ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ - บทที่ 786 ประกายไฟ
บทที่ 786 ประกายไฟ
เพื่อความปลอดภัยของจินเฟิงและองค์หญิงเก้า ต้าหลิวได้จัดการคุ้มกันตามรูปแบบการเดินทัพอย่างเต็มรูปแบบ
ไม่เพียงแต่ผู้คุ้มกันภัยจะติดอาวุธครบมือเท่านั้น ยังมีการลากเร่อชี่ฉิวด้วยม้าศึกไว้ตรงกลางขบวนเพื่อเป็นสัญญาณเตือนภัยอีกด้วย
ก่อนออกเดินทาง จั่วจือเยวียนได้เร่งสร้างรถม้าหรูหราขึ้นมาสองคัน หนึ่งคันสำหรับจินเฟิง อีกคันสำหรับองค์หญิงเก้าและชิ่งเฟย
ขณะนี้ชิ่งเฟยกำลังเกาะหน้าต่างรถม้ามองออกไปด้านนอกด้วยสีหน้าตื่นเต้น
ในยุคสังคมศักดินา สตรีถูกกีดกันอย่างมาก แม้แต่อิสรภาพในการออกไปข้างนอกตามใจชอบก็ยังไม่มี
หญิงสาวที่เป็นประชาชนทั่วไปยังดีหน่อย อย่างน้อยก็ต้องลงไร่ลงนาทำงาน
ชิ่งเฟย เป็นหญิงสาวที่เกิดในตระกูลขุนนางนั้นมีข้อจำกัดมากกว่า ก่อนออกเรือนต้องอยู่แต่ในเรือนด้านใน ไม่อาจพบคนนอกได้ง่าย ๆ หลังออกเรือนยิ่งมีกฎเกณฑ์มากมาย
แม้ชิ่งเฟยจะมีฐานะสูงส่งเป็นถึงพระสนม แต่ชีวิตเกือบสี่สิบปีนี้ เป็นครั้งแรกที่นางได้ออกเดินทางไกล
นางมองพ่อค้าเร่ที่สัญจรไปมาบนถนนด้วยความตื่นเต้น พลางดึงองค์หญิงเก้าถามโน่นถามนี่
ราวกับว่าองค์หญิงเก้าเป็นมารดาเสียเอง
อย่างไรก็ตาม องค์หญิงเก้าก็ไม่ได้รู้สึกเบื่อหน่าย นางอดทนตอบคำถามทุกข้อของชิ่งเฟยอย่างใจเย็น
ส่วนจินเฟิงนั่งอยู่บนรถม้าอีกคันหนึ่ง ก้มหน้าจัดระเบียบต้นฉบับตำราต่าง ๆ
การสอนให้คนตกปลาย่อมดีกว่าการให้ปลา หากต้องการให้ประชาชนหลุดพ้นจากความยากจนอย่างถาวร วิธีที่ดีที่สุดไม่ใช่การให้เงินโดยตรงหรือให้งานทำ แต่เป็นการสอนความรู้ให้ลูกหลานของพวกเขาเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตด้วยตนเอง
การพาองค์หญิงเก้าและชิ่งเฟยไปด้วยย่อมทำให้การเดินทางช้าลงอย่างแน่นอน จินเฟิงจึงเตรียมใช้เวลานี้เขียนตำราการสอนต่อ
เมื่อไม่นานมานี้ เขาได้ส่งข่าวกลับไปยังซีเหอวาน สั่งให้กวานเสี่ยวโหรวซื้อที่ดินว่างระหว่างหมู่บ้านกวานเจียวานและเถียนเจียวาน เพื่อเริ่มก่อสร้างห้องเรียนและหอพัก
และเขายังส่งสารไปยังเจียงหนานด้วย สั่งให้ผู้รับผิดชอบหอการค้าที่นั่นจัดซื้อทาสที่อ่านออกเขียนได้จากทุกสารทิศ
