ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ - บทที่ 663 พวกเราบินขึ้นไปได้จริง ๆ
บทที่ 663 พวกเราบินขึ้นไปได้จริง ๆ
“ไม่ต้องเรียกข้าว่าท่านอาจารย์หรอก เรียกข้าว่าคนแซ่จินก็พอ”
จินเฟิงเหลือบมองชิ่งมู่หลานด้วยหางตา
หลังจากที่รู้เรื่องของตัวเองกับองค์หญิงเก้า ชิ่งมู่หลานก็ไม่เคยทำหน้าดีใส่เขาอีกเลย
บางครั้งอาจจะโกรธจริง ๆ ก็ไม่เรียกเขาว่าท่านอาจารย์อีกต่อไป แต่จะเรียกเขาว่าคนแซ่จิน
อย่างไรเสียมันก็เป็นแค่คำเรียกเท่านั้น จินเฟิงก็ขี้เกียจจะสนใจ อยากเรียกว่าอะไรก็เรียกไป
“ท่านอาจารย์ ข้าผิดไปแล้ว!”
ชิ่งมู่หลานดึงแขนเสื้อจินเฟิงและลากเขาไปที่มุมไม่มีคน “ต่อไปข้าจะไม่เรียกเจ้าว่าคนแซ่จินอีกแล้ว ข้าจะเรียกเจ้าว่าน้องเขย เป็นอย่างไร?”
นางเดาได้ลาง ๆ ว่าจินเฟิงมีสิ่งประดิษฐ์ใหม่อีกแล้ว ในใจก็รู้สึกอยากรู้อยากเห็น
การเรียกจินเฟิงว่าน้องเขย ถือเป็นการยอมรับความสัมพันธ์ของจินเฟิงกับองค์หญิงเก้า
แต่จินเฟิงกลับไม่พอใจและส่งเสียงฮึดฮัดพูดว่า “เจ้ากำลังเอาเปรียบข้าอยู่หรือ?”
“อู่หยางเป็นญาติผู้น้องของข้า ข้าไม่เรียกเจ้าว่าน้องเขย แล้วเจ้าจะให้ข้าเรียกอู่หยางว่าพี่สะใภ้หรืออย่างไร?”
ชิ่งมู่หลานถามด้วยสายตาจ้องมอง
“ความคิดนี้ไม่เลว” จินเฟิงพยักหน้าอย่างพอใจ
“เจ้าจะให้ข้าเรียกพี่สะใภ้จริง ๆ เหรอ!” ใบหน้าของชิ่งมู่หลานบึ้งตึง
“ถ้าเจ้าไม่เต็มใจ ก็เรียกข้าว่าคนแซ่จินต่อไปก็ได้ ข้าไม่ได้บังคับเจ้าเสียหน่อย”
จินเฟิงยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ
“เรียกก็เรียก!” ชิ่งมู่หลานขู่ “เดี๋ยวข้าก็เรียกเอง!”
“ถ้าเจ้าไม่กลัวถูกอู่หยางปิดปาก ข้าก็ไม่ว่าอะไร”
จินเฟิงไม่สนใจคำขู่นั้นเลย เขาเลิกคิ้ว “เรียกให้ดัง ๆ หน่อย ให้ทั้งจวนตระกูลชิ่งรู้เรื่องไปเลย”
ทั้งชีวิตที่แล้วและชีวิตนี้ จินเฟิงไม่ชอบทำอะไรอย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ
ถ้าไม่ใช่เพราะองค์หญิงเก้าไม่ยินยอม เขาคงเปิดเผยเรื่องของทั้งสองคนไปนานแล้ว
เขารู้ว่าองค์หญิงเก้ากังวลอะไร และมั่นใจว่าชิ่งมู่หลานไม่กล้าตะโกนเรียกแน่
ผลก็คือชิ่งมู่หลานจ้องมองมาที่จินเฟิง “เจ้านี่มันร้ายกาจจริง ๆ!”
“พรุ่งนี้เช้าไปรอข้าที่ประตูเมืองทางทิศตะวันตก”
จินเฟิงยิ้มแล้วหันหลังเดินจากไป
ชิ่งมู่หลานโกรธจัดและกำหมัดขู่ใส่เขา แต่ไม่กล้าต่อยจริง ๆ
เช้าวันรุ่งขึ้น ฟ้าเพิ่งจะสาง จินเฟิงก็นำกองทหารออกจากประตูตะวันตก
ทุกคนขี่ม้าคนละตัว เป็นกองทหารม้าที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
นอกจากเว่ยต้าถงแล้ว ยังมีชิ่งมู่หลานที่มาร่วมด้วย
“มู่หลาน ข้าจะบอกเจ้าอีกครั้ง วันนี้ไม่ว่าเจ้าจะเห็นอะไร ห้ามบอกใครเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นข้าจะหักขาเจ้าแน่ จำไว้”
เมื่อมาถึงนอกเมือง จินเฟิงก็มองไปที่ชิ่งมู่หลานแล้วเอ่ยเตือนว่า “หากทำไม่ได้ ก็กลับไปเสียตั้งแต่ตอนนี้!”
