ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ - บทที่ 669 ต้องหามาให้ได้
บทที่ 669 ต้องหามาให้ได้
โลกนี้กลมงั้นเหรอ?
คำพูดนี้ทำให้โลกทัศน์ขององค์หญิงเก้าพังทลายลงโดยสิ้นเชิง พวกเขาไม่อาจเชื่อได้เลยว่าตนเองอาศัยอยู่บนลูกทรงกลม
จริง ๆ แล้วจินเฟิงรู้จักทฤษฎีมากมายที่พิสูจน์ได้ว่าโลกกลม
เช่น ตอนเกิดจันทรุปราคา เงาของโลกที่ทอดลงบนดวงจันทร์เป็นวงกลม
หรือการทดลองลูกตุ้มฟูโก*[1]
แต่องค์หญิงเก้าไม่เคยเรียนวิชาฟิสิกส์มาก่อนเลย ไม่ว่าจะเป็นทฤษฎีไหน จินเฟิงก็ต้องอธิบายความรู้ฟิสิกส์พื้นฐานให้ฟังเป็นกอบเป็นกำก่อน พวกเขาถึงจะเข้าใจ
กระบวนการนี้ยาวนานเกินไป ไม่ใช่เรื่องที่พูดให้เข้าใจได้ในสองสามประโยค
อีกทั้งต่อให้จินเฟิงอธิบายไปก็ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะเชื่อ
สุดท้ายจินเฟิงก็ได้แต่ชี้ไปที่ลูกโลกแล้วพูดว่า “ข้าได้ให้คนไปสร้างอู่เรือที่ตงไห่แล้ว พอต่อเรือที่แล่นไปไกล ๆ ได้เสร็จ ข้าจะจัดเรือสองขบวน ขบวนหนึ่งแล่นไปทางตะวันตก อีกขบวนแล่นไปทางตะวันออก
ข้ากล้ารับรองเลยว่าขบวนเรือที่แล่นไปทางตะวันออกจะกลับมาจากทางตะวันตก ส่วนกองเรือที่แล่นไปทางตะวันตกจะกลับมาจากทางตะวันออก เมื่อถึงตอนนั้นพวกเจ้าก็จะเข้าใจเอง”
“ท่านพี่ หมอในจวนมีใครเก่งรักษาคนเป็นบ้าบ้างหรือไม่?”
ชิ่งมู่หลานหันไปมองชิ่งซินเหยา “ข้ารู้สึกว่าท่านอาจารย์เป็นบ้าไปแล้ว”
“เจ้าต่างหากที่เป็นบ้า!”
จินเฟิงฟาดชิ่งมู่หลานไปทีหนึ่ง ในใจรู้สึกหมดแรง
ในใจนึกถึงตอนปิดเทอมปีหนึ่งในชีวิตที่แล้ว เขากลับบ้านไปเจอว่าแม่โดนพวกขายอาหารเสริมหลอก เอาเงินเก็บที่หามาได้อย่างยากลำบากไปซื้ออาหารเสริมมาเต็มไปหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเหล่านี้บรรจุภัณฑ์สวยงาม กล่อง เอกสารกำกับและฉลากเป็นภาษาอังกฤษล้วน ดูมีระดับมาก
แต่จินเฟิงแค่ชำเลืองมองก็พบว่า ส่วนประกอบหลักเกือบทั้งหมดเป็นแป้ง นอกจากดูดีแล้วก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย
แน่นอนว่ากินแล้วไม่ตายหรอก
ก็เพราะส่วนประกอบหลักเป็นแป้งนี่นา
โรงงานผลิตก็ไม่ใช่บริษัทใหญ่ต่างชาติอะไร แค่อำเภอเล็ก ๆ ในเมืองนี้เอง ชื่อถนนยังเป็นพินอิน
แต่ไม่ว่าจินเฟิงจะพยายามอธิบายอย่างไร แม้จะชี้ไปที่ตารางส่วนประกอบและบอกว่าภาษาอังกฤษพวกนั้นแปลว่าอะไร แม่ของเขาก็ยังไม่ยอมเชื่อ
