ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ - บทที่ 657 ตกหลุมพรางอีกคน
บทที่ 657 ตกหลุมพรางอีกคน
“องค์หญิงเก้าเป็นญาติผู้น้องของข้า เจ้าเอาเปรียบนาง แล้วมันจะไม่เกี่ยวกับข้าได้อย่างไร?”
ชิ่งมู่หลานกอดอกพูดอย่างฉุนเฉียว
จินเฟิงเงียบไปชั่วขณะหนึ่งและไม่มีคำพูดโต้แย้ง
“ท่านพี่มู่หลาน พวกเราไม่มีอะไรจริง ๆ นะ…”
องค์หญิงเก้ายังคิดจะต่อต้านครั้งสุดท้าย แต่ยังไม่ทันพูดจบก็ถูกชิ่งมู่หลานขัดจังหวะ
“ชายหญิงอยู่ด้วยกันในป่าเล็ก ๆ เกือบหนึ่งชั่วยาม แล้วจะบอกว่าเจ้าทั้งสองบริสุทธิ์งั้นหรือ ใครจะเชื่อ?”
“บริสุทธิ์งั้นหรือ ตอนที่เจ้าออกมา เชือกผูกเสื้อผ้ายังไม่เหมือนเดิมเลย?”
“บริสุทธิ์งั้นหรือ แล้วเหตุใดเขาถึงได้พูดกับเจ้าที่ซีเหอวานเช่นนั้น?”
ชิ่งมู่หลานยิ่งพูดยิ่งโกรธ “จินเฟิง ก่อนหน้านี้ข้ายังคิดว่าเจ้าเป็นคู่ครองที่ดี ไม่คิดเลยว่าเจ้าก็เหมือนบุรุษคนอื่น ๆ ก่อนจะได้มาก็พูดจาหว่านล้อมนางว่าองค์หญิงอย่างนั้นองค์หญิงอย่างนี้ พอได้มาแล้วก็เริ่มทำท่าเป็นชายแท้ นิสัยแท้จริงของบุรุษเพศ!”
“เจ้าคิดว่าพวกผู้มีอิทธิพลเหล่านั้นจะจับก็จับ จะฆ่าก็ฆ่าได้ง่าย ๆ หรือ?”
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าองค์หญิงเก้าต้องแบกรับแรงกดดันมากแค่ไหนเพื่อเจ้า?”
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าการต่อสู้ในท้องพระโรงนั้นอันตรายแค่ไหน?”
“หากพลาดไป นางอาจจะตายก็ได้นะ!”
“แต่เจ้ายังพูดกับนางเช่นนั้นอีก!”
ชิ่งมู่หลานพูดไปก็ร้องไห้ไป แล้วยังวิ่งเข้าไปต่อยจินเฟิงอีกสองสามที
จินเฟิงไม่ได้หลบเลี่ยงและไม่ได้โมโหโกรธา เขารอให้ชิ่งมู่หลานทุบตีเสร็จจึงเอ่ยปากพูดว่า “มู่หลาน ข้าไม่กล้าพูดอย่างอื่น แต่ข้าสามารถรับประกันกับเจ้าได้ว่า ตราบใดที่ข้ายังมีลมหายใจอยู่ ข้าจะปกป้องคุ้มครองอู่หยางอย่างรอบด้าน”
หลังจากได้รู้จักกันมานานขนาดนี้ จินเฟิงก็ได้ยอมรับองค์หญิงเก้าคนนี้แล้ว
ไม่ว่านางจะมีจุดประสงค์อะไร อย่างน้อยนางก็เป็นองค์หญิงที่เต็มใจทำเรื่องทุกอย่างอย่างจริงจัง
เพื่อสิ่งนี้ นางไม่เกรงกลัวที่จะทำให้ขุนนางผู้ทรงอำนาจทั้งราชสำนักไม่พอใจ แม้กระทั่งไม่เกรงกลัวที่จะทำให้ฮ่องเต้ไม่พอพระทัย
ถึงแม้จะไม่มีเรื่องในป่าเล็กนั่น แต่จินเฟิงก็ยังคงเต็มใจที่จะปกป้องนาง
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าอำนาจของขุนนางเหล่านี้รวมกันแล้วน่ากลัวขนาดไหน”
ชิ่งมู่หลานจ้องตาถามว่า “ปกป้องนางอย่างรอบด้าน เจ้าจะเอาอะไรไปปกป้อง?”
“เอาผู้คุ้มกันภัยหลายพันคนของสำนักคุ้มภัยเจิ้นเหยวี่ยนของข้าไปปกป้อง! เอาทหารห้าพันเจ้าของกองทัพเจิ้นเหยวี่ยนไปปกป้อง! เอาฝีมือและชีวิตของข้า จินเฟิง ไปปกป้อง!”
จินเฟิงเสียงดังขึ้น “พอหรือยัง?”
