ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ - บทที่ 671 ท่านอย่าแกล้งชิ่นเอ๋อร์อีกเลย!
- Home
- ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์
- บทที่ 671 ท่านอย่าแกล้งชิ่นเอ๋อร์อีกเลย!
บทที่ 671 ท่านอย่าแกล้งชิ่นเอ๋อร์อีกเลย!
จินเฟิงเป็นคนเด็ดขาด เมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะออกตามหาฝ้ายและข้าวจานเฉิงก็ไม่รอช้า
ขณะที่เขากำลังอธิบายภาพรวมของโลกให้องค์หญิงเก้าฟัง ต้าหลิวก็กำลังคัดเลือกผู้คุ้มกันอยู่
การเดินทางครั้งนี้แตกต่างจากการคุ้มกันสินค้าทั่วไป เพราะจุดหมายปลายทางอยู่ไกลมาก อาจต้องใช้เวลาเดินทางเป็นปีครึ่ง
ดังนั้นจินเฟิงจึงไม่ได้บังคับ แต่ให้ผู้คุ้มกันสมัครใจกันเอง
องค์หญิงเก้าก็เช่นเดียวกับชิ่งซินเหยา นางกำลังรับสมัครคนไปสมทบ
ตกเย็น ต้าหลิวรวบรวมคนได้ครบแล้ว จึงถือบัญชีรายชื่อไปที่เรือนขององค์หญิงเก้า
เมื่อเห็นชิ่นเอ๋อร์ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู ก็พูดเสียงดังว่า “ชิ่นเอ๋อร์ ไปตามท่านอาจารย์มาหน่อย ข้ามีธุระจะคุยด้วย”
“หืม?” ชิ่นเอ๋อร์หรี่ตามองต้าหลิว
“ท่านพี่ชิ่นเอ๋อร์ รบกวนแจ้งท่านอาจารย์ให้ข้าน้อยที ข้าน้อยอยากพบ”
ต้าหลิวรีบโค้งคำนับพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลง
“หลบไปยืนข้าง ๆ อย่าขวางประตู รออยู่ตรงนี้แหละ!”
เมื่อชิ่นเอ๋อร์พอใจจึงหันหลังเดินเข้าไปในเรือน
จากนั้นก็เคาะประตูห้องทรงงาน “องค์หญิง ต้าหลิวมาขอพบท่านอาจารย์จิน ตอนนี้รออยู่ด้านนอกเพคะ”
“เข้าใจแล้ว!”
เสียงขององค์หญิงเก้าดังออกมาจากในห้อง
แต่รอนานหลายนาที ประตูห้องจึงเปิดออก
ชิ่นเอ๋อร์เหลือบมองสายคาดเอวขององค์หญิงเก้าโดยไม่รู้ตัว จริง ๆ ด้วย แตกต่างจากเช้าที่จูเอ๋อร์ผูกให้อีกแล้ว
สีหน้าของนางก็ดูแปลก ๆ ด้วย
ชิ่นเอ๋อร์รู้สึกเหมือนผักกาดขาวที่ตนเฝ้าเลี้ยงดูมาตลอดถูกหมูกัดกินไปแล้ว
ที่สำคัญ ผักกาดขาวต้นนี้ยังวิ่งเอาขาตัวเองไปจ่อปากหมูอีกต่างหาก
ชิ่นเอ๋อร์ไม่กล้าทำอะไรองค์หญิงเก้า ได้แต่จ้องเขม็งไปที่จินเฟิง
จินเฟิงเป็นคนที่ยอมให้ใครยั่วโมโหแล้วเงียบเฉยหรือ?
แน่นอนว่าไม่
ตอนแรกก็กำลังจะไปแล้ว แต่พอเห็นชิ่นเอ๋อร์จ้องมอง เขาก็หยุดฝีเท้าและชี้ไปที่แก้ม เป็นเชิงบอกให้องค์หญิงเก้าจูบ
“รีบไปได้แล้ว!”
องค์หญิงเก้าผลักจินเฟิงไปที่ประตูอย่างไม่พอใจ
“ไม่จูบข้าไม่ไป!”
จินเฟิงนั่งลงไปใหม่ “ชิ่นเอ๋อร์ ออกไปบอกต้าหลิวว่ารอก่อน”
“น่ารำคาญ!”
องค์หญิงเก้าดุเบา ๆ และก้มลงจูบที่แก้มของจินเฟิงเบา ๆ
จินเฟิงจึงพอใจและเดินออกไปพร้อมโบกมือลา ท่ามกลางสายตาอาฆาตของชิ่นเอ๋อร์
เมื่อไปถึงหน้าประตู ต้าหลิวก็รีบเข้ามาต้อนรับ
ทั้งอาศัยจังหวะนี้ชะเง้อมองเข้าไปในเรือน
จินเฟิงเห็นดังนั้น จึงรีบขยับไปยืนด้านข้าง
ตอนนี้ชิ่นเอ๋อร์กำลังโมโห ไม่กล้าระบายใส่จินเฟิงและองค์หญิงเก้า ต้าหลิวเลยกลายเป็นที่ระบาย…
ต้าหลิวเพิ่งจะโผล่หัวเข้าไป ก็เห็นกำปั้นขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว
จากนั้นก็เห็นดาวเต็มไปหมด เวียนหัวโอนเอน
!!!