กลับคิดว่าจินเฟิงมีความรู้ตื้นเขิน ไม่รู้ถึงผลลัพธ์อัศจรรย์ของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
พูดจนหงุดหงิด ก็ด่าว่าจินเฟิงไม่กตัญญู ตัวเองลำบากลำบนส่งเสียให้เขาเรียนหนังสือ สุดท้ายเขากลับไม่ยอมให้เธอซื้อยากิน
ตอนนั้นจินเฟิงโมโหจนอยากทุบกำแพง แต่ก็ไม่มีทางแก้ไขอะไรได้เลย
ตอนนี้เผชิญหน้ากับองค์หญิงเก้า จินเฟิงก็รู้สึกหมดหนทางเหมือนตอนนั้นอีกครั้ง
ความจริงที่ตัวเองรู้ กลับไม่สามารถอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจได้
ไม่เพียงเท่านั้น อีกฝ่ายยังมองเขาด้วยสายตาเหมือนเขาเป็นคนบ้า
“พอแล้ว ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว พวกเรายังคงพูดถึงอาณาจักรที่มีฝ้ายอยู่ต่อดีกว่า”
จินเฟิงรู้ว่าการโต้แย้งต่อไปไร้ความหมาย จึงวางลูกโลกลงแล้วกางแผนที่โลกวางบนโต๊ะ
นี่เป็นแผนที่ที่เขาวาดในเวลาว่างที่ซีเหอวาน ถึงแม้จะไม่ได้มาตรฐาน แต่ก็วาดเค้าโครงของทวีปและมหาสมุทรใหญ่ ๆ ออกมาได้
“ตรงนี้คือต้าคังที่พวกเราอาศัยอยู่ ตะวันตกเฉียงเหนือเป็นตั่งเซี่ยง ตะวันออกเฉียงเหนือเป็นชี่ตัน จากชี่ตันข้ามแม่น้ำยาลวี่ไปก็คือเกาจวี้ลี่*[2] เกาะเล็ก ๆ ใกล้กับเกาจวี้ลี่ก็คือวอกั๋ว”
จินเฟิงชี้ไปที่แผนที่และอธิบายอาณาจักรรอบ ๆ ต้าคังให้ทุกคนฟัง
“ข้าเคยได้ยินคนพูดมาก่อนว่าวอโค่วที่ตงไห่นั้นดุร้ายมาก พวกเขามาจากที่เล็ก ๆ แค่นี้เองหรือ?” ชิ่งมู่หลานชี้ไปที่แผนที่แล้วพูด
“วอกั๋วไม่เพียงแต่มีพื้นที่เล็ก แต่ยังมีภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น ภูเขาไฟและแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง ดังนั้นพวกเขาจึงจ้องจะเข้ายึดครอง จงหยวนที่อุดมสมบูรณ์และมั่นคงมาโดยตลอด ไม่ว่าจะถึงเวลาไหน ก็ไม่ควรละเลยการระวังพวกเขา”
จินเฟิงมองไปที่องค์หญิงเก้าแล้วเตือนว่า “ยังมีเกาจวี้ลี่นี่ด้วย ปกติดูเหมือนจะอ่อนน้อมถ่อมตน แต่ก็เป็นพวกไร้ยางอายเหมือนกัน ต้องระวังไว้เช่นกัน”
“เกาจวี้ลี่และวอกั๋วเคยเป็นสถานที่ที่ต้าคังเนรเทศนักโทษมาตลอด เป็นลูกหลานของคนชั่วอยู่แล้ว การกระทำย่อมชั่วร้ายทารุณ”
องค์หญิงเก้ากล่าวว่า “หากไม่ใช่เพราะหลายปีมานี้ ตั่งเซียง ชี่ตันและถู่ปัวมารุกรานอยู่บ่อยครั้ง ฝ่าบาทคงจัดการพวกเขาไปนานแล้ว คงไม่ปล่อยให้พวกเขามาโลดแล่นอยู่ที่ตงไห่ในตอนนี้”