“เจ้า…”
ชิ่งมู่หลานโดนอีกฝ่ายพูดจนเงียบไป
นางเคยอยู่ที่ซีเหอวาน สามารถพูดได้ว่าเป็นพยานเห็นการเติบโตของสำนักคุ้มภัยเจิ้นเหยวี่ยนทีละก้าว เข้าใจความแข็งแกร่งของ สำนักคุ้มภัยเจิ้นเหยวี่ยนเป็นอย่างดี
ตอนสงครามที่ต้าหม่างพัวก็ได้รับการพิสูจน์แล้ว
และชิ่งมู่หลานก็สามารถสังเกตได้ว่าจินเฟิงยังมีไพ่ตายอีกมากที่ยังไม่ได้ใช้
ดังนั้นนางจึงรู้ว่าจินเฟิงไม่ได้พูดเกินจริง ในดินแดนชวนสู่ ไม่มีกองทัพใดของแคว้นต้าคังเป็นคู่ต่อสู้ของสำนักคุ้มภัยเจิ้นเหยวี่ยน
รวมถึงพี่ชายของนาง กองทัพเวยเซิ่ง กองกำลังเถียหู่ รวมไปถึงกองทัพเถี่ยหลินของชิ่งไหว
ไม่มีทางเอาชนะสำนักคุ้มภัยเจิ้นเหยวี่ยนที่ชวนสู่ได้!
แต่ชิ่งมู่หลานก็เป็นคนดื้อรั้น จะยอมก้มหัวง่าย ๆ ได้อย่างไร?
เห็นว่าพูดไม่เป็นผลกับจินเฟิง นางจึงเริ่มอ้างเหตุผลไร้สาระ “ข้าถามเจ้าว่าเจ้ากับอู่หยางคบหากันถึงขั้นไหนแล้ว อย่าเปลี่ยนเรื่องสิ สารภาพมาตามตรง!”
ครั้งนี้จินเฟิงถูกชิ่งมู่หลานยั่วยุจนอารมณ์ขึ้น เขาเดินไปประคองที่ใบหน้าขององค์หญิงเก้า
องค์หญิงเก้าเดาได้ทันทีว่าจินเฟิงจะทำอะไร จึงหันหน้าหนีโดยสัญชาตญาณ
“อย่าขยับ!”
จินเฟิงไม่ฟังเหตุผลใด ๆ บังคับให้นางหันหน้ากลับมา แล้วจูบที่มุมปากอย่างแรง
จากนั้นมองไปที่ชิ่งมู่หลาน ที่ตาค้างปากหวอด้วยท่าทีท้าทาย “ถึงขั้นนี้แล้ว!”
“เจ้า…พวกเจ้า…”
ชิ่งมู่หลานชี้ไปที่จินเฟิง แล้วก็ชี้ไปที่องค์หญิงเก้าและปากอ้ากว้างจนใส่ไข่ไก่ลงไปได้
“ต่อแต่นี้ไปอู่หยางจะเป็นคนของข้า เจ้าไปบอกที่เมืองหลวงได้เลยว่าขุนนางพวกนั้นข้าฆ่าเอง ถ้าพวกมันอยากแก้แค้น ก็ให้มาหาข้าที่ ชวนสู่ ข้ารับไว้หมด!”
จินเฟิงพูดจบก็โอบไหล่องค์หญิงเก้าโดยไม่ฟังเหตุผลใด ๆ และดึงนางเข้ามาในอ้อมกอด “เจ้ายังมีอะไรจะถามอีกหรือไม่?”
“ท่านอาจารย์…”
องค์หญิงเก้ามองไปที่จินเฟิงด้วยดวงตาเปล่งประกายระยับ
จินเฟิงเป็นคนที่มีความคิดเป็นจริงเป็นจัง ถ้าไม่ถึงคราวจำเป็นจริง ๆ เขาก็จะเก็บตัวเงียบ ๆ
ตั้งแต่เด็กจนโต ในสภาพแวดล้อมที่องค์หญิงเก้าเติบโตมา แทบไม่เคยมีใครกล้าพูดกับนางแบบนี้ต่อหน้า
ทุกคนที่พบนางล้วนแต่ประจบสอพลอและเสแสร้ง
ในสายตาขององค์หญิงเก้า ตอนนี้จินเฟิงมีแรงดึงดูดบางอย่างที่บอกไม่ถูก
บางทีคนเราก็มักจะชอบในสิ่งที่ตัวเองขาด
เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่า อ้อมกอดของบุรุษจะทำให้นางรู้สึกอบอุ่นใจได้ขนาดนี้
ชิ่งมู่หลานที่แต่เดิมยังอยากจะถามจินเฟิงว่าเตรียมจะทำอย่างไรต่อไป เมื่อใดจะแต่งงานกับองค์หญิงเก้า
แต่องค์หญิงเก้ากลับไม่เปิดโอกาสให้นางได้พูดอีก และรีบถามขึ้นมาก่อนว่า “ท่านอาจารย์ วันนี้เรื่องราวต่างๆ ราบรื่นดีหรือไม่?”
