ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ - บทที่ 624 กวานเสี่ยวโหรวคลุ้มคลั่ง
บทที่ 624 กวานเสี่ยวโหรวคลุ้มคลั่ง
กวานเสี่ยวโหรวรู้สึกโกรธแค้นในใจมาโดยตลอด แต่นางก็พยายามข่มกลั้นเอาไว้
แต่เมื่อได้ยินว่าโจรท้องถิ่นจะตัดหูของคนงานหญิงเพื่อไปรับรางวัล นางก็ไม่อาจข่มกลั้นไว้ได้อีกต่อไป จึงระเบิดอารมณ์ออกมาทันที
“ไปบอกหลิวเถี่ยว่า ข้า กวานเสี่ยวโหรว สั่งให้ฆ่าพวกมันทั้งหมด!”
กวานเสี่ยวโหรวกัดฟันกรอดก่อนจะกล่าวด้วยดวงตาที่แดงก่ำ “ฆ่าให้หมด! และตัดหัวพวกมันทิ้งซะ!”
“ตัดหัว?!”
ผู้คุ้มกันภัยตกใจอีกครั้ง
ในสังคมศักดินา เขาให้ความสำคัญกับศพที่สมบูรณ์ ซึ่งโดยทั่วไปมีเพียงอาชญากรที่มีความผิดร้ายแรงเท่านั้นจึงจะถูกตัดหัว
แม้แต่ฟางเหลยผู้เป็นมือสังหาร ตอนที่เขาสั่งประหารโจรท้องถิ่นที่ซวงถัวเฟิงเขาก็ยังแค่แขวนคอเท่านั้น
ผู้คุ้มกันภัยไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมกวานเสี่ยวโหรวที่ดูอ่อนโยนในยามปกติจึงออกคำสั่งที่โหดร้ายเช่นนี้
อาจวี๋เห็นผู้คุ้มกันภัยยังลังเลอยู่จึงแอบส่งสายตาให้พวกเขา
จากนั้นผู้คุ้มกันภัยก็รีบเดินตามอาจวี๋ไป
และอาจวี๋ก็ค่อย ๆ เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ผู้คุ้มกันภัยฟัง
พวกเขาจึงเข้าใจแล้วว่าทำไมกวานเสี่ยวโหรวถึงได้คลุ้มคลั่ง
“พวกมันช่างชั่วช้า พวกมันจะตัดหูของคนงานหญิง โดนตัดหัวก็สมควรแล้ว!”
ผู้คุ้มกันภัยรู้สึกโกรธแค้นเป็นอย่างยิ่ง ว่าจบพวกเขาก็กระโดดขึ้นหลังม้าแล้วออกไปทันที
ไม่นานนัก หลิวเถี่ยก็มาด้วยตนเอง
“เป็นอย่างไร เมื่อท่านอาจารย์จินไม่อยู่ ข้าพูดอะไรก็ไม่มีผลแล้วใช่หรือไม่?”
กวานเสี่ยวโหรวเงยหน้าจ้องมองหลิวเถี่ยแล้วเอ่ยถาม “ข้าบอกแล้วว่าให้ตัดหัว หากท่านอาจารย์จินกลับมาแล้วจะกล่าวโทษ ข้า กวานเสี่ยวโหรวจะเป็นผู้รับผิดชอบเอง ไม่ต้องให้เจ้าต้องมารับผิดชอบ”
“ฮูหยิน ข้ามิได้หมายความเช่นนั้น”
หลิวเถี่ยรีบอธิบายว่า “หัวหน้าโรงงานถังไม่ได้สงสัยหรอกหรือว่ามีคนวางแผนอยู่เบื้องหลัง ข้าได้สอบถามหัวหน้าโจรท้องถิ่น เขาบอกว่าเรื่องครั้งนี้ล้วนเป็นฝีมือของคนที่ชื่อนายท่านหลิวทั้งสิ้น”
“นายท่านหลิว?” กวานเสี่ยวโหรวถามทันที “ก่อนหน้านี้เสียวเป่ยถูกโจรแม่น้ำปล้นที่เจียงหนาน ได้ยินว่าก็เป็นฝีมือของ นายท่านหลิว เขาคือคนเดียวกันหรือไม่?”
