยไม่ได้ทำให้สูญเสียกำลังพลในการสู้รบ แต่มีผู้คุ้มกันสองคนที่ใบหน้าถูกไฟไหม้ หนึ่งในนั้นดวงตาเสียหายและยังไม่แน่ใจว่าจะรักษาได้หรือไม่
ในใจหลิวเถี่ยนั้นมีแต่ความโกรธ เมื่อได้ยินรายงานของผู้คุ้มกันภัย เขาจึงกัดฟันพูดว่า “เดิมทีเราก็คิดจะต่อสู้กับพวกมันแบบเผชิญหน้า แต่พวกมันมาหาความตายเอง ก็โทษข้าไม่ได้! เอาระเบิดมือมา!”
“รับทราบ!” หัวหน้าหมวรีบวิ่งออกไป
ไม่นานผู้คุ้มกันหลายคนก็หามหีบบรรจุระเบิดมือมา
โดยที่ด้านข้างมีผู้คุ้มกันอีกหลายคนกำลังประกอบเครื่องเหวี่ยงหินขนาดเล็กอย่างรวดเร็ว
เครื่องเหวี่ยงหินชนิดนี้ จินเฟิงออกแบบมาสำหรับการขว้างระเบิดมือโดยเฉพาะ แม้ว่าระยะยิงจะไม่ไกลเท่าเครื่องเหวี่ยงหินขนาดใหญ่ และจำนวนระเบิดมือที่สามารถขว้างได้ในแต่ละครั้งก็ไม่มาก แต่การขึ้นสายและการบรรจุนั้นเร็วกว่าธนูจ้งหนู่และมีความแม่นยำสูงกว่า
เมื่อหลิวเถี่ยสั่งการ เหล่าระเบิดมือก็พุ่งออกไปพร้อมเกิดเสียงดังทันที
ตูม! ตูม! ……
เนื่องจากทางบนเขาค่อนข้างแคบ พวกโจรจึงรวมตัวกันเป็นกลุ่ม เมื่อมีระเบิดมือจำนวนหนึ่งถูกขว้างปาเข้าไป จึงไม่ต้องสงสัยถึงพลังการทำลายล้าง
พลังของระเบิดมือนั้นทำให้กลุ่มโจรปลิวว่อนออกไปราวกับเศษผ้า!
แม้แต่หมอกหนาก็ยังถูกแรงระเบิดพัดพาจนกระจายไปชั่วขณะ
เหล่าโจรท้องถิ่นที่อยู่ด้านหลังก็ได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้านหน้า
พลังทำลายอันน่าสะพรึงกลัวของการระเบิดมือสามารถทำให้เหล่าทหารม้าในสังกัดของตานจูยังสยบลงได้ แล้วนับประสาอะไรกับโจรท้องถิ่น
แทบจะทุกคนในหมู่โจรต่างก็ตกใจจนแทบสิ้นสติ
หลิวเถี่ยฉวยโอกาสในยามที่หมอกจางลง และเป็นจังหวะที่กลุ่มโจรกำลังขนย้ายไหน้ำมัน สั่งการผู้คุ้มกันภัยให้เล็งเป้าหมายไปที่นั่น
คราวนี้พวกเขาขว้างระเบิดมือออกไปเพียงลูกเดียว แต่พลังทำลายล้างกลับร้ายแรงกว่าก่อนหน้า
ไหน้ำมันถูกระเบิดมือระเบิดจนกระจายไปทั่วบริเวณโดยรอบกว่าสามจั้ง และหลังจากนั้นมันก็เต็มไปด้วยเปลวเพลิง
หลิวเถี่ยสั่งการผู้คุ้มกันภัยให้โจมตีกลุ่มโจรที่รวมตัวกันอยู่ไกลออกไปอีกครั้ง
การโจมตีหลายระลอกทำให้เหล่าโจรสูญสิ้นซึ่งความฮึกเหิมที่เหลืออยู่อย่างสิ้นเชิง
ผู้คุ้มกันภัยนั้นมีพลังต่อสู้ที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว บวกกับอาวุธอันร้ายกาจเช่นนี้ จะสู้กันอย่างไรไหว
โจรท้องถิ่นจึงเริ่มแตกกระจาย ไม่ว่าหัวหน้าโจรจะขู่เข็ญอย่างไรก็มิอาจห้ามปรามพวกเขาไว้ได้
“ฟางโจว เจ้าจงนำม้าออกมาให้ข้าเดี๋ยวนี้ ข้าจะไล่ตามกลุ่มโจรไป!”
