ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ - บทที่ 687 วางรากฐาน
บทที่ 687 วางรากฐาน
“ใช่แล้ว!”
จินเฟิงพยักหน้ากล่าว “ยิ่งไปกว่านั้น เครื่องทอผ้านี้ยังสามารถขับเคลื่อนด้วยน้ำหรือลม ความเร็วในการทอผ้าเร็วกว่าที่โรงงานกำลังใช้อยู่ อย่างน้อยห้าเท่า!”
“อย่างน้อยห้าเท่า?”
อย่าว่าแต่ว่านเฮ่อหมิงเลย แม้แต่ถังตงตงก็ยังตกใจกับคำพูดของจินเฟิง
“ใช่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นเครื่องทอผ้านี้ยังสามารถพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไปได้อีก!”
จินเฟิงกล่าวต่อไปว่า
“สามารถพัฒนาได้อีกหรือ?”
ถังตงตงหรี่ตาลงเล็กน้อย ไม่รู้ว่านางกำลังคิดอะไรอยู่
“ท่านอาจารย์ หากท่านทำเครื่องทอผ้าที่ดียิ่งกว่านี้ได้ตั้งแต่แรกแล้ว เหตุใดจึงไม่ให้โรงงานได้ใช้?”
ว่านเฮ่อหมิงจ้องตาแล้วถามอย่างสงสัย
“นี่เป็นสิ่งที่ข้าอยากจะบอกเจ้าในวันนี้” จินเฟิงเอ่ย “พวกเรามีความคิดอะไรก็สร้างสิ่งของนั้นขึ้นมาได้ แต่ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนใช้มันทันที ควรรอคอยโอกาสที่เหมาะสมที่สุด เจ้าเข้าใจหรือไม่?”
“ไม่เข้าใจ” ว่านเฮ่อหมิงส่ายหน้า
“อย่างเช่นเครื่องทอผ้านี้ เมื่อนำมาใช้งาน ประสิทธิภาพจะสูงกว่าไนปั่นด้ายที่โรงงานอุตสาหกรรมใช้อยู่ถึงห้าเท่า หมายความว่า หากพวกเรานำเครื่องทอผ้าแบบนี้ไปเปลี่ยนในโรงงานทั้งหมด คนงานสองร้อยคนก็จะทอผ้าได้เท่ากับคนงานหนึ่งพันคนในตอนนี้!”
“แล้วมันไม่ใช่เรื่องดีหรือ?” ว่านเฮ่อหมิงเอ่ยถาม “พวกเราก็จะได้กำไรมากขึ้นมิใช่หรือ!”
“แต่จะมีคนตกงานมากขึ้นเช่นกัน” จินเฟิงกล่าวอย่างจนใจ “คนงานหญิงหลายคนล้วนเป็นเสาหลักของครอบครัว หากพวกนางขาดงานแล้ว ครอบครัวจะอยู่กันอย่างไร?”