เจียงหนานนับว่าร่ำรวยกว่าที่อื่น จำนวนทาสที่รู้หนังสือจึงมีมากกว่าที่อื่นอยู่บ้าง
แม้ว่าคำสั่งปลดปล่อยทาสของจินเฟิงจะมีผลบังคับใช้เฉพาะรอบเมืองหลวงเท่านั้น แต่ตระกูลผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นบางแห่งที่มีหูตากว้างไกลก็ได้รับข่าวนี้แล้ว อีกทั้งพวกเขายังรู้ด้วยว่า เมื่อเริ่มโครงการนำร่องปลดปล่อยทาสในเมืองหลวงแล้ว ก็คงอีกไม่นานที่จะขยายไปทั่วทุกพื้นที่
ตระกูลขุนนางและผู้มีอำนาจหลายคนจึงเริ่มขายทาสออกจำนวนมากด้วยความคิดที่จะหยุดความสูญเสียไว้เสียแต่เนิ่น ๆ ทำให้ ตลาดนายหน้าทั่วทุกหนแห่งแออัดไปด้วยผู้คน
เหตุการณ์นี้ทำให้ราคาทาสที่ต่ำอยู่แล้วยิ่งตกต่ำลงไปอีก บิดามารดาบางคนที่เคยจำใจขายบุตรให้เป็นทาสแก่ผู้มีอำนาจ ก็ฉวยโอกาสที่องค์หญิงเก้าให้งานทำ หาเงินมาไถ่ถอนบุตรของตนกลับคืนมา
ที่ตลาดแรงงานทาสต้าคัง หญิงสาวและเด็ก ๆ มักขายไม่ได้ราคา แต่หากเป็นผู้ที่ตกอับเช่นเดียวกับถังตงตงและถังเสียวเป่ย หรือเป็นลูกหลานขุนนางที่ถูกลงโทษเช่นจั่วเฟยเฟย ราคาก็จะสูงขึ้นบ้าง
พวกนางส่วนใหญ่อ่านออกเขียนได้ บางคนยังเชี่ยวชาญศิลปะสี่แขนง เมื่อซื้อกลับไปนอกจากจะเป็นอนุภรรยาแล้ว ยังสามารถสอนหนังสือให้เด็ก ๆ ในบ้านได้อีกด้วย
ตระกูลผู้ดีมีอันจะกินหลายตระกูลแต่เดิมไม่เต็มใจขายทาสประเภทนี้ แต่เมื่อได้ยินเรื่องคำสั่งปลดปล่อยทาส ก็นำทาสกลุ่มนี้ออกมาขายเช่นกัน
การหยุดยั้งความสูญเสียโดยทันทีเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ตระกูลผู้ดีมีอันจะกินหลายตระกูลยังได้ยินมาว่าผู้เสนอคำสั่งปลดปล่อยทาส ซึ่งก็คือราชครูที่เพิ่งรับตำแหน่งใหม่ที่รังเกียจการเลี้ยงดูทาสในบ้านเป็นพิเศษ
ในช่วงการกวาดล้างครั้งใหญ่ในเมืองหลวง ตระกูลใดที่เลี้ยงทาสไว้มากและกดขี่ข่มเหงทาสอย่างโหดร้าย ก็จะได้รับโทษหนักขึ้นเมื่อถูกริบทรัพย์
ตระกูลผู้มีอำนาจในยามนี้ขายทาสในครัวเรือน ก็นับเป็นการปกป้องตนเองอย่างหนึ่ง
ดังนั้นคำสั่งปลดปล่อยทาสยังไม่ทันได้เผยแพร่ไปทั่วแคว้น ก็ทำให้ครอบครัวนับไม่ถ้วนได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง
