ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ - บทที่ 665 อย่าลืมเตือนข้าด้วย
บทที่ 665 อย่าลืมเตือนข้าด้วย
“ถึงแม้ว่าเมฆดูเหมือนฝ้าย แต่จริง ๆ แล้วก็คือกลุ่มไอน้ำ”
จินเฟิงตอบไปตามนั้น
“เมฆคือกลุ่มไอน้ำหรือ แล้วไอน้ำจะลอยอยู่บนท้องฟ้าได้อย่างไร?”
ชิ่งมู่หลานถามด้วยความสงสัย “แล้วฝ้ายคือสิ่งใดหรือ?”
“ฝ้าย…”
จินเฟิงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ‘ฝ้าย’ มีถิ่นกำเนิดมาจากอินเดียและแถบอาหรับ ในชีวิตที่แล้วก็เพิ่งจะเริ่มแพร่หลายในแถบจงหยวนสมัยราชวงศ์หมิงนี่เอง
ตอนนี้ต้าคังอยู่ในสภาวะปิดตาย ในแถบจงหยวนและชวนสู่แทบไม่มีใครรู้จักฝ้าย ชาวบ้านต่างพึ่งพาไหม ป่าน ฝ้ายป่านและขนสัตว์ต่าง ๆ ในการป้องกันความหนาว
ผู้คนที่มีเงินทองจะใช้ที่นอนที่ทำจากขนสัตว์ ส่วนชาวบ้านทั่วไปจะยัดไส้ที่นอนด้วยฝ้ายป่าน ปุยฝ้ายจากกกและอื่น ๆ
คนที่ยากจนกว่านั้นก็ต้องหาฟางข้าวมากองไว้บนเตียง แล้วให้ทุกคนในครอบครัวนอนเบียดกัน พึ่งพาความอบอุ่นจากกันและกัน
หากไม่มีบ้าน ไม่มีฟางข้าว ก็ต้องปล่อยชีวิตไปตามยถากรรม
ตอนที่ถังตงตงเสนอให้สร้างโรงงานทอผ้า จินเฟิงก็นึกถึงการส่งคนไปตามหาฝ้าย
แต่ตอนนั้นเขายังไม่ได้เติบโตเต็มที่ ยังไม่ได้แก้ปัญหาการดำรงชีวิตและความปลอดภัยของตัวเอง จะมีกำลังไปส่งคนเดินทางไกลได้อย่างไร
ต่อมาก็ยุ่งกับเรื่องต่าง ๆ มากมาย โรงงานสิ่งทอก็พัฒนาไปได้ดี จินเฟิงจึงลืมเรื่องนี้ไป
ตอนนี้ชิ่งมู่หลานย้ำเตือน เขาจึงนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครั้ง
“ใยจากดอกปุยฝ้ายกับใยจากผลป่านก็คล้าย ๆ กันเพียงแต่มีความขาวกว่า นุ่มกว่า อุ่นกว่า ปลูกง่ายกว่า ผลผลิตก็สูงกว่า และเหมาะสำหรับปั่นด้ายมาก” จินเฟิงตอบ
“เมื่อมีของดีเช่นนี้ก็ควรจะมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง ข้าเดินทางไปทั่วทั้งเหนือและใต้กับขบวนเรือมาหลายปี เหตุใดจึงไม่เคยได้ยินเรื่องของสิ่งนี้เลย” เว่ยต้าถงถามขึ้น
“เพราะฝ้ายอยู่ทางตะวันตกที่ห่างไกลมาก ตอนนี้แคว้นต้าคังของพวกเราน่าจะยังไม่มี”
“ทางตะวันตกที่ห่างไกล? ไกลแค่ไหนหรือ?”