“อ้อ ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง!” ว่านเฮ่อหมิงพยักหน้าอย่างครึ่ง ๆ กลาง ๆ เหมือนเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง
“ท่านอาจารย์ช่างมีน้ำใจยิ่งนัก!” องค์หญิงเก้าคำนับจินเฟิงอย่างนอบน้อม
ในใจนางทราบดีว่าหากจินเฟิงนำเครื่องจักรนี้ไปติดตั้งในโรงงาน ย่อมกอบโกยทรัพย์สมบัติได้มากมายมหาศาล
ทว่าจินเฟิงหาได้ทำเช่นนั้นไม่
แม้สร้างเครื่องจักรสำเร็จแล้ว เขากลับไม่ได้นำไปติดตั้งในโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อหากำไร หากแต่ปล่อยให้เครื่องจักรนั้นตั้งฝุ่นจับอยู่ในห้องทดลอง
เพราะหากเครื่องทอผ้านี้เผยโฉมสู่สายตาชาวโลก ไม่เพียงแต่โรงงานสิ่งผ้าซีเหอวานเท่านั้นที่จะต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง แต่นับว่าเป็นการปฏิวัติวงการทอผ้าทั้งต้าคังเลยทีเดียว
เป็นไปได้อย่างยิ่งว่าจะทำให้ทั้งวงการเกิดความสั่นคลอน
สตรีที่พึ่งพาอาชีพทอผ้าเลี้ยงชีพนับไม่ถ้วน อาจต้องสูญสิ้นที่ยึดเหนี่ยวสุดท้ายในการดำรงชีวิต
นี่เป็นสิ่งที่จินเฟิงมิอาจทนมองดูได้
เขาไม่ใช่พ่อค้าที่เห็นแก่ผลประโยชน์สูงสุดเช่นนั้น
ตอนนี้เขาไม่ได้ขาดเงินแล้ว ไม่ต้องการที่จะแสวงหาผลกำไรเพื่อให้ทำให้ครอบครัวนับไม่ถ้วนต้องพลัดพรากกัน
นี่ก็เป็นเส้นทางหลักที่จินเฟิงยึดถือมาตลอด
“ท่านอาจารย์ ข้าเข้าใจความตั้งใจของท่าน แต่ท่านเคยกล่าวว่าความก้าวหน้าในเรื่องวิวัฒนาการไม่มีใครสามารถหยุดยั้งได้”
ถังตงตงเอ่ยว่า “ต้าคังมีคนเก่งมากมาย เจ้าและเสี่ยวเฮ่อสามารถปรับปรุงเครื่องทอผ้าได้ คนอื่นอาจจะทำได้เช่นกัน ในเวลานั้นคนอื่นอาจจะไม่พิจารณาเรื่องพวกนี้มากเท่ากับเจ้า”
“ตงตงไม่ต้องห่วง เครื่องทอผ้านี้ไม่ใช่ที่เร็วที่สุด ข้ายังสามารถทำให้มันก้าวหน้ากว่านี้ได้อีก”
จินเฟิงกล่าวอย่างมั่นใจว่า “รอให้ผ่านพ้นภัยพิบัติครั้งนี้ไปก่อน พอชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านดีขึ้น ข้าจะค่อย ๆ เริ่มเผยแพร่เครื่องทอผ้าแบบใหม่ออกไป”
“เช่นนั้นก็ตกลง” ถังตงตงพยักหน้ารับเบา ๆ
“ท่านอาจารย์ ท่านช่างเก่งกาจยิ่งนัก!” ว่านเฮ่อหมิงเงยหน้ามองจินเฟิงด้วยดวงตาฉายแววชื่นชม
แม้จะแฝงไปด้วยความผิดหวังอยู่บ้างก็ตาม
เขาคิดว่าเครื่องทอผ้าที่เขาปรับปรุงขึ้นมานั้นสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ถึงห้าในสิบส่วนก็ถือว่าเก่งกาจมากแล้ว แต่เมื่อเทียบกับจินเฟิงแล้ว กลับมิอาจเอ่ยถึงได้เลย
“เจ้าก็เก่งกาจมากเช่นกัน! ตอนข้าอายุเท่าเจ้า ความสามารถของข้ายังไม่ถึงครึ่งของเจ้าเลย”
จินเฟิงเอ่ยพลางลูบผมของว่านเฮ่อหมิงอย่างเอ็นดู คลายใจชื้นขึ้นเล็กน้อย
ว่านเฮ่อหมิงก็ยังเป็นเพียงเด็ก หากมิได้ทำให้เขาแพ้จนยอมรับ การให้สิ่งนี้แก่เขาย่อมทำให้เขาไม่พอใจเป็นแน่
หรืออาจทำให้เขาคิดว่าจินเฟิงกำลังอิจฉาเขาอยู่ก็เป็นได้
ต้องให้เขาได้ประจักษ์แก่สายตาตนเอง จึงจะอาจเข้าใจได้ว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า
แต่แน่นอนว่าเขาก็ทำได้เพียงสั่งสอนเบา ๆ ไม่ได้ลงโทษอะไรรุนแรง ไม่อย่างนั้นหากเขาหมดอาลัยตายอยากขึ้นมา ก็คงยิ่งยุ่งยาก
นี่เป็นเหตุผลที่จินเฟิงพาว่านเฮ่อหมิงมาชมเครื่องทอผ้านี้
“เฮ่อหมิง เจ้าจงจำไว้ใต้หล้านี้มีคนมากมายหลากหลาย เก่งกาจสามารถยิ่งนัก ต่อไปอย่าได้เย่อหยิ่งจองหองเป็นอันขาด!”
