ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ - บทที่ 692 อวยพรปีใหม่
บทที่ 692 อวยพรปีใหม่
“ต้าหลิว ไปแจ้งทุกคนให้มารวมกัน แล้วให้คนเตรียมม้าที่เชิงเขา”
จินเฟิงหันไปมองต้าหลิว
ที่เขาเถี่ยกว้านมีการป้องกันอย่างแน่นหนา พอมาถึงเขาเถี่ยกว้าน จินเฟิงก็ให้เป่ยเชียนสวินและผู้คุ้มกันอีกสองนายเฝ้าประตู ส่วนผู้คุ้มกันที่เหลือก็ให้ไปพักผ่อน
“สามี ไม่ไปเขาเมาเมาแล้วหรือ?”
กวานเสี่ยวโหรวเดินช้า จึงได้ยินเพียงแค่จินเฟิงสั่งให้ต้าหลิวเรียกคนมารวมพล
วันนี้เป็นวันปีใหม่ เดิมทีจินเฟิงตั้งใจว่าหลังจากออกจากเขาเถี่ยกว้านแล้วไปดูการฝึกฝนของทหารใหม่ที่เขาเมาเมาสักหน่อย
“มีธุระที่หมู่บ้าน ข้าต้องกลับไปก่อน”
จินเฟิงเอ่ยถาม “เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง พักอยู่ที่นี่ก่อนเถิด บ่ายนี้ข้าค่อยมารับ”
“ไม่ต้องหรอกข้าไม่เป็นไร”
กวานเสี่ยวโหรวที่มีใบหน้าแดงก่ำส่ายหน้าน้อย ๆ จากนั้นจึงเอื้อมมือไปหยิกถังเสียวเป่ยอย่างแรง
ถังเสียวเป่ยมิใช่ผู้ยอมเสียเปรียบง่ายดาย หากเป็นยามปกติแม้มิอาจโต้ตอบได้ ก็คงต้องได้เอื้อนเอ่ยโต้สักสองสามประโยค แต่นางย่อมรู้ดีว่าตนผิด จึงได้แต่แลบลิ้นเล็กน้อยอย่างสำนึกผิดพลางประคองกวานเสี่ยวโหรวไว้ด้วยท่าทีเอาใจ
“ถังเสียวเป่ย หากครั้งนี้ยังไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ ดูสิว่าข้าจะจัดการเจ้าอย่างไร!”
กวานเสี่ยวโหรวมองถังเสียวเป่ยตาขวางด้วยความโมโห
“พี่สาวทำตามที่ข้าบอกเถิด เพียงอดทนอีกสิบวัน รับรองว่าต้องตั้งครรภ์ได้แน่!”
ถังเสียวเป่ยกล่าวรับรองด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
“ข้าจะเชื่อเจ้าครั้งนี้อีกครั้ง!”
กวานเสี่ยวโหรวพูดพร้อมกับใบหน้าแดง
“อย่าเสนอแนะอะไรมั่ว ๆ!”
จินเฟิงเคาะศีรษะถังเสียวเป่ยครั้งหนึ่ง “เสี่ยวโหรวอย่าไปฟังนาง หากเจ้าตัดสินใจที่จะมีลูกจริง ๆ ไม่ต้องยุ่งยากขนาดนั้น ข้าคำนวณวันเวลาเอาได้”
ในความคิดของจินเฟิง เขาและกวานเสี่ยวโหรวเพิ่งจะอายุสิบแปดปี การมีลูกตอนนี้ถือว่าเร็วเกินไป
ร่างกายของกวานเสี่ยวโหรวก็ไม่ค่อยดีนัก
แต่นางยึดมั่นกับเรื่องนี้มาก บวกกับถังเสียวเป่ยคอยยุยงอยู่เบื้องหลัง จินเฟิงจึงคิดจะหาเวลาคุยกับนางดี ๆ หากนางคิดทบทวนดีแล้ว ก็ให้มีบุตรสักคน
มิเช่นนั้น คงต้านทานกลอุบายแปลก ๆ ของถังเสียวเป่ยที่คอยสอนนางไม่ไหว
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าวุ่นวายดังมาจากในลาน ก็รู้ว่าต้าหลิวกำลังรวบรวมกำลังพลอยู่ จินเฟิงจึงพากวานเสี่ยวโหรวและถังเสียวเป่ย ออกจากห้อง
ส่วนจั่วเฟยเฟยและจั่วจางซื่อที่พักอยู่อีกฟากของลานบ้านก็เดินออกมาเช่นกัน
“ท่านอาจารย์ ฮูหยิน พวกท่านกำลังจะไปแล้วหรือ?” จั่วเฟยเฟยเอ่ยถาม
“มีธุระที่หมู่บ้านนิดหน่อย” จินเฟิงตอบ
“ข้าทำกับข้าวเสร็จแล้ว ท่านอาจารย์กับฮูหยินทานข้าวสักหน่อยก่อนไปเถิด” จั่วจางซื่อกล่าว
“ขอบคุณเหนียงเหนียง แต่พวกข้าเกรงว่าจะไม่มีเวลาเสียแล้ว”