“ท่านอาจารย์วางใจได้ วันนี้ถึงแม้ข้าจะเห็นเจ้ามีปีกบินขึ้นฟ้า ข้าก็จะไม่บอกใครแน่นอน”
ชิ่งมู่หลานถูกจินเฟิงพูดจนอยากรู้มากขึ้น จึงทุบอกรับประกันว่า “ถึงแม้จะเป็นพี่ชายข้าหรืออู่หยาง ข้าก็ขอรับประกันว่าจะไม่พูด”
“ขอให้เจ้ารักษาคำพูด”
จินเฟิงพยักหน้าแล้วมองไปที่เว่ยต้าถง
“ท่านอาจารย์จิน ท่านวางใจได้ ข้า เว่ยต้าถง แม้จะไม่ใช่คนดีมีศีลธรรม แต่ก็ไม่ใช่คนพูดมาก”
เว่ยต้าถงก็รีบรับประกัน
“งั้นก็ออกเดินทางกันเถิด!”
จินเฟิงหันหัวม้าแล้วควบออกไปอย่างรวดเร็ว
จากเมืองซื่อชวนถึงภูเขาอวี้เหล่ยมีระยะทางร้อยลี้ และระหว่างทางมีหลายช่วงที่ต้องใช้เส้นทางบนเขาที่เดินทางลำบาก ถึงแม้จะมีม้าสามตัวและไม่ได้พกพาสัมภาระมากมาย จินเฟิงและพวกก็ยังวิ่งจนถึงเที่ยงวัน จึงมาถึงภูเขาอวี้เหล่ย
ในชีวิตที่แล้ว ที่นี่มีตูเจียงเยี่ยนและยังมีเมืองใหญ่อีกด้วย
แต่ตอนนี้กลับรกร้างไร้ผู้คน
เพราะที่นี่เกิดภัยพิบัติน้ำท่วมได้ง่ายเกินไป ต้าคังมีพื้นที่กว้างใหญ่แต่ประชากรน้อย จึงไม่มีชาวบ้านคนไหนอยากอาศัยอยู่ที่นี่
ที่เชิงภูเขาอวี้เหล่ยมีผู้คุ้มกันภัยรออยู่ก่อนแล้ว พอเห็นจินเฟิง พวกเขาก็รีบขี่ม้ามาต้อนรับ
“ท่านอาจารย์ พวกท่านมาถึงแล้วสินะ”
“เหล่าอิง เตรียมพร้อมแล้วหรือยัง?” จินเฟิงถามขึ้น
“เมื่อคืนได้รับข่าวจากท่านอาจารย์ พวกเราจึงมาถึงตั้งแต่เช้าและเตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้ว” ผู้คุ้มกันภัย ตอบ
“พาพวกเราไปที่นั่นเลย”
ภายใต้การนำทางของผู้คุ้มกันภัย ทุกคนเดินเข้าไปในหุบเขาแห่งหนึ่ง
ในหุบเขามีผู้คุ้มกันภัยจำนวนหนึ่งนั่งคุยกันอยู่บนพื้น
เมื่อเห็นจินเฟิงและคณะต่างก็ลุกขึ้นคำนับ
“ไม่ต้องพิธีรีตอง รีบลงมือทำงานเถิด!”
จินเฟิงตะโกนใส่เหล่าอิงที่เป็นหัวหน้า
“รับทราบ!”
เหล่าอิงตอบรับแล้วเริ่มสั่งการให้ผู้คุ้มกันภัย กางเร่อชี่ฉิวออก
ชิ่งมู่หลานเดินเข้าไปสัมผัสผ้าของเร่อชี่ฉิว แต่ไม่รู้ว่ามันคืออะไรจึงกลับมาถามจินเฟิง
“ท่านอาจารย์ ถุงผ้าใบใหญ่นี่คือสิ่งใดกัน?”
“อีกสักครู่เจ้าก็จะรู้เอง”
จินเฟิงมองไปที่เว่ยต้าถงอย่างยิ้ม ๆ “ใต้เท้ากลัวที่สูงหรือไม่?”
“กลัวที่สูง?”
“ก็คือถ้ายืนอยู่ที่สูง เจ้าจะกลัวหรือไม่?” จินเฟิงถามอีกแบบ
“ไม่หรอก ข้างบ้านข้ามีหน้าผา ตั้งแต่เด็กข้าก็ปีนหน้าผาบ่อย ๆ” เว่ยต้าถงยิ้มแล้วถามว่า “ท่านถามทำไมหรือ?”
