ที่แท้….ฉันเป็นลูกเศรษฐี - บทที่ 443 ตัดรากถอนโคน
บทที่ 443 ตัดรากถอนโคน
“คุณแม่มันแรงไปไหม เฉินเกอไม่ธรรมดาเลยนะ คงจะทำอะไรไม่ได้ง่ายๆหรอก โดยเฉพาะเฉินเสี่ยว ถ้าถูกเปิดโปง แล้วพวกเรา……”
ในห้อง
หยางเย่กำลังพูดอย่างเป็นกังวลกับโกวหรู
โกวหรูพูดว่า “จะอยู่เฉยๆไม่ได้ ไม่มีทางเลือกแล้ว ในเมื่อตัดสินใจจะแย่งสิทธิ์การเป็นทายาทของตระกูลหยาง ไม่ถูกพวกเสี่ยวเป้ยเหยียบย่ำ ดังนั้นจึงไม่มีทางเลือกจริงๆ ขอแค่เฉินเกอตาย พวกเราก็จะไม่มีคู่แข่งที่น่ากลัวแล้ว”
“ยิ่งไปกว่านั้น ไม่แน่ว่าทรัพย์สินที่ตระกูลเฉินให้กับหยางเสี่ยวเป้ยที่ภาคเหนือจะค่อยๆตกเป็นของเราก็ได้!”
โกวหรูกล่าว
“ตอนนี้หวังว่าอะเชิงจะไม่ทำให้พวกเราผิดหวังนะ เฉินเกอเชื่อใจอะเชิงมาก!”
“ถ้าหากตรวจเจอจะทำยังไง?”
“วางใจเถอะ ยาพิษนี้ไม่มีสีไม่มีกลิ่นใดๆ ถึงจะตรวจเจออะเชิงก็จะเป็นผู้ต้องหา พอถึงเวลานั้นอะเชิงยังสามารถเปิดปากพูดได้ไหม?”
โกวหรูหรี่ตาเล็กน้อยพลางพูดอย่างร้ายกาจ
“ผมเข้าใจแล้ว!”
ทันใดนั้น
เสียงดัง ปัง
ประตูถูกคนแตะจนพัง
มีฝูงคนใส่เสื้อสีดำวิ่งเข้ามา
“พวกนายมาทำอะไร?”
โกวหรูกับหยางเย่ต่างตกใจ
ไม่มีโอกาสพวกเขาพูดก็ถูกคลุมหัวด้วยถุงสีดำแล้วลากออกไป
และพวกโห๋ผิงมีกลเม็ดในการทรมานคนมากมาย
หยางเย่กับโกวหรูยืดเวลาได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ตกใจกลัวแล้ว
จึงได้สารภาพเรื่องราวตั้งแต่ต้นทั้งหมด
“เฉินเกอ ไม่เกี่ยวกับพวกเรา คนที่จะทำร้ายหลานก็คือหลงช่าวเหลย เขาเป็นคนวางแผนทั้งหมดนี้ และตอนนี้เสี่ยวเป้ยก็อยู่ในมือของเขา ไม่มีทางเลือก ถ้าพวกเราไม่ทำตามที่เขาบอก เขาจะฆ่าพวกเรา!”
โกวหรูตกใจกลัวรีบพูดออกมา
ใช่แล้ว เธอดูถูกวิธีที่โหดร้ายของเฉินเกอไปแล้ว
ตอนแรกคิดว่า เฉินเกอไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด นิสัยคนอย่างเขาคงจะไม่ทำอะไรซี้ซั้วหรอก
แต่เฉินเกอสงสัยตัวเองกับสองแม่ลูกมานานแล้ว
“คุณน้าสะใภ้ใหญ่ อย่าคิดว่าปัดความรับผิดชอบให้หลงช่าวเหลยแล้วพวกน้าสะใภ้จะไม่เป็นอะไรนะ ผมจะบอกให้คุณยายทราบ คุณยายรู้ว่าควรจะลงโทษพวกน้าสะใภ้ยังไงดี!”
“สำหรับตระกูลหลงผมยิ่งไม่ปล่อยพวกเขาไปแน่!”
เฉินเกอพูดอย่างเย็นชา
“หลงช่าวเหลยเอาเสี่ยวเป้ยซ่อนไว้ที่ไหน?”
เฉินเกอถามคำถามสุดท้าย……
“ยัยบ้า ตกลงคุณจะเซ็นหรือไม่เซ็น?”
และในโรงงานที่ร้างแห่งหนึ่ง
แสงไฟอ่อนๆ มีแต่ความมืดมิด
ตอนนี้หลงช่าวเหลยกำลังมัดหยางเสี่ยวเป้ยแน่นๆไว้บนเก้าอี้ตัวหนึ่ง
ด้านข้างมีคนของเขาคอยปกป้องดูแล
“คนแซ่หลง คุณตายใจได้เลย?”
หยางเสี่ยวเป้ยตะโกนด้วยความโกรธ
เพี๊ยะ!
