ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ - บทที่ 670 โลกใบนี้ใหญ่เกินกว่าที่จะจินตนาการได้
- Home
- ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์
- บทที่ 670 โลกใบนี้ใหญ่เกินกว่าที่จะจินตนาการได้
บทที่ 670 โลกใบนี้ใหญ่เกินกว่าที่จะจินตนาการได้
“เพราะเหตุใด?”
องค์หญิงเก้าถามด้วยใบหน้าขมวดคิ้ว
“องค์หญิง การเพาะกล้าต้องใช้เวลา!”
จินเฟิงกล่าวว่า “อีกทั้งจานเฉิงอยู่ห่างไกลจากต้าคังมาก ถึงแม้ข้าจะส่งคนไปหาข้าวจานเฉิงสำเร็จ แต่ละคนแบกเมล็ดพันธุ์ข้าวจานเฉิงกลับมาคนละ 100 จิน ข้าส่งคนไป 100 คนก็นำกลับมาได้แค่ 10,000 จินเท่านั้น ปีหน้าเอาไปทำเมล็ดพันธุ์ยังไม่พอด้วยซ้ำ”
“จริงสินะ ยังมีการเพาะกล้าอีก”
องค์หญิงเก้าไม่ได้ทำนาจึงมองข้ามความรู้พื้นฐานนี้ไปโดยสัญชาตญาณ
“ท่านอาจารย์ จานเฉิงอยู่ตรงนี้ใช่หรือไม่ ดูเหมือนจะไม่ไกลเท่าใดนัก”
ชิ่งมู่หลานก้มหน้ามองแผนที่แล้วพูดขึ้น
“แผนที่กับความเป็นจริงจะเหมือนกันได้อย่างไร?” จินเฟิงกล่าว “มาตรวัดที่ข้าใช้นั้นใหญ่มาก ระยะทางเท่าเล็บมือนี้ก็ประมาณ 100 ลี้แล้ว เจ้าลองเอาเล็บวัดดูสิว่าจานเฉิงไกลแค่ไหน?”
“เล็บมือเดียวก็แทน 100 ลี้เชียวหรือ?”
ชิ่งมู่หลานหยิบเล็บมือขึ้นมาวัดจริงๆ
“ไม่ต้องวัดแล้ว ต้าจ้าวและเจียวจื่อล้วนเป็นภูเขาสูงและป่าทึบ หลายแห่งในป่าทึบของภูเขาไม่เคยมีผู้คนเลยตลอดทั้งปี ใบไม้ร่วงเน่าเปื่อยทับถมสูงถึงเอว การเดินทางในสถานที่เช่นนี้อันตรายยิ่งนัก การวัดระยะทางเส้นตรงไม่มีประโยชน์อ้างอิงใด ๆ เลย”
จินเฟิงชำเลืองมองชิ่งมู่หลานอย่างไม่พอใจ “ข้าเตรียมส่งผู้คุ้มกันภัย 2 หมวดไปยังต้าจ้าวจะกลับมาเมื่อใด จะกลับมากี่คนก็ยังไม่อาจรู้ได้”
“ถ้าท่านอาจารย์ขาดกำลังคน ข้าสามารถจัดส่งคนไปเป็นแรงงานได้”
เมื่อชิ่งซินเหยาได้ยินก็อาสาขอนำทัพออกรบ
“วังหลวงก็สามารถส่งคนไปได้เช่นกัน”
องค์หญิงเก้าเอ่ยเสริมขึ้นมา
“ถ้าองค์ชายและใต้เท้าชิ่งยินดีช่วยเหลือก็ดีมาก”
จินเฟิงรีบพยักหน้า “คนมากก็มีพลังมาก ยิ่งมีคนมากเท่าใด ก็ยิ่งสามารถนำเมล็ดพันธุ์กลับมาได้มากขึ้นเท่านั้น พวกเราก็จะสามารถเผยแพร่ข้าวจากจานเฉิงได้เร็วขึ้น”
“ดูเหมือนว่าวังหลวงจะต้องหาวิธีระดมเสบียงอาหารแล้วสินะ!”