“นี่ยังไม่ได้จัดการอีกหรือ?” จินเฟิงพูด “ทรงไปทูลฝ่าบาทของพระองค์สักหน่อย ควรจะระวังพวกเขาไว้ให้ดี”
“เข้าใจแล้ว” องค์หญิงเก้าพยักหน้า
“ตั่งเซี่ยงและชี่ตันที่อยู่ทางเหนือ ก็จะเป็นกลุ่มนักรบหัวรุนแรง ต้าคังกับพวกเขายังมีชี่ตันกั้นอยู่ ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องไปยั่วพวกเขา พวกเรามองไปทางใต้กันเถอะ”
จินเฟิงชี้ไปทางใต้ของต้าคัง “ที่นี่คือถู่ปัว ทางใต้ของถู่ปัวคือต้าจ้าว เป็นประเด็นสำคัญที่ข้าจะพูดต่อไป”
“ท่านอาจารย์จะยกทัพไปต้าจ้าวหรือ?” องค์หญิงเก้าขมวดคิ้วเล็กน้อย
ต้าจ้าวตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของต้าคัง ติดกับชวนสู่ ครอบคลุมพื้นที่ยูนนานและกุ้ยโจวรวมถึงบางส่วนของเมียนมา ลาวและภาคเหนือของไทย
ผู้ปกครองอาณาจักรต้าจ้าวทุกยุคทุกสมัยนับถือศาสนาพุทธ ค่อนข้างสงบสุขและมีความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างดีกับต้าคัง ถือเป็นอาณาจักรเดียวรอบ ๆ ที่ไม่มีเจตนาร้ายต่อต้าคัง
ต้าคังในปัจจุบันถูกล้อมรอบด้วยศัตรู จึงไม่คิดจะไปยั่วยุต้าจ้าวอยู่แล้ว
ทั้งสองฝ่ายอยู่ร่วมกันอย่างค่อนข้างมีความสุข
หากจินเฟิงจะลงมือกับต้าจ้าว ถึงแม้องค์หญิงเก้าจะให้ความสำคัญกับเขามากแค่ไหน ก็ไม่มีทางที่จะยินยอม
“ชาวต้าจ้าวซื่อสัตย์และสวดมนต์ไหว้พระมาโดยตลอด จะไปตีพวกเขาได้อย่างไร?”
จินเฟิงโบกมือและพูดว่า “ข้าอยากให้คนไปหาเมล็ดพันธุ์ฝ้ายจากแคว้นต้าจ้าว หากแคว้นต้าจ้าวไม่มี ก็ออกจากต้าจ้าวมุ่งหน้าสู่ไปยังเทียนจู๋*[3]”
“วิธีนี้ดี ถึงแม้จะต้องเดินทางไกลหน่อย แต่ก็ปลอดภัยกว่า” องค์หญิงเก้าพยักหน้า “พวกเราเพิ่งจะปราบตานจูลงไป หากส่งคนไปถู่ปัว ก็เท่ากับส่งไปตาย การอ้อมไปทางแคว้นต้าจ้าวเป็นทางที่ดีที่สุด”
“การไปแคว้นต้าจ้าวไม่ใช่แค่การอ้อมทางเท่านั้น” จินเฟิงชี้ไปที่แผนที่ “ทางใต้ของแคว้นต้าจ้าว มีแคว้นหนึ่งชื่อเจียวจื่อ*[4]องค์หญิงรู้จักหรือไม่?”
“รู้จัก เมื่อก่อนเป็นอาณาจักรบริวารของต้าคัง ทุกปีจะส่งบรรณาการมาที่เมืองหลวง แต่ช่วงหลายปีมานี้ภายในต้าคังไม่ค่อยสงบ โจรท้องถิ่นชุกชุม คณะทูตที่ส่งบรรณาการมาจากเจียวจื่อถูกโจรท้องถิ่นปล้นถึงสองครั้ง จึงไม่มาอีก”
องค์หญิงเก้าถอนหายใจและถามว่า “ท่านอาจารย์พูดถึงเจียวจื่อทำไมหรือ?”