จินเฟิงหันไปมองและเกือบจะสำลักน้ำลาย
เบ้าตาซ้ายของต้าหลิวกลายเป็นสีเขียวช้ำเหมือนหมีแพนด้าไปแล้ว
“คราวหน้ายังแอบดูอีก ข้าจะทุบหัวให้แตกเลย!”
ถึงแม้ชิ่นเอ๋อร์จะโกรธ แต่ก็ไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุ
ถึงแม้ต้าหลิวจะดูน่าสงสาร แต่จริง ๆ แล้วก็แค่แผลฟกช้ำภายนอกเท่านั้น
มิฉะนั้น ด้วยกำลังของชิ่นเอ๋อร์ ต่อยครั้งเดียวไม่ถึงกับทำให้หัวแตก ก็ทำให้ต้าหลิวสมองกระทบกระเทือนได้
“โดนชิ่นเอ๋อร์ต่อยเป็นกระสอบทรายมาหลายครั้งแล้ว คราวหลังก็จำไว้บ้าง!”
จินเฟิงพูดติดตลก
ต้าหลิวดีทุกอย่าง ยกเว้นชอบสนใจเรื่องชาวบ้านมากเกินไป
ปกตินินทากับคนที่หมู่บ้านและเขาเถี่ยกว้านยังพอว่า นี่เรื่องขององค์หญิงเก้าเขาก็ยังกล้า
ไม่เรียกว่าหาเรื่องใส่ตัวแล้วจะเรียกว่าอะไร?
“ท่านอาจารย์ ไปแกล้งพี่ชิ่นเอ๋อร์อีกแล้วหรือ?”
ต้าหลิวพูดอย่างน้อยใจ “แบบนี้ถือว่าข้าบาดเจ็บจากการทำงานหรือไม่?”
“เจ้าหาเรื่องเอง ถือเป็นบาดเจ็บจากการทำงานได้อย่างไร!”
จินเฟิงเตะต้าหลิวไปทีหนึ่ง “รีบพูดมา มีเรื่องอะไร!”
“ข้าหาคนได้แล้วสองกลุ่ม”
พอพูดถึงเรื่องงาน ต้าหลิวก็เลิกทำหน้าทะเล้น “ตามที่ท่านอาจารย์สั่ง ข้าเลือกพี่น้องที่เคยเป็นนายพรานมาก่อน”
การเดินทางไปตามหาฝ้ายและข้าวเจ้าครั้งนี้ ระหว่างทางต้องผ่านภูเขามากมาย
ผู้คุ้มกันที่เคยเป็นนายพราน ย่อมมีประสบการณ์ในการเอาตัวรอดในป่ามากกว่า
“สมัครใจกันทั้งหมดใช่หรือไม่?” จินเฟิงถาม
“ท่านอาจารย์วางใจเถิด สมัครใจกันทุกคน”
“พวกเขาอยู่ที่ใด พาข้าไปดูหน่อย”
“ได้!”
ต้าหลิวรีบเดินนำหน้าไป
จินเฟิงเดินตามไปสองก้าวแล้วหันกลับไปตะโกน “ชิ่นเอ๋อร์!”
ชิ่นเอ๋อร์ยังโกรธอยู่ ทั้งยังเบะปากไม่สนใจเขา
“พวกเจ้าหาคนครบหรือยัง?”
จินเฟิงไม่ได้ถือสาหาความกับนางและพูดต่อ “ถ้าครบแล้ว ให้พวกเขามารวมตัวกัน ข้ามีเรื่องจะแจ้งให้ทราบ”
“ทราบแล้ว!”
พอได้ยินว่าเป็นเรื่องงาน ชิ่นเอ๋อร์จึงพยักหน้า “ข้าจะไปถามให้เดี๋ยวนี้”
“แล้วก็แจ้งใต้เท้าชิ่งด้วย ให้คนของเขามารวมกันด้วย”
“เข้าใจแล้ว!”
“ข้ารอนะ!”
จินเฟิงเลิกคิ้วใส่ชิ่นเอ๋อร์ พอเห็นชิ่นเอ๋อร์โมโหจนกระทืบเท้า เขาก็ยิ้มแล้วเดินจากไป
“ท่านอาจารย์ ข้าขอร้องล่ะ ท่านอย่าแกล้งชิ่นเอ๋อร์อีกเลย!”
ต้าหลิวพูดอย่างเศร้าสร้อย “ข้ารู้สึกได้ว่าคราวหน้าเจอชิ่นเอ๋อร์ ข้าต้องโดนต่อยอีกแน่”
“ลำบากเจ้าแล้ว!” จินเฟิงตบบ่าต้าหลิวอย่างเห็นใจ “เดี๋ยวข้าขึ้นเงินเดือนให้”
“ข้ากลัวว่ามีเงินแต่ไม่มีโอกาสได้ใช้ เดือนนี้เพิ่งผ่านไปห้าวัน ข้าก็โดนนางต่อยไปสี่ครั้งแล้ว!”