นี่เป็นสิ่งที่จินเฟิงไม่เคยคิดมาก่อนเลย
โอกาสดีเช่นนี้ จินเฟิงย่อมไม่ปล่อยให้หลุดลอยไป ในจดหมายถึงผู้รับผิดชอบเจียงหนาน เขาได้เตือนเป็นพิเศษ ให้หอการค้าและจุดรับเรื่องต่าง ๆ ในเจียงหนานไปยังตลาดนายหน้า เพื่อรับซื้อทาสในครัวเรือนจำนวนมาก มีเท่าไรก็เอาเท่านั้น
เงินที่ใช้ซื้อทาสให้ผู้รับซื้อนั้น ทาสในครัวเรือนจะเป็นผู้รับผิดชอบเอง โดยคำนวณดอกเบี้ยตามเงินกู้เพื่อประชาชน ให้ทาสไปเข้าร่วมโครงการทำงานเพื่อใช้หนี้แทนการจ่ายเงิน
เด็ก ๆ ที่ไม่สามารถหาครอบครัวได้แล้วและไม่มีความสามารถในการทำงานมากนัก เกือบทั้งหมดเป็นของแถมจากการซื้อทาสคนอื่น จินเฟิงจึงยกเว้นค่าไถ่ตัวให้พวกเขาและให้พวกเขาไปทำงานเบ็ดเตล็ดตามสถานที่ก่อสร้างต่าง ๆ เป็นการชั่วคราว เพื่อให้ได้กินอิ่มท้อง
ส่วนหญิงสาวที่อ่านออกเขียนได้และคิดเลขเป็น หอการค้าในท้องถิ่นได้สอบถามเป็นพิเศษว่าพวกนางเต็มใจไปทำงานและใช้ชีวิตที่จินชวนหรือไม่
หญิงสาวกลุ่มนี้ส่วนใหญ่สูญเสียบ้านและครอบครัวไปแล้ว แม้จะได้รับอิสรภาพก็ไม่มีที่ไป
อีกทั้งตอนนี้หอการค้าได้สร้างชื่อเสียงในเจียงหนานแล้ว ไม่รู้ว่ามีหญิงสาวกี่คนที่ฝันอยากเป็นผู้ดูแลร้านและพนักงานหญิงใน หอการค้า ดังนั้นหญิงสาวมากกว่าเก้าในสิบส่วนตกลงที่จะไปจินชวน
เมื่อจินเฟิงเปิดสำนักฝึกหักครู หญิงสาวกลุ่มนี้จะเป็นนักเรียนรุ่นแรก
เมื่อหญิงสาวกลุ่มนี้สำเร็จการศึกษา พวกนางก็จะกลายเป็นรุ่นแรกที่ผ่านการฝึกอบรมอย่างมืออาชีพของต้าคัง
พวกนางจะกลายเป็นประกายไฟเล็ก ๆ ที่กระจัดกระจายไปทั่วแผ่นดินต้าคัง ก่อให้เกิดกระแสลุกลามไปทั่ว
เมื่อนึกถึงสิ่งเหล่านี้ จินเฟิงก็รู้สึกเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง
ขณะที่เขากำลังก้มหน้าก้มตาเขียนหนังสืออย่างขะมักเขม้นอยู่บนโต๊ะ ต้าหลิวก็เคาะหน้าต่างรถม้า
“ท่านอาจารย์ เด็กหญิงตัวน้อยจากร้านน้ำชามาแล้ว!”
“มาถึงร้านน้ำชาเร็วถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”
จินเฟิงวางพู่กันขนนกลง แล้วยืดเส้นยืดสาย
“ยังอีกหลายลี้กว่าจะถึงร้านชา นางวิ่งมาหาพวกเราเอง” ต้าหลิวตอบ
“วิ่งมาหาเองหรือ?”