องค์หญิงเก้าถอนหายใจเบา ๆ
ถึงแม้ว่าจินเฟิงและขุนนางจะนำเสบียงอาหารมาได้ไม่น้อย แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะเลี้ยงชาวชวนสู่ทั้งหมดจนถึงปีหน้า
“ข้าจะให้เสียวเป่ยและหอการค้าให้ความร่วมมือกับองค์หญิง หากพระองค์มีเงินไม่พอใช้ก็บอกมาได้เลย”
จินเฟิงกล่าวว่า “ข้าไม่กล้ารับประกันเรื่องอื่น แต่หากองค์หญิงต้องการสุ่ยอวี้ ข้าจะสนับสนุนเต็มที่”
ไม่เพียงแต่องค์หญิงเก้าที่ใส่ใจเรื่องความอิ่มท้องของชาวชวนสู่เท่านั้น จินเฟิงก็ใส่ใจเช่นกัน
ไม่อย่างนั้นคงไม่ยอมลำบากไปหาเสบียงอาหารจากเจียงหนานและทำให้ขุนนางไม่พอใจขนาดนี้
องค์หญิงเก้ารู้ว่าจินเฟิงมีเป้าหมายเดียวกับตน และรู้ว่าจินเฟิงมีสุ่ยอวี้อยู่ในมือมากแค่ไหน จึงยิ้มและพยักหน้า
“ถ้ามีความจำเป็น อู่หยางจะไม่เกรงใจท่านอาจารย์แล้วนะ”
ชิ่งมู่หลานเห็นว่าทั้งสองคนพูดจบเรื่องฝ้ายและข้าวจากจานเฉิงแล้ว จึงพูดแทรกขึ้นมาว่า “ท่านอาจารย์ พืชผลที่เจ้าพูดถึงว่าสามารถผลิตได้พันจินต่อหมู่นั้นอยู่ที่ใดหรือ?”
“ที่นี่ไง!”
จินเฟิงชี้ไปที่ตำแหน่งของเหม่ยโจวทางทิศใต้
“ข้าจะลองดูว่ามันไกลแค่ไหน”
ชิ่งมู่หลานคิดจะใช้เล็บวัดระยะทางโดยไม่ทันคิด
“ไม่ต้องลองหรอก อย่างน้อยก็หลายหมื่นลี้” จินเฟิงกล่าว “และไกลกว่าจานเฉิงเสียอีก”
“ใช่ ก่อนหน้านี้ทูตจากเจียวจื่อมาที่ต้าคังทุก ๆ หนึ่งถึงสองปี แต่ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่ามีเกาะใหญ่ขนาดนี้ห่างออกไปหลายหมื่นลี้จากตงไห่!” องค์หญิงเก้ากล่าว
“องค์หญิง ที่แห่งนี้ไม่ใช่เกาะ แต่เป็นสองแผ่นดินใหญ่สองแห่ง ผู้รู้เรียกมันว่าเหม่ยโจวเหนือและเหม่ยโจวใต้”
จินเฟิงกล่าวว่า “แต่ละพื้นที่ใหญ่กว่าต้าคัง ในปัจจุบันหลายเท่าตัว!”
ต้าคังอ้างว่าเป็นอาณาจักรสวรรค์ แต่แท้จริงแล้วอาณาเขตของมันไม่ถึงหนึ่งในสี่ของประเทศบ้านเกิดของจินเฟิงในชีวิตที่แล้ว
“โลกใบนี้ใหญ่จริง ๆ นะ!”
