ที่แท้….ฉันเป็นลูกเศรษฐี - บทที่442 เฉินเกอทนแล้วทนเล่า
บทที่442 เฉินเกอทนแล้วทนเล่า
ผ่านไปเจ็ดวันแล้ว
เรื่องการหายตัวของหยางเสี่ยวเป้ยเป็นที่ฮือฮาในเยี่ยนจิงเป็นอย่างมาก
ผู้หลักผู้ใหญ่ในเยี่ยนจิงก็ตระหนกตกใจ
ต่างสั่งให้ลูกน้องของตนไปค้นหา
โดยเฉพาะตอนที่เฉินเกอไม่อยู่
ถึงแม้จะมีข้อสงสัย แต่เมื่อไปสืบหาดูแล้วก็ไม่พบเบาะแสอะไรเลย!
มันเหมือนหายตัวไปในอากาศยังไงอย่างนั้นเลย
โกวไฉเฟิ่งก็เคยคิดจะติดต่อหาตระกูลเฉินที่เมืองหนานหยาง
แต่วิธีติดต่อก็มีอยู่กับเสี่ยวเป้ย คนอื่นไม่รู้อะไรเลย
เจ็ดวันแล้วนะ
ไม่รู้ว่าเสี่ยวเป้ยจะเป็นตายร้ายดียังไงบ้าง ขณะนี้ โกวไฉเฟิ่งจึงโทรมมาก
วันนี้คนในบ้านตระกูลหยางก็รวมตัวกันหารือเรื่องการค้นหาตัวเสี่ยวเป้ย
เป็นการรวมตัวกันอย่างเคร่งเครียดครั้งหนึ่ง
นอกจากโกวไฉเฟิ่งกำลังร้องไห้
ส่วนคนอื่นต่างก็ก้มหน้าไม่พูดอะไรเลย
ส่วนหยางเย่ก็แอบสบตาโกวหรูแล้วยิ้ม
แผนการนี้จัดการได้อย่างรัดกุม บวกกับมีตระกูลหลงค่อยสนับสนุน ถือจะมีความสงสัยในตัวพวกเขาก็จะทำอะไรได้ล่ะ?
สืบได้เหรอ?สืบไม่ได้อะไรสักอย่าง!
และในขณะนั้น หัวหน้าพ่อบ้านวิ่งมาด้วยความเร่งรีบ
“คุณนายห้าครับ!ท่านประธานกับคุณชายเฉินเกอกลับมาแล้วครับ!”
หัวหน้าพ่อบ้านพูดด้วยความตื่นเต้นดีใจ
“อะไรนะ?เสี่ยวเกอกลับมาแล้วเหรอ?”
โกวไฉเฟิ่งรีบลุกขึ้นเดินออกไปด้านนอก
และคนที่เหลือก็เดินออกไปต้อนรับด้วยกันทั้งหมด
“คุณแม่ เฉินเกอกลับมาแล้วเหรอ!”
หยางเย่กลืนน้ำลายลง ตัวสั่นไปทั้งตัวด้วย
“อย่ากลัว ลูกจะกลัวอะไรกัน กลับมาแล้วจะทำอะไรได้?”
โกวหรูเตือนเสียงเบาๆ
จึงทำให้หยางเย่มั่นใจขึ้นมาบ้าง
ด้านนอกบ้าน เฉินเกอประคองคุณยายลงจากรถ
คุณยายอายุมากแล้ว มาอยู่เป็นเพื่อนตนตั้งแปดวัน จึงทำให้เหนื่อยน่าดู
บัดนี้เห็นทุกคนออกมาต้อนรับ
เฉินเกอเพิ่งจะเตรียมกล่าวทักทาย
“เสี่ยวเกอ หลานกลับมาแล้วเหรอ ดีจังเลย เสี่ยวเป้ยรอดแล้ว!”
โกวไฉเฟิ่งวิ่งออกมาอย่างสะดุด จากนั้นก็รีบจับแขนของเฉินเกอไว้
“น้าสะใภ้ห้า?เสี่ยวเป้ยรอด?เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?”
เฉินเกอกล่าวถาม
“ใช่แล้วพี่ห้า พูดช้าๆว่าเกิดอะไรขึ้น?”
คุณนายท่านก็เอ่ยถาม
“เสี่ยวเป้ยเธอ……เธอหายตัวไปเจ็ดวันแล้ว!พวกเราหาจนทั่วก็ไม่เจอเลย!”
“หายตัวไป?”
เฉินเกอหยุดชะงัก
คิดไม่ถึงว่าในช่วง8วันที่ตนกับคุณยายไปที่อื่น เสี่ยวเป้ยก็เกิดเรื่องขึ้นแล้ว!