จินเฟิงพูดจบก็นึกอะไรขึ้นได้ จึงควักเงินแท่งเล็ก ๆ ออกมาจากอกเสื้อและยื่นให้จั่วจางซื่อ “เหนียงเหนียง เมื่อวานพวกข้าดื่มเหล้าของท่านจนหมด นี่เป็นค่าเหล้า”
วันก่อนนางเห็นเจ้าจินเฟิงชอบดื่มเหล้าหวาน จั่วจางซื่อจึงไปที่โรงครัวทุกวัน คอยถามถึงข้าวเหลือ หากมีนางก็จะซื้อกลับมาหมักเป็นเหล้า
หลายเดือนผ่านไป นางก็หมักเหล้าได้หลายไห
เมื่อค่ำวาน นางนำเหล้าไหเล็กไปที่งานเลี้ยงรอบกองไฟด้วย แต่เหล้าหมดเร็วเพราะหญิงสาวต่างพากันดื่มอย่างสนุกสนาน พวกนางจึงไปขนเหล้าที่บ้านนางมาจนหมดเกลี้ยง
“หืม ท่านอาจารย์ เหล้าหวานล้วนทำมาจากข้าวเหลือที่โรงครัว อีกอย่างเมื่อค่ำวานมิใช่ท่านดื่มเพียงผู้เดียว หากท่านให้เงินก็เท่ากับตบหน้าข้า”
นางจั่วจางซื่อรีบโบกมือปฏิเสธ ไม่ยอมรับเงินเด็ดขาด
จินเฟิงไม่ชอบโอ้โลมปฏิเสธกับผู้ใด เมื่อเห็นว่าผู้คุ้มกันภัยเตรียมพร้อมแล้ว จึงเก็บเงินคืน
แต่ทว่าหันไปกล่าวกับถังเสียวเป่ยว่า “เสียวเป่ย เดือนหน้าเพิ่มค่าจ้างให้กับนางด้วย”
“ทราบ”
ถังเสียวเป่ยยิ้มรับคำ
“เช่นนั้นพวกเราก็ไปกันเถิด!”
จินเฟิงหันไปพยักหน้าให้กับจั่วเฟยเฟยและมารดาของนาง แล้วจึงหันหลังเดินไปที่ประตู
ถังเสียวเป่ยต้องการเข้าไปประคองกวานเสี่ยวโหรว แต่กลับถูกนางผลักไสออกไปด้วยใบหน้าแดงก่ำ
ปกติแล้วเวลาที่จินเฟิงมาที่โรงเหล็ก ก็มักจะถูกพวกหญิงสาวพูดหยอกล้ออยู่เสมอ
บัดนี้หญิงสาวหลายคนได้ลิ้มลองรสชาติแห่งความสุขแล้ว ยิ่งทำให้พวกนางไม่เกรงกลัวสิ่งใด คืนก่อนตอนที่ดื่มเหล้ากัน จินเฟิงก็ถูกพวกนาง…เอ่อ…ก็ถูกพวกนางฉวยโอกาสไปไม่น้อย
เมื่อเห็นเขาเดินออกมา หญิงสาวที่เดินผ่านไปมาก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากหยอกล้อเขาสองสามคำ
ครั้นเห็นจินเฟิงเร่งฝีเท้า ต้าหลิวและคนอื่น ๆ ก็มีสีหน้าเคร่งเครียด พวกนางจึงตระหนักได้ว่าเกิดเรื่องไม่ชอบมาพากล จึงรีบเปิดทางให้
ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่จินเฟิงลงเขาเถี่ยกว้านได้อย่างราบรื่นที่สุดและเสื้อผ้าก็ยังคงอยู่ครบถ้วนที่สุดนับตั้งแต่ที่ขึ้นไป
เมื่อลงมาถึงตีนเขา เหล่าผู้คุ้มกันก็เตรียมม้าศึกไว้พร้อมสรรพแล้ว
จากเขาเถี่ยกว้านถึงซีเหอวานนั้นไม่ไกล หากขี่ม้าก็ใช้เวลาไม่นาน
ทว่าวันนี้กลับเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น
พอจินเฟิงและคณะเดินทางมาถึงเชิงเขาบริเวณถนนหลวง ก็พบกับชาวบ้านจำนวนมาก
เดิมทีถนนหลวงก็มิได้กว้างขวางอยู่แล้ว ชาวบ้านต่างก็แบกหามสัมภาระ ทั้งหาบทั้งหิ้ว แม้ว่าจะยินดีหลีกทางให้จินเฟิง แต่ด้วยหนทางคับแคบเช่นนี้ ม้าศึกก็ยากที่จะวิ่งได้โดยสะดวก
ยิ่งไปกว่านั้นชาวบ้านก็มิได้หลีกทางให้
แต่ก่อนจินเฟิงมักจะเดินทางไปยังจวนว่าการบ้าง เขาเมาเมาบ้าง หรือแม้แต่ซวงถัวเฟิงบ้าง จึงมีชาวบ้านจำนวนไม่น้อยที่เคยพบเห็นเขา
ครั้นต้าหลิวเอ่ยปากบอกให้ชาวบ้านหลีกทาง จินเฟิงก็ถูกจำได้ในทันที
“นั่น ท่านอาจารย์จิน!”