“ไม่ทราบ แต่คงไม่ใช่หรอก”
หลิวเถี่ยกล่าวว่า “เรื่องของนายท่านหลิว ข้าก็ได้ยินมาเช่นกันว่าท่านอาจารย์ไล่ตามเขาไปถึงตงไห่ ขนาดท่านอาจารย์ยังไม่กลับมา เขาก็คงไม่สามารถกลับมาได้เร็วขนาดนั้นหรอก”
“ก็จริง” กวานเสี่ยวโหรวพยักหน้า “นายท่านหลิว คนนี้อยู่ที่ใด?”
“หัวหน้าโจรท้องถิ่นบอกว่า ก่อนหน้านี้เขาอยู่ในละแวกนี้ ไม่รู้ว่าหนีไปตอนไหน ข้าได้สั่งให้คนไปค้นหาตามภูเขาแล้ว”
หลิวเถี่ยกล่าวว่า “แต่คนพวกนี้ลื่นไหลยิ่งกว่าปลาไหลเสียอีก ตอนนี้หมอกในภูเขาก็หนา พวกเราก็มีกำลังคนไม่มากพอ ไม่แน่ใจว่าจะจับได้หรือไม่”
“กุนซือเฝิงก็หนีไปแล้วคนหนึ่ง ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องจับนายท่านหลิวคนนี้ให้ได้”
กวานเสี่ยวโหรวกล่าวว่า “ให้คนกลับไปแจ้งเสี่ยวอวี้ ให้นางระดมชาวบ้านไปปิดล้อมหยางเจวี้ยนหลิ่งในรัศมีห้าลี้ อย่าให้คนคนนี้หนีรอดไปได้เด็ดขาด”
เมื่อหลิวเถี่ยได้ยินก็ตาสว่างขึ้นมาทันที ก่อนจะรีบพยักหน้า “ข้าจะไปจัดการเดี๋ยวนี้”
ตามที่หัวหน้าโจรท้องถิ่นบอก นายท่านหลิวพาองครักษ์มาด้วยเพียงคนเดียว
ตอนนี้หมอกหนาทึบมาก ท้องฟ้ามืดสนิท แม้แต่คนในท้องถิ่นก็ยังอาจหลงทางในภูเขาได้ พวกเขาทั้งสองเป็นคนต่างถิ่น จะหนีไปที่ใดได้
ในไม่ช้า ผู้คุ้มกันภัยทั้งสองก็ขี่ม้ากลับมาที่ซีเหอวานทันที
“ฮูหยิน เรื่องการตัดหัว ท่านจะไม่พิจารณาอีกสักครั้งหรือ?”
หลิวเถี่ยพบว่ากวานเสี่ยวโหรวสงบลงแล้ว จึงถามอย่างหยั่งเชิง
“พวกมันไม่ปล่อยให้พี่น้องของข้ามีร่างกายที่สมบูรณ์ แล้วเหตุใดข้าต้องปล่อยให้พวกมันมีร่างกายที่สมบูรณ์ด้วย!”
กวานเสี่ยวโหรวพูดเสียงเย็น “ไม่ต้องคิดแล้ว ทำตามที่ข้าบอกก็พอ!”
“รับทราบ!”
