ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ - บทที่ 633 กำลังจะเกิดเรื่องใหญ่แล้ว!
- Home
- ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์
- บทที่ 633 กำลังจะเกิดเรื่องใหญ่แล้ว!
บทที่ 633 กำลังจะเกิดเรื่องใหญ่แล้ว!
“ฆ่านายอำเภอหรือ?”
ถังเสียวเป่ยได้ยินดังนั้นก็ตกใจและรีบวิ่งไปเพื่อดึงตัวจินเฟิงไว้
นางสัมผัสได้ถึงความโกรธของจินเฟิง รู้ว่าเขาไม่ได้พูดเล่น ๆ
นางไม่สงสัยเลยว่าจินเฟิงมีความสามารถที่จะฆ่านายอำเภอได้หรือไม่
แต่นายอำเภอหรือเสี้ยนลิ่งเป็นข้าราชการที่ได้รับการแต่งตั้งจากราชสำนัก แม้แต่กั๋วกงจะฆ่าก็ต้องหาเหตุผลที่ดี
จินเฟิงเป็นเพียงผู้มีบรรดาศักดิ์หนานตัวเล็ก ๆ การบุกเข้าไปในศาลาว่าการเพื่อฆ่านายอำเภอ อาจจะก่อให้เกิดปัญหาไม่รู้จบ
“สามีที่รัก ข้ารู้ว่าเจ้าโกรธมากและไช่หลิวหยางก็สมควรตายจริง ๆ แต่พวกเราต้องไม่ใจร้อนเช่นนี้!”
ถังเสียวเป่ยจับแขนเสื้อของจินเฟิงแน่น “เจ้าต้องใจเย็น ๆ กลับไปปรึกษากันให้ดีก่อนได้หรือไม่?”
“เสียวเป่ย ข้ารู้ว่าการทำแบบนี้ค่อนข้างใจร้อน”
สิ่งที่ทำให้ถังเสียวเป่ยแปลกใจคือจินเฟิงไม่ได้โกรธ แต่กลับพูดอย่างใจเย็นมาก “ระหว่างทางกลับมา ข้าคิดตลอดว่าควรจะทำอย่างไร แต่ข้าคิดไม่ออกเลยว่ามีวิธีอื่นอีก…”
พูดถึงตรงนี้ จินเฟิงก็นั่งยอง ๆ ลงอย่างทุกข์ใจ “พวกเราขนข้าวมาจากเจียงหนานมากมาย ตลอดฤดูหนาวก็เก็บสะสมผ้า ไว้จำนวนมาก แค่นี้ก็น่าจะผ่านพ้นวิกฤตไปได้ แต่ทุกวันยังมีผู้คนอดตายหนาวตายอีกมากมาย คิดแล้วมันก็บีบหัวใจข้าไปหมด!”
ถังเสียวเป่ยมองดูจินเฟิงที่ดูสิ้นหวังโดยไม่สนใจคนรอบข้าง นางจึงค่อย ๆ โอบกอดจินเฟิงเข้ามา “ข้าเข้าใจ เข้าใจทุกอย่าง! แต่ว่า…แต่ว่าการฆ่าเสี้ยนลิ่งเป็นเรื่องใหญ่มาก ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ”
“เสียวเป่ย ข้าคิดมาดีแล้ว!”
จินเฟิงผละตัวเองออกจากอ้อมกอดของถังเสียวเป่ยและยืนขึ้นใหม่อีกครั้ง “ในเมื่อตัดสินใจลงมือแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องลังเลอีก! ยิ่งลังเลนานวันประชาชนที่ต้องตายก็ยิ่งมากขึ้น!”
คำพูดนี้ทั้งพูดให้ถังเสียวเป่ยฟังและเป็นการให้กำลังใจตัวเองด้วย
หลังจากพูดจบสายตาของจินเฟิงก็ยิ่งมุ่งมั่นมากขึ้น
“เสียวเป่ย เจ้ากลับหมู่บ้านไปก่อนเถิด ไปบอกเรื่องนี้กับเสี่ยวโหรวสักหน่อย ให้นางเตรียมตัวไว้”
จินเฟิงสั่งเสร็จก็ลงจากภูเขาไปโดยไม่หันหลังกลับ
ถังเสียวเป่ยที่อยู่ข้างหลังร้อนใจจนต้องยกถูมือไปมา แต่ก็ไม่รู้ว่าจะห้ามอย่างไร
หากเขาฆ่าเสี้ยนลิ่ง ทางราชสำนักจะต้องสอบสวนอย่างแน่นอน
จินเฟิงได้ทำให้ขุนนางมากมายไม่พอใจ หากไม่อยากตายก็มีแต่ทางเดียวคือการก่อกบฏ
นางเคยคิดมาก่อนแล้วว่าหากจินเฟิงก่อกบฏจะเป็นอย่างไร
แต่นางไม่คิดว่าวันนั้นจะมาถึงเร็วขนาดนี้และกะทันหันขนาดนี้
“สบายใจได้เลย ข้ารับรองว่าจะพาสามีของเจ้ากลับมาอย่างปลอดภัย!”