“อยู่ทางตะวันตกของตั่งเซี่ยงและถู่ปัว”
“อืม…” เว่ยต้าถงถอนหายใจและไม่พูดอะไรอีก
ด้วยกำลังของแคว้นต้าคังในตอนนี้ การส่งคนข้ามไปยังแคว้นตั่งเซี่ยงและถู่ปัวไปนั้นเป็นเรื่องเพ้อฝันชัด ๆ
นี่ก็เป็นเหตุผลที่แม้ว่าจินเฟิงจะรู้ว่าฝ้ายอยู่ที่ไหน แต่ก็ไม่ได้ส่งคนไปตามหา
“ท่านอาจารย์ เรื่องนี้ผู้เฒ่าท่านนั้นบอกท่านมาใช่หรือไม่?” ชิ่งมู่หลานถาม
“ใช่” จินเฟิงพยักหน้า “จริงสิ มู่หลาน พอกลับไปแล้วอย่าลืมเตือนข้าเรื่องนี้ด้วย เดี๋ยวข้าจะลืมอีกหากยุ่งเกินไป”
“ท่านอาจารย์ตั้งใจจะไปตามหาฝ้ายหรือ?” ชิ่งมู่หลานเข้าใจถึงแผนการของจินเฟิงในทันที
“ก็คิดอยู่”
“แต่ท่านอาจารย์บอกว่ามันอยู่ห่างออกไปถึงตั่งเซี่ยงและถู่ปัวนะ”
“ก็ลองดูก่อนสิ ถ้าทำได้ก็ดี ถ้าไม่ได้จริง ๆ ค่อยว่ากัน”
จินเฟิงรู้สึกใจหวิวขึ้นมาจริง ๆ “ถ้าแคว้นต้าคังมีฝ้าย ก็คงจะไม่มีคนตายเพราะความหนาวเย็นมากขนาดนี้”
ตอนนี้เขาไม่เหมือนกับตอนที่เพิ่งเปิดโรงงานสิ่งทอแล้ว เขามีกำลังทรัพย์และอำนาจมากพอที่จะสนับสนุน สิ่งที่เมื่อก่อนทำไม่ได้ ไม่กล้าคิด ตอนนี้อาจจะทำได้แล้วก็ได้
อย่างน้อยก็สามารถพิจารณาลองดูสักครั้ง
อย่างไรก็ตาม ฝ้าย มันฝรั่ง ข้าวโพด มันเทศ สิ่งเหล่านี้ไม่เหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องนั่งเรือข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก แม้กระทั่งไม่จำเป็นต้องข้ามทวีปเอเชียและยุโรป เพียงแค่เดินทางไปทางตะวันตกเฉียงเหนือถึงบริเวณซินเจียง บางทีอาจจะหาเจอก็ได้
“หากฝ้ายดีจริงอย่างที่ท่านอาจารย์ว่า นี่เป็นเรื่องที่มีคุณูปการอย่างใหญ่หลวง หากท่านอาจารย์และแม่นางชิ่งลืม ข้าก็จะเตือนท่านเอง”
เว่ยต้าถงก็รับปากเช่นกัน
ทุกคนคุยกันไป เร่อชี่ฉิวก็ลอยขึ้นไปถึงระดับความสูงกว่าสามร้อยจั้งแล้ว
“ไม่แปลกใจที่ท่านอาจารย์มั่นใจขนาดนั้น เพราะมีของวิเศษชิ้นนี้สำรวจพื้นที่ได้สะดวกมาก!”
เว่ยต้าถงมองออกไปด้านนอกอย่างอัศจรรย์ใจ
จากนั้นหยิบแผนที่ออกมาจากอกและ เปรียบเทียบกับด้านล่างก่อนจะใช้ถ่านทำเครื่องหมาย
“ใต้เท้ากำลังทำอะไรอยู่หรือ?”
จินเฟิงมองแผนที่ในมือของเว่ยต้าถงแล้วมองออกไปด้านนอกเพราะไม่ค่อยเข้าใจความหมายของเครื่องหมายที่เขาทำ
“เหล่านี้คือจุดที่แผนที่ภูมิศาสตร์ที่จำเป็นต้องแก้ไข ส่วนเหล่านี้มองไม่ชัดจำเป็นต้องไปสำรวจพื้นที่จริง”
เว่ยต้าถงชี้ไปที่เครื่องหมายพร้อมอธิบาย
“แผนที่ภูมิศาสตร์นี้ ข้าให้คนแก้ไขมาแล้ว ส่วนที่มองไม่ชัดใช้อันนี้”
จินเฟิงพูดพลางหยิบแผนที่ใหม่ออกมา แล้วส่งกล้องส่องทางไกลอีกอันให้
“นี่คือสิ่งใดหรือ?”
เว่ยต้าถงรับกล้องส่องทางไกลมาแล้วถามว่า
“นี่คือกล้องส่องทางไกล สามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ไกล ๆ ได้”
ชิ่งมู่หลานเข้ามาใกล้ ๆ แล้วอธิบายวิธีใช้กล้องส่องทางไกลให้เว่ยต้าถงฟัง
กล้องส่องทางไกลใช้งานง่ายมาก เว่ยต้าถงเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว
เขาเลื่อนสายตาออกไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ชะโงกหน้าเข้าไปมองอีกครั้ง พลางร้องอุทานด้วยความประหลาดใจ
“โอ้ สวรรค์ มองเห็นได้ชัดเจนมาก! ท่านอาจารย์ช่างเป็นคนเก่งจริง ๆ!”
วันนี้เว่ยต้าถงได้เห็นสิ่งที่เหลือเชื่อมากมาย
ถุงผ้าขนาดใหญ่ที่สามารถพาคนลอยขึ้นฟ้าได้และกระจกวิเศษที่มองเห็นได้อย่างชัดเจนไกลหลายลี้
…
“ก็แค่กลเม็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้นเอง”
จินเฟิงโบกมือไปมาอย่างไม่ใส่ใจ “ใต้เท้าเว่ย แบบนี้เร็วขึ้นมากใช่หรือไม่”
“เร็วขึ้นมาก เร็วขึ้นมากจริง ๆ!”