หลงช่าวเหลยตบหน้าหยางเสี่ยวเป้ย
“หยางเสี่ยวเป้ย ความอดทนของคนเรามีขีดจำกัดนะ หากคุณไม่มีประโยชน์ต่อผมแล้ว ตอนนั้นก็จะเป็นวันตายของคุณ!”
หลงช่าวเหลยเตือนอย่างดุร้าย
“ฉันไม่ได้โง่นะ ถ้าฉันเซ็นนายจะปล่อยฉันไปเหรอ?”
หยางเสี่ยวเป้ยยิ้มเยาะเย้ย
สายตาหลงช่าวเหลยเยือกเย็น
สัญญาฉบับนี้เป็นสัญญาเพื่อเอาทรัพย์สินของหยางเสี่ยวเป้ยมา
แน่นอน เป็นอย่างที่หยางเสี่ยวเป้ยพูด หากเธอเซ็นต์สัญญานั้นเมื่อไหร่ หลงช่าวเหลยก็จะไม่ให้เธอมีชีวิตอยู่อีกต่อไป
“ดูเหมือนว่าต้องใช้ความรุนแรงกับคุณสักหน่อยแล้ว เรียกพวกพี่สองขึ้นมาจัดการสิ!คิกคิก ก่อนที่พวกเขาจะลงมือก็อนุญาตให้พวกเขาเชยชมเธอก่อนได้ เพราะหยางเสี่ยวเป้ยก็ถือว่าเป็นสาวสวยคนหนึ่ง!”
หลงช่าวเหลยพูดอย่างเย็นชา
“ครับ คุณชายเหลย!”
ลูกน้องต่างหัวเราะชอบใจ
จากนั้นก็คว้าวิทยุสื่อสารออกมา“ขึ้นมาได้!”
ผลปรากฏว่าไม่มีเสียงตอบรับใดๆทั้งสิ้น
คนคนนี้ก็ตะโกนเรียกคนอื่นที่เฝ้าอยู่ชั้นล่าง
ก็ยังไม่มีเสียงตอบรับ
“เกิดอะไรขึ้น?ลงไปดูสิ!”
หลงช่าวเหลยสั่งการ
คนหลายคนจึงเดินลงไป
หลังจากที่ลงไปแล้วก็ยังไม่มีเสียงอะไรอีก
หลงช่าวเหลยถึงรับรู้ว่ามันแปลกๆ
“นายเฝ้าอยู่ที่นี่ ส่วนพวกนายตามผมลงไปข้างล่าง!”
หลงช่าวเหลยสั่งการลูกน้อง
จากนั้นก็พาลูกน้องลงไป
พอเพิ่งเดินลงมาจากบันได
ก็ถูกคลุมที่หัวจนมืดไปหมด จากนั้นก็ถูกตีจนไม่รู้เรื่องอะไรเลย!
ในกลางดึก
เฉินเกอมองเสี่ยวเป้ยที่เหนื่อยล้านอนพักผ่อนแล้ว
แล้วห่มผ้าห่มให้เธอ จากนั้นก็เดินออกจากห้องของเสี่ยวเป้ย
ด้านนอกห้องมีบอร์ดี้การ์ดใส่เสื้อดำยืนเฝ้าอยู่กลุ่มหนึ่ง
“ฮาฮา คุณชายเฉิน คืนนี้บ้านตระกูลหลงคงอยู่ไม่เป็นสุขแน่ คนสำคัญหายตัวไป พวกเขากำลังหาจนวุ่นวายแล้ว!”
โห๋ผิงพูดด้วยเสียงหัวเราะ
“ใช่แล้วคุณชายเฉิน ถ้างั้นพวกเราก็ให้พวกเขาหาเจ็ดวัน แล้วส่งหลานสุดที่รักของพวกเขากลับไป?”
ลูกน้องอีกคนหนึ่งกล่าว
“ผมไม่มีกะจิตกะใจจะเล่นกับพวกตระกูลหลงนานถึงเจ็ดวัน ใช่สิ พรุ่งนี้เหมือนตระกูลหลงจะมีงานอะไรบางอย่างใช่ไหม?พอดีเลย หลงช่าวเหลยอยากจะเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่ให้ตระกูลหลง จึงจับเสี่ยวเป้ยไปทรมานถึงเจ็ดวัน ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้พวกเราก็ไปมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้ตระกูลหลงบ้างดีกว่า!”
เฉินเกอพูดด้วยสายตาที่เยือกเย็น
“ไปเตรียมตัวเถอะ!”
“ครับ!”
วันที่สอง
บ้านตระกูลหลงที่เยี่ยนจิง
“เป็นไงบ้าง?หาเจ้าเหลยเจอหรือยัง?”
ท่านปู่ตระกูลหลงใส่เสื้อสูท ถึงแม้วันนี้ที่บ้านของตระกูลหลงจะมีงาน ญาติและแขกต่างก็มาถึงไม่น้อยแล้ว แต่คนตระกูลหลงทุกคนต่างก็มีสีหน้าที่เศร้าหมอง
“ไม่เจอครับ!ท่านปู่!”
“แต่น่าจะเป็นคนบ้านตระกูลหยางทำครับ เพราะเมื่อคืนมีคนมาช่วยหยางเสี่ยวเป้ยออกไปได้แล้วครับ แต่พวกผมไปแอบสืบที่บ้านตระกูลหยางก็ไม่พบเบาะแสอะไรเลยครับ!”