เป่ยเชียนสวินจูงมือเด็กหญิงตัวน้อยเดินมาที่ข้างถังเสียวเป่ย “ช่วยดูแลหลิงเอ๋อร์ให้ข้าด้วย!”
พูดจบก็ยื่นมือเด็กหญิงใส่มือของถังเสียวเป่ย แล้วก็กระเผลกเดินตามหลังจินเฟิงไป
ที่ตีนเขา ลูกน้องเพิ่งจะพาม้าศึกเข้าคอก ก็เห็นต้าหลิวนำคนเข้ามา
“เหล่าเฉา ม้าศึกพร้อมหรือไม่?”
“ต้าหลิว เจ้ายังไม่ไว้ใจการทำงานของข้าอีกหรือ?”
ผู้ดูแลคอกม้าทุบอกแล้วพูดว่า “ให้กินหญ้าและถั่วชั้นดีที่สุด อีกสักครู่ข้าจะให้คนมาเช็ดเหงื่อ”
“ไม่ต้องแล้ว ตอนนี้จะใช้ม้า ให้คนไปจูงม้าออกมาเถิด!”
“จูงออกมา?…ได้!”
ผู้ดูแลคอกม้าชะงักไปครู่หนึ่ง อยากบ่นสักสองสามประโยคแต่เมื่อเห็นสีหน้าของจินเฟิงไม่ค่อยดี จึงรีบสั่งให้ลูกน้องนำม้าศึกออกมาจากคอก
ขบวนม้าภายใต้การนำของจินเฟิงทะยานออกจากซวงถัวเฟิงและควบม้าอย่างบ้าคลั่งไปตามถนนหลวง
ระหว่างทางกลับ เพื่อหลีกเลี่ยงเรื่องราวที่อาจเกิดขึ้นจินเฟิงจึงให้ผู้คุ้มกันภัยเก็บธงใหญ่และชุดผู้คุ้มกันภัย เว้นแต่เมื่อเจอโจรท้องถิ่นปิดถนนเรียกค่าผ่านทาง จึงจะบอกชื่อสำนัก
แต่พอถึงอำเภอจินชวนก็ไม่ต้องกังวลเรื่องพวกนี้แล้ว
ผู้คุ้มกันภัยสวมชุดเกราะอีกครั้งและชูธงดำของสำนักคุ้มภัยเจิ้นเหยวี่ยน
ช่วงถนนหลวงนี้ค่อนข้างคึกคัก มีผู้คนและพ่อค้าแม่ค้าสัญจรไปมาไม่น้อย
เมื่อได้ยินเสียงกีบเท้าม้าดังมาจากด้านหลัง ต่างพากันหลบไปสองข้างถนนหลวง
“รีบหลบไป กองกำลังปราบโจรของสำนักคุ้มภัยเจิ้นเหยวี่ยนมาแล้ว!”
“กองกำลังปราบโจรที่เห็นเมื่อสองสามวันก่อนมีแค่ห้าสิบคน เหตุใดวันนี้จึงมีคนมากเช่นนี้?”
“พวกเจ้าดูสิ ดูเหมือนคนนำหน้าจะเป็นท่านอาจารย์จิน!”
“ใช่ท่านจินจริง ๆ ข้าเคยเห็นเขาที่ซีเหอวาน!”
“คนไหน คนไหน ชี้ให้ข้าดูหน่อย ข้ายังไม่เคยเห็นท่านอาจารย์จินเลย!”
“ก็คนที่อยู่บนหลังม้าศึกตัวหน้าสุดไง ใส่ฉางเผาสีขาวนวล”
“ที่แท้ท่านอาจารย์จินยังหนุ่มแน่นขนาดนี้เชียวหรือ!”
“ดีจริง ๆ ท่านอาจารย์จินกลับมาแล้ว!”
“แบบนี้จินชวนก็สงบสุขแล้ว!”
ทุกวันนี้จินเฟิงมีอิทธิพลในจินชวนสูงกว่าฮ่องเต้อย่างเฉินจี้เสียอีก และยังมีชาวบ้านอีกไม่น้อยที่เคยพบจินเฟิง
ช่วงก่อนหน้านี้ที่โจรท้องถิ่นบุกโจมตีซวงถัวเฟิงก็สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านและพ่อค้าแม่ขายโดยรอบไม่น้อย
แม้ภายหลังฟางเหลยจะกวาดล้างพวกโจรบริเวณรอบ ๆ ซวงถัวเฟิงอยู่ตลอดเวลาและไม่ปรากฏโจรท้องถิ่นอีก แต่ชาวบ้านก็ยังคงไม่สบายใจอยู่บ้าง
จนกระทั่งตอนนี้ได้เห็นจินเฟิงกลับมากับตาตนเอง จิตใจของชาวบ้านก็สงบลง
ชาวบ้านบางส่วนที่เคยพูดคุยกับจินเฟิงต่างก็ยกมือทักทาย
หากเป็นยามปกติถึงแม้จินเฟิงจะไม่ได้ตอบรับทีละคน แต่อย่างน้อยก็ต้องชะลอความเร็วม้าและโบกมือทักทายชาวบ้าน
แต่ตอนนี้เขากำลังโกรธเคือง เขาเพียงแค่ยกมือรับคำทักทายจากชาวบ้านเท่านั้นแล้วก็ควบม้าผ่านไปอย่างรวดเร็ว
“ไม่สิ จะต้องเกิดเรื่องแน่ ๆ!”