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับ?”
เฉินเกอพูดด้วยความตึงเครียด
สำหรับบ้านของเสี่ยวเป้ยจะไม่เหมือนกับคนอื่น
ในใจเฉินเกอจะรู้สึกเป็นห่วงมากๆ
ดังนั้น โกวไฉเฟิ่งก็ได้เล่าเรื่องราวทั้งหมด!
“หลานว่ามีคนคิดจะทำร้ายเสี่ยวเป้ยใช่ไหม?เสี่ยวเป้ยเป็นเด็กดีไม่เคยไปขัดใจกับใครเลย ใครกันนะที่อยากจะทำร้ายเสี่ยวเป้ยของพวกเรา!”
โกวไฉเฟิ่งกล่าว
“น้าสะใภ้ห้าอย่าเพิ่งคิดในแง่ร้ายเลยครับ ผมจะรีบส่งคนไปสืบดูครับ น้าสะใภ้วางใจได้ ไม่ว่าใครหน้าไหนที่กล้าแตะผมของเสี่ยวเป้ยแม้แต่เส้นเดียว ผมจะให้คนทั้งบ้านนั้นไม่อยากอยู่บนโลกนี้อีกต่อไปครับ!”
เฉินเกอพูดจบก็ประคองคุณยายเข้าไปภายในบ้าน
“แม่ครับ!จะทำยังไงดีครับ?”
หยางเย่เห็นเฉินเกอเป็นกังวลจนตาแดงไปเลย มันต่างจากที่พวกเขาคาดคิดอย่างสิ้นเชิง จึงรู้สึกกลัวเล็กน้อย
ใช่แล้ว ตอนแรกโกวหรูกับหยางเย่รู้สึกว่าเฉินเกอถึงจะมีเงิน แต่ก็ยังคงเป็นคนที่มีความเมตตากรุณาเหมือนเดิม เกิดเรื่องขึ้นกับเสี่ยวเป้ย อย่างมากเขาก็แค่หดหู่เป็นกังวล จากนั้นก็ส่งคนไปค้นหา
แต่โกวหรูกับหยางเย่คิดไม่ถึงอันเด็ดขาดว่า เฉินเกอยังมีมุมที่โหดร้ายอย่างนี้อีกด้วย
บัดนี้โกวหรูก็รู้สึกกลัวเล็กน้อย
ถ้าถูกเฉินเกอสืบค้นเจอ ความหมายของเขาคือจะทำลายครอบครัวของตนใช่ไหม?
แต่ทว่าโกวหรูก็ยังคงตั้งสติได้ดีเลยทีเดียว
“อย่าเพิ่งกังวลเลย ถูกสถานการณ์ไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน และอีกอย่างถึงแม้อำนาจของตระกูลหลงจะเทียบกับเฉินเกอไม่ได้ แต่เป็นต้นตระกูลที่มีมาหลายร้อยปีแล้ว คิดอยากจะสืบ คงจะไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก!”
และสิ่งแรกที่เฉินเกอจะทำก็คือปิดล้อมบ้านตระกูลหยาง
นอกจากเขาจะอนุญาตไม่เช่นนั้นก็จะไม่ให้ใครออกไปโดยพลการเด็ดขาด
“คุณชายเฉิน ไม่รู้ว่ามีบางคำ ผมสมควรจะพูดดีหรือไม่!”
ในห้องนอน โห๋ผิงพูดกับเฉินเกอ
“พูดมาสิ!”
เฉินเกอพยักหน้าเล็กน้อย
“ผมมีผู้ต้องสงสัยในใจครับ ผมรู้สึกว่าพวกหยางเย่น่าสงสัยมากเลยครับ!เพราะพวกหยางเย่มีสิ่งจูงใจที่จะไปทำได้ครับ!”
โห๋ผิงกล่าว
เฉินเกอพยักหน้า“ผมก็สงสัยพวกเขา และได้ส่งคนไปสืบดูแล้ว เพราะวันนี้ตอนที่ประชุมหารือ บ้านพวกเขาเงียบมากจนผิดปรกติ!”
“แต่ผมหวังว่าจะไม่ใช่พวกเขา!”
เฉินเกอกล่าว
และในเวลานี้
หัวหน้าพ่อบ้านอะเชิงได้ผลักประตูเข้ามา
“คุณชายครับ วันนี้คุณกลับมาก็ยังไม่ได้พักผ่อนเลยครับ คงจะเหนื่อยน่าดู ผมให้คนใช้ต้มซุปโสมมาให้ท่านดื่มครับ!”