จินเฟิงได้ยินดังนั้นจึงเปิดหน้าต่างรถม้า
เขาเห็นเด็กหญิงตัวน้อยอยู่ไม่ไกล สะพายห่อผ้าเล็ก ๆ ยืนอยู่ริมถนน กำลังยิ้มเผยฟันขาวเรียงสวยออกมาสองซี่และยิ้มกว้างให้กับเขา
“รีบพานางขึ้นมาพักเถิด”
จินเฟิงเห็นเด็กน้อยเหนื่อยจนเหงื่อท่วมใบหน้า จึงรีบให้ต้าหลิวอุ้มนางขึ้นรถม้า
“พี่ชายเทพสงคราม ในที่สุดข้าก็ได้พบท่านอีกครั้ง!”
เมื่อเห็นจินเฟิง เด็กหญิงตัวน้อยก็ยิ้มอย่างมีความสุขมากขึ้น
“เจ้ารอที่ร้านชาก็ได้มิใช่หรือ เหตุใดจึงวิ่งมาไกลถึงเพียงนี้?”
จินเฟิงหยิบผ้าขนหนูจากโต๊ะและช่วยเช็ดเหงื่อบนใบหน้าของเด็กน้อย
ในตอนนั้นเองที่สังเกตเห็นว่า บริเวณหัวเข่าและข้อศอกของเด็กมีรอยโคลนชัดเจนสองจุด คงจะล้มระหว่างวิ่งมาที่นี่
“อาชุนอยากพบกับพี่ชายเทพสงครามเร็ว ๆ!”
เด็กหญิงตัวน้อยตอบพร้อมรอยยิ้ม
จนถึงตอนนี้ นางยังคงพูดด้วยลมหายใจที่หอบเล็กน้อย
“ในเมื่อได้พบกันแล้ว รีบนั่งลงพักเถิด”
จินเฟิงกดตัวเด็กหญิงลงบนเก้าอี้ และเตรียมจะรินน้ำให้นาง
ผลคือยังไม่ทันได้ยื่นมือ เด็กน้อยก็คว้ากาน้ำชามารินน้ำหนึ่งถ้วยส่งให้จินเฟิง “ท่านพี่เทพสงคราม ท่านต้องการดื่มน้ำหรือ เชิญ!”
ท่าทางของนางคล่องแคล่วเป็นพิเศษ
“ข้าไม่ดื่มหรอก ข้าแค่อยากรินน้ำให้เจ้าสักถ้วย”
จินเฟิงยิ้มพลางส่ายหน้า
เด็ก ๆ ในต้าคังล้วนเป็นคนรู้ความมากเกินไป ไม่เพียงแต่เด็กหญิงคนนี้เท่านั้น เด็ก ๆ ในหมู่บ้านก็เช่นกัน หลายคนรู้ความจนทำให้ผู้คนรู้สึกสะท้อนใจ
เด็กหญิงคนนี้ที่พยายามเอาใจจินเฟิงเช่นนี้ เป็นเพราะนางมีความสัมพันธ์ที่ดีกับจินเฟิงหรือ?
ไม่ใช่เลย
ความจริงแล้ว นางได้พบกับจินเฟิงเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
การเอาใจจินเฟิงนั้นเป็นเพราะนางเคยผ่านความยากลำบากมาก่อน นางรู้ดีว่าโอกาสที่จะได้ใช้ชีวิตที่ดีนั้นมีน้อยนัก จึงหวงแหนโอกาสนี้เป็นพิเศษ
ขณะที่เด็กหญิงกำลังจะเอ่ยปาก จู่ ๆ ก็มีเสียงหวีดแหลมดังมาจากนอกรถม้า
จินเฟิงผลักหน้าต่างรถม้าออกแล้วมองดูท้องฟ้า ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย
นี่คือธนูหัวนกหวีดที่พวกผู้คุ้มกันภัยใช้ส่งสัญญาณเตือนภัย
“เพิ่งออกเดินทางมาไม่นาน มีคนมาดักปล้นได้เร็วขนาดนี้เชียวหรือ?”
จินเฟิงรู้สึกไม่ค่อยอยากเชื่อสักเท่าไร