หลังจากขบวนม้าผ่านไป พ่อค้าคนหนึ่งก็ขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “สหายหลิว ข้าว่าเสร็จจากตรงนี้พวกเราไปกันเถิด เหมือนจะมีอะไรผิดปกติ!”
“มีเหตุอันใดหรือสหายจาง?”
พ่อค้าแซ่หลิวพูดว่า “เพราะเกลือขาดแคลน ตอนนี้จึงเป็นช่วงเวลาทำเงินของพวกเรา แต่ท่านอาจารย์จินกลับมาแล้ว พวกเราจะอยู่ทำไมล่ะ?”
“เมื่อครู่ท่านอาจารย์จินเพียงแค่ยกมือตอบรับพวกเรา แม้แต่จะชะลอความเร็วยังไม่ทำเลย…”
พ่อค้าแซ่จางพูดราวกับตอบเพื่อนและราวกับกำลังพูดกับตัวเอง “ไม่ถูกต้อง ข้าว่ามีอะไรแปลก ๆ!”
“ท่านอาจารย์จินเป็นใคร พวกเราเป็นใคร? เขายกมือรับความเคารพจากพวกเราก็ถือว่าให้เกียรติมากแล้ว เจ้ายังจะคาดหวังอะไรอีก?”
พ่อค้าแซ่หลิวหัวเราะ “เจ้าลืมเรื่องที่อำเภอชิงซานไปแล้วหรือ?”
ก่อนหน้านี้ไม่นาน พวกเขาไปขายเกลือที่อำเภอชิงซานด้วยกัน ระหว่างทางเจอบุตรชายของชิงซานเสี้ยนลิ่งที่กำลังออกจากจวน พวกเขาหลีกทางให้ช้าไปไม่กี่ก้าว ก็โดนบุตรชายของเสี้ยนลิ่งเฆี่ยนด้วยแส้ไปหลายที
ที่จินเฟิงเอ่ยปากทักทายพวกเขาก่อน ในสายตาของพ่อค้าแซ่หลิวนั่นถือเป็นการให้เกียรติอย่างมากแล้ว
“สหายหลิวไม่ใช่คนแถวนี้ จึงไม่รู้จักท่านอาจารย์จินดีเท่าที่ควร”
พ่อค้าแซ่จางกล่าว “ท่านอาจารย์จินเป็นคนใจดี ไม่เคยดูถูกพวกพ่อค้าอย่างพวกเรา ไม่ทำตัวหยิ่งยโส ปกติถ้าเจอพวกเราถึงแม้เขาไม่ได้ทักทายตอบรับทีละคน เขาก็จะหยุดขอบคุณทุกคนที่หลีกทางให้”
“บางทีวันนี้เขาอาจมีธุระด่วนก็ได้นะ?” พ่อค้าแซ่หลิวเอ่ย
“และดูเหมือนจะเป็นเรื่องใหญ่มาก ไม่อย่างนั้นท่านอาจารย์จินจะไม่มีทางนำคนควบม้าอย่างบ้าคลั่งบนถนนหลวงแน่นอน! ข้าเพิ่งสังเกตเห็นสีหน้าของท่านอาจารย์จินเฟิงเมื่อครู่ดูไม่ปกติด้วย”
พ่อค้าแซ่จางกล่าว “สหายหลิว หากเสร็จตรงนี่ข้าว่าเราไปกันดีกว่า เจ้าฟังข้าสักคำเถิด หยุดพักชั่วคราว ข้ารู้สึกว่าต้องเกิดเรื่องแน่ ๆ!”
“ได้ ข้าจะฟังสหายจาง”
พ่อค้าแซ่หลิวเห็นน้ำเสียงของสหายเคร่งขรึมก็เริ่มใส่ใจขึ้นมา
…
ห่างจากจวนว่าการอำเภอจินชวนสามลี้
จินเฟิงรั้งบังเหียนม้าศึกและหยุดลงที่พื้นที่ว่างแห่งหนึ่ง
เขากระโดดลงจากหลังม้าก่อนจะเหยียบขึ้นไปบนหินก้อนใหญ่ข้างพื้นที่ว่าง
ผู้คุ้มกันภัยทั้งหลายต่างหยุดฝีเท้าและเงยหน้ามองไปยังจินเฟิง
พวกเขาได้รับคำสั่งจากซวงถัวเฟิงให้ออกเดินทางเท่านั้น แต่จะไปที่ใด ทำสิ่งใด ไม่มีผู้ใดล่วงรู้
เมื่อเห็นจินเฟิงมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก พวกเขาต่างคิดว่าจะกลับซีเหอวานทว่าสุดท้าย จินเฟิงกลับเลี้ยวเข้ามายังจวนว่าการ
บัดนี้…จินเฟิงกำลังจะประกาศคำตอบแล้ว