ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ - บทที่ 672 มีดทหารอเนกประสงค์
บทที่ 672 มีดทหารอเนกประสงค์
“อย่างแรกเลย คือสภาพพื้นที่อยู่อาศัย”
“ดินแดนต้าจ้าวและเจียวจื่อหลายแห่งเป็นป่าลึก ผู้คนเบาบาง ใบไม้ร่วงทับถมกันจนอาจสูงท่วมต้นขา หากพวกเจ้าพบเจอสถานที่เช่นนี้จงหลีกเลี่ยงให้ไกล เพราะสถานที่แบบนี้มักเกิดไอพิษได้ง่าย!”
“นอกจากนั้น ทางใต้นั้นยังมีแมลงมีพิษมากมาย หากจำเป็นต้องตั้งค่ายพักแรมในป่ายามค่ำคืน พวกเจ้าต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง ควรขอผงยาไล่แมลงจากชาวบ้านแถวนั้นมาโรยรอบ ๆ”
“อย่างต่อมา คือเรื่องวัฒนธรรมและภาษา”
“ในดินแดนต้าจ้าวและเจียวจื่อนั้นไม่น่าห่วงเท่าใด แต่กองกำลังที่จะไปเทียนจู๋ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ที่นั่นมีศาสนามากมาย หากพบเห็นพฤติกรรม กิริยาท่าทาง หรือแม้แต่เครื่องแต่งกายของผู้อื่นที่แตกต่างจากพวกเรา ห้ามวิพากษ์วิจารณ์โดยเด็ดขาด ยิ่งห้ามชี้ไม้ชี้มือ!”
“เมื่อไปถึงต้าจ้าวแล้ว ควรหาผู้นำทางที่คุ้นเคยกับภาษาและพื้นที่ของเจียวจื่อและเทียนจู๋สักสองสามคน”
…
จินเฟิงยืนอยู่บนแท่นสูง พร้อมกับชี้แจงสิ่งที่เขาเขียนขึ้นมาทีละข้อ ๆ เพื่อเตือนถึงข้อควรระวังในการเดินทางไปยังต้าจ้าว
เหล่าผู้คุ้มกันภัยด้านล่างต่างก็ตั้งใจฟังอย่างตั้งใจ
หลังจากพูดถึงข้อควรระวังต่าง ๆ แล้วจินเฟิงก็หันไปหาหม่านชางที่ยืนอยู่ด้านข้าง “แจกจ่ายมีดทหารลงไปได้”
ตั้งแต่หม่านชางมาถึงซื่อชวน เขาก็สร้างโรงถลุงเหล็กแห่งใหม่ขึ้นที่ริมฝั่งแม่น้ำจินหม่า
โรงงานแห่งนี้ก้าวหน้ากว่าโรงงานที่ซีเหอวานมาก เพื่อรักษาความลับ สถานที่ตั้งจึงค่อนข้างห่างไกล ทั้งสามด้านรายล้อมไปด้วยภูเขาสูงชัน สามารถเข้าถึงได้ทางน้ำเท่านั้น
คนงานก็ถูกคัดเลือกมาเป็นพิเศษโดยโจวโหยวต๋า
ช่วงก่อนหน้านี้ บรรดาขุนนางก่อความวุ่นวายกันหนักหน่วง แต่โรงงานที่แม่น้ำจินหม่าก็ไม่เคยหยุดดำเนินการ
วันนี้หม่านชางได้รับจดหมายจากจินเฟิง จึงออกมาจากภูเขา
“ยกตะกร้ามีดทหารมา!”
หม่านชางโบกมือไปด้านข้าง บุรุษสิบกว่าคนก็เดินออกมา
ชายสองคนแบกตะกร้าหวายหนึ่งใบ ในตะกร้าบรรจุมีดทหารไว้จำนวนมาก
จากนั้นก็เริ่มแจกจ่ายมีดทหาร
ไม่ใช่แค่ผู้คุ้มกันภัยเท่านั้น คนขององค์หญิงเก้าและชิ่งซินเหยาที่ติดตามมา ต่างก็ได้รับมีดทหารคนละเล่ม
“ท่านอาจารย์ทำมีดเล่มใหม่หรือ?”
ชิ่งมู่หลานอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอยากรู้อยากเห็น จึงวิ่งไปหยิบมีดเล่มหนึ่งขึ้นมาดู
ผลงานของจินเฟิงต้องเป็นของชั้นเลิศแน่นอน
องค์หญิงเก้าและชิ่งซินเหยาก็หันไปมอง
มีดทหารเล่มใหม่นี้มีสีดำสนิทเหมือนกับดาบดำสนิท แต่ไม่ยาวเท่า รวมด้ามมีดแล้วก็เพียงสามสิบเซนติเมตรเท่านั้น
เมื่อชักมีดออกมา ก็พบว่าด้านหนึ่งเป็นคมมีด อีกด้านหนึ่งเป็นฟันเลื่อย
บนด้ามมีดยังฝังแก้วไว้ด้วย ใต้แก้วมีเข็มเล็กๆ หมุนไปมา
“ท่านอาจารย์นี่ทุ่มทุนสร้างจริง ๆ กระจกที่ทำจากสุ่ยอวี้ก็เอามาติดด้วย!”