หลิวเถี่ยเห็นว่ากวานเสี่ยวโหรวตัดสินใจแล้ว จึงไม่พยายามเกลี้ยกล่อมอีก
ไม่นานนัก ก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวนราวกับหัวใจจะขาดจากที่ไกล ๆ รวมถึงเสียงต่อสู้
โจรท้องถิ่นเกือบทุกคนรู้ว่าสำนักคุ้มภัยเจิ้นเหยวี่ยนไม่ฆ่าเชลยศึก
นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่เฉินซือเหยียสามารถว่าจ้างโจรท้องถิ่นมาก่อกวนที่อำเภอจินชวนได้อย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม หากถูกจับได้ก็จะไม่ถูกฆ่า อย่างมากก็ถูกขังอยู่ที่เฮยสุ่ยโกวเพื่อขุดถ่านหิน ทั้งยังมีอาหารอิ่มท้องทุกวัน แล้วจะกลัวอะไรอีก
โจรท้องถิ่นพวกนี้ก็มาอำเภอจินชวนด้วยความคิดเช่นนี้
ถึงแม้ว่าเมื่อไม่กี่วันก่อน ฟางเหลยจะทำลายกฎเกณฑ์ที่ซวงถัวเฟิงไปครั้งหนึ่ง แต่ฟางเหลยมีชื่อเสียงอันชั่วร้ายในการสังหารคน การฆ่าเชลยศึกจึงไม่ใช่เรื่องแปลก
โจรท้องถิ่นพวกนี้พบว่าหลิวเถี่ยไล่ตามพวกเขามา แต่ไม่ได้ฆ่าพวกเขา ทุกคนจึงโล่งใจ
ดูเหมือนว่าสำนักคุ้มภัยเจิ้นเหยวี่ยนมีเพียงฟางเหลยเท่านั้นที่ฆ่าคน ส่วนคนอื่น ๆ ยังไม่ฆ่าเชลยศึก
แต่ใครจะรู้ว่าหลังจากหลิวเถี่ยจากไปสักพักแล้วกลับมา เขาจะกลับมาสั่งให้ทหารม้าฆ่าพวกเขาทั้งหมด!
อีกทั้งยังเป็นการตัดหัว!
โจรท้องถิ่นพากันตกใจบ้างก็ขอร้อง บ้างก็ขัดขืนและบางคนก็ด่าทอ
แต่พวกเขาถูกมัดไว้แล้ว ไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงบทสรุปได้
บนภูเขาคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือดอย่างรวดเร็ว
ความมืดมิดยามค่ำคืน หมอกอันหนาทึบ เสียงร้องโหยหวนแทบขาดใจ ศพเกลื่อนกลาดปนกลิ่นคาวเลือด…
บรรยากาศบนหยางเจวี้ยนหลิ่งกลายเป็นความอึดอัดและน่ากลัว
คนงานหญิงหลายคนรู้สึกหวาดกลัว แต่เมื่อเห็นกวานเสี่ยวโหรวยืนอยู่ไม่ไกลพวกนางก็รู้สึกสบายใจขึ้น
ภายใต้การควบคุมของกวานเสี่ยวโหรว แพทย์ทหารและคนงานหญิงก็เริ่มรักษาผู้บาดเจ็บและเก็บศพของคนงานหญิงที่เสียชีวิตจากการต่อสู้
บนถนนบนภูเขา มีคนงานหญิงถือคบเพลิงอยู่ทุกหนทุกแห่ง
“พี่น้องทุกคนระวังให้ดี ต้องหาทุกใบหูที่ขาดหายไปให้เจอ!”
กวานเสี่ยวโหรวตะโกนกำชับ
หลังจากยุ่งอยู่ทั้งคืน กวานเสี่ยวโหรวและจั่วเฟยเฟยก็พาคนงานหญิงกลับเขาเถี่ยกว้าน!
ในช่วงสายของวันรุ่งขึ้น นายพรานที่ผ่านหยางเจวี้ยนหลิ่งก็ตกใจเกือบตาย
พวกเขาเห็นบนหยางเจวี้ยนหลิ่งมีศพที่ถูกตัดหัวเกลื่อนกลาด!
เรียงรายกันเป็นแถวยาวนับลี้!
เส้นทางเขายาวกว่าหนึ่งลี้นี้ถูกย้อมเป็นสีแดงฉานไปด้วยโลหิต!