“รบกวนลุงเชิงแล้ว!คุณยายผมเป็นยังไงบ้าง?”
เฉินเกอถาม
“เสียใจร้องไห้ตลอดเลยครับ ตอนนี้พักผ่อนแล้วครับ!”
ลุงเชิงกล่าว
แล้วซุปโสมยกไปด้านหน้าเฉินเกอ
เฉินเกอยกน้ำซุปโสมมาที่ปาก
ลุงเชิงจึงอ้าปากแต่ไม่ได้พูดอะไร
“ใช่แล้วลุงเชิง ก่อนผมจะไป จำได้ว่า เสี่ยวเป้ยเคยบอกผมว่าเธอจะไปช่วยจัดการเรื่องเงินกู้ต่างประเทศของตระกูลหยาง
เงินกู้บ้านตระกูลหลงเขาจัดการยังไงเหรอ?เสี่ยวเป้ยยังไม่ทันได้ทำอะไรก็เกิดเรื่องแล้วหรือ?”
เฉินเกอวางน้ำซุปลง แล้วถามขึ้นมากะทันหัน
“หา?”
“ไม่……ไม่มีครับคุณชายเฉินเกอ ยังไม่ทันได้จัดการก็เกิดเรื่องแล้วครับ!”
ลุงเชิงกล่าว
“ออ ผมรู้แล้ว ลุงไปพักได้เลย!”
เฉินเกอยิ้ม
“ครับคุณชายเฉินเกอ คุณรีบดื่มซุปโสมตอนร้อนๆนะครับ!”
“ได้!”
เฉินเกอยิ้มส่งลุงเชิงออกไป
โห๋ผิงพูดอย่างเย็นชาว่า“ตอนนี้ผมจะไปสืบไอ้ตาเฒ่านี่!”
เฉินเกอมองซุปโสมแล้วส่ายหัวพลางพูดว่า“ลุงเชิงเป็นคนที่ซื่อสัตย์จงรักภักดีมาตลอด เป็นคนที่ขยันขันแข็ง และโกหกไม่เป็น ผมคิดว่าที่เขาทำแบบนี้ต้องมีเรื่องลำบากใจที่ไม่สามารถพูดได้แน่นอน!”
เฉินเกอเทซุปโสมลงถังขยะ
พอผ่านอะไรมามากมาย เฉินเกอก็ไม่ใช่เฉินเกอเหมือนเมื่อก่อนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย
เขาเคยเจอคนที่โหดเหี้ยมอำมหิตมาแล้ว
และได้ผ่านเรื่องภัยอันตรายมามากมายแล้วด้วย
เพียงแต่เขาไม่อยากจะให้คนในตระกูลหยางคนใดคนหนึ่งมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลย
ถึงแม้จะไม่ค่อยมีความผูกพันกับครอบครัวโกวหรูเท่าใดนัก
แต่ถึงอย่างไรก็เป็นญาติผู้ใหญ่ของตนอยู่ดี
นอกจากจะหาหลักฐานเจอ ไม่เช่นนั้นเฉินเกอจะไม่ทำอย่างนั้นเด็ดขาด
ยิ่งไปกว่านั้นเฉินเกอจงใจพูดขู่ขวัญให้ใครบางคนสำนึกผิดแล้วแก้ตัวใหม่
แต่ตอนนี้เห็นได้ชัดว่ามีคนกำลังกลัวตนอย่างบ้าคลั่ง
ถ้างั้นก็คือบีบให้ตนใช้ไม้แข็งมาแก้ปัญหานี้แล้วสินะ
“ไม่ต้องสืบแล้ว บีบพวกเขาพูดความจริงออกมา!”
เพราะเฉินเกอรู้ว่าพวกเขากลัวแม้กระทั่งตน เกรงว่าเสี่ยวเป้ยคงจะมีอันตรายแล้ว
เมื่อก่อนเฉินเกอเคยคิดว่า พวกเขาคงจะกอบโกยผลประโยชน์เล็กน้อย ไม่ทำร้ายเสี่ยวเป้ยหรอก
เพราะถึงจะยังไงสักก็เป็นญาติกัน คงจะไม่ฆ่าแกงกันหรอก?
แต่เห็นได้ชัดว่าเฉินเกอคิดผิด
ฆ่าแกงกันจริงๆด้วย!
“ครับ!”
ดวงตาโห๋ผิงจดจ้อง
จากนั้นก็มองไปที่มุมลับๆของห้อง
มีลูกน้องที่สีหน้าเย็นชาหลายคน
“ตามผมมา!”
คนทั้งกลุ่มเดินตามกันออกจากประตูไป