ว่านอวี่หงข้าใจความต้องการของจินเฟิง จึงเอ่ยปากเกลี้ยกล่อมน้องชายอีกแรง
“ข้าเข้าใจแล้ว!” ว่านเฮ่อหมิงพยักหน้า
“ท่านอาจารย์ นี่คืออะไรหรือ?”
ถังตงตงชี้ไปที่ข้าง ๆ เครื่องทอผ้า เป็นเครื่องที่มีรูปร่างแปลกตา
นางเป็นผู้ที่เกิดในตระกูลขุนนางที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการทอผ้า นางคุ้นเคยกับเครื่องจักรในอุตสาหกรรมการทอผ้ามาก
เช่น เครื่องทอผ้าที่จินเฟิงสร้างขึ้น แม้ว่านางจะเห็นเป็นครั้งแรกและไม่รู้วิธีการใช้งาน แต่ก็สามารถคาดเดาได้ว่ามันใช้ทำอะไร
แต่นางกลับไม่เข้าใจว่ามันคือเครื่องอะไร
“อ้อ นี่คือเครื่องจักรเย็บผ้า ยังสร้างไม่เสร็จ”
จินเฟิงตอบพร้อมกับยิ้ม
“จักรเย็บผ้า? มันเอาไว้ทำอะไรหรือ?”
“เอาไว้ทำเสื้อผ้าอย่างไรเล่า” จินเฟิงอธิบาย “ใช้เครื่องจักรเย็บเสื้อผ้า เพียงคนเดียวก็สามารถทำงานทดแทนคนได้ถึงสิบคน แถมรอยเย็บยังละเอียดและตรงอีกด้วย”
“สิ่งนี้สามารถเทียบเท่าคนสิบคนเชียวหรือ?” องค์หญิงเก้ารู้สึกราวกับว่าสติของนางกำลังจะเลือนรางเต็มที
สิ่งของในห้องทดลองของจินเฟิง ดูเหมือนว่าทุกชิ้นล้วนสามารถพลิกฟ้าดินในวงการนั้น ๆ ได้
ส่วนถังตงตงนั้นกลับให้ความสนใจกับอีกแง่มุมหนึ่ง “ท่านอาจารย์ ท่านเตรียมจะผลิตออกมาขายให้ร้านตัดเสื้อหรือว่าจะทำเสื้อผ้าเอง?”
“แน่นอนว่าข้าต้องเปิดโรงงานทำเสื้อผ้าเอง” จินเฟิงกล่าวอย่างไม่ลังเล
“แล้วจะทำเสื้อผ้าไปขายให้ผู้ใด?” ถังตงตงเอ่ยถาม
ส่วนใหญ่ชาวบ้านต้าคังนั้นตัดเย็บเสื้อผ้าสวมใส่กันเองภายในครัวเรือน
ส่วนผู้มีอันจะกินก็มักเรียกหาช่างตัดเย็บอยู่แล้ว
นางไม่อาจเข้าใจได้ว่า เสื้อผ้าที่จินเฟิงจะทำขึ้นมานั้นจะสามารถขายให้ผู้ใดได้
“ในเบื้องต้นข้าจะขายให้แก่ผู้คุ้มกันภัยและกองทัพเจิ้นเหยวี่ยนก่อน รวมถึงคนงานในโรงงานของพวกเรา แล้วค่อยขายให้แก่ชาวบ้านในภายหลัง” จินเฟิงกล่าว
“ชาวบ้านต่างก็ตัดเย็บเสื้อผ้าเองได้ ใครจะซื้อของพวกเราเล่า?”