ประชาชนไม่รู้ถึงรายละเอียดของการต่อสู้ รู้เพียงว่าคนงานหญิงจากเขาเถี่ยกว้าน ได้ขัดขวางเหล่าโจรท้องถิ่นที่ต้องการบุกโจมตีซีเหอวาน
หลังการต่อสู้ครั้งนี้ ชื่อเสียงของคนงานหญิงเขาเถี่ยกว้านก็เลื่องลือไปทั่ว
เนื่องจากคนงานหญิงที่เข้าร่วมการต่อสู้ครั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นอนุภรรยาที่จดทะเบียนสมรสกับจินเฟิง ดังนั้นชาวบ้านจึงเรียกคนงานหญิงจากเขาเถี่ยกว้านว่ากองทัพเหนียงจื่อตระกูลจินแห่งเขาเถี่ยกว้าน
นี่คือการต่อสู้ครั้งแรกของกองทัพเหนียงจื่อตระกูลจินแห่งเขาเถี่ยกว้าน!
หยางเจวี้ยนหลิ่งจึงถูกชาวบ้านเปลี่ยนชื่อเป็นภูเขาจินเจียเหนียงจื่อ
แน่นอนว่าเรื่องราวเหล่านี้เป็นเรื่องในภายหลัง
หลังจากที่กวานเสี่ยวโหรวพาคนงานหญิงกลับไปที่เขาเถี่ยกว้าน พวกนางก็ไม่ได้พักผ่อน แต่ให้จั่วเฟยเฟยนำเข็มและด้ายมาเย็บหูให้กับคนงานหญิงที่เสียชีวิตจากการต่อสู้
“ฮูหยิน ข้าได้ยินอาจวี๋บอกว่าท่านไม่ได้นอนมาหลายคืนแล้ว ไปพักสักหน่อยเถิด ข้าจะเย็บเอง!”
จั่วเฟยเฟยมองใบหน้าที่ซีดเซียวของกวานเสี่ยวโหรวแล้วเอ่ยอย่างเป็นห่วง
“ไม่ต้องหรอก ข้าไม่ง่วง!”
กวานเสี่ยวโหรวหยิบเข็มและด้ายมา พลางเอ่ยขึ้นอย่างเลื่อนลอย “เฟยเฟย ต่อไปนี้อย่าเรียกข้าว่าฮูหยินอีกเลย เรียกข้าว่าพี่สาวก็พอ”
เมื่อได้ยินดังนั้นหัวใจของจั่วเฟยเฟยก็เต้นแรงขึ้น
นางไม่ใช่คนโง่ กวานเสี่ยวโหรวพูดออกมาอย่างชัดเจนขนาดนี้ ต่อให้นางเป็นคนโง่ก็ยังเข้าใจความหมายของกวานเสี่ยวโหรว
“อย่างไร เจ้าไม่เต็มใจหรือ?”
กวานเสี่ยวโหรวเห็นจั่วเฟยเฟยไม่ตอบ จึงกล่าวว่า “หากเจ้ารู้สึกว่าข้าอายุน้อย เรียกข้าว่าน้องก็ได้”
“ข้ามิได้หมายความเช่นนั้น เพียงแต่พี่…พี่สาวพูดออกมากะทันหันเกินไป ข้ายังไม่ทันได้ตั้งตัว…”
จั่วเฟยเฟยรีบยกมือขึ้นอธิบาย
กวานเสี่ยวโหรวเห็นจั่วเฟยเฟยเปลี่ยนคำพูดแล้ว จึงเข้าใจความหมายของนาง
จากนั้นนางก็ก้มหน้ามองคนงานหญิงที่ล้มตายอยู่บนพื้น ก่อนจะถอนหายใจเฮือกหนึ่ง “เฟยเฟย ในเมื่อเจ้าเรียกข้าว่าพี่สาวแล้ว นั่นก็หมายความว่าเจ้ายินดีจะเข้าสู่ตระกูลจินอย่างเต็มตัว ดังนั้นข้าจะไม่ปฏิบัติต่อเจ้าเหมือนคนนอก ข้าวานเจ้าสักเรื่องสิ”