“เพราะต่อไปจะไปที่ที่สูงกว่านี้”
“ท่านอาจารย์จะปีนเขาหรือ?” เว่ยต้าถงมองไปรอบ ๆ “หากจะปีนเขา ไม่ควรมาที่นี่นะ ที่นี่ปีนเขาลำบาก”
จินเฟิงยิ้มแล้วไม่พูดอะไรแต่หันไปมองพวกเหล่าอิง
เหล่าอิงเตรียมของอย่างอื่นเสร็จนานแล้ว ตอนที่ทุกคนคุยกัน เร่อชี่ฉิวก็พองขึ้นแล้ว
แล้วก็ค่อย ๆ ลอยขึ้นจากพื้น
“สิ่งนี้…ถุงผ้าใหญ่เกินไปแล้ว!”
ชิ่งมู่หลานเงยหน้ามองเร่อชี่ฉิวและตื่นเต้นจนมือไม้สั่น “ท่านอาจารย์จะใช้สิ่งนี้ใส่เสบียงหรือ แบกไหวหรือไม่?”
เร่อชี่ฉิวใหญ่เกินไปจริง ๆ ลอยอยู่กลางอากาศเหมือนภูเขาสีดำลูกเล็ก ๆ หากมองใกล้ ๆ จะรู้สึกน่าตกใจมาก
เหมือนภูเขาลูกนี้จะตกใส่หัวตัวเองได้ทุกเมื่อ
เว่ยต้าถงและคนอื่น ๆ ที่เพิ่งเห็นบอลลูนลมร้อนเป็นครั้งแรก ก็ทำหน้าแบบนั้นเช่นกัน
แม้แต่เป่ยเชียนสวินที่ปกติทำหน้าเย็นชาตอนนี้ก็อดเบิกตาโตไม่ได้
“ใช้ถุงผ้าใหญ่ขนาดนี้ใส่เสบียงงั้นหรือ ความคิดของเจ้าช่างแปลกประหลาดจริง ๆ”
จินเฟิงเห็นเหล่าอิงเตรียมตะกร้าเสร็จแล้วจึงเรียกเว่ยต้าถงไปด้วยกัน
แม้ชิ่งมู่หลานจะไม่รู้ว่าจินเฟิงปีนเข้าไปในตะกร้าใบใหญ่ทำไม แต่ก็ยังคงตามไปติด ๆ
เป่ยเชียนสวินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็เดินตามเข้าไปด้วย
“ท่านทั้งหลาย กรุณาจับให้มั่นคง!”
เหล่าอิงเดินเข้ามาพูดคุยกับจินเฟิงเล็กน้อย จากนั้นก็ส่งสัญญาณให้ผู้คุ้มกันภัยที่อยู่ข้าง ๆ แก้เชือก
เมื่อไม่มีแรงดึงรั้งจากเชือกแล้วบอลลูนลมร้อนก็เริ่มลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างช้า ๆ ทันที
“ท่านอาจารย์เลือกวันได้ดีจริง ๆ วันนี้ไม่มีหมอกหรือลมเลย เหมาะที่สุดสำหรับการปล่อยเร่อชี่ฉิว”
เหล่าอิงพูดคุยเล่นกับจินเฟิงไปพลาง ราดน้ำมันใส่เตาไปพลาง
ฟู่!
เมื่อน้ำมันหนึ่งทัพพีถูกราดลงไป เปลวไฟในเตาก็ลุกโชนขึ้นทันที ทำเอาชิ่งมู่หลานตกใจจนสะดุ้ง
ความเร็วในการลอยขึ้นของบอลลูนลมร้อนก็เริ่มเพิ่มขึ้นด้วย
“สวรรค์ พวกเราบินขึ้นไปได้จริง ๆ ด้วย!”
ชิ่งมู่หลานเกาะขอบตะกร้า ตื่นเต้นจนเก็บอาการไว้ไม่อยู่
เว่ยต้าถงก็ทำหน้าประหลาดใจเต็มที่เช่นกัน
มีเพียงเป่ยเชียนสวินเท่านั้น ที่สีหน้ายังคงเย็นชาเหมือนเดิม
แต่สองมือที่กำตะกร้าอยู่กลับทรยศนาง
เพราะใช้แรงมากเกินไป ข้อต่อทั้งสองมือจึงขาวซีดเล็กน้อย
แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่จินเฟิงขึ้นบอลลูนลมร้อน เขาจึงค่อนข้างใจเย็น เมื่อเห็นเหล่าอิงยุ่งไปหน่อย ก็อาสาไปช่วยเหลือ
“พวกเราจะไม่ตกลงไปใช่หรือไม่?”
เมื่อความตื่นเต้นของชิ่งมู่หลานลดลง นางก็เข้าไปถามข้างเตา