“หากต่อไปภายภาคหน้า พวกเขามีงานทำกันหมดแล้ว ใครเล่าจะมีเวลาว่างมาตัดเย็บเสื้อผ้าเอง”
จินเฟิงตอบกลับ “ไม่ต้องพูดถึงที่อื่นหรอก เอาแค่โรงงานสิ่งทอในตอนนี้ ยังมีคนงานหญิงคนไหนร้อยพื้นรองเท้า เย็บเสื้อผ้าเองอีกหรือไม่?”
“เรื่องนั้น…ไม่ค่อยมีให้เห็นแล้ว” ถังตงตงพยักหน้าเห็นด้วย
การตัดเย็บเสื้อผ้านั้นต้องใช้ความพยายามมาก ตอนนี้โรงงานสิ่งทอเป็นการทำงานสองกะ คนงานหญิงเลิกงานกลับบ้านก็เหนื่อยเต็มที ใครเล่าจะอยากจับเข็มเย็บผ้าอีก
นี่ก็เป็นเหตุผลที่จินเฟิงต้องการเปิดโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า
เมื่อโรงงานที่เขาก่อตั้งในแต่ละพื้นที่เพิ่มมากขึ้น ประชาชนก็จะผันตัวจากชาวนาผู้เช่าที่ดินมาเป็นคนงานมากขึ้น
เมื่อคนงานได้เงินทองมาแล้วแต่ไม่มีเวลา ความต้องการเสื้อผ้าสำเร็จรูปก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น
หากเปิดโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าเสียแต่เนิ่น ๆ ก็สามารถให้เหล่าผู้คุ้มกันภัยและคนงานได้สวมใส่เครื่องแบบอันหล่อสวย เมื่อใดที่คนงานที่ต้องการซื้อเสื้อผ้ามีจำนวนมากพอ โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าก็สามารถค่อย ๆ เปลี่ยนผ่านไปผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ประชาชนทั่วไปสวมใส่ได้
เครื่องนุ่งห่ม อาหาร ที่อยู่อาศัยและการคมนาคมล้วนเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิตของประชาชน อีกทั้งยังแสดงถึงศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของตลาดและผลประโยชน์มหาศาล
เมื่อโอกาสมาถึง ผู้ที่มีการเตรียมพร้อมล่วงหน้า ย่อมเหนือกว่าผู้อื่นเสมอ
ถังตงตงยังไม่ทันเอ่ยถามความคิดของจินเฟิงให้กระจ่าง ก็พลันได้ยินเสียงต้าหลิวดังลั่นมาจากหน้าประตู
“ท่านอาจารย์ พี่เหลียงกลับมาแล้ว รออยู่ที่หน้าประตู”
“พี่เหลียงกลับมาแล้วหรือ?”
จินเฟิงเลิกคิ้วขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนจะก้าวตรงไปยังประตูทันที
หลังจัดการเรื่องราวของเหล่าผู้มีอิทธิพลเสร็จสิ้น จินเฟิงก็ออกคำสั่งให้จางเหลียงหยุดการกวาดล้างโจรลง แล้วให้พาคนไปยังเจี้ยนเหมินกวานเพื่อจัดการเรื่องการรับช่วงต่อ
เจี้ยนเหมินกวานนั้นนับว่าเป็นทำเลที่สำคัญยิ่งยวดสำหรับอำเภอจินชวน ทว่าแม่ทัพที่ดูแลอยู่ไม่ยอมส่งมอบอำนาจ ทำให้จินเฟิงรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก
ไม่รู้ว่าตอนนี้จางเหลียงจัดการเรื่องราวไปถึงไหนแล้ว