เว่ยต้าถงพยักหน้า “ปีนขึ้นที่สูงแล้วมองออกไปไกล มองเห็นทุกอย่างได้หมด อยู่บนนี้ครึ่งชั่วยาม เห็นได้ชัดเจนกว่าวิ่งอยู่ข้างล่างครึ่งเดือนเสียอีก”
“ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้ว”
จินเฟิงได้ยินดังนั้นก็คลายความกังวลลงในที่สุด
ตอนนี้สถานการณ์ภัยพิบัติทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน ยิ่งตูเจียงเยี่ยนเริ่มโครงการได้เร็วเท่าไร ประชาชนก็จะยิ่งมีงานทำเร็วขึ้นเท่านั้น
“ใต้เท้าเว่ยเห็นต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นหรือไม่ ข้าตั้งใจจะเปิดขวดไว้ตรงนั้น เห็นแนวหินนั่นไหม ข้าตั้งใจจะวางปากทางแยกแม่น้ำไว้ตรงนั้น…”
จินเฟิงชี้ไปด้านล่างและอธิบายโครงการหลักสามอย่างของตูเจียงเยี่ยนให้เว่ยต้าถงฟังอย่างละเอียด
แม้เว่ยต้าถงจะเป็นคนเจ้าเล่ห์ เป็นคนเก่าคนแก่ในวงการราชการ แต่ก็มีความรู้เรื่องชลประทานพอสมควร และเข้าใจความสำคัญของโครงการนี้เป็นอย่างดี
ตอนนี้เขาไม่กล้าละเลยแม้แต่น้อย ตั้งใจฟังคำอธิบายของ จินเฟิงและยังเทียบกับแผนที่ทีละจุด
เมื่อเจอจุดที่ไม่เข้าใจ ก็จะถามขึ้นมาเอง
จินเฟิงไม่เพียงไม่รำคาญแต่กลับยิ่งวางใจมากขึ้น
สิ่งที่ทำให้จินเฟิงตะลึงเกี่ยวกับตูเจียงเยี่ยน ส่วนใหญ่เป็นเพราะประวัติศาสตร์อันยาวนานและสภาพที่ล้าหลัง
ตอนนั้นหลี่ปิงและลูกไม่มีเร่อชี่ฉิว แม้แต่แผนที่โดยละเอียดก็ไม่มี เพื่อสร้างตูเจียงเยี่ยน ไม่รู้ว่าพวกเขาไปเยี่ยมชาวบ้านท้องถิ่นมากี่คน กว่าจะเข้าใจพื้นที่ท้องถิ่น
พวกเขาก็ไม่มีเครื่องจักรอื่น ๆ หลังจากยืนยันแผนแล้ว ก็ได้แต่พาชาวบ้านใช้จอบขุดทีละนิด
ว่ากันว่าตอนนั้นพวกเขาไม่มีแม้แต่สิ่ว มีแต่ใช้ไฟเผาหินให้ร้อนก่อน แล้วค่อยราดน้ำเย็นใส่ แบบนี้หินก็จะแตกออก
ก็ด้วยวิธีโบราณแบบนี้แหละที่หลี่ปิงและลูกชายพาชาวบ้านมาเจาะเขาอวี้เหล่นจนทะลุ!
ตูเจียงเยี่ยนรวมเอาเหงื่อและภูมิปัญญาของหลี่ปิงและลูกชายรวมไปถึงชาวบ้านท้องถิ่นเอาไว้มากมาย
แม้จินเฟิงจะไม่มีเครื่องจักรขนาดใหญ่อย่างรถขุด แต่เขาก็มีดินระเบิดแล้ว
ตอนนั้นฝังแท่งระเบิดเข้าไปเยอะ ๆ ก็จะช่วยประหยัดแรงได้มาก
บ่ายวันนั้น เว่ยต้าถงและจินเฟิงอยู่บนเร่อชี่ฉิวจนกระทั่งน้ำมันใกล้หมดถึงได้ลงมา
เว่ยต้าถงคุ้นเคยกับเส้นทางน้ำ แต่ไม่ค่อยคุ้นเคยกับพื้นที่บนภูเขามากนัก ด้วยเหตุนี้จินเฟิงจึงให้ เหล่าอิงไปหานายพรานและชาวนาในพื้นที่ที่คุ้นเคยกับภูมิประเทศภูเขา
“ท่านอาจารย์ การไปหานายพรานและชาวนาคงไม่ค่อยดีนัก”
ตอนกลางคืนขณะรับประทานอาหาร ชิ่งมู่หลานเตือนว่า “หากพวกเขาเผลอเปิดเผยความลับออกไปจะทำอย่างไร?”