หลิวเถี่ยตะโกนบอกกับหัวหน้าหมวดผู้รับผิดชอบในการดูแลม้าศึกและคุ้มครองกวานเสี่ยวโหรวทันที ซึ่งหลังจากสิ้นคำสั่งม้าศึกก็ถูกจูงออกมา
“พวกเจ้าปกป้องฮูหยินให้ดี ถ้าพลาดท่าเกิดเรื่องขึ้นข้าจะเอาหัวของเจ้ามาประกัน!”
หลิวเถี่ยขึ้นหลังม้าแล้วสั่งฟางโจว จากนั้นก็รีบนำกำลังออกไล่ล่าโจรท้องถิ่นทันที
“ฮูหยิน มาที่นี่ด้วยหรือ?”
จั่วเฟยเฟยและคนงานหญิงเห็นว่าสิ้นสุดการต่อสู้ก็พากันออกมาจากที่ซ่อน
เมื่อได้ยินคำของหลิวเถี่ย จึงหันไปมองฟางโจวด้วยความประหลาดใจ
ยังไม่ทันที่ฟางโจวจะตอบ จั่วเฟยเฟยก็เห็นกวานเสี่ยวโหรวพาอาจวี๋และคนอื่น ๆ ออกมาจากหมอกหนา
เมื่อเห็นศพเกลื่อนกลาดทั่วพื้นที่และได้กลิ่นเหม็นไหม้ที่ยังคงอบอวลอยู่ กวานเสี่ยวโหรวก็ขมวดคิ้วแน่น
แม้ว่าเมื่อครู่จะมองไม่เห็นการต่อสู้เบื้องหน้า แต่เมื่อได้ยินเสียงต่อสู้ กวานเสี่ยวโหรวก็รู้แล้วว่าการต่อสู้ย่อมรุนแรง
ซึ่งนางไม่คิดว่าจะรุนแรงถึงเพียงนี้
จากเขาเถี่ยกว้านไปยังซีเหอวานเป็นระยะทางที่ไม่ไกลนัก กวานเสี่ยวโหรวมีหน้าที่รับผิดชอบในพัฒนาเครื่องหอมและสบู่หอม นางก็มักจะไปที่โรงงานสบู่เป็นประจำ จั่วเฟยเฟยและกวานเสี่ยวโหรวจึงไม่ใช่คนแปลกหน้ากัน ทว่าจั่วเฟยเฟยเพิ่งเคยเห็นกวานเสี่ยวโหรวสวมชุดเกราะ จึงอดที่จะตกใจไม่ได้
ถึงกระนั้นด้วยความที่นางเป็นหัวหน้าโรงงาน จั่วเฟยเฟยจึงรีบตั้งสติแล้วเดินเข้าไปต้อนรับ
“ฮูหยินที่นี่อันตรายนัก เหตุใดจึงเดินทางมาที่นี่?”
“ข้าขอขอบคุณทุกคนมาก!”
กวานเสี่ยวโหรวมองดูคนงานหญิงรอบข้าง ก่อนจะคำนับอย่างจริงจังและกล่าวอย่างซาบซึ้งว่า “นี่น้องทุกคนที่เสี่ยงตายช่วยหมู่บ้านต้านทานพวกโจร บุญคุณในครั้งนี้เสี่ยวโหรวจะไม่มีวันลืมไปชั่วชีวิต!”