คนที่มีลักษณะคล้อยหัวหน้าพ่อบ้านกล่าว
“หืม ตระกูลหยางไม่มีน้ำยาขนาดนั้น พวกเขายังไม่กล้าเป็นศัตรูกับตระกูลบ้านเรา น่าจะเป็นน้องชายของเฉินเสี่ยวที่ชื่อเฉินเกอมากกว่า!”
ท่านปู่หรี่ตาพูด
“เฉินเกอ?”
หัวหน้าพ่อบ้านหยุดชะงัก
“กระผมได้ยินชื่อนี้มาหลายครั้งแล้วครับ และตอนที่อยู่ในเมืองจินหลิง เขายังเคยมีเรื่องกับคุณชายสามตระกูลหลงด้วยครับ!”
“และยิ่งไปกว่านั้น ตอนที่คุณชายสามตระกูลหลงหายตัวที่เมืองฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ เฉินเกอก็อยู่ที่นั่นด้วยครับ!”
หัวหน้าพ่อบ้านกล่าว
ท่านปู่กระทืบไม้เท้า
“พี่น้องตระกูลเฉินจงใจจะเป็นศัตรูกับตระกูลหลง สงสัยเช่าหยุนจังเลย จนป่านนี้ปู่ยังหาเบาะแสอะไรไม่ได้เลย แต่อย่าเรียกตระกูลเฉินสองพี่น้องเลย เฉินเกอ!เฉินเสี่ยว!”
สายตาท่านปู่เยือกเย็น
“ดูเหมือนว่าจะถึงเวลาที่ต้องไปเจอสองพี่น้องนั่นด้วยตัวเองแล้ว!ถ้าพวกเขาเป็นผู้ร้ายที่ทำให้เช่าหยุนกับช่าวเหลยหายตัวไป ฉันจะไม่สนว่าสองพี่น้องนั้นมีใครเป็นคนหนุนหลังอยู่ จะให้พวกเขาตายอย่างไร้ที่ฝังศพเลยทีเดียว!”
“ท่านปู่ คนของตระกูลฉินมาแล้วครับ!”
ในขณะที่ในใจท่านปู่กำลังเกิดความเกลียดอยู่นั้น มีคนรับใช้คนหนึ่งเดินมาบอก
ท่านปู่พยักหน้า“รีบเชิญเข้ามา!”
สีหน้าของท่านปู่ยิ้มแย้ม
ตอนนี้ตระกูลหลงอยากจะสู้กับตระกูลเฉินพวกเฉินเกอสองพี่น้องนั้น ลำพังอำนาจของตระกูลหลงยังไม่เพียงพอ ตอนนี้ทำได้แต่เพียงรวบรวมอำนาจจากทั่วสารทิศให้เป็นหนึ่งเดียวเท่านั้น!
“เสี่ยวหยาเสี่ยวหยา หรือพวกเราไม่ต้องเข้าไปแล้ว?”
หน้าประตูบ้านตระกูลหลง
มีผู้หญิงหลายคนพูดด้วยคนกังวล
“กลัวอะไรกัน ฉันก็ไม่ได้ยินดีอะไรหรอก แต่พวกตระกูลหลงมาเชิญตระกูลฉินบ้านฉัน ฉันจึงต้องมาเป็นตัวแทนของคุณพ่อ ฉันยังเคยมีเรื่องกับพวกเขามาก่อน ฉันยังไม่กลัวเลย พวกคุณกลัวอะไรกันล่ะ!”
ฉินหยามองเมิ่งช่านและเพื่อนๆของเมิ่งช่านแล้วพูด
“ไม่ใช่นะ ตระกูลหลงเป็นถึงผู้มีอำนาจมากสุดในเมืองเยี่ยนจิงเชียวนะ เข้าไปบ้านคนอย่างนี้ ฉันตื่นเต้นมากเลย!เสี่ยวหยาดูสิ แขกที่มาในบ้านตระกูลต่างก็เป็นผู้หลักผู้ใหญ่กันทั้งนั้นเลย!”
เมิ่งช่านพูดอย่างไม่มีความมั่นใจ
“พอแล้ว ไม่ใช่ยังมีฉันอยู่ทั้งคนเหรอ เมื่อก่อนฉันไปเป็นเพื่อนคุณเป็นประจำเลย วันนี้คุณต้องไปเป็นเพื่อนฉันแล้วแหละ!”
ฉินหยากล่าว
“ก็ได้ก็ได้ งั้นพวกเราเข้าไปเป็นเพื่อนคุณก็ได้!”
เมิ่งช่านแลบลิ้นแล้วพูด
“หืม?เมิ่งช่านเสี่ยวหยา พวกคุณดูสิ เป็นขบวนรถที่หรูหรามากเลย!”
ขณะนี้ ผู้หญิงอีกคนหนึ่งจู่ๆก็ชี้ไปยังขบวนรถหรูที่มุ่งหน้ามายังบ้านตระกูลหลงด้วยน้ำเสียงที่ตกตะลึง…