องค์หญิงเก้ามองแผนที่โลก ในที่สุดก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดจินเฟิงถึงดูถูกอำนาจของฮ่องเต้
เพราะเขารู้จักโลกที่ใหญ่กว่า บางทีในความคิดของเขา ต้าคัง ต้าจ้าวและเจียวจื่ออาจจะไม่ต่างกันมากนัก
แต่ชิ่งมู่หลานกลับไม่คิดแบบนั้น
ในสายตาของนาง ต้าคังก็ใหญ่มากแล้ว
“อู่หยาง อย่าถูกเขาหลอกนะ!”
ชิ่งมู่หลานกล่าวว่า “ท่านอาจารย์ บอกมาตามตรงเถิด ท่านตั้งใจวาดต้าคังให้เล็กแบบนี้ใช่หรือไม่?”
“ไม่ใช่ว่าข้านั้นทำให้ต้าคังดูเล็ก แต่เมื่อเทียบกับโลกใบนี้แล้ว ต้าคังก็เล็กมากจริง ๆ”
จินเฟิงกล่าวว่า “เหนือฟ้ายังมีฟ้า โลกนี้ใหญ่โตเกินกว่าที่เจ้าจะจินตนาการได้”
“ท่านพี่ ท่านอาจารย์ไม่โกหกในเรื่องแบบนี้หรอก”
องค์หญิงเก้ากล่าวว่า “ข้าเคยเห็นแผนที่พื้นที่รอบ ๆ ต้าคังในวัง ก็คล้าย ๆ กับที่ท่านอาจารย์วาดไว้ จริง ๆ แล้วเขตอิทธิพลที่ชี่ตันและถู่ปัวควบคุมอยู่ก็ใหญ่กว่าพวกเรา เขตอิทธิพลของชาวตั่งเซี่ยงในทะเลทรายทางเหนือก็ไม่เล็กเลย”
“องค์หญิงไม่ต้องถ่อมตัวหรอก” จินเฟิงหัวเราะพลางกล่าวว่า “ถึงแม้ว่าเขตอิทธิพลที่ชี่ตันและตั่งเซี่ยงควบคุมจะใหญ่ แต่ก็เป็นดินแดนที่หนาวเหน็บ ต้องใส่เสื้อขนสัตว์เกินครึ่งปีและปลูกพืชได้ปีละหนึ่งฤดูเท่านั้น ไม่เท่าดินแดนที่ต้าคังยึดครองเลย”
“ถู่ปัวก็เป็นดินแดนหนาวเหน็บเช่นกัน ต่อให้มีพื้นที่มากแค่ไหนก็เลี้ยงคนได้ไม่มาก นั่นเป็นเหตุผลที่พวกเขาโจมตีต้าคังอยู่เสมอ เพราะพวกเขาก็อยากใช้ชีวิตในดินแดนที่อบอุ่นสบายเหมือนกัน”
“ท่านอาจารย์พูดก็มีเหตุผลนะ”
มุมปากขององค์หญิงเก้ายกขึ้นอีกครั้ง
“อ่า…”
ชิ่งมู่หลานเห็นท่าทางแล้วก็อึ้งไป ก่อนจะเอามือปิดหน้าผาก
ก่อนหน้านี้ องค์หญิงเก้าเป็นคนสูงศักดิ์และสง่างามเสมอ การขมวดคิ้วและยิ้มของนางล้วนมีนัยซ่อนอยู่
แต่ตั้งแต่คบหากับจินเฟิง ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป
บ่อยครั้งที่สีหน้าของนางเปลี่ยนไปเพียงเพราะสายตาของจินเฟิง และยิ้มออกมาใหม่เพียงเพราะประโยคหนึ่งของเขา
“ท่านอาจารย์ นี่คือมหาสมุทรที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่เจ้าพูดถึงใช่หรือไม่?”
สายตาขององค์หญิงเก้าถูกดึงดูดไปที่พื้นที่ว่างขนาดใหญ่ระหว่างทวีปยูเรเซียกับทวีปอเมริกาใต้
“ใช่แล้ว เพียงแค่ข้ามผ่านผืนน้ำทะเลนี้ไป ก็จะถึงเหม่ยหนาน*[1]ได้ จากนั้นก็สามารถนำมันฝรั่ง ข้าวโพด มันเทศ ฟักทอง พริก…กลับมาทั้งหมด!”