“ท่านอาจารย์จิน ข้าขออวยพรวันปีใหม่!”
“ฮูหยินทั้งสองก็อยู่หรือ?”
“ท่านอาจารย์ ฮูหยิน สวัสดีปีใหม่!”
“เอ้อร์ยา มานี่เร็ว รีบมาคารวะท่านอาจารย์จินเร็วเข้า”
“ท่านอาจารย์ ลองชิมหมั่นโถวอายุยืนที่ข้านึ่งไว้เมื่อเช้านี้ดูสิ”
…
ชาวบ้านต่างกรูกันเข้ามาห้อมล้อม
ในมือหลายคนถือกระบุง บ้างก็บรรจุหมั่นโถวแป้งหยาบ บ้างก็บรรจุอาหารอื่น ๆ
ชาวบ้านอีกหลายคนให้ลูก ๆ ตัวน้อย ๆ มา คำนับจินเฟิงกับกวานเสี่ยวโหรว
จินเฟิงพลิกตัวลงจากม้า แล้วดึงเด็กสองคนที่กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้นขึ้นมา
ในตอนนั้นสถานการณ์ค่อนข้างวุ่นวาย หากมีคนจากด้านหลังดันมาข้างหน้า ไม่แน่อาจเหยียบเด็ก ๆ ได้
ต้าหลิวรีบพากองกำลังรักษาความปลอดภัยมาล้อมเป็นวงกลม โดยมีจินเฟิง กวานเสี่ยวโหรวและถังเสียวเป่ยอยู่ตรงกลาง
จินเฟิงเห็นหินก้อนใหญ่ข้าง ๆ ถนนหลวงจึงปีนขึ้นไปบนหิน
เป่ยเชียนสวินกระโดดตัวขึ้นตาม เข้าร่วมบนหินและมองไปรอบ ๆ อย่างระวัง
จินเฟิงยกโทรโข่งแผ่นเหล็กขึ้นตะโกนก้อง “ชาวบ้านทั้งหลาย โปรดเงียบสักครู่!”
ชาวบ้านทั้งหลายจึงค่อย ๆ เงียบลง
ทว่าในมือยังคงถือกระบุงแน่น ไม่ยอมวางลง
“ข้าขอบคุณในน้ำใจของพวกเจ้า แต่อย่างไรเสียขอท่านทั้งหลายโปรดเก็บของกินเหล่านี้ไว้ให้ลูกหลานเถิด ให้พวกเขาได้อิ่มหนำสำราญในปีนี้”
จินเฟิงกล่าวผ่านโทรโข่ง
แม้ว่าชาวอำเภอจินชวนจะมีชีวิตความเป็นอยู่จะดีกว่าอำเภออื่นอยู่บ้าง แต่ก็ดีขึ้นอย่างจำกัด เพราะจินเฟิงนั้นเพิ่งเปิดโรงงานที่ซีเหอวานได้ไม่นาน บรรดาคนงานจากหมู่บ้านนอกที่เข้ามาทำงานรุ่นแรก ก็เพิ่งจะได้กินอิ่มนอนหลับก็เท่านั้น
ส่วนคนที่เพิ่งเข้ามาทำงานในโรงงานไม่นาน หรือครอบครัวที่มีแรงงานน้อย ก็อาจจะยังไม่สามารถหาเลี้ยงครอบครัวได้
เด็ก ๆ ที่ติดตามมาด้วยต่างจ้องมองกระบุงด้วยแววตาละห้อย จินเฟิงจะกล้ารับอาหารจากพวกเขาได้อย่างไรกัน
“ท่านอาจารย์ ที่บ้านข้ายังมีเสบียง”
ชายชราคนหนึ่งร้องบอกพลางยกกระบุงขึ้น “เด็กพวกนี้กลัวอดอยากจนตาลาย เช้านี้พวกเขาก็กินข้าวมาแล้ว”
“ใช่แล้วท่านอาจารย์ พวกข้าต่างก็กินข้าวมาแล้ว!”
“ท่านอาจารย์ นี่เป็นน้ำใจเล็กน้อยจากพวกข้า ท่านอาจารย์และฮูหยินรับไว้ด้วยเถิด!”
ชาวบ้านคนอื่นต่างร้องตามเป็นเสียงเดียวกัน
จินเฟิงเองก็เพิ่งเคยพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้เป็นครั้งแรก จึงไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไรดี
ต้าหลิวเห็นชาวบ้านมาชุมนุมกันมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงขึ้นไปยืนบนม้า แล้วตะโกนบอกว่า “ของมากมายเช่นนี้ ท่านอาจารย์คงรับไปไม่หมด โปรดพวกเจ้าหลีกทางให้ท่านอาจารย์ด้วย ท่านอาจารย์มีธุระต้องรีบกลับไปที่หมู่บ้านอย่างเร่งด่วน”