“เจ้าจะไปรู้อะไร? นางกำลังสอนวิทยายุทธ์ให้เจ้าต่างหาก! โดนต่อยบ่อย ๆ ฝีมือก็พัฒนาขึ้นเอง!”
จินเฟิงกล่าว “เจ้าไม่รู้สึกหรือว่าฝีมือเจ้าเก่งขึ้นกว่าเดิมแล้ว?”
“เหมือนจะเป็นอย่างนั้น เมื่อก่อนข้ามองไม่ทันด้วยซ้ำว่าพี่ชิ่นเอ๋อร์ออกหมัดอย่างไร ตอนนี้ถึงแม้จะหลบไม่ได้ แต่ก็มีสองครั้งที่ข้าเห็นท่าทางของนาง”
“ถูกต้อง เหมือนกับคนที่ป่วยบ่อย ๆ ก็กลายเป็นหมอ โดนต่อยบ่อย ๆ ปฏิกิริยาตอบสนองก็รวดเร็วขึ้น”
จินเฟิงกล่าว “ตอนนี้รู้แล้วใช่หรือไม่ว่าข้าหวังดีกับเจ้า?”
“ท่านอาจารย์ ถ้าท่านไม่พูดประโยคนี้ ข้าเกือบจะเชื่อแล้ว!”
ต้าหลิวเบะปากพูด “ท่านพูดเช่นนี้ ต้องหลอกข้าแน่ ๆ!”
“อยากเชื่อก็เชื่อ ไม่อยากเชื่อก็ช่าง”
“ท่านเลิกแสดงละครเถิด ข้าโดนต่อยแทนท่าน วันนี้ต้องนับเป็นบาดเจ็บจากการทำงาน!”
“เช่นนั้นเจ้าก็ไปเบิกกับพี่เหลียงสิ ดูสิว่าเขาจะยินยอมหรือไม่?”
“ไว้ชีวิตข้าเถอะ หากพี่เหลียงรู้ว่าข้าสืบเรื่องของท่านกับองค์หญิงเก้า ข้าต้องโดนต่อยอีกแน่!”
“เจ้าก็รู้นี่?”
“ท่านอาจารย์ เล่ามาเถิด ตกลงท่านกับองค์หญิงเก้าไปถึงขั้นไหนแล้ว?”
“เจ้าไปถามชิ่นเอ๋อร์สิ นางรู้”
“โถ่ ท่านอาจารย์ต้องหาองครักษ์คนใหม่แล้วล่ะ”
…
จากจวนตระกูลชิ่งไปยังสำนักคุ้มภัยอยู่ไม่ไกลกันนัก ทั้งสองคนไม่ได้ขี่ม้าและเดินคุยกันไปเรื่อย ๆ
ชิ่นเอ๋อร์ทำธุระเร็วมาก กว่าจินเฟิงจะกลับมาถึงสำนักคุ้มภัย องค์หญิงเก้าก็พาคนมาถึงแล้ว
“ท่านอาจารย์ ท่านนี่ก็แน่จริง ๆ เพิ่งจะแยกกันไปไม่นานองค์หญิงก็ตามมาแล้ว”
ต้าหลิวขยิบตาให้จินเฟิง
“เดี๋ยวโดนต่อยแล้วอย่ามาหาว่าข้าไม่เตือน หูของชิ่นเอ๋อร์ไวจะตาย”
จินเฟิงอยากจะงัดหัวต้าหลิวออกมาดูจริง ๆ เขาคิดอะไรอยู่กันแน่
โดนต่อยจนเป็นหมีแพนด้าขนาดนี้ ยังจะอยากอยากรู้เรื่องคนอื่นอีก
จินเฟิงกำลังจะเอ่ยทักทายองค์หญิงเก้า ชิ่งซินเหยาก็พาคนมาถึงพอดี
รอจนกระทั่งต้าหลิวนำคนทั้งหมดไปรวมกันที่ลานฝึก จินเฟิงก็ถือโทรโข่งเหล็กขึ้นไปยืนบนเวที
“พวกเจ้าทุกคนรู้ใช่หรือไม่ว่าต่อไปต้องทำสิ่งใด?”
“รู้!”
ไม่ว่าจะเป็นผู้คุ้มกันหรือคนขององค์หญิงเก้าและชิ่งซินเหยา ต่างก็ตอบเป็นเสียงเดียวกัน
“ครั้งนี้พวกเจ้าไม่เพียงแต่ต้องไปต้าจ้าว แต่ยังอาจต้องไปเจียวจื่อและเทียนจู๋ ที่นั่นหลาย ๆ อย่างแตกต่างจากชวนสู่ ดังนั้นข้าจึงมีเรื่องจะแจ้งให้พวกเจ้าทราบ…”