จินเฟิงมีประกายแวบผ่านในดวงตา “ถึงตอนนั้นชีวิตของชาวต้าคังของพวกเราก็จะดีขึ้นมากแล้ว!”
“เช่นนั้นเจ้าต้องใช้เวลานานเท่าใดถึงจะต่อเรือเดินทางไกลได้เสร็จ?”
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ตอนที่ออกมาจากตงไห่ อู่เรือยังไม่ได้เริ่มสร้างเลย”
จินเฟิงกล่าวว่า “แต่ช่วงนี้ข้าไปส่งจดหมายไปหลายฉบับเร่งให้ทางนั้นเร่งการก่อสร้าง และยังส่งเสบียงไปไม่น้อยเลย หงเทาผิงเกิดในตระกูลต่อเรือ น่าจะไม่ใช้เวลานานมากนักหรอก?”
“เช่นนั้นวังหลวงของข้าก็รอคอยวันที่เจ้าจะกางใบเรือกลับมา แก้ไขความกังวลเรื่องความอดอยากของต้าคังของข้าตลอดไป!”
“ข้าก็รอคอยวันนั้นเช่นกัน!”
จินเฟิงแสดงสีหน้าคาดหวัง
ตอนนี้สถานการณ์ของต้าคังวุ่นวายไปหมด จินเฟิงก็กังวลว่าตัวเองจะเป็นอะไรไป
ช่วงบ่ายวันนั้น เขาไปหาองค์หญิงเก้าอีกรอบและอธิบายให้นางฟังเกี่ยวกับทวีปแอฟริกา โอเชียเนียและแอนตาร์กติกา ทั้งยังอธิบายถึงมหาสมุทรอื่น ๆ อีกสามแห่งนอกเหนือจากมหาสมุทรแปซิฟิก
จินเฟิงอธิบายอย่างละเอียด องค์หญิงเก้าก็ฟังอย่างตั้งใจมาก
สุดท้ายจินเฟิงยังวาดเส้นทางเดินเรือลงบนแผนที่และลูกโลกให้องค์หญิงเก้าไปด้วย
“ท่านอาจารย์ กำลังจะทำสิ่งใดหรือ?”
องค์หญิงเก้ารับลูกโลกมาและขมวดคิ้วเล็กน้อย
การกระทำของจินเฟิงวันนี้ ทำให้นางรู้สึกเหมือนกำลังสั่งเสียเรื่องราวต่าง ๆ หลังความตาย…
“เจ้าคิดอะไรอยู่?”
จินเฟิงกอดองค์หญิงเก้าเข้ามาในอ้อมกอด “นี่คือของหมั้นของข้า หากรับของหมั้นของข้า ต่อไปก็จะเป็นคนของข้าแล้ว”
จริง ๆ แล้วเขาไม่ได้วาดแค่แผนที่โลกแผ่นเดียว ถังเสียวเป่ยก็มีอยู่แผ่นหนึ่ง ในคลังหลังเขาซีเหอวาน มีสมุดที่เขาเขียนไว้หลายเล่ม
วันนี้เนื้อหาที่คุยกับองค์หญิงเก้า เขาก็เคยคุยกับกวานเสี่ยวโหรวและถังเสียวเป่ยมาแล้ว
แบบนี้ถ้าเขาเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมา กวานเสี่ยวโหรวและถังเสียวเป่ยก็จะไม่ถึงกับไร้ที่พึ่ง
ตอนนี้ยิ่งมีองค์หญิงเก้าที่มีความสามารถและมีความคิดลึกซึ้งเข้ามาอีกคน เขายิ่งไม่ต้องกังวลแล้ว
[1] เหม่ยหนาน (南美) คือ ทวีปอเมริกาใต้