“ก็ถือว่าราบรื่นดี นายท่านโจวได้เรียกชาวบ้านมาช่วยงานแล้วหลายพันคน ข้าพร้อมจะเริ่มงานได้ทุกเมื่อ”
“ฝ่ายของหลิงหลงเล่า?” องค์หญิงเก้าถามอีก
“หลิงหลงก็เตรียมพร้อมแล้ว ตราบใดที่เงินและเสบียงพร้อม ก็สามารถส่งคนออกไปได้ทันที”
…
ชิ่งมู่หลานเห็นทั้งสองคนเริ่มคุยกันเรื่องติดต่องานโดยที่ตัวเองไม่มีโอกาสได้พูดสักคำ ยืนเฉย ๆ ก็รู้สึกอึดอัด จึงได้แต่กระทืบเท้าแล้วเดินจากไปอย่างหงุดหงิด
“ท่านอาจารย์ ท่านพี่มู่หลานเดินจากไปแล้ว…”
องค์หญิงเก้าดันตัวจินเฟิงเบา ๆ เป็นสัญญาณว่าให้เขาปล่อยนางได้แล้ว
“ไปแล้วก็ยิ่งดี!”
จินเฟิงไม่เพียงแต่ไม่ปล่อย แต่ยังถอดรองเท้าและมุดเข้าไปใต้ผ้าห่มก่อนจะกอดองค์หญิงเก้าทั้งตัวเข้ามาในอ้อมกอด “เจ้าพูดต่อสิ”
“บ้าจริง!”
องค์หญิงบ่นจินเฟิงอย่างไม่สบอารมณ์ แต่ไม่ได้ดิ้นรนและวางศีรษะลงบนแขนของจินเฟิง
ทั้งสองคนพูดคุยเรื่องจริงจังสักพัก แล้วก็พูดจาหวานชื่นกันบ้าง จนกระทั่งชิ่นเอ๋อร์กระแอมเตือนที่ประตู จินเฟิงจึงปล่อยองค์หญิงเก้า
“พวกเจ้าสองคนพอได้หรือยัง?” ชิ่งมู่หลานถือถาดเข้ามาในห้อง “นี่ก็ดึกมากแล้ว เจ้าจะกลับไปหรือยัง?”
“เช่นนั้นข้าก็ขอตัวกลับก่อน เจ้าดูแลสุขภาพตัวเองให้ดี อย่าเป็นห่วงอะไรนัก ข้างนอกมีข้าอยู่ทั้งคน”
ในเมื่อชิ่งมู่หลานรู้อยู่แล้ว จินเฟิงจึงไม่หลบเลี่ยงนางอีกต่อไปและก้มหน้าจูบที่แก้มขององค์หญิงเก้า
“นี่เจ้า! ข้ากับชิ่นเอ๋อร์กำลังมองอยู่นะ ช่วยสำรวมหน่อยได้หรือไม่?”
ชิ่งมู่หลานโกรธจนกำหมัดแน่นอีกครั้ง
ชิ่นเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ข้างประตูก็สีหน้าไม่ดี
“ข้าจูบภรรยาของตัวเอง จะต้องเกรงใจอะไร?”
จินเฟิงชำเลืองมองชิ่งมู่หลานกับฉินเอ๋อร์ แล้วก้มหน้าจูบอีกครั้ง
“รีบไปเถอะ!”
องค์หญิงเก้ายิ้มแห้ง ๆ และดันจินเฟิงออกไปทีหนึ่ง
จินเฟิงลูบผมขององค์หญิงเก้าแล้วจึงจากไป
เมื่อเดินผ่านประตู ยังทำท่าท้าทายชิ่นเอ่อร์ด้วยการยักคิ้ว
ชิ่นเอ่อร์และองค์หญิงเก้ามีนิสัยเหมือนกัน ปกติหยิ่งยโสมาก ทั้งยังชอบระเบิดความโกรธออกมาเป็นครั้งคราว
จินเฟิงอยากจะจัดการนางมานานแล้ว แต่น่าเสียดายที่สู้ไม่ได้
ตอนนี้ในที่สุดก็หาวิธีได้แล้ว!
องค์หญิงเก้ามองหลังของจินเฟิงและอดยิ้มไม่ได้
นางไม่เคยเห็นด้านเด็ก ๆ ของจินเฟิงแบบนี้มาก่อน
ในใจรู้สึกขำขันและหวานซึ้งไปพร้อม ๆ กัน
“ไม่ต้องมองแล้ว รีบกินข้าวเถอะ!”
ชิ่งมู่หลานบังสายตาขององค์หญิงเก้าและวางถาดบนโต๊ะ
“เขากลับมาก็มาที่นี่เลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากินข้าวหรือยัง?”
องค์หญิงเก้าตบหัวตัวเองเบา ๆ “เมื่อครู่ลืมถามไปเลย!”
“แย่แล้ว ตกหลุมพรางอีกคนแล้วสินะ…”
ชิ่งมู่หลานเท้าคาง ทำหน้าเบื่อหน่ายสุด ๆ