ชิ่งมู่หลานชี้ไปที่กระจกอย่างตื่นเต้น “หากแกะสุ่ยอวี้ก้อนนี้ออกมา คงขายได้ราคาไม่น้อย!”
“ท่านอาจารย์เป็นคนที่เน้นการใช้งานจริง เขาติดสิ่งนี้คงไม่ใช่เพื่อความสวยงามหรอก”
องค์หญิงเก้าส่ายหน้า
“หากไม่ใช่เพื่อความสวยงาม แล้วจะเพื่ออะไรอีกล่ะ?”
“เดี๋ยวก็รู้เอง”
องค์หญิงเก้ามองไปที่จินเฟิงที่ยืนอยู่บนแท่นด้วยแววตาคาดหวัง
และแล้วเมื่อแจกจ่ายมีดทหารเสร็จ จินเฟิงก็เปิดชุดฉางเผาของตัวเองออก
ที่ขาของเขาก็มีมีดทหารแบบเดียวกันผูกติดอยู่
“มีดทหารเล่มนี้ ข้าออกแบบมาเพื่อการเอาชีวิตรอดในป่าโดยเฉพาะ สามารถผูกไว้ที่ขา แขนหรือเอวก็ได้ แบบนี้จะไม่หล่นหายง่าย เวลาชักมีดก็สะดวกกว่า”
เมื่อชิ่งมู่หลานได้ยินดังนั้น ก็หยิบปลอกมีดขึ้นมาดู ก็พบว่ามีรูสี่รูที่สามารถร้อยเชือกได้จริง ๆ
หลังจากอธิบายเรื่องปลอกมีดเสร็จ จินเฟิงก็ชักมีดทหารที่ขาของเขาออกมา ก่อนอื่นก็ชี้ไปที่ฟันเลื่อยที่สันมีดแล้วพูดว่า “ฟันเลื่อยนี่ไม่ต้องอธิบายมาก ไม่ได้มีประโยชน์อย่างอื่น นอกจากใช้เป็นเลื่อยเท่านั้น”
พูดจบก็ชี้ไปที่สุ่ยอวี้บนด้ามมีด “พวกเจ้าเห็นสุ่ยอวี้ก้อนนี้กับเข็มเล็ก ๆ ข้างในหรือไม่ นี่ไม่ใช่เอาไว้ประดับเล่น ๆ”
เมื่อองค์หญิงเก้าได้ยิน ก็ยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัยแล้วเลิกคิ้วใส่ชิ่งมู่หลาน
ชิ่งมู่หลานเบะปากแล้วถามขึ้นว่า “แล้วมันเอาไว้ทำอะไร หรือว่าถ้าพวกเขาเจอเรื่องลำบากก็ให้แกะเอาไปขายเอาเงินมาใช้ยามฉุกเฉิน?”
ผู้คุ้มกันภัยหลายคนต่างพากันหัวเราะออกมา
แต่จินเฟิงไม่ได้หัวเราะ กลับพยักหน้าอย่างจริงจัง “นั่นก็เป็นประโยชน์อย่างหนึ่งของมัน เพราะไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่าชีวิตของตัวเอง หากประสบกับสถานการณ์ยากลำบากและสามารถใช้สุ่ยอวี้แลกเงินได้ ก็อย่าเสียดาย หากควรแลกก็แลก”
เมื่อผู้คุ้มกันภัยได้ยินจินเฟิงพูดเช่นนั้น สีหน้าก็เคร่งขรึมขึ้น
คนที่องค์หญิงเก้าและชิ่งซินเหยาพามาต่างก็แสดงความซาบซึ้งใจออกมา
บัดนี้ชื่อเสียงของสุ่ยอวี้ได้แพร่สะพัดออกไปแล้ว สุ่ยอวี้ก้อนเล็ก ๆ เช่นนี้ ต้องขายได้เงินก้อนโตอย่างแน่นอน
แต่จินเฟิงกลับมอบให้พวกเขาอย่างไม่ลังเล
นี่ทำให้พวกเขารู้สึกถึงความไว้วางใจจากจินเฟิง
“สิ่งที่มู่หลานพูดเมื่อครู่ไม่ใช่ประโยชน์สูงสุดของสุ่ยอวี้”
จินเฟิงไม่ได้สนใจความคิดของทุกคนด้านล่างและพูดต่อว่า “ประโยชน์สูงสุดของสุ่ยอวี้ก้อนนี้ คือเข็มเล็ก ๆ ข้างใต้ต่างหาก”
“เข็มเล็ก ๆ หรือ?” ชิ่งมู่หลานก้มลงมอง “เข็มเล็ก ๆ นี่มีประโยชน์อะไร?”
“ทุกคนลองยกด้ามมีดขึ้นในแนวนอน”
จินเฟิงสาธิตบนแท่น “เข็มเล็ก ๆ นี้ เรียกว่าเข็มทิศ รอให้มันหยุดนิ่งปลายเข็มก็จะชี้ไปทางทิศใต้ตลอด”
“จริงหรือ?”