“ในตอนกลางและใต้ของแคว้นเจียวจื่อ มีแคว้นเล็ก ๆ แคว้นหนึ่งชื่อจานเฉิง*[5] ที่นั่นมีต้นข้าวชนิดหนึ่งเรียกว่าข้าวจานเฉิง” จินเฟิงพูดว่า “ข้าอยากส่งคนไปเอามาบ้าง”
“แคว้นต้าคังของพวกเราก็มีข้าวสาลี เหตุใดต้องเดินทางไกลไปถึงเจียวจื่อด้วย?” ชิ่งมู่หลานถาม
“ข้าวจานเฉิงมีความสามารถในการปรับตัวสูงมาก เหมาะสำหรับการปลูกในพื้นที่ภูเขาของเจียงหนานมาก อีกทั้งให้ผลผลิตสูง รอบการเจริญเติบโตสั้น ตั้งแต่ปลูกจนเก็บเกี่ยวใช้เวลาเพียงห้าสิบวัน ข้าวสาลีของต้าคังทำได้หรือไม่?”
จินเฟิงเหลือบมองไปที่ชิ่งมู่หลาน
“ตั้งแต่ปลูกจนเก็บเกี่ยวใช้เวลาเพียงห้าสิบวันเท่านั้นหรือ?” องค์หญิงเก้าตกใจ “ท่านอาจารย์พูดจริงหรือ?”
“แน่นอนว่าจริง”
“ท่านอาจารย์ได้โปรดช่วยหาข้าวจานเฉิงให้ด้วยเถิด”
องค์หญิงเก้ามีประกายระยิบระยับวาบขึ้นในดวงตา
แม้ว่าเจียงหนานจะมีพื้นดินอุดมสมบูรณ์ แต่ก็มีขีดจำกัดในการผลิตธัญพืช จินเฟิงและเหล่าขุนนางได้ข้าวมาไม่น้อยในช่วงฤดูใบไม้ร่วง แต่ตอนนี้เสบียงในเจียงหนานก็เหลือไม่มากแล้ว
ครั้งนี้จินเฟิงสามารถนำเสบียงมาได้ แล้วครั้งต่อไปล่ะ?
ปีนี้ชวนสู่ประสบภัยแล้งหลายพื้นที่ แม้ว่าจะมีการเพาะปลูกในฤดูใบไม้ผลิปีหน้า ก็ต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะเก็บเกี่ยวได้ ซึ่งไม่ทันการณ์เลย
หากข้าวจากจานเฉิงที่จินเฟิงพูดถึงสามารถเก็บเกี่ยวได้ภายในห้าสิบวันจริง ๆ ก็จะช่วยแก้ปัญหาใหญ่นี้ได้พอดี
“องค์หญิงวางใจได้ ข้าจะต้องนำข้าวจากจานเฉิงกลับมาให้ได้”
จินเฟิงให้คำมั่นสัญญาไว้ก่อน จากนั้นก็สาดน้ำเย็นใส่องค์หญิงเก้า “แต่ข้าขอแนะนำว่าองค์หญิงอย่าคาดหวังสูงเกินไป อย่างน้อยปีหน้าคงยังไม่ได้”
[1] ลูกตุ้มฟูโก (Foucault pendulum) เป็นเครื่องมือที่ใช้พิสูจน์การหมุนรอบตัวเองของโลก เป็นผลงานการประดิษฐ์ของ ฌ็อง แบร์นาร์ เลอง ฟูโก นักฟิสิกส์ชาวฝรั่งเศส
[2] เกาจวี้ลี่ (高句丽) อาณาจักรโคกูรยอ เป็นอาณาจักรโบราณที่ตั้งอยู่ในคาบสมุทรเกาหลีและมณฑลเหลียวหนิงของจีนในปัจจุบัน
[3] เทียนจู๋ (天竺) เป็นชื่อโบราณของจีนที่ใช้เรียก ‘ประเทศอินเดีย’
[4] เจียวจื่อ (交趾) เป็นชื่อโบราณของจีนที่ใช้เรียกภูมิภาคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครอบคลุมพื้นที่ที่เป็นภาคเหนือของเวียดนามและบางส่วนของตะวันออกเฉียงเหนือของลาว
[5] จานเฉิง (占城) เป็นชื่ออาณาจักรโบราณในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งปัจจุบันคือเวียดนามและกัมพูชา