ชิ่งมู่หลานเบิกตากว้างและรีบเลียนแบบจินเฟิง โดยการวางด้ามมีดในแนวนอน
องค์หญิงเก้าและชิ่งซินเหยารีบเข้ามาดูใกล้ ๆ
แม้แต่ชิ่นเอ๋อร์ก็อดไม่ได้ที่จะมองตามไป
เข็มค่อย ๆ หยุดนิ่ง ปลายสีแดงก็ชี้ไปทางทิศใต้จริง ๆ
“สวรรค์ ชี้ไปทางทิศใต้จริง ๆ ด้วย น่าอัศจรรย์เกินไปแล้ว!”
ชิ่งมู่หลานมองจินเฟิงด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ “ท่านอาจารย์ทำได้อย่างไร?”
“อย่าถาม!”
องค์หญิงเก้ารีบห้ามชิ่งมู่หลานพร้อมกับส่ายหน้าให้จินเฟิง
ไม่ว่าจะเดินทางในป่า หรือแม้แต่การทำสงครามก็สามารถระบุทิศทางได้อย่างชัดเจน ล้วนแต่มีประโยชน์อย่างมาก
ดังนั้นในยุคของจินเฟิง เข็มทิศจึงถูกเรียกว่าเป็นหนึ่งในสี่สิ่งประดิษฐ์ที่ยิ่งใหญ่
ในเวลานี้องค์หญิงเก้าเริ่มคิดแล้วว่าจะใช้ประโยชน์จากเข็มทิศนี้อย่างไร
เทคโนโลยีเช่นนี้จะเปิดเผยออกไปได้อย่างไร?
หากจินเฟิงปรึกษากับนางก่อนหน้านี้ องค์หญิงเก้าคงไม่ยอมให้จินเฟิงเอาเข็มทิศมาติดตั้งไว้บนมีดทหารอย่างเด็ดขาด
น่าเสียดายที่มีดทหารเล่มนี้เป็นผลงานที่หม่านชางทำขึ้นที่โรงงานแห่งใหม่ เพิ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรก เหล่าผู้คุ้มกันภัยยังไม่ได้มีโอกาสใช้ องค์หญิงเก้าจึงไม่ทราบมาก่อน
ในตอนนี้องค์หญิงเก้าแทบจะอยากสั่งให้เก็บมีดทหารคืน แล้วแกะเอาเข็มทิศออกมาเสียให้หมด
แต่สุดท้ายก็ยังข่มใจไว้ได้
เพราะจินเฟิงแจกจ่ายมีดทหารไปแล้ว หากนางออกคำสั่งให้เก็บคืน จะทำให้บารมีของจินเฟิงในหมู่ผู้คุ้มกันภัยลดลง
เดิมทีจินเฟิงอยากจะอธิบายหลักการทำงานของเข็มทิศคร่าว ๆ แต่พอเห็นองค์หญิงเก้าส่ายหน้าก็ล้มเลิกความคิดนี้ไป
เข็มทิศอาจดูน่าอัศจรรย์ แต่หลักการทำงานนั้นเรียบง่ายและลอกเลียนแบบได้ง่ายมาก
หากแพร่กระจายไปถึงพวกตั่งเซี่ยงหรือชี่ตัน ไม่เท่ากับเป็นการช่วยเหลือศัตรูหรือ?
แม้ว่าตั่งเซี่ยงและชี่ตันจะค้นพบได้ในวันใดวันหนึ่งอยู่แล้ว แต่ให้ค้นพบช้าที่สุดก็เป็นการดีกว่า
เมื่อจินเฟิงไม่อธิบาย เหล่าผู้คุ้มกันภัยก็ไม่กล้าซักถามต่อ
ทั้งชิ่งมู่หลาน องค์หญิงเก้าและคนอื่น ๆ ต่างคิดว่าเข็มทิศและฟันเลื่อยนี่แหละคือความแตกต่างที่สำคัญที่สุดของมีดทหารเล่มนี้ แต่แล้วก็เห็นจินเฟิงหมุนด้ามมีดออก
“บนด้ามมีดเล่มนี้มีกลไกเล็ก ๆ อยู่ ทุกคนลองบิดแล้วดึงดู”
จินเฟิงเอียงด้ามมีดและเทสิ่งของที่อยู่ข้างในลงบนมือ
ความคิดที่อยากจะเก็บมีดทหารคืนขององค์หญิงเก้ารุนแรงขึ้นไปอีก
สิ่งประดิษฐ์ของจินเฟิงแต่ละอย่างล้วนเป็นสมบัติล้ำค่า นางเห็นว่าในมือของจินเฟิงมีของแบบนี้อยู่หลายอย่าง!
ส่วนชิ่งมู่หลานไม่ได้คิดอะไรมาก นางเลียนแบบจินเฟิงโดยการเทสิ่งของในด้ามมีดลงบนมือ แล้วมองจินเฟิงด้